Friday, 4 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

สุโขทัย - เปิดนิทรรศการภาพถ่าย “การท่องเที่ยววิถีใหม่ สุขใจ ณ สุโขทัย”

วันนี้ (15 กันยายน 2564) เวลา 09.00 น. ที่ศาลาเอนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย “การท่องเที่ยววิถีใหม่ สุขใจ ณ สุโขทัย” โดยสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย จัดโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ภายใต้หัวข้อ “การ ท่องเที่ยววิถีใหม่ สุขใจ ณ สุโขทัย” เพื่อกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยว ทําให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ และกลับเข้ามาเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) มีแนวโน้มดีขึ้น นําไปสู่การเพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัยต่อไป

โครงการประกวดภาพถ่ายฯ ในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทภาพดิจิทัล มีผู้ส่งเข้าประกวดจำนวน 82 ภาพ และประเภทภาพสมาร์ทโฟน มีผู้ส่งเข้าประกวด 35 ภาพ รวม 117 ภาพ ซึ่งเป็นภาพที่เล่าเรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย ภาพทั้งหมดสามารถนําไปใช้ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อก่อให้เกิดความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และเพื่อนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกลิ่นอายความเป็นสุโขทัย อีกทั้งยังก่อให้เกิดจินตนาการในการ ท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ๆ ด้วย

ภายใต้แผนปฏิบัติการ สยบไพรี 64/18 “ปิดฉากนักค้าภาคเหนือตอนล่าง” มุ่งเน้นการสกัดกั้นลำเลียงยาเสพติดไปประเทศที่ 3 โดยผ่านระบบคมนาคมโลจิสติกส์ - บริษัทขนส่งพัสดุทั้งในและต่างประเทศ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการขับเคลื่อนตามนโยบายดังกล่าว เพื่อร่วมกันทุกฝ่ายในการปราบปราม สืบสวน จับกุม แก้ไขปัญหายาเสพติด ตามยุทธศาสตร์ชาติ

วันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.(1),พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส.(4),พล.ต.ต.พยูห์ ธนศรีสืบวงศ์ รอง ผบช.ภ.6,พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ ผบก.อก.บช.ปส.,พล.ต.ต.รพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์, นายสราวุธ ภักดี ผอ.ป.ป.ส.ภาค 6, นายรณกร เผ่าวิจารณ์ นายอำเภอพยุหะคีรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ณ ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี อ.พยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้แผนปฏิบัติการ สยบไพรี 64/18 “ปิดฉากนักค้าภาคเหนือตอนล่าง” มุ่งเน้นการสกัดกั้นลำเลียงยาเสพติดไปประเทศที่ 3 โดยผ่านระบบคมนาคมโลจิสติกส์และบริษัทขนส่งพัสดุทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนทำลายเครือข่ายกลุ่มนักค้ายาเสพติดระหว่างประเทศจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตอนบนลักลอบลำเลียงมาพักคอยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเพื่อกระจายเข้าไปในพื้นที่ตอนในของประเทศ

โดยเข้าปฏิบัติการ 125 จุด ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 78 ราย และตรวจยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ รายละเอียดดังนี้ เงินสดจำนวน 62,000 บาท ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท  รถยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 11 ล้านบาท รถแทร็คเตอร์ 1 คัน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง มูลค่าประมาณ 54,900 บาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร 8 รายการ มูลค่าประมาณ 90,000 บาท รวมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท โดยเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคล ในเครือข่ายและยึดทรัพย์สินตามพ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

