Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

เชียงใหม่ - เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับการเปิดให้บริการ เชิญชมสมาชิกใหม่ พร้อมประกวดตั้งชื่อ “ลูกเลียงผา" (Serows) หนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2564 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับการเปิดให้บริการอีกครั้ง ด้วยสมาชิกใหม่ “ลูกเลียงผา" (Serows) เป็นสัตว์ 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย จำนวน 1 ตัว พร้อมเชิญชวนร่วมประกวดตั้งชื่อ ลุ้นรับรางวัลจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วนั้น วันนี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังได้สมาชิกใหม่ “ลูกเลียงผา" (Serows) แห่งโซนซาวันน่า ซาฟารี  จำนวน 1 ตัว ยังไม่ทราบเพศ เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เกิดจาก “พ่อตองหก" และ “แม่ปริฉัตร" ขณะนี้ลูกเลียงผามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และได้รับการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติจากแม่ปริฉัตร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ในส่วนจัดแสดงซาวันน่า ซาฟารี ซึ่งปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีเลียงผาทั้งหมด 7 ตัว และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความน่ารักของ “ลูกเลียงผา" ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 น.

นอกจากนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีขอเชิญชวนร่วมประกวดตั้งชื่อให้ “ลูกเลียงผา” (Serows) ลุ้นรับรางวัลบัตรเข้าชม จำนวน 1 รางวัล (2 ใบ) และเสื้อยืด ลาย Limited จากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสามารถร่วมตั้งชื่อได้ที่ Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 30 มิถุนายน 2564 และประกาศผลวันที่ 1 กรกฎาคม 2564

สำหรับ “เลียงผา" (Serows) เป็น 1 ใน 15 ชนิด ของสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย เป็นสัตว์ที่มีประสาทหู ตