Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนการแชร์ภาพหรือคลิปที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์

พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี การโพสต์ การแชร์ ภาพหรือคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่น กรณีเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เด็กหญิงผู้เสียหายได้ถูกกลุ่มรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกายและถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ก่อนจะนำไปเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว และกรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.64 ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชายวัย 32 ปี ได้ทะเลาะกับภรรยาและเกิดความน้อยใจ ก่อนจะฆ่าตัวตายโดยได้ถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย

ขอเรียนถึงประเด็นของการนำคลิปหรือภาพถ่าย ที่เป็นลักษณะการทำเรื่องที่ไม่ดี  ไม่เหมาะสม กลั่นแกล้ง ส่งต่อข้อความแสดงการเกลียดชัง  คุกคามทางเพศ ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจ ของผู้ถูกกระทำและผู้ที่พบเห็น ซึ่งขณะนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เล็งเห็นความสำคัญและรณรงค์เรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่นโครงการล่าสุดที่ทาง สสส. ได้จัดแคมเปญ #UnknownTogether ที่มุ่งเป้าหมายไปที่การลดการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้สื่อเกิดความเท่าทัน มีสติ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น พร้อมฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง

ในทางกฎหมายหากคลิปวิดีโอหรือภาพที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่แชร์หรือส่งต่อก็อาจจะมีความผิดในลักษณะของการเป็นผู้สนับสนุนซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิดนั้น ๆ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญและกำชับทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการกระทำความผิดในลักษณะไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ให้ทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกภาคส่วน หยุดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนในเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ การโพสต์ แชร์ หรือการแสดงความคิดเห็น ควรทำในทางที่สร้างสรรค์ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือไปกระทบผู้อื่นและสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉาะที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ

ขอฝากเตือนเพิ่มเติมถึงทุกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าว อย่าเข้าไปดู แสดงความคิดเห็น หรือส่งต่อ เพราะยิ่งมีส่งต่อเรื่องราวดังกล่าวก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำผู้เสียหายและส่งเสริมการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่ต่อไป และหากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมการทหารช่าง กักตัว ครูฝึก-นร.นายสิบ ติดโควิด-19 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กรณีการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 ในค่ายภาณุรังษี ทางเฟซบุ๊ก กรมการทหารช่างได้ชี้แจ้ง ว่า การแพร่ระบาดเกิดขึ้นภายในหน่วยฝึกหลักสูตรนายสิบกองหนุน ที่เข้ารับการฝึกตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ถึง วันที่ 6 สิงหาคม 2564 มีระยะเวลาการฝึก 3 เดือน และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดในห้วงที่ผ่านมา หน่วยได้มีการเตรียมการตามมาตรการข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และตามแนวทางการจัดการฝึกของกองทัพบกภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งการเตรียมการหน่วยได้ดำเนินการกักตัวครูฝึกเป็นระยะเวลา 14 วันก่อนที่จะดำเนินการฝึก และในวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับการฝึกของนายสิบนักเรียน หน่วยได้ดำเนินการคัดกรองนายสิบนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยประเมินความเสี่ยงจาก ประวัติการเดินทาง ภูมิลำเนา และคัดแยกนักเรียนออกเป็นกลุ่ม เพื่อเฝ้าสังเกตอาการก่อนที่จะเริ่มดำเนินการฝึกเป็นเวลา 14 วัน 

โดยมีจำนวนนายสิบนักเรียน 147 นาย ซึ่งการดำเนินกิจกรรม เช่น การฝึกอบรม การรับประทานอาหาร การนอน และการทำกิจกรรมต่างๆ หน่วยได้แยกนายสิบนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อรักษามาตรการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค ตามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุขและกรมแพทย์ทหารบก นอกจากนี้ยังได้มีแผนรองรับ หากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในหน่วย โดยได้จัดเตรียม โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ติดเชื้อ พื้นที่กักกันตัวสำหรับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงสูง และพื้นที่กักกันตัวเพื่อสังเกตอาหารสำหรับกำลังพลกลุ่มเฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2564 หน่วยได้รับทราบจากครูฝึกซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับไปพัก ในห้วงวันหยุด ซึ่งระหว่างการพัก ได้ไปสัมผัสกับผู้ป่วย ซึ่งทราบผลว่าเป็นผู้ป่วยยืนยัน ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 หน่วยจึงได้นำตัวครูฝึกดังกล่าว เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลการตรวจพบว่าติดเชื้อ และในวันที่ 21 มิถุนายน 2564 กรมการทหารช่าง จึงแจ้งโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี เข้าดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุก ครูฝึก และนายสิบนักเรียนทั้งหมด จำนวน 161 นาย และทราบผลในคืนวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ว่ามีครูฝึกและนายสิบนักเรียนติดเชื้อ จำนวน 72 นาย หน่วยจึงได้ดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี คัดแยกครูฝึก นายสิบนักเรียนที่ติดเชื้อ และที่ไม่พบการติดเชื้อออกจากกัน โดยกลุ่มผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามกองทัพบก (โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี) และส่วนที่เหลือซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง เข้ากักตัวในพื้นที่กักตัวค่ายบุรฉัตร จำนวน 84 นาย ตามแผนการป้องกันที่หน่วยได้เตรียมการไว้

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 กระทรวงสาธารณสุข และกรมแพทย์ทหารบก ได้จัดส่งบุคคลากรทางการแพทย์ เข้าตรวจคัดกรองอาการผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมดภายในโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้ดำเนินการตรวจโลหิต และเอ็กซเรย์ปอด เพื่อประเมินอาการเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

กรมการทหารช่างจึงขอแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ การเตรียมการ มาตรการป้องกัน และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันเพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจว่าการติดเชื้อดังกล่าวจะไม่แพร่กระจายไปสู่พี่น้องประชาชนภายนอก เนื่องจากกำลังพลนายสิบนักเรียนดังกล่าวทั้งหมด อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมและมาตรการป้องกันโรคมาโดยตลอด ซึ่งมิได้มีโอกาสสัมผัสบุคคคลภายนอก และมิได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าพบในห้วงระหว่างการฝึก สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ กองทัพบกได้สั่งการให้กรมการทหารช่างและกรมแพทย์ทหารบก ประสานการรักษาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

“ประวิตร” ยันไม่แก้ ม.144,185 อุบไต๋ วางกลยุทธ์ดันพปชร. ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ชี้ เป็นเรื่องอนาคต กั๊กตอบ จับมือร่วมงานเพื่อไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคพปชร. ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144,185 ไม่แก้แน่นอน เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว และจะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรคพปชร. 

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่ หรือต่างคนต่างยื่น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แต่ละพรรคก็ยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภาฯ ซึ่งแกนนำพรรคร่วมก็ได้คุยกัน ก็พูดกันทุกเรื่องร่วมทั้งเรื่องประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามว่าพรรคพปชร.กับพรรคเพื่อไทย (พท.) มีโอการจับมือกันในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ข้างหน้า อย่าไปประมาณการณ์ เพราะเราไม่รู้อะไรเป็นอะไร เมื่อถามย้ำว่าพรรคพปชร.จะไม่ปิดประตูร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้ เป็นเรื่องอนาคต ตอบได้ว่าไม่รู้จริงๆ ยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น 

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าพรรคพปชร.จะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ก็บอกเป็นเรื่องข้างหน้าจะไปรู้ได้อย่างไร จะไปพูดได้อย่างไร วันนี้ต้องการให้พรรคเข้มแข็ง มีความคิดเป็นหนึ่งเดียวไม่แตกแยก ความคิดแตกต่างแต่อยู่ในพรรคเดียวกันก็ให้มีความคิดเหมือนๆกัน คิดไปในทางสร้างสรรค์ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ให้ประเทศเจริญก้าวหน้าเราก็ทำ ส่วนการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เราทำงานโดยใช้กก.บห.พรรค 

เมื่อถามว่าพรรคพปชร.จะไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็เห็นแล้วจะถามทำไม เมื่อถามย้ำว่าในอนาคตพรรคพปชร. จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ้ยจะไปรู้ได้อย่างไร” การณ์ข้างหน้าจะไปรู้ได้อย่างไร ยังไม่ได้เลือกตั้งเลย ยังเหลืออีกตั้ง 2 ปี และตอนนี้รัฐบาลยังอยู่ได้แน่นอน ส่วนตนจะอยู่ต่อหรือไม่ยังไม่รู้เพราะแก่แล้ว