ผู้ปกครองเด็กพิเศษ LD ร่วมลงพื้นที่ให้คำแนะนำ "Universal Design" อาจารย์ ครู และบุคลากร โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล ต.ทับตีเหล็ก อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณีบุรี "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" ผู้ปกครองเด็กพิเศษ LD และ ตำแหน่ง นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย พร้อมด้วย "นายชัยพร ภูผารัตน์" ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย มีโอกาสได้เข้าเยี่ยม คณะผู้บริหาร "โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล" โดย "นางสรวีย์ ดอกกุหลาบ" ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ มาให้การต้อนรับ ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ และ ผู้สูงอายุ / ผู้ที่อาจมีอาการบาดเจ็บ เจ็บป่วยจำเป็นต้องใช้รถวีลแชร์ / สตรีมีครรภ์ และ "Universal Design" การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เป็นการรองรับการใช้งานที่สอดคล้อง กับการให้บริการ กับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ที่เข้ามาใช้บริการภายใน "โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล" แห่งนี้ มีความสะดวกยิ่งขึ้น

ในการนี้ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" ผู้ปกครองเด็กพิเศษ "LD" ได้ขอคำชี้แนะการดูแลบุตร หลาน ในฐานะผู้ปกครองเด็กพิเศษ เพื่อนำความรู้ ความเข้าใจ ถึงวิธีการดูแล การส่งเสริมและพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตของน้อง ๆ เด็กพิเศษ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของผู้ปกครองและน้อง ๆ เด็กพิเศษ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ต่อไป

กองบังคับการตรวจ จับกุม 2 คดี! “แก๊งชาวมาเลเซียหลบหนีเข้าเมือง ย่องทำบ่อนคาสิโนออนไลน์ประเทศเพื่อนบ้าน” - “รวบหนุ่มไทยขบวนการขนแรงงานคาบ้านจุดพักคอย แอบซุกแรงงานผิดกฎหมาย”

ตามนโยบายของ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ                 

   

สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง ผกก.ตม.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์  ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ จำนวน 2 คดีดังนี้

1.“จับกุมแก๊งชาวมาเลเซียหลบหนีเข้าเมือง ย่องทำบ่อนคาสิโนออนไลน์ประเทศเพื่อนบ้าน” - ตม.จว.จันทบุรี

กล่าวคือ ตม.จว.จันทบุรี ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ออกตรวจตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ และพื้นที่เสี่ยงต่อการหลบหนีเข้าเมือง เพื่อป้องกันปรามปราบขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ร่วมกันจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติมาเลเซีย จำนวน3ราย คือ 1.นายลิม(ขอสงวนสกุล) อายุ33ปี กล่าวหาว่า“เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ซึ่งอยู่เกินอนุญาตเป็นเวลา 536 วัน 2.นายอึง(ขอสงวนสกุล) อายุ 17 ปี และ3.นางเจ๊าะ(ขอสงวนสกุล) อายุ39ปี กล่าวหาว่า“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เหตุเกิดบริเวณหลังโกดังรับซื้อผลไม้ใกล้คลองกั้นระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ม.4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

โดยได้ทำการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ทราบว่า ได้เดินทางจากกรุงเทพฯมายังจังหวัดจันทบุรีในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อที่จะลักลอบหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไปทำงานในบ่อนพนันคาสิโนออนไลน์ โดยได้เสียค่าใช้จ่ายคนละ 10,000 บาท เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้มีกลุ่มขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีพฤติการณ์การกระทำความผิดเช่นเดียวกันนี้อยู่เป็นจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าวมีพยานหลักฐานที่จะต้องดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการต่อไป

2.“รวบหนุ่มไทยขบวนการขนแรงงานคาบ้านจุดพักคอย แอบซุกแรงงานผิดกฎหมาย” - ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์

