Saturday, 6 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

นครสวรรค์ - ความคืบหน้า สร้างโรงพยาบาลหนองบัว ชาวบ้านสงสัย เงินบริจาค 48 ล้านบาท ได้แค่เสาเข็มผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมเงินบริจาคการทำบุญในครั้งนี้ มีข้อสงสัยถึงความล่าช้าในการก่อสร้างโรงพยาบาล

วันที่ 11 เม.ย.64 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่  โรงพยาบาลหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ติดตามความคืบหน้าการสร้างโรงพยาบาลหนองบัว หลังจากที่ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม พร้อม ดร. เสมอ งิ้วงาม (ป๋อง สุพรรณ) และทีมงานป๋อง สุพรรณ การันตี นำเงินบริจาคกว่า 48 ล้านบาท มอบให้ทางโรงพยาบาลหนองบัวตั้งแต่ วันที่ 16 ต.ค.63 จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือน เม.ย.64 แต่ทำได้แค่เพียงลงเสาเข็มเท่านั้น ชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมเงินบริจาคการทำบุญในครั้งนี้ มีข้อสงสัยถึงความล่าช้าในการก่อสร้างโรงพยาบาลในครั้งนี้  หลังจากที่ได้มีการมอบเงินร่วมทำบุญจำนวน 48 ล้านบาทให้กับทางโรงพยาบาลหนองบัว จังหวัด นครสวรรค์ เพื่อจัดสร้างอาคารพยาบาลตามความตั้งใจของหลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม

โดยแบ่งเป็น2อาคาร ในการก่อสร้างแบ่งเป็นพื่นที่ด้านหน้าและด้านหลังของโรงพยาบาลหนองบัว ในส่วนของด้านหน้าก่อสร้าง อาคารอุบติเหตุ ฉุกเฉิน (อาคาร ค.ส.ล. อาคาร 1ชั้น) เพื่อรองรับ อุบัติเหตุฉุกเฉินและเหตุเร่งด่วนต่าง ๆ และในส่วนของด้านหลังสร้างอาคารผู้ป่วยในมีเตียง รองรับทั้งหมด 60 เตียง(อาคาร ค.ส.ล. 2 ชั้น)  โดยมีผู้รับเหมารับผิดชอบการก่อสร้าง 2 รายด้วยกัน คือ 1.บริษัท ณัฐกานต์ โปรเจค1996 จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างอาคาร อุบติเหตุ ฉุกเฉิน วันที่เริ่มทำสัญญา คือวันที่ 8 ก.พ.64. และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 5 ธ.ค.64 ราคาก่อสร้าง 9,000,000 บาท (เก้าล้านถ้วนบาท)  และในพื้นที่ด้านหลังก่อสร้างอาคารรองรับผู้ป่วยใน 60 เตียง เริ่มทำสัญญาวันที่ 8 ก.พ.64 และสิ้นสุดในวันที่ 3 ก.พ. 65  ราคาก่อสร้าง 19,720,000 บาท(สิบเก้าล้านเจ็ดแสนสองหมื่นบาทถ้วน) โดยมี หจก.นำแสงพาณิชณ์ก่อสร้าง เป็นผู้รับผิดชอบ

นาย พูลเกิด ชารี หรือ เกิด นครสวรรค์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ทีมงานได้มอบเงินบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลในวันที่ 16 ต.ค. 63 แล้ว ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการติดต่อกับผู้รับเหมาดังกล่าวเพื่อทำการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน และอาคารผู้ป่วยใน แต่การก่อสร้างค่อนข้างจะล่าช้ามาก ๆ และชาวบ้านที่ร่วมการบริจาคเงินทำบุญในครั้งนี้มีความสงสัยเกี่ยวกับความล่าช้าในการก่อสร้างดังกล่าว นาย พูลเกิด ชารี หรือ เกิด นครสวรรค์ กล่าวว่า จากการที่ได้มีการพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้างแล้วนั้น ได้ความว่าตอนนี้เป็นการลงเสาเข็มและตรวจเช็คการรับน้ำหนักของเสาเข็มก่อนว่าจะเกิดการทรุดตัวของดินไหม หากไม่มีปัญหาอะไรจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างต่อในวันที่ 28 เม.ย.64