เมื่อถามถึงการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนพรรคพปชร. เป็นอย่างไรพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีเราอาสาสมัครมา ไม่ใช่นักการเมือง 

“ผู้ช่วยฯรอย”เผยตำรวจ สภ.วัฒนานคร รวบคนร้าย ชิงทรัพย์ร้านทอง พร้อมของกลาง คาจุดสกัด

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผช.ผบ.ตร.และ รรท ผบช.ภ.2 ได้เปิดเผยว่า จากกรณี ที่ สภ.พระอินทร์ราชจว.พระนครศรีอยุธยา ได้รับรายงานเหตุ ว่าเมื่อ เวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 1 คน ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชเอเชีย ในห้างโลตัส บางปะอิน สภ.พระอินทร์ราชา จว.พระนครศรีอยุธยาได้สร้อยทองรูปพรรณน้ำหนักเส้นละ 1 บาทไปจำนวน 21 เส้น  แล้วหลบหนีไปโดยใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส  ทะเบียนกษ 6547 นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน  ติดตามแกะรอยคนร้ายทราบข้อมูลว่าหลบหนีไปทาง จว.นครนายก มุ่งหน้า ปราจีน-สระแก้ว

ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้รับการประสานจากชุดสืบสวนติดตาม ให้ช่วยสังเกตุ ยานพาหนะคนร้าย และสกัดจับตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. จึงได้สั่งการทุก สภ.ตั้งจุดตรวจจุดสกัด จนกระทั่ง เวลาประมาณ  21.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.วัฒนานคร จว.สระแก้ว ซึ่งตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าสวนสมเด็จพระนเรศวร ถ.สุวรรณศร ได้พบรถยนต์คนร้าย กำลังมุ่งหน้าไปทาง อ.อรัญประเทศขับขี่มาถึงจุดตรวจ จึงได้เรียกตรวจค้น พบนายธราเทพ จันทร์แดงอายุ 34 ปี  ขับขี่รถมาคนเดียว ผลการตรวจค้นพบ สร้อยคอทองคำจำนวน 19 เส้น ซึ่งนายธราเทพฯ ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว แต่ทองตกหล่น ระหว่างวิ่งหลบหนีไป 1 เส้น และตนได้แวะขายทองที่ร้านทองในเขตนครนายกไป1 เส้น เหลือทองตามจำนวนที่ถูกตรวจพบ

 

จึงประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. พระอินทร์ราชา ให้ทราบ และติดตามมาสมทบ ร่วมกันจับกุมตัวนายธราเทพฯ พร้อมของกลาง ขณะนี้ผู้ต้องหา และของกลาง อยุ่ที่ สภ.วัฒนานคร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการจับกุม และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จว.สระแก้ว มาตรวจเก็บ DNA ของผู้ต้องหาไว้ด้วยแล้วและเตรียมส่งมอบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา รับไปดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพื่อร่วมกันทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในชุมชนอย่างยั่งยืน ตามโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น. ณ ศาลาประชาคมบ้านชุมตาบงสอง อ.ชุมตาบง จังหวัด นครสวรรค์ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป) เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมด้วย

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.(1),พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส.(4),พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ ผบก.อก.บช.ปส. และ พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน รอง ผบก.สส.สทส.ปรก.สนง.ผบช.ปส. โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์,พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์,พ.ต.อ.เดชา ศรีชัย ผกก.สภ.ชุมตาบง,นายอรรถการณ์ จิตถวิล นายอำเภอชุมตาบง,คุณวาสนา พันธ์สุข สาธารณสุขอำเภอชุมตาบง,นายจตุพล ยะจอม ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง,นายณัฐพล ยอดตลาด นักวิชาการสาธารณสุขโรงพยาบาลชุมตาบง,นายสุนทร รอดพุ่ม ประธาน กต.ตร.สภ.ชุมตาบง,นายอวยชัย มหัฆพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชุมตาชงบง,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่เข้าร่วมให้การต้อนรับพร้อมเสนอผลการปฏิบัติงานของชุมชนบ้านชุมตาบงสอง อ.ชุมตาบง จว.นครสวรรค์

ในการนี้ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป) และ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. ได้มอบหน้ากากอนามัย พร้อมด้วยเจลแอลกอฮอล์ แก่ตัวแทนโครงการเพื่อใช้ในการแจกจ่ายให้กับคนในชุมชนสำหรับป้องกันโรคไวรัส COVID-19

โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ(ปักกลด)

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 14.30 น. ณชุมชนคลองบางสะแก หมู่ 3 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้วจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ รอง ผบก.ฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม "โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ (ปักกลด)” โดยมี พ.ต.อ.นิทัศน์ จิตตวิทยานุกูล ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว

นายสมพร ทวีพจน์

ปลัด อ.ลาดหลุมแก้ว

นายวัน แจ่มเหมือน

รอง นายก อบต. ลาดหลุมแก้ว

นางธนพร ชาวอบทม ผอ.รพ.สต.ธาตุทอง

นายณัฐวุฒิ ปานเฟื่อง ผู้ใหญ่บ้าน ม.3

จนท.ชุดชุมชนยั่งยืนฯ

ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการอย่างพร้อมเพรียงกัน พล.ต.ต.ชยุตฯ ได้กล่าวแนะนำตัวและขอบคุณ จนท.ฝ่ายปกครอง จนท.สาธารณสุขและ ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมและขอความร่วมมือในการดำเนินโครงการดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์ พร้อมกับ

     1.แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการการบูรณาการและแนวทางการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว

     2.มอบชุดป้องกันเชื้อโรค (PPE) หน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ให้แก่ จนท.ชุดชุมชนยั่งยืน และประชาชนที่มาร่วมโครงการ เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

     3.มอบเงินสดให้แก่ จนท.ชุดชุมชนยั่งยืนฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

     4.พูดคุยกับกลุ่มเสี่ยงที่เคยเป็นผู้เสพยาเสพติดซึ่งสมัครใจเข้าร่วมโครงการและให้กำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป


ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ

สืบ ตม.1 จับกุมเครือข่ายขบวนการขนแรงงานชาวกัมพูชา “แก๊งป้ายเอียง”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย  โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล,พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม 1.นายเบิร์ด (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี สัญชาติไทย  2.นายบังซอด (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติไทย 3.นายเชียงฯ อายุ 20 ปี สัญชาติกัมพูชา 4.นางใหม่ฯ อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชา 5.นายพานุฯ อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา 6.MR.SALON (นายซาลอนฯ) อายุ 29 ปี สัญชาติกัมพูชา 7.MISS.SREYROTH (นางซาไลลอทฯ) อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา

พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สีชมพู, รถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สีชมพู, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น A15s สีน้ำเงิน

โดยกล่าวหา ผู้ถูกจับกุมที่ 1 และ 2 ฐานเป็นตัวการร่วมตาม ป.อาญา ม.83 ตาม ม.64 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และ “ฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558”

ผู้ถูกจับกุมที่ 3-5 ฐานความผิดตาม ม.11, ม.18 และ ม.81 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง”, “บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรต้องยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมือง” และ “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ผู้ถูกจับกุมที่ 6-7 ฐานความผิดตาม ม.81 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

พฤติการณ์ในการจับกุม  เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากสายลับทราบว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว (แก๊งค์ป้ายเอียง) ตระเวนรับบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา บริเวณปากซอยรามคำแหง 65 เพื่อจะนำหลบหนีออกไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ โดยใช้รถตู้โดยสาร ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบรถยนต์ตู้เป้าหมาย ได้มาจอดรับแรงงานต่างด้าวและมุ่งหน้าไปยังถนนรามอินทรา เจ้าหน้าที่ฯ ได้ขับรถติดตามเพื่อดูพฤติการณ์ และเมื่อถึงบริเวณสถานที่จับกุมบริเวณถนนรามคำแหง ขาออก ตรงข้ามซอยรามคำแหง 110 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ใช้รถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ สตม. แสดงตัว ให้สัญญาณเพื่อหยุดรถคันดังกล่าว และทำการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ 

จากการตรวจสอบคนขับพบว่าคือ นายเบิร์ดฯ (นามสมมุติ) หรือผู้ถูกจับกุมที่ 1 เป็นคนขับรถตู้ และพบแรงงานต่างด้าวจำนวน 8 คน นั่งอยู่ในรถ โดยตรวจพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง จำนวน 3 คน, การอนุญาตสิ้นสุด จำนวน 2 คน มีเอกสารหนังสือเดินทางถูกต้อง 3 คน จึงได้จับกุมตัวนายเบิร์ดฯ ผู้ขับรถตู้และแจ้งข้อหาตาม ม.64 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และ “ฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558” โดยนายเบิร์ดฯรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวนายเบิร์ดฯมาที่ กก.สส.บก.ตม.1 เพื่อสืบสวนขยายผลจากการ

สอบปากคำนายเบิร์ดฯ (นามสมมุติ) ให้การว่ากลุ่มรถตู้ของพวกตนจะใช้สีสันฉูดฉาดเช่น สีชมพู, สีส้ม, สีเขียว และจะติดป้ายทะเบียนลักษณะเอียง 45 องศา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำโทรศัพท์ของนายเบิร์ดฯ ยี่ห้อ OPPO รุ่น A15s สีน้ำเงิน มาทำการตรวจสอบกับเครื่องมือตรวจพิสูจน์หลักฐานทางโทรศัพท์ (CELEBRITE) เพื่อค้นหาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการซึ่งนายเบิร์ดฯ ให้การว่า ตนได้รับการว่างจ้างจากนายบังซอดฯ (นามสมมุติ) หรือผู้ถูกจับกุมที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างตนให้ไปตระเวนรับแรงงานต่างด้าวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในราคาต่อเที่ยวครั้งละ 6,500 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่ง พงส.สน.บางชัน จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจากคำให้การและข้อมูลการเชื่อมโยงทางโทรศัพท์ เพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับ นายบังซอดฯ 

ต่อมาศาลอาญามีนบุรีได้อนุมัติออกหมายจับนายบังซอดฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้วางกำลังไว้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณบ้านของนายบังซอดฯ จนกระทั่งพบตัวนายบังซอดฯ จึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตัว โดยนายบังซอดฯ (นามสมมุติ) ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นคนจัดหาแรงงานต่างด้าวและว่าจ้างให้นายเบิร์ดฯ ตระเวนรับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาเพื่อไปส่งบริเวณช่องทางธรรมชาติเขตติดต่อ ไทย-กัมพูชา โดยตนหาลูกค้าโดยการติดต่อกับนายบอย (นามสมมุติ) ชาวกัมพูชาซึ่งตนได้รู้จักกันมาก่อนหน้า นายบอยเป็นนายหน้าคอยหาลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่น FACEBOOK ในลักษณะการ LIVE สด  และนอกจากนั้นบังซอดฯ ยังได้ให้การซัดทอดไปยัง นายใหญ่ฯ (นามสมมุติ) สัญชาติไทย ว่าเป็นอีกหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งทาง กก.สส.บก.ตม.1 อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย  ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ชุมพร – ยื่นหนังสือ ขอผ่อนคลายให้ร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่นแอลกอฮอล์ได้

วันนี้ (22 มิย. 64) เวลา 8.30 น นายกฤษฎา ถนอมรักษ์ ตัวแทนชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพรร่วมกว่า 30 ร้าน พร้อมด้วยสมาชิกได้ยื่นหนังสือขอผ่อนคลายให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ เพื่อทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรเดินหน้าต่อไปได้

ทั้งนี้ปัจจุบันเมื่อลูกค้ามานั่งแล้วสั่งอาหารกลับบ้าน หรือหากจะนั่งก็นั่งไม่นานซึ่งจนทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับผลกระทบแบกภาระค่าใช้จ่ายเช่น ค่าเช่า ,ค่าน้ำค่าไฟ ,ค่าภาษี ,ค่าจ้างค่าเยี่ยวยาพนักงาน ,ค่าดอกเบี้ยธนาคาร และค่าบำรุงรักษาต่าง ๆ

ทางด้าน นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า ได้คุยกับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชุมพร เพื่อให้ความช่วยเหลือร้านอาหารต่าง ๆ ซึ่งให้ความร่วมมือทางจังหวัดกันตลอดมา และในวันนี้ก็ได้มีการประชุมของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชุมพร ก็จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อให้ความช่วยเหลือทางชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร เพื่อให้ทางชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพรยืนอยู่ได้ เพราะเราก็คือ “ชุมพรทีม” เหมือนกัน

ที่ผ่านมาเราก็ได้รับความร่วมมือจากชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพรเป็นอย่างดี และขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกันตลอดมา จนสามารถให้เราควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ในพื้นที่ชุมพรได้ถึงวันนี้

