Friday, 4 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘คุณสมบัติ’ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงานการแข่งขันสุดยอดทักษะ สายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) โดยมีคุณวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้เกียรติกล่าวเปิดงาน ซึ่งครั้งนี้เป็นรอบคัดเลือกภาคตะวันออกนับเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันมาในรูปแบบ Fully Online ผ่านระบบ Zoom

โดยการสัมมนาช่วงเช้าได้รับการตอบรับอย่างดีจากนิสิต นักศึกษากว่า 630 คน และช่วงบ่ายที่จัดส่งอุปกรณ์ไปถึงมหาวิทยาลัย เพื่อทำการแข่งขันออนไลน์พร้อมกันกว่า 30 คน เพื่อคัดตัวแทนไปรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

Qatar Talk การทูตชั้นเซียน!! สุดยอดมือประสาน ‘ตะวันตก’ กับ ‘ชาติมุสลิม’ | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

Qatar Talk การทูตชั้นเซียน !! สุดยอดมือประสาน ‘ตะวันตก’ กับ ‘ชาติมุสลิม’

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
.

.

สืบ ตม.2 รวบ ‘หนุ่มโมร็อกโก Overstay กว่า 300 วัน’ จับกุมส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

ผู้ถูกจับกุมเป็นชาย สัญชาติโมร็อคโค อายุประมาณ 23 ปี ได้รอที่โถงผู้โดยสารเพื่อรอการเช็คอินและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศรัสเซีย โดยสายการบินกาตาร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน QR833 ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดตรวจได้เดินตรวจตราความสงบเรียบร้อย จึงได้ขอสุ่มตรวจเอกสารและหนังสือเดินทางของผู้โดยสาร และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ตรวจข้อมูลเพิ่มเติมจากระบบสารนิเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (BIOMETRIC) และ APPS พบข้อมูลการเข้ามาในราชอาณาจักรของชายสัญชาติโมร็อคโค โดยสารการบินสายมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH786 ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต จำนวน 300 วัน ตรงกับข้อมูลในหนังสือเดินทาง และชายสัญชาติโมร็อกโก ไม่มีเงินเพียงพอในการจ่ายค่าปรับ จึงได้ดำเนินการจับกุมส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

สืบสวน ตม.1 จับหนุ่มแดนโสม Overstay ‘หนีคดีแฝงตัวหลอกสาวไทย กว่า 20 ราย’ มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวผู้เสียหายชาวไทย ว่าได้ถูกชายชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง หลอกลวงเอาทรัพย์สินแล้วหลบหนีหายไป โดยคาดว่าน่าจะได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเอาทรัพย์สินในลักษณะเช่นเดียวกัน กว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ทำการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เสียหายและสืบสวนจนทราบว่า ชายคนดังกล่าวคือนายคิม อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ มีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายโดยเฉพาะหญิงชาวไทย ผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่ออนไลน์ โดยจะทำการตีสนิทจนเหยื่อตายใจและหลงเชื่อ และจะให้เหยื่อโอนเงินให้โดยผ่านบัญชีคนไทย ซึ่งทำกับเหยื่อซึ่งเป็นหญิงชาวไทยจำนวนกว่า 20 ราย นอกจากนี้

 

รวบหนุ่มตะวันออกกลาง! อดีตพ่อค้ายาเสพติดหัวหมอ แปลงโฉมตนเอง เปลี่ยนสัญชาติ - ชื่อสกุล - วันเดือนปีเกิด หวังตบตา สุดท้ายไม่รอด สืบสวน ตม.1 ตะครุบทันควัน!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

คดีนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้สืบสวนติดตามขบวนการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของกลุ่มชาวตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการจับกุมมาแล้วนับสิบราย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า มีกลุ่มชาวตะวันออกกลางที่มีประวัติถูกจับกุมดำเนินคดีและผลักดันออกนอกราชอาณาจักร พร้อมกับมีการบันทึกข้อมูลในบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) และดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศต้นทางเป็นที่เรียบร้อย มีการลักลอบกลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง โดยมีพฤติการณ์หลบซ่อนตัวอยู่ในย่านสุขุมวิทเพื่อจะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต เนื่องจากย่านดังกล่าว มีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณของกลุ่มดังกล่าว พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ มีประชุมสั่งการ ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่หาข่าวและตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับบุคคลต่างด้าวรายหนึ่งเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมถนน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองคนต่างด้าวก็แสดงท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง ผลการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าบุคคลต่างด้าวคนดังกล่าวคือนาย โมฮัมเมด ถือหนังสือเดินทางสัญชาติ อียิปต์ และจากการสอบถามพบว่าคนต่างด้าวรายนี้เดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรและพำนักอยู่ในราชอาณาจักร