ส่วนในเรื่องของตัวเงินนั้นตนไม่ขอพูดอะไร เพราะได้มอบให้ทางโรงพยาบาลเป็นผู้รับผิดชอบไปแล้ว รอให้ทางโรงพยาบาลชี้แจงเองดีกว่า เนื่องจากตอนที่มอบเงินบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลได้มอบเป็นเงินสดให้ทั้งหมดและมีทีมงานที่มาร่วมเป็นสักขีพยานหลายคนและได้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊คด้วย หลังจากมอบเงินให้ทางโรงพยาบาลแล้วตนไม่ทราบว่าทางโรงพยาบาลหนองบัวได้นำเงินเข้าบัญชีหรือมีการจัดการยังไง ตอนนี้แค่รอทางโรงพยาบาลหนองบัวและผู้บริหารออกมาชี้แจงให้ตนและชาวบ้านได้หายสงสัย

ด้าน ดร.เสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ตนทราบเรื่องการก่อสร้างล่าช้าแล้วและกล่าวชี้แจงว่าเงินที่ได้มอบให้ทางโรงพยาบาลไป เป็นเงินบัญชีเพื่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน จำนวนเงิน 30,040,900 บาท(สามสิบล้านสี่หมื่นเก้าร้อยบาทถ้วน)  และบัญชีที่สอง เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ จำนวนเงิน 18,236,000 บาท(สิบแปดล้านสองแสนสามหมื่นหกพันบาทถ้วน) และบัญชีที่สาม กองทุนหลวงปู่พัฒน์จำนวนเงิน  389,000 บาท(สามแสนแปดหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) รวมทั้งหมด 48,665,900 บาท(สีสิบแปดล้านหกแสนหกหมื่นห้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน) ในนามของทีมงานสะพานบุญป๋องสุพรรณการันตี ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ในการสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียนของหลวงปู่พัฒน์ วัดห้วยด้วยแล้ว และมีชาวหนองบัว และผู้บริจาคได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ซึ่งทางคุณป๋อง สุพรรณ เองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกันว่าจะเสร็จเมื่อไร จึงอยากให้ผู้รับผิดชอบหรือผู้รับเหมาออกมาชี้แจงถึงความล่าช้าในการก่อสร้าง

เนื่องจากมีพี่น้องชาวนครสวรรค์ได้ส่งภาพการก่อสร้างอาคารดังกล่าวมาให้ดูว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งพี่น้องประชาชนยังสงสัยถึงจำนวนเงินที่บริจาคไปอยากให้มีการตรวจสอบได้ จึงอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องหรือทางโรงพยาบาลหนองบัวออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว เพื่อความสบายใจของชาวหนองบัวและผู้ร่วมบริจาคในครั้งนี้

 

สุโขทัย - Sukhothai Crafts and Folk Art เรียนรู้ประวัติศาสตร์ "บ้านพระพิมพ์" มรดกการพิมพ์พระเครื่อง สืบทอดจากบรรพชนสู่คนรุ่นหลัง

ศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์ หรือบ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์ เป็นแหล่งเรียนรู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในเมืองเก่าสุโขทัย ตั้งอยู่ที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้ก่อตั้งได้รวบรวมพระพิมพ์ ของเมืองสุโขทัยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พระพิมพ์ที่ถูกค้นพบจากเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองเก่าสุโขทัย พร้อมทั้งได้รวบรวมประวัติของวัด ผู้สร้างวัด รวมไปถึงชื่อของพิมพ์พระ ให้ถูกต้องตามความเป็นมา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ศิลปะของเมืองสุโขทัย รวมไปถึงเมืองที่มีประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเดียวกัน เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และมรดกของบรรพชนให้แก่เยาวชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจทั่วไปที่มาเยือน และมาเรียนรู้ อยากรู้ อยากทราบความเป็นมาที่แน่ชัด