ก่อนเกิดเหตุ ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการสืบสวนขยายผลจากการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายครั้งที่ผ่านพบว่า ประจวบคีรีขันธ์เป็นทางผ่านมุ่งหน้าไปทำงานปลายทางหลายที่ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือทางใต้เช่นจังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะมาพักคอยเปลี่ยนรถที่ละแวกอำเภอปราณบุรี ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนลงไปจนพบลักษณะบ้านที่ต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุในครั้งนี้ และต่อมาได้สืบทราบว่ามีแรงงานที่ลักลอบเข้ามามาพักคอยที่บริเวณดังกล่าว จึงได้วางแผนจับกุมโดยวางกำลังซุ่มดู ซึ่งซุ่มดูอยู่ระยะหนึ่งจนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น.ในวันเดียวกันก็พบว่ามีคนหลายคนทั้งหญิงชายอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวภาษาพูดคุยไม่ใช่ภาษาไทย จึงแน่ใจว่าเป็นคนต่างด้าวและได้เข้าไปตรวจสอบพบ นายศักดิ์ชัย(ขอสงวนสกุล) อายุ 54 ปี เป็นเจ้าบ้านและมีคนสัญชาติกัมพูชา จำนวน  5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน และมีคนสัญชาติเมียนมา เป็นเพศหญิงอีก 1 คน ตรวจสอบกับระบบ Biometrics ไม่พบในฐานข้อมูลสอบถามรับว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาจริงและพักคอยอยู่หลายวันแล้ว จึงได้จับกุมทั้งหมดนำดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหานายศักดิ์ชัยฯ ว่า “ช่วยเหลือ หรือ ซ่อนเร้นด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหรือพ้นจากการจับกุม” และแจ้งข้อกล่าวหา บุคคลต่างด้าวจำนวน 6 คนว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากการสอบถามข้อมูลคนต่างด้าวพบว่าหลบหนีเข้ามา ระหว่างนี้พักคอยเพื่อรอติดต่อหางานทำเมื่อได้งานจะมีรถเข้ามารับที่บ้านที่เกิดเหตุเพื่อเดินทางต่อไป ปลายทางต้องการไปหางานทำที่จังหวัดภูเก็ตเสียค่าใช้จ่ายคนละประมาณ 18,000 บาท โดยนายศักดิ์ชัยฯ เจ้าของบ้านให้การรับสารภาพว่ารับคนมาจากเพื่อนที่รู้จักกัน ให้มานอน พักคอยระหว่างคนต่างด้าวหางานโดยรับค่าจ้างเหมา 1,500 บาทต่อคน ซึ่งจากพยานหลักฐานที่พบจะมีการสืบสวนขยายผลดำเนินไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ  รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178  หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สตม. รวบสาวใหญ่ อ้าง! ซี้นักการเมือง หลอกตุ๋นต่างด้าว สามารถให้สัญชาติไทยได้ สูญเงินหลายแสนบาท!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุม

น.ส.ชลิดาฯ อายุ 32 ปี ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”

ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงคนต่างด้าวที่ทำงานในบริษัทเดียวกัน ว่าสามารถขอสัญชาติไทยให้ได้ เพราะรู้จักกับนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ชลบุรี โดยมีการสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นนักการเมืองท้องถิ่นและส่งให้ผู้เสียหายติดต่อ ซึ่งมีการเรียกรับเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่อคน รายละ 60,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินให้ น.ส.ชลิดาฯ ไปแล้วนั้น ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเชื่อว่าตนถูก น.ส.ชลิดาฯ หลอกลวงให้โอนเงิน เบื้องต้นพบผู้เสียหาย 3 ราย เป็นชาวกัมพูชา ความเสียหายประมาณ 200,000 บาท ซึ่งเชื่อว่ามี ยังมีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ที่ถูกหลอกให้โอนเงินในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย แต่ไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมา ชุดจับกุม สตม. ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า น.ส.ชลิดาฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และ ชุดจับกุม สตม. ได้ร่วมกันจับตัว น.ส.ชลิดาฯ ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”ตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.336/2564 โดย น.ส.ชลิดาฯ รับสารภาพว่า เป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายคนต่างด้าวหลายราย โดยการปลอมเป็นนักการเมืองท้องถิ่นรวมถึงเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากตนติดการพนันอย่างหนักและเป็นหนี้สินจึงคิดหาเงินด้วยวิธีดังกล่าว ซึ่งชุดจับกุม สตม. ได้นำตัว น.ส.ชลิดาฯ ส่งสถานีตำรวจภูธรแสนสุข จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th  จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

รวบคนร้าย! แฝงตัวเป็น ADMIN FACEBOOK PAGE “djpoom” หลอกเอาเงินบริจาค ขยายผลพบว่ามีการปลอม PAGE FACEBOOK ที่ LIVE สดขายสินค้า พบผู้เสียหายร่วม 100 ราย ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ระดมกวาดล้างคนต่างด้าว ที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนการขนแรงงานต่างด้าวเข้า – ออกพื้นที่จังหวัดที่มีคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค  โควิด-19 และรวมถึงการที่คนต่างชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ  นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.ภาสกร นภาโชติ รอง ผกก.กก.3.บก.ปอศ, พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.สส.บก.ตม.3

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ว่าที่ พ.ต.ต.สิทธิมณ  สร้อยภู่ระย้า สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม., ร.ต.อ.อดิศร บุญชุ่ม รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม, ร.ต.อ.ฉัตรมงคล มิ่งเชื้อ รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม,ร.ต.อ.จตุรโชค เพชรคง รอง สว.ฝอ.ภ.จว.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. และ ศปอส.ตร. ได้ร่วมกันจับกุม นายอดิศร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี  ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา “ฉ้อโกง,ลักทรัพย์และเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นซึ่งมีมาตรการในการป้องกันโดยมิชอบ”

สืบเนื่องจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าได้มีคนร้ายเข้ามาทำการแฝงตัวเป็น ADMIN PAGE “djpoom” และทำการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินที่ทาง PAGE “djpoom” ต้องการนำไปบริจาคไป และมีคนร้ายได้ปลอมเป็น PAGE ใน FACEBOOK ที่ทำการ LIVE สด ขายสินค้า จากนั้นจะทำการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายและทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และโอนต่อไปยังบัญชีที่คนร้ายต้องการจนมีผู้เสียหายหลายราย  

ต่อมาทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. , ศปชก.สตม. และ ศปอส.ตร. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายในคดีนี้คือ นายอดิศรฯ จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและทำการออกหมายจับผู้ต้องหา ในข้อหา  “ฉ้อโกง,ลักทรัพย์และเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นซึ่งมีมาตรการในการป้องกันโดยมิชอบ” ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายอดิศรฯ ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี จึงได้ทำการขอหมายค้นและเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ

โดยจากการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สามารถตรวจยึดคอมพิวเตอร์และสมุดบัญชีหลายรายการ ที่ผู้ต้องหานำมาใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการสร้าง PAGE FACEBOOK “รับซื้อบัญชีธนาคาร - บัญชี true wallet รับซื้อในราคาสูง” ต่อมาได้มีนายวิรุณฯ ได้ติดต่อเข้ามายัง PAGE  และทำการขายบัญชีธนาคารจำนวน 2 บัญชี คือบัญชีธนาคารกรุงไทยและบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมทั้งได้ขายบัญชี กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 บัญชี ในราคา 7,000 บาท ซึ่งหลังจากที่นายอดิศรฯ ได้บัญชีมาแล้วก็ได้เข้าไปแฝงตัวปลอมเป็น ADMIN  ของ PAGE  “djpoom” ที่กำลัง LIVE สด ในการหาเงินมาร่วมบริจาคช่วยในสถานการณ์ COVID – 19 และทำการส่งเลขที่บัญชีที่ซื้อมาจากนายวิรุณฯไปยังผู้เสียหาย และให้ผู้เสียหายทำการโอนเงินมาให้ อีกทั้งนายอดิศรฯ ยังมีพฤติการณ์ในการปลอม PAGE FACEBOOK ที่กำลัง LIVE สด ขายสินค้า และจากนั้นจะทักไปหาผู้เสียหายทาง MASSENGER  และจะหลอกผู้เสียหายโอนเงินมาให้โดยอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมทั้งหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลธนาคารจากผู้เสียหายและทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไป ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายร่วม 100 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งนายอดิศรฯ ยอมรับว่าได้ทำมาแล้วหลายครั้งและจากการตรวจสอบพบว่าเคยเป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกงมาก่อน