โดยการอนุญาตสิ้นสุดมาเป็นเวลากว่า 1 ปี เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ กก.สส.บก.ตม.1 จนได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางของนายโมฮัมเมดว่า นายโมฮัมเมดเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุม เมื่อปี 2561 ในพฤติกรรมเป็นมาเฟียอาหรับ ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในบริเวณซอยนานาให้กับนักท่องราตรีชาวต่างชาติ

 

สืบสวน ตม.1 จับหนุ่มแดนมังกร ใช้รอยตราประทับเข้าเมืองปลอม เบื้องหลังเกี่ยวข้องขบวนการลักลอบนำเข้าชุดตรวจ ATK COVID-19 ผิดกฎหมาย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวนฯ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

สืบเนื่องจาก กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ร่วมกับ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ได้ร่วมกันทำการสืบสวนและทราบข้อมูลจากสายลับว่า มีชายชาวจีนซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำเข้าชุดตรวจ ATK COVID-19 ผิดกฎหมายจากประเทศจีนเข้ามาในประเทศไทย และอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หลบซ่อนตัวอยู่แถวบริเวณ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังสืบสวนติดตามตัวบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำเข้า ATK COVID-19 ผิดกฎหมาย จนกระทั่งพบคนต่างด้าวสัญชาติจีนลักษณะตรงตามที่สายลับได้แจ้ง ทราบชื่อภายหลังคือ นายไห่หนิง อายุ 31 ปี สัญชาติจีน เมื่อคนต่างด้าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็แสดงอาการตระหนกตกใจและรีบจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำการขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง และทำการตรวจสอบสิ่งของในรถยนต์คันดังกล่าว กลับไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่เมื่อนายไห่หนิง นำหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเพื่อให้ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูโดยละเอียดก็พบว่าในหน้า 24 ของหนังสือเดินทางดังกล่าว พบพิรุธของรอยตราประทับการเข้าเมืองและประเภทวีซ่าหลายประการ เช่น เดินทางเข้าในราชอาณาจักร

โดยได้รับวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและขออนุญาตอยู่ต่อ แต่กลับพบรอยตราประทับขาเข้าอีกครั้ง โดยที่ไม่พบรอยตราประทับการออกนอกราชอาณาจักร ปรากฏในหน้าหนังสือเดินทางของนายไห่หนิงแต่ประการใด อีกทั้งในรอยตราประทับดังกล่าวยังพบอีกว่าประเภทวีซ่าที่ระบุในตราประทับขาเข้าเป็น “STN” ซึ่งไม่มีในสารบบประเภทวีซ่าของประเทศไทย และสิ่งผิดปกติอื่น ๆ อีกหลายประการ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายไห่หนิง มาตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกด้วยระบบ BIOMETRICS ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง

ปรากฏว่าพบข้อมูลเพียงว่านายไห่หนิงเดินทางเข้ามาและได้ขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรจนวันอนุญาตสิ้นสุด และไม่ได้ขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรอีกแต่ประการใด นอกจากนี้นายไห่หนิง ยังเกี่ยวข้องขบวนการลักลอบนำเข้า ATK COVID-19 ผิดกฎหมายอีกด้วย

 

สจ.เมืองพิจิตร อาสาเป็นมัคคุเทศก์ พาเที่ยวกราบไหว้ขอพร “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” องค์แรกในไทย!