คุณกบ ณรงค์ชัย โตอินทร์ ผู้ก่อตั้ง ศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์ หรือบ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่ลงมือทำงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสุโขทัย เป็นนักเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ที่ศึกษาค้นคว้ามาอย่างลึกซึ้ง คุณกบสืบเชื้อสายตระกูลช่างแกะสลักไม้ทำพระพุทธรูป แต่เขามีความสนใจในเรื่องงานดินมากกว่า จึงเริ่มศึกษาการทำพระพิมพ์ดินเผาสุโขทัยจริงจังและเรียนรู้มามาอย่างมากกมาย ก่อนจะมาทำด้วยตนเอง เรียนผิด เรียนถูกมาตลอดตั้งแต่เป็นเด็ก มีความสนใจมากในเรื่องโบราณ เรื่องความเชื่อ เรื่องทำพระพิมพ์

บ้านพระพิมพ์ลักษมณศิลป์ นอกจากจะเป็นที่เรียนรู้ของนักท่องเที่ยว ที่จะได้เรียนรู้รูปแบบของพุทธศิลป์สุโขทัยในแบบต่าง ๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้เรียนรู้การ “พิมพ์พระ” และ “การเผา” เพื่อให้ได้พระพิมพ์จากดินเผาเนื้อแกร่งเป็นพระเครื่องสักองค์ ที่มาที่ไปแบบไหน ถึงจะมาได้ชื่อว่า พระเครื่องที่เราบูชา และเก็บสะสมเป็นที่นิยมกันมายาวนานของคนไทยนักสะสมพระเครื่อง และชาวต่างชาติ คุณณรงค์ และคุณญาณภัทร์ โตอินทร์ (พี่กบและพี่แก้ม) ทั้ง 2 ท่านซึ่งสามารถให้ความรู้ทั้งในด้านประวัติของพระพิมพ์เมืองสุโขทัยและในด้านเทคนิคของการพิมพ์พระ และการร่วมทำกิจกรรม “พิมพ์พระ” ไม่ใช่เพียงการเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมของพื้นที่ผ่านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวจะได้มีส่วนร่วมในการ “สืบต่อพระพุทธศาสนา” สืบต่อไปนั้นเอง

ที่เรียกกันว่าพระพิมพ์ หรือพระเครื่องจากดินและผงจากแร่ธาตุ จากพืช คือการสร้างรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการนำวัสดุ เช่น ดินเหนียว โลหะ ผงว่านมงคล แร่ธาตุต่าง ๆ คลุกเคล้าจนได้ที่ของส่วนผสม นำไปกดลงไปในพิมพ์ โดยแม่พิมพ์หรือตัวพิมพ์มักจะสร้างด้วยหิน โลหะ ดินเผา ไม้ หรือกระดูกสัตว์ พระพิมพ์ในเมืองสุโขทัยถูกสร้างขึ้นตามอิริยาบถต่าง ๆ ของพระพุทธองค์ คือ นั่ง นอน ยืน และเดิน หรือสร้างตามเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธประวัติ พระพิมพ์ถูกสร้างแพร่หลายในเมืองสุโขทัย โดยมีคติและความเชื่อที่ว่าเป็นการสั่งสมบุญบารมีให้กับผู้สร้าง และยังเป็นการสืบต่ออายุของพุทธศาสนา เพื่อให้คนเหล่านั้นสืบหาความหมายในพระธรรมของพระพุทธเจ้าจากพระพิมพ์ที่คนโบราณได้สร้างไว้ให้เรียนรู้แบบอย่าง และสืบทอดกันต่อ ๆ ไป


ภาพ/ข่าว  เสนิศชนันต์ สุขกสิกร

ขอนแก่น – เจ้าของร้านขายเสื้อลายดอก โอดลูกค้ามาซื้อน้อยลงจนใจหาย ขณะที่ชาวขอนแก่นส่วนใหญ่ เสียใจงดเล่นน้ำแต่ก็เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านแฟมิลี่บอย ตั้งอยู่ที่ตลาดบางลำพู เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางเข้ามาเลือกซื้อเสื้อลายดอกที่เป็นที่นิยมสำหรับการสวมใส่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยพบว่าบรรยากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเงียบเหงา จากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างมาก ซึ่งจากการสอบถามเจ้าของร้านขายเสื้อลายดอกต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สงกรานต์ปีก่อนว่าเงียบเหงาแล้วแต่สงกรานต์ปีนี้หนักกว่า ประชาชนมาจับจ่ายซื้อสินค้าน้อยจนน่าใจหาย โชคดีที่ตัดสินใจไม่สั่งเสื้อมาเพิ่ม เพราะยังเหลือเสื้อลายดอกที่ค้างสต๊อกจากสงกรานต์ปีที่แล้วจำนวนมาก ถึงขนาดนั้นก็ยังขายไม่ได้ แต่ก็ต้องเปิดขายแม้คนจะน้อยเพื่อขอทุนคืน ส่วนเสื้อแบบอื่น ๆ ไม่ต้องพูดถึงขายแทบไม่ได้เลย