ราชกิจจานุเบกษาผ่อนคลายมาตรการ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผ่อนคลายในพื้นที่เฝ้าระวังสูงสูด 53 จังหวัดประกอบด้วย กระบี่ ,กาญจนบุรี ,กาฬสินธุ์ ,กำแพงเพชร ,ขอนแก่น ,ชัยนาท ,ชัยภูมิ ,ชุมพร ,เชียงราย ,เชียงใหม่ ,ตราด ,ตาก ,นครนายก ,นครพนม ,นครราชสีมา ,นครสวรรค์ ,น่าน ,บึงกาฬ ,บุรีรัมย์ ,ปราจีนบุรี ,พะเยา ,พังงา ,พัทลุง ,พิจิตร ,พิษณุโลก ,เพชรบูรณ์ ,แพร่ ,ภูเก็ต ,มหาสารคาม ,มุกดาหาร ,แม่ฮ่องสอน ,ยโสธร ,ร้อยเอ็ด ,ลพบุรี ,ลำปาง ,ลำพูน ,เลย ,ศรีสะเกษ ,สกลนคร ,สตูล ,สิงห์บุรี ,สุโขทัย ,สุพรรณบุรี ,สุราษฎร์ธานี ,สุรินทร์ ,หนองคาย ,หนองบัวลำภู ,อ่างทอง ,อำนาจเจริญ ,อุดรธานี ,อุตรดิตถ์ ,อุทัยธานี และอุบลราชธานี


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร  

กรุงเทพฯ - กองทัพเรือ จัดกิจกรรม “กองทัพเรือ เพื่อประชาชน ร่วมใจต้านภัย COVID – 19” ถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งครัวสนามเคลื่อนที่แจกจ่ายอาหารให้กับประชาชน”

กองทัพเรือ จัดกิจกรรม “กองทัพเรือ เพื่อประชาชน ร่วมใจต้านภัย COVID – 19” ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในค่าครองชีพ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยกองทัพเรือจัดรถครัวสนาม จัดทำอาหารกล่อง และน้ำดื่ม วันละ 690 ชุด พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค นำไปมอบให้แก่ประชาชน ในทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2564 โดยกำหนดให้การช่วยเหลือประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับหน่วยงานของกองทัพเรือ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมทั้งจัดกำลังพลจิตอาสากองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือกรุงเทพ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19

“กองทัพเรือเพื่อประชาชน ร่วมใจต้านภัย COVID-19 ถวายเป็นพระราชกุศล” จะปฏิบัติภารกิจในการประกอบอาหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ต่าง ๆ จะคลี่คลาย โดยในวันนี้ 21 มิ.ย. 64 เวลา 16.30 น. พล.ร.ท.มนตรี รอดวิเศษ ผทค.พิเศษ ทร. และ พล.ร.ต.ณพ พรรณเชษฐ์ รอง ปช.ทร. ผู้แทน ทร. ร่วมด้วย เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมมอบอาหารให้แก่ประชาชน ณ บริเวณลานจอดรถ นันทอุทยานสโมสร กรุงเทพฯ


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

ปทุมธานี – BGC ส่งเตียงกระดาษสู้โควิด 50 เตียง มอบรพ.สนาม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ที่โรงพยาบาลสนาม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี บีจีซี (BGC) หรือ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณเดวีนา น้อย ผู้จัดการส่วนกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) และคุณวิทยา คงสุวรรณ ผู้จัดการส่วนสนับสนุนเทคนิคการบริษัท บางกอกบรรจุภัณฑ์ จำกัด ได้มอบเตียงกระดาษรีไซเคิล จำนวน 50 เตียง มอบให้ โรงพยาบาลสนามฯ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วนสำหรับผู้ป่วย โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 ) มีนายแพทย์รังสรรค์ บุตรชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามฯ พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมรับมอบ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ทำให้หลายโรงพยาบาลเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่าย โดยไม่ต้องใช้กาว ใช้ได้นาน 3 เดือน หากไม่โดนน้ำ และรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมในแนวราบ จากสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จำนวน 7,124 ราย รับการรักษาจนหายแล้วจำนวน 4,364 ราย อยู่ระหว่างการรักษาจำนวน 2,715 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโควิดจำนวน 49 ราย ส่วนโรงพยาบาลสนาม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 255 ราย กลับบ้านแล้ว 92 ราย อยู่ระหว่างการดูแลรักษาจำนวน 163 ราย


ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top