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ลงแขกอัฟกา​นิสถาน ศึกชิงผลประโยชน์จาก​ 3​ ชาติมหาอำนาจ​ อิสรภาพยังเป็นแค่ภาพลวงตา​ | Knowledge Times EP.19

????รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘KnowLedge Times’
???? ลงแขกอัฟกา​นิสถาน ศึกชิงผลประโยชน์จาก​ 3​ ชาติมหาอำนาจ​ อิสรภาพยังเป็นแค่ภาพลวงตา​

การถอนกองกำลังทหารของสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถานไปก่อนหน้านี้​ พร้อม ๆ​ กับการประกาศชัยชนะของกลุ่มตอลิบานทันทีนั้น​ อาจจะดูเหมือนโฉมใหม่ของอัฟกานิสถานในฐานะประเทศจะกลับมาอย่างชัดเจน

แต่ทันทีที่สหรัฐฯ​ ถอย!! จีนและรัสเซีย​ ก็เข้ามาเสียบเชื่อมความสัมพันธ์กับตอลิบานอย่างรวดเร็ว

กลุ่มอำนาจใหญ่ ๆ​ ในอัฟกานิสถาน​ ณ​ ตอนนี้​ จึงประกอบไปด้วย 3 ฝ่ายด้วยกัน ได้แก่ ตอลิบาน จีน​ และ​ รัสเซีย 

จากภาพภูมิทัศน์ทางรัฐศาสตร์นี้​ หลายคนคงเชื่อว่าสหรัฐ​ฯ​ หน้าแหก และยกธงขาวในเวทีผลประโยชน์ถิ่นอัฟกันฯ ที่เชื่อว่าเต็มไปด้วย​ Rare​ Earth​ สำคัญแห่งอนาคต

แต่แท้จริงแล้ว​ นี่เป็นเพียงแผนเปลี่ยนรูปแบบการรบของสหรัฐฯ จากเดิมที่สิ้นเปลืองงบไปกับกองกำลังคนและยุทโธปกรณ์ ซึ่งไม่คุ้มเสีย เปลี่ยนมาใช้ยุทธวิธีการ​ 'ก่อการร้าย'​ เพื่อ 'บ่อนเซาะทำลาย'​ อำนาจของกลุ่มตอลิบานที่ได้รับการหนุนหลังจากจีนและรัสเซียแทน

นี่คือเหตุการณ์ที่น่าติดตาม​ ซึ่งกำลังซ้ำรอยประวัติศาสตร์​ โดยเปรียบเทียบได้กับกรณีการเข้ายึดหาผลประโยชน์ในอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียตและสหรัฐฯ ช่วงยุคสงครามเย็นเมื่อปี 1970 ซึ่งครั้งนั้น​ 'ภาพ​ของโซเวียตหรือรัสเซีย'​ กำลังซ้ำรอยเดียวกันกับสหรัฐฯ​ ในปัจจุบัน

ย้อนไปในช่วงเวลานั้น​ อัฟกานิสถานได้พัฒนาประเทศไปถึงขีดสุดจากการเปิดรับโลกทุนนิยมเข้ามา​ และก็ไปเตะตาประเทศมหาอำนาจอย่าง​ โซเวียต และ​สหรัฐฯ​ 

โดยโซเวียตได้เข้ามาแทรกแซงในอัฟกานิสถาน มีการฝึกกองกำลัง รวมไปถึงเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงทำให้มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย

ส่งผลให้เกิดสงครามในอัฟกานิสถาน​ และส่งผลให้โซเวียตตัดสินใจส่งกองกำลังเข้ามายึดกรุงคาบูล แต่ในที่สุดโลกเสรี​ หรือจะเรียกว่าสหรัฐฯ​ ก็ได้นั้น​ ก็ตอบโต้โซเวียตด้วยการสร้างขบวนการกลุ่มนักรบมูจาฮีดีน ที่มีความชำนาญในพื้นที่และเร้นกายตามหุบเขา ทำให้อาวุธของสหภาพโซเวียต ด้อยประสิทธิภาพไปในทันที

อีกทั้ง​ กลุ่มมูจาฮีดีน​ ซึ่งได้รับเครื่องยิงเฮลิคอปเตอร์มา ก็ตอบโต้สหภาพโซเวียตได้เจ็บแสบ​ ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์เสียหายไปหลายลำจนสุดท้ายต้องถอยทัพไปในที่สุด

ผลของสงครามครั้งนั้น​ ที่มี​ สหภาพโซเวียต -​ สหรัฐฯ และกลุ่มมูจาฮีดีน ทำให้สหภาพโซเวียตสิ้นเปลืองงบประมาณมากมายมหาศาล เป็นสาเหตุหลักหนึ่งที่ทำให้สหภาพโซเวียตประสบปัญหาในทางเศรษฐกิจและในที่สุดก็ต้องประกาศนโยบาย Perestroika นำไปสู่การปฏิรูปและล่มสลายลงในสมัย มิคาเอล​ กอร์บาชอฟ​ และ​ บอริส เยลต์ซิน เป็นต้นมา

ดังนั้นยุทธภูมิของอัฟกานิสถานในตอนนี้​ เป็นรอยซ้ำที่เปลี่ยนสถานะกันเท่านั้น​ หรือก็คือสหรัฐฯ​ ก็เดินซ้ำรอยของโซเวียตในอดีต

แต่สิ่งที่น่าจับตา คือ​ มหาอำนาจขั้วใหม่อย่างจีน​ ที่อัฟกานิสถานหันไปจับมือด้วย​ เดินเกมในแบบสร้างประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ​ร่วมกัน

อัฟกาฯ​ มีแร่สำคัญ​ ส่วนจีนก็มีเส้นทางสำคัญของโครงการ Belt and Road Rout ที่​ 4 ซึ่งต้องผ่านอิหร่านและผ่านมาทางอัฟกานิสถานเท่านั้น

ฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า​ สถานการณ์ในอัฟกานิสถานสวยงาม​ อิสรภาพและเสรีภาพจะหวนคืน​ เพราะนาทีนี้​ 3​ ขั้วมหาอำนาจ​ มีแผนเดินเกมใช้เวทีอัฟกาฯ​ เป็นสมรภูมิรบเพื่อประโยชน์บางประการชัดเกินชัด

แค่พลิกบทบาท!! แต่ยังแย่งชิงอำนาจกันจนกว่าจะกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ครอบครองอัฟกานิสถานได้แบบเบ็ดเสร็จที่สุด...

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า สนับสนุนบุคคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ

วันนี้ (15 ก.ย.64) ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้แก่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา และหน่วยกู้ภัยบางคล้า โดยมีนายปัญญา หลำประเสริฐ นายกสมาคมสงเคราะห์การกุศลหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนรับมอบ ประกอบด้วย ชุดกาวน์ CPE จำนวน 300 ชุด / หมวกตัวหนอน จำนวน 300 ชิ้น / Face Shield จำนวน 300 ชิ้น / แอลกอฮอล์ ขนาด 5 ลิตร จำนวน 10 แกลลอน / ถุงครอบรองเท้า จำนวน 300 คู่ / แมส KN 95 จำนวน 180 แพ็ค รวมมูลค่ากว่า30,000 บาท

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กระจายแพร่ไปวงกว้างและรุนแรง  หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า เป็นองค์กรที่เป็นจิตอาสา อาสาสมัคร ผู้เสียสละ ทุ่มเท และมุ่งมั่น เพื่อช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาล และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ไปบำเพ็ญกุศล แต่ยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก  วันนี้ ทางกอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้รวบรวบอุปกรณ์ทางการแพทย์ป้องกัน โควิด-19 สิ่งที่หน่วยกู้ภัยฯ บุคคลากรด่านหน้าที่ต้องการนำมามอบให้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและปฏิบัติหน้าที่ให้มีความปลอดภัย

วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร-แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี จัดโครงการอาชีวศึกษาเพื่อ "คนพิการ" และพัฒนาทักษะวิชาชีพ

วันที่ 15 กันยายน 2564 ณ.วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี "นายไพบูลย์ คำภาพักตร์ " ผู้อำนวยการฯ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมประสานงานกิจการนักศึกษา และกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ได้จากโครงการอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการและพัฒนาทักษะวิชาชีพสำหรับผู้เรียนคนพิการทางสติปัญญาระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2564 ได้รับเกียรติ จาก "นายวีระ ทวีสุข" ศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และสติปัญญา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะอาชีพ มีอาชีพ มีฝีมือและส่งผลการสร้างอาชีพการมีรายได้ และมีงานทำโดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น วิชาการทำขนมและอาหารว่าง / วิชากาแฟเพื่ออาชีพและวิชาตัดผมชาย

ในการนี้ "นายชัยพร ภูผารัตน์" ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติลงพื้นที่ให้กำลังใจ ครูผู้สอนวิชาชีพ และนักศึกษาคนพิการที่เข้าร่วมรับการฝึกอบรม อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยกับ "นายสนธยา รอสูงเนิน" รองผู้อำนวยการฝ่ายแผน และ "นางวัชราภรณ์ มาหนู" รองผู้อำนวยการฝ่ายยริการทรัพยากรเพื่อ ให้ความรู้ความเข้าใจการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ และ Universal Design

"นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่ง คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน ได้ให้กำลังใจกับครูผู้สอนและนักศึกษาคนพิการที่เข้ารับการฝึกอบรม อีกทั้งยังมีการพูดคุยหารือในการส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพที่สามารถทำงานได้จากที่บ้าน ภายในชุมชน ในเขตพื้นที่ที่คนพิการอยู่อาศัย จะเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง และยังมีการหารือ การส่งเสริมและเพิ่มทักษะ การพัฒนาฝีมืออาชีพด้านแรงงานต่าง ๆ ที่คนพิการอาจจะมีความถนัดและเหมาะสมกับทางกายภาพของคนพิการเพื่อเข้าสู่ระบบสังคมการมีงานทำได้ในวันข้างหน้า และใช้นี้ยังได้กล่าวขอบคุณวิทยากรสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใสสุพรรณบุรี และ นายลงไปวันเสาร์นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก ที่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรง ในการผลักดันให้คนพิการมีโอกาส การเข้าถึงอาชีพของคนพิการต่อไป

ขอนแก่น - พร้อมจัดการเลือกตั้ง อบต.140 แห่ง “อภินันท์” ย้ำชัด! ว่าที่ผู้สมัครต้องเตรียมตัวให้พร้อมตามระเบียบที่กำหนด เตือนผู้ใจบุญฉวยโอกาสโควิดมอบสิ่งของแฝงหาเสียง หากมีการร้องเรียนต้องเข้ารับการสอบสวนทันที

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 ก.ย. 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.ขอนแก่น หรือ กกต. นายอภินันท์  จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมการเลือกตั้ง อบต.ภาพรวมของ จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้มีการจัดการเลือกตั้ง และ กกต.กลางได้กำหนดแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯและ นายก อบต. โดยมีการส่งเรื่องให้กับ กกต.จังหวัดได้รับทราบแล้วนั้น ซึ่งขณะนี้ กกต.ขอนแก่น ได้มีการประสานงานไปยัง อบต. 140 แห่งที่ต้องจัดการเลือกตั้งในแผนการจัดการเลือกตั้งตามที่ กกต.กำหนด เพื่อให้ ปลัด อบต.ฯทุกแห่ง ในฐานะ ผอ.กกต.ประจำ อบต.ได้ดำเนินการตามแผนการจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะการเสนอรายชื่อ กกต.อบต.แห่งละ 3 คนให้กับ กกต.พิจารณาแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.เนื่องจากการประกาศให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาฯและ นายก.อบต.ในวันที่ 1 ต.ค.ดังนั้นนอกจากการที่ สมาชิกสภาฯและ นายก อบต.ทั้งประเทศจะต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ในวันที่ 30 ก.ย.แล้ว ขั้นตอนการดำเนินงานของ ผอ.กกต.อบต.จะต้องดำเนินการในด้านต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามแนวทางที่ กกต.ได้กำหนดไว้ในภาพรวมเช่นกัน

“การเลือกตั้ง อบต.ที่จะเกิดขึ้น ตามการประกาศของ กกต.ให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาฯและ นายก อบต.ทั้งประเทศในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งในแผนงานดังกล่าวการรับสมัครรับการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 11-15 ต.ค.และกำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย. ดังนั้นว่าที่ผู้สมัคร สมาชิกสภาฯและนายกฯ จะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานและดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ รวมทั้งระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่ กกต.กำหนดไว้ 26 ข้อ ที่ถือเป็นกฎเหล็กของการสมัครรับการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไรก็ดี การเลือกตั้ง อบต.ทั้ง 140 แห่งของ จ.ขอนแก่น ในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้งหมด 1,546 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.กำหนดเขตเลือกตั้ง คือ 1 หมู่บ้าน 1 เขต มีสมาชิก อบต.ได้ 1 คน ขณะที่ นายก อบต. คือ 1 ตำบลคือ 1 เขตเลือกตั้ง ยังคงมั่นใจว่าชาวขอนแก่นจะให้ความสนใจในการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแบวิถีใหม่นิวนอมอลกันอย่างพร้อมเพรียง”

นายอภินันท์ กล่าวต่ออีกว่า การจัดการเลือกตั้งโดยเฉพาะสถานที่สำหรับการจัดการเลือกตั้งนั้น กกต.ประจำ อบต.ทุกตำบล จะต้องปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขขอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะคูหาเลือกตั้งที่จะต้องมีการแยกคูหาเฉพาะสำหรับผู้ที่ไข้สูงหรือกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ อบต.บางแห่ง อาจจะมีการทำฉากกั้นในช่อลงคะแนนเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งในการเลือกตั้งเทศบาลฯที่ผ่านมา อบต.หลายแห่งได้มาดูงานและร่วมเป็นคณะทำงานในการจัดการเลือกตั้งแล้ว ดังนั้นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นมั่นใจว่า ทุก อบต.จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ถึงอย่างไรยังคงแจ้งเตือนว่าที่ผู้สมัครทุกคนว่าอย่าฉวยโอกาสในสถานการณ์โควิดที่กำลังเกิดขึ้นในการมอบสิ่งของ หรือกระทำการที่หมื่นเหมาต่อกฎหมาย ซึ่งแม้ว่า ตามกฎหมายคือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งแต่การกระทำการใดที่หมิ่นเหม่และขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งซึ่งว่าที่ผู้สมัครทุกคนนั้นรู้ถึงข้อกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการร้องเรียน กกต.จะต้องมีการสอบสวนทันทีโดยไม่ละเว้น และในการเลือกตั้ง ผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ อสม. สามารถลงสมัครรับการเลือกตั้งได้โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีเอกสารชี้แจงในประเด็นดังกล่าวนี้มาแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top