ขณะที่ น.ส.ศกุลนภัทร พลสุวรรณ ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่นเพื่อมาซื้อเสื้อลายดอกและเสื้อคอกระเช้าไปเป็นของขวัญให้ผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งทำแบบนี้ทุกปี ราคาก็ไม่ต่างจากปีก่อน ๆ โดยเสื้อคอกระเช้าราคาตัวละ 60 บาท ส่วนเสื้อลายดอกราคาอยู่ที่ 120 – 150 บาท และการที่ปีนี้รัฐบาลขอความร่วมมือให้งดเล่นน้ำ ตนเองและครอบครัวก็จะไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ โดยได้แบ่งวันกันมารดน้ำเพื่อไม่ให้มีการรวมตัวลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ไปยังผู้สูงอายุ

เช่นเดียวกันกัย นางเพ็ญ รามมนตรี ชาวอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม บอกว่า วันนี้เดินทางมาซื้อเสื้อลายดอกรวม 10 กว่าตัวเพื่อไปแจกญาติ ๆ และเพื่อนฝูงได้สวมใส่กันเหมือนเช่นทุก ๆ ปี ต่างกันตรงที่ทุกปีจะได้เล่นสาดน้ำ แต่ปีนี้ต้องงดเพราะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นประเพณีที่ทำกันมายาวนาน ในวันสงกรานต์ก็คงได้เพียงรดน้ำแบบเบา ๆ กับคนสนิท เพราะตัวเองก็ระมัดระวังตัวเช่นกัน และหวังว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะหมดไปจากบ้านเราโดยเร็ว

ขอนแก่น - สั่งปิดสถานบันเทิง 2 แห่ง เป็นเวลา 14 วัน หลังพบพนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ได้ออกประกาศ คำสั่งจังหวัดขอนแก่น ที่ 1555/2564 เรื่อง ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นการชั่วคราว

โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 ได้ปรากฏมีพนักงานสถานบริการ ตะวันแดง มหาชน ณ ขอนแก่น และร้าน จีสตาร์พาเลซ (ร้านอันเดอร์กราวน์ ขอนแก่น) ติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVD -19) โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ติดเชื้อได้กระจายตัวออกไปในหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว จากการติดตามและสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขพบว่า การแพร่ระบาดในลักษณะกลุ่มก้อนนี้ ผู้ติดเชื้อหลายรายมีกรณีเชื่อมโยงกับการเข้าใช้บริการของสถานบันเทิงหรือสถานบริการประเภทต่าง ๆ โดยที่มิได้แสดงอาการของโรคและได้แพร่โรคออกไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิด

ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นเชื้อโรคกลายพันธุ์ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าสายพันธุ์ปกติ ประกอบกับการเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดที่เป็นปัจจัยเสียงเพิ่มขึ้น และจังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่อยู่ในกลุ่ม 41 จังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดที่ได้ตรวจพบการระบาดแล้ว และมีความเสี่ยงต่อการแพรโรคที่ จำเป็นต้องดำเนินการในระยะเร่งด่วน ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 19) ลงวันที่ 9 เม.ย. 2564 โดยให้สั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการ แพรโรคไว้เป็นการชั่วคราว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ประกอบข้อ 2 ข้อ 7 (1) ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ข้อ 1 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 19) ลงวันที่ 9 เม.ย. 2564 และ ประกาศจังหวัดขอนแก่น เรื่อง มาตรการ การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดขอนแก่น (ฉบับที่ 29)  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 จึงให้ปิดสถานบริการ ตะวันแดง มหาชน ณ ขอนแก่น และ ร้าน จีสตาร์พาเลซ (ร้านอันเดอร์กราวน์ ขอนแก่น) เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 - 24 เม.ย. 2564