จังหวัดพิจิตร เมืองเล็ก ๆ แต่น่ารัก มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ที่หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่า ที่ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพนับถือ “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” ประดิษฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้

นายอนุศร คำจริง สจ.เมืองพิจิตร รับอาสาเป็นมัคคุเทศก์พาไปท่องเที่ยวกราบไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งมีตำนานเล่าขานว่า เป็นเจ้าแม่ทับทิมองค์แรกที่ชาวจีนไหหนำนำมายังประเทศไทยด้วย คนจีนมีความเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือจะคอยให้ความคุ้มครองปกป้อง ให้พ้นจากภัยอันตรายและนำพาให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง  ดังนั้นไม่ว่าจะย้ายหรืออพยพไปอยู่แห่งหนใดก็จะมีการอัญเชิญสิ่งที่ตนเคารพนับถือติดตัวไปด้วย เราจึงมักเห็นศาลเจ้าพ่อหรือ เจ้าแม่ อยู่ในทุกที่ที่มีคนไทยเชื้อสายจีนพำนักอยู่  ศาลเจ้าแม่ทับทิม ( ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง ) ที่ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร

โดย นายทนงค์ คำเผื่อน นายก ทต.ท่าฬ่อ , นางลัดดา คล้ายชาวนา เลขา นายก ทต. ท่าฬ่อ , นายสิทธิพงษ์ แสงสมัย กำนันตำบลท่าฬ่อ ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาว่า...เจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแห่งนี้ ได้ถูกอัญเชิญมาพร้อมกับเจ้าพ่อกวนอู  มาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในราว พ.ศ.2410 หรือประมาณ 154 ปี ที่ผ่านมา โดยชาวจีนซึ่งมีอาชีพเป็นเจ้าของอู่ต่อเรือในบ้านท่าฬ่อ เป็นผู้อัญเชิญมาจากประเทศจีน หลังจากที่ได้อัญเชิญมาถึงที่ตำบลท่าฬ่อเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้มีการปลูกสร้างศาลขนาดใหญ่ถวายแด่องค์เจ้าแม่ทับทิมและเจ้าพ่อกวนอูให้เป็นที่สักการะบูชาของชาวบ้านและมีผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาทั้งใกล้ไกลมากราบไหว้ขอพรบนบานศาลกล่าวแล้วสมหวังกันมากมาย

นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันและจากประวัติความเป็นมาของ องค์เจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ อาจจะนับได้ว่าเป็นองค์เจ้าแม่ทับทิมองค์แรกที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย

นอกจากนี้ภายในศาลเจ้าแม่แห่งนี้ ยังมีถาวรวัตถุอันล้ำค่าอีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือเกี้ยว ที่ใช้เป็นที่ประทับขององค์เจ้าแม่ ซึ่งได้นำมาจากประเทศจีน ตัวเกี้ยวทำมาจากไม้แกะสลักทั้งหลังเป็นลายดอกไม้และสัตว์ต่าง ๆ ตามแบบศิลปะของจีน และศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อ-เจ้าแม่  ปึงเถ่ากงม่า และภายในยังพบโป๊ยป้อ วัตถุกายสิทธิ์  ซึ่งเป็นอาวุธประจำเซียนทั้ง 8 จำนวน 2 ชุด (16 อัน) ระฆังโบราณ ที่ถูกจารึกเป็นภาษาจีนและสิ่งหนึ่งซึ่งเรียกความสนใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมสักการะนั่นคือ โต๊ะรูปทรงโบราณที่ถูกสร้างคล้ายกับบังลังก์ของเปาบุ้นจิ้นที่ใช้ในการนั่งตัดสินคดีความต่าง ๆ

 

เพิ่มศักยภาพกลุ่มนาแปลงใหญ่-เพชรบุรี ด้วย ‘เครื่องจักรกลการเกษตร’ (Machinerisation policy)

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรและวัสดุอุปกรณ์ต่อพ่วง แก่กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวหมู่ที่ 1,2,3 ตำบลห้วยข้อง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด พร้อมด้วย นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ โดยมีนายชาญณรงค์ พวงสั้น เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ สำหรับการส่งมอบเครื่องจักร มีดังนี้

1. รถฟาร์มแทรกเตอร์ ขนาด 50 แรงม้า จำนวน 2 คัน พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ ใบมีด, จอบหมุน, ผาน, ขลุบหมุน ล้อเหล็ก, เวทถ่วงล้อ พร้อมทะเบียน พรบ. จำนวน 2 ชุด

2. รถบรรทุกดีเซล ขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาด 15.5 แรงม้า จำนวน 1 คัน

3. เครื่องอัดฟาง พร้อมเชือกอัดฟาง จำนวน 1 เครื่อง

4. โดรนเพื่อการเกษตร ขนาดบรรจุ 15 ลิตร จำนวน 1 เครื่อง ในวันที่ 20 กันยายน 2564 ณ หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยข้อง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็ง บริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงตลาด รวมทั้งสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

ชุมชนดุสิตป่วยติดเตียง – ติดเชื้อโควิดรอบใหม่! ‘พันธมิตรจิตอาสาห่วงใย’ ลุยมอบอาหารปันสุข เติมอิ่ม บรรเทาทุกข์

เกาะติดภาระกิจ ครัวปันอิ่ม วันที่  20 กันยายน 2564  ที่ชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 เขตดุสิต นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนพันธมิตรจิตอาสา ประกอบด้วย มูลนิธิสหชาติ สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 12 (สสสส.)

ร่วมส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน และหน้ากากอนามัย แก่ชาวชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 โดยมี นางประดับศรี ดาราสิชฌน์ ประธานชุมชน พร้อมคณะกรรมการ และอสส.จ.ส.ท. ร่วมกันรับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่ป่วยติดเตียง หรือกักตัวรักษาการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในบ้าน และส่วนหนึ่งนำส่งมอบให้ชาวบ้าน ที่ออกมารับข้าวด้วยตนเองได้นำไปรับประทาน

สำหรับชุมชนวัดประชาระบือธรรม 3 มีผู้อาศัยอยู่ 138  ครัวเรือน จำนวนประชากรมากกว่า 600  คน มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด และทำการรักษาหายแล้ว จำนวน 39 คน และหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย พบมีผู้ติดเชื้อใหม่ เพิ่มอีก 4 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการรักษาตามระบบสาธารณสุข  นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง 10 คน ผู้สูงอายุประมาณ 100 คน  อาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นลูกจ้าง เป็นผู้ยากไร้

เพชรบุรี - ทำเก๋!! ชวนประชาชนไดร์ฟทรู ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้บนรถ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระจอมเกล้า

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายแพทย์เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเปิดจุดบริการประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้บนรถ (Drive Thru Vaccine COVID-19) ที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระจอมเกล้า เพชรบุรี

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่าอยากให้ชาวเพชรบุรีทั้งหมดได้รับวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ทุกคน ซึ่งจากการติดตามผลการฉีดวัคซีน มีความห่วงใยคนที่มีความเคลื่อนไหวลำบาก เดินทางมาลำบาก ไม่สามารถที่จะเข้าถึงบริการได้ จึงร่วมแรงร่วมใจกันเปิดไดร์ฟทรู เพื่อกลุ่มคนที่พอเคลื่อนไหวได้แต่ญาติพี่น้องลำบากที่จะพามา การฉีดบนรถ หรือไดร์ฟทรู วันอาทิตย์ วันหยุด จะช่วยให้ฉีดได้สะดวกไม่ต้องลงจากรถและยังมีความสำคัญเนื่องจากว่าวันธรรมดา ญาติ ลูกหลาน ไม่สามารถพามาได้ ทั้งนี้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทั้งหมด มีความรู้สึกยินดีที่จะให้บริการ แม้เป็นวันหยุดก็ไม่ยอมหยุดมาช่วยกันทำงานตรงนี้ เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องของชาวเพชรบุรีทุกคน

นายสันทัด รัตนะนิรุตติ ชาวเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้ขับรถพามารดามารับวัคซีน ที่ผ่านมามารดาตนมีความกลัวมากเรื่องวัคซีน แม้ว่าลูก ๆ ทุกคนที่ฉีดวัคซีนแล้วพยายามบอกแม่ให้ไปแต่ก็ไม่ยอมฉีด จนได้ข่าวว่าโรงพยาบาลพระจอมเกล้ามีบริการแบบไดร์ฟทรู คิดว่าเป็นวิธีที่ดี ลองคุยกับแม่ดูจนยอมตกลง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพบวิธีนี้มาก่อน พอมาเห็นเป็นการบริการได้ดีมากทำให้แม่ลดความกลัว และก็จะพาแม่มาฉีดเข็มที่ 2 อีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top