 

 

กระบี่- เข้มงวด นักท่องเที่ยวที่เดินทางทางอากาศต้องลงทะเบียน QT14 ก่อนเข้าพื้นที่

11 เมษายน  2564เวลา 09.30น. พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  ลงพื้นที่ตรวจด่านทางอากาศท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เพื่อตรวจติดตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  โดยมีนายวิสูตร พฤกษสุวรรณ นายอำเภอเหนือคลอง นางสาวสุรีรัตน์ ทิพย์โยธา หัวหน้ากลุ่มงานบริหารและอำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่  ให้การต้อนรับและนำตรวจ  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเหนือคลอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเหนือคลอง ประจำด่านตรวจทางอากาศ  ให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างเคร่งครัด

นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รอง ผวจ.กระบี่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในระลอกใหม่นี้ ทางจังหวัดกระบี่ได้มีประกาศจาก ศบค.กระบี่ ฉบับที่6/2564 ให้มีการดำเนินการด้านมาตรการการรายงานตัวของผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดกระบี่ด้วยระบบ QT14 เพื่อที่จะได้รับทราบว่ามาจากจังหวัดที่มีความเสี่ยงหรือไม่ หากเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบจะได้ดำเนินการได้อย่างทันที แต่ยังมีผู้โดยสารบางท่านที่เดินทางมาจากต้นทางยังไม่ได้ทำการบันทึกข้อมูลในระบบ QT14 ก่อนเดินทางมาถึงจังหวัดกระบี่ อย่างไรก็ตามทางด้านท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่จะมีเจ้าหน้าที่ค่อยอำนวยความสะดวกในการสแกนระบบQT14 เพื่อลงทะเบียนทั้งในแบบสมาร์ทโฟน หรือการกรอกเอกสารข้อมูลที่จัดเตรียมไว้กรณีท่านที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกระบี่ ขอความร่วมมือทุกท่านจะต้องรายงานตัวลงทะเบียนในระบบ QT14 ก่อนเข้ามาจังหวัดกระบี่ทุกครั้ง และให้ปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข ตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ การใช้เจลล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และ โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ

ข้อมูลของผู้โดยสารที่ผ่านการคัดกรองเที่ยวบินภายในประเทศ ท่าอากาศยานกระบี่ วันที่ 10 เมษายน 2564 มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออก ทั้งหมด34 เที่ยวบิน แบ่งออกเป็นขาเข้า 12 เที่ยวบิน มีผู้โดยสาร จำนวน 2,597 คน และขาออก 12เที่ยวบิน มีผู้โดยสาร จำนวน 1,754 คน

 

สตูล - นักเที่ยวทะลักกว่า 4 พันคน เดินทางลงเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ  ทหารเรือนำเรือออกตรวจการณ์ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้มอบภารกิจให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือ เกาะหลีเป๊ะ  จัดกำลังพลพร้อมเรือออกตรวจการณ์ลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดย น.ต.ปรัชญ์ ขำเจริญ หัวหน้าสถานีเรือละงู/รองผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ กล่าวว่า ภารกิจของทหารเรือ คือ การรักษาอธิปไตยและความมั่นคง ตลอดจนผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

โดยในพื้นที่ จ.สตูล จะมีพรหมแดนระหว่างสตูล – ตรัง สตูล – มาเลเซีย  โดยปกติภารกิจหลักนั้นจะลาดตระเวนทางทะเล เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนตามชายฝั่งทะเล รวมถึงการลาดตระเวนตรวจสอบเรือต่างๆ ป้องกันการลักลอบเข้าเมืองทางทะเลโดยผิดกฏหมาย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะมีการลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ จ.สตูล จึงจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามา และนอกเหนือจาก การเฝ้าระวัง ดังกล่าวแล้ว ยังออกให้การช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุทางทะเล ไม่ว่าจะเหตุเรือล่ม เรือจม คนตกน้ำ หรือเรือขัดข้อง ก็จะเข้าให้การช่วยเหลือ และในช่วงสงกรานต์นี้ ก็ได้ สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเรือออกตรวจการณ์ลาดตระเวน ตามเกาะต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ จ.สตูล โดยได้ นำเรือออกสังเกตการณ์นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวยังพื้นที่เกาะในสตูล โดยเริ่มตั้งแต่ ตรวจความพร้อมของเรือนำเที่ยว  ตรวจเอกสารของ ไกด์ หรือบัตรไกด์  พร้อมกำชับให้ นักท่องเที่ยวทุกคนสวมใส่เสื้อชูชีพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล พร้อมกับขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวสวมใส่หน้ากากอนามัย ในขณะนั่งบนเรือ ด้วย และยังได้จัดยาสามัญประจำบ้านแจกจ่ายให้กับเจ้าของเรือ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นหากเกิดอุบัติเหตุทางทะเล

น.ต.ปรัชญ์ ขำเจริญ หัวหน้าสถานีเรือละงู/รองผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือกล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากภารกิจ นำเรือออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในทะเลแล้ว ยังได้จัดกำลังพลสนับสนุน ศรชล.จังหวัดสตูล บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ บริเวณท่าเรือปากบาราทำการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะหลีเป๊ะ โดยทำการตรวจวัดไข้ก่อนลงเรือและขึ้นเรือ เนื่องจากยังมีท่าเรือบางแห่งที่ยังขาด จุดวัดไข้ ก่อนที่จะลงเรือ และขึ้นเรือ ดังนั้น จึงได้จัดชุดกำลังออกอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 ที่ท่าเรือท่องเที่ยวปากบาราแห่งนี้ มียอดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทุกวัน และคาดว่า จะ มากไปจนถึง วันที่ 15 เมษายน นี้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอความร่วมมือ ไปยัง เจ้าของบริษัททัวร์ ให้ แจ้งไกด์นำเที่ยว ให้กำชับลูกค้า ให้ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเคร่งครัด


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

เชียงราย - พบผู้ป่วยรวม 37 ราย ผู้ว่าฯเผยยังไม่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ เตรียมแผนรองรับ มั่นใจเอาอยู่

ผู้ว่าฯเผยยังไม่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ เตรียมแผนรองรับมั่นใจเอาอยู่ พบผู้ติดเชื้อในจังหวัด 37 ราย โดยมาจากที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ยังไม่พบญาติหรือผู้ใกล้ชิดติดเชื้อ เชื่อเอาอยู่ เตรียมพร้อมสถานที่รองรับหากแพร่ระบาดจำนวนมาก ชี้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าผู้ป่วยโควิดขอให้ระวังช่วงสงกรานต์ ให้ด่านตรวจแนะนำการป้องกันโควิด -19 และเช้มเมาไม่ขับ

วันที่ 11เมษายน 64 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และมอบน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานตามจุดตรวจและจุดบริการประชาชน ซึ่งตั้งขึ้นตามมาตรการป้องกันอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ โดยส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการตรวจสอบสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัส โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

นายประจญ ปรัชญ์สกุล  กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายพบผู้ติดเชื้อโควิด -19 แล้วจำนวน  37 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นการติดเชื้อมาจากจากสถานบันเทิงที่กรุงเทพ และเชียงใหม่ ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูงซึ่งเป็นญาติพี่น้องของผู้ติดเชื้อซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่พบว่าติดเชื้อ นั่นก็หมายถึงว่ายังไม่มีการระบาดในพื้นที่ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจให้คำแนะนำเรื่องของการระมัดระวังป้องกันโควิด 19 กับผู้สัญจรให้ปฏิบัติตนตามมาตรการที่สาธารณสุขให้คำแนะนำไว้

"การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลแต่ละปีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อโควิดพบว่ามีน้อยมาก โดยเฉพาะการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาล ซึ่งจังหวัดเชียงรายเสียชีวิตแล้ว 1 ราย  อย่างไรก็ตามในการเตรียมความพร้อมเรื่องของการสถานที่ให้การรักษาหรือโรงพยาบาลสนาม จังหวัดเชียงรายได้จัดเตรียมเตียง ห้องพัก ที่จะใช้รักษาผู้ป่วยโควิดเอาไว้ นอกจากโรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว ยังมีโรงพยาบาลชุชน โรงพยาบาลเอกชน และที่สำคัญมีที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งมั่นใจว่าสามารถรองรับผู้ป่วยที่จะตรวจพบได้อย่างต่ำ 400 ราย และถ้าพบมากกว่านั้นก็ยังมีสถานที่ซึ่งสามารถเปิดเป็นโรงพยาบาลสนามได้อย่างเพียงพอ


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์ เชียงราย

ศรีสะเกษ - ผู้ว่าฯศรีสะเกษ สั่งคุมเข้มมาตรการโควิดในงานประเพณีบุญบั้งไฟ 12 เม.ย.-11 พ.ค.นี้ ย้ำเว้นระยะห่าง-ปลอดเหล้า-ปลอดการพนันเด็ดขาด ฝ่าฝืนอาจมีโทษปรับ 4 หมื่น คุก 2 ปี

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ ได้ลงนามในประกาศคำสั่งจังหวัดศรีสะเกษ ที่ 1559/2564 ลงวันที่ 8 เม.ย. 64 เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2564 เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ โดยจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 12 เม.ย. ถึงวันที่ 11 พ.ค. 64 นี้

โดยเนื้อหาสาระสำคัญระบุว่า การจัดงานประเพณีดังกล่าว ห้ามมิให้มี การเล่นการพนัน ทุกประเกท รวมถึงให้งดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในบริเวณจัดกิจกรรม งดกิจกรรมโยนโคลน และกิจกรรมอื่น ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค ระมัดระวังการรวมกลุ่มดื่มสุรา การรวมกลุ่มเซิ้งขอสรา หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ในบริเวณงาน หรือสถานที่จัดงาน   โดยเน้นย้ำดำเนินการตามมาตรการ การป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ในการเว้นระยะห่างระหว่างกัน สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนเข้าพื้นที่ และใช้แอปพลิเคชันไทยชนะหรือหมอชนะ นอกจากนี้ผู้จัดงานหรือคณะกรรมการหมู่บ้าน ต้องเสนอมาตรการในการป้องกันโรคฯและยื่นต่อนายอำเภอท้องที่ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน

ซึ่งมาตรการดังกล่าวต้องประกอบด้วย แผนผังการจัดงาน จำนวนผู้ข้าร่วมงาน โดยให้พิจารณาผู้ข้าร่วมงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่แออัด การจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย การจัดมาตรการ ควบคุมโรค ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษกำหนด  ส่วนกรณีมีผลกระทบต่อพื้นที่ หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านและได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และรายงานพร้อมความเห็นให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ พิจารณา โดยให้นายอำเภอ หรือผู้แทน พร้อมผู้ขออนุญาตจัดงาน เข้าร่วมชี้แจงในการประชุมพิจารณา ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ 

ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้จัดงาน เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้เข้าร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนมาตรการที่กำหนด ต้องได้รับโทษ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และฐานความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย


ข่าว/ภาพ  บุญทัน  ธุศรีวรรณ  ศรีสะเกษ

ยะลา - นักท่องเที่ยววันหยุดยาว แห่ลงใต้ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงที่อำเภอเบตงจังหวัดยะลาท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด-19

นักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวลงใต้แห่ชมทะเลหมอก "อัยเยอร์เวง ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลาหนีความเสี่ยงและความแออัดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 จากกรุงเทพฯ ลงใต้สุดแดนสยามท่องเที่ยวทางธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางมาตรการป้องกันโควิด-19

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2564  ที่จุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งช่วงเช้ามืดในพื้นที่อำเภอ เบตง จังหวัดยะลา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทุกสารทิศต่างบอกไม่ผิดหวัง พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางลงใต้ที่หนีความแออัดและสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 เพราะในเวลานี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯช่วงวันหยุดยาวมีโอกาสหนีความแออัดและความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19ลงใต้ท่องเที่ยวให้ใจเบิกบานผ่อนคลายกับความเครียดไม่ว่าเศรษฐกิจ หรือการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในรอบ 3 นี้ ลงมาทางภาคใต้ ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ที่อำเภอเบตง ที่มีความสวยไม่แพ้ที่ใดในเมืองไทยและชมหมอกได้ตลอดปี

โดยในวันนี้มีนักท่องเที่ยวที่ขึ้นชมทะเลหมอกต่างบอกว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางมาชมและก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อได้รอคิวขึ้นอาคารที่มีทะเลหมอกเกิดขึ้นสวยงามและหนาแน่น  สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาบนอาคารสกายวอล์ก ต่างพากันขึ้นไปถ่ายรูปบนอาคารสกายวอล์ก ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง และไฮไลต์ สำคัญ คือ ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานมีความยาวรวม 63 เมตร ส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง ซึ่งสร้างเสน่ห์สีสัน และความตื่นเต้นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งจุดเช็กอินอีกหลายจุดที่ผู้นำชุมชนและชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีจุดที่ถ่ายภาพที่หลากหลาย โดยมีทะเลหมอก ภูเขา และแม่น้ำปัตตานีเป็นฉากหลังแตกต่างกันไป

นอกจากนี้ที่บริเวณจุดขึ้นชมทะเลหมอกดังกล่าว จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตงและเจ้าหน้าที่อ บต.อัยเยอร์เวง  เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง มว.ฉก.ตชด.ยะลา 444 เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนเดินรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวอย่าการ์ดตก พร้อมแจ้งขอความร่วมมือให้สวมใส่หน้ากากอนามัยกันทุดคน และพยายามเว้นระยะห่าง เพื่อให้เป็นไปตามาตรการป้องกันโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิดที่บริเวณทางขึ้นจุดชมวิวทะเลหมอกเดิมอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  ธานินทร์  โพธิทัพพะ / ปื๊ด เบตง

ลำปาง - เปิดแล้วงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง “ประจำปี ๒๕๖๔ รูปแบบออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 10 เมษายน 2564 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณสนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง นาย

สรุพล บุรนิทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี ๒๕๖๔” โดยมีนางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง นายกเทศมนตรีนครลำปาง ผู้อำนวย ททท. สำนักงานลำปาง ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี ๒๕๖๔” และร่วมรับชมการแสดงแสง สี เสียง ชุด “สลุงหลวง ปีใหม่เมือง นครลำปาง”

พิธีเปิดงาน “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี ๒๕๖๔” ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป และสามารถรับชมกิจกรรมในวันที่ 11 และ 12 เมษายน ซึ่งประกอบไปด้วย วันที่ 11 เมษายน การประกวดบ่าวน้อย สาวน้อยปี๋ใหม่เมืองเวียงละกอน ประจำปี 2564 วันที่ 12 เมษายน ขบวนแห่สลุงหลวง ประจำปี 2564 ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage “สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมืองนครลำปาง 2564”

โอกาสนี้ นายสรุพล บุรนิทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของทุกภาคส่วนที่จะได้นำเอาอัตลักษณ์อันโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง ก่อให้เกิดความเข้าใจในอัตลักษณ์ ตำนาน มรดก คุณค่าของวิถีวัฒนธรรมอันเป็นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง อีกทั้งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ได้นำเอาทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มาพัฒนาและขับเคลื่อนเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดลำปาง หลังจากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid – 19) ผ่อนคลาย และเข้าสู่ภาวะปกติ ต่อไป

ในปีนี้ จังหวัดลำปางจัดงานภายใต้แนวความคิด “สุขก๋าย เย็นใจ๋ ปลอดภัยไร้  โควิด-19” เพื่อสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองของชาวลำปาง โดยดำเนินการตาม มาตรการควบคุมโรคระบาดตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัดตลอดการจัดงาน และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานปฎิบัติตามมาตรการ D – M – H – T – T คือ มีการเว้นระยะห่าง หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่น สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ หมั่นล้างมือบ่อย ๆ คัดกรองและตรวจวัดอุณหภูมิ  ติดตั้งแอปพลิเคชั่นไทยชนะ


ภาพ/ข่าว  วิภาดา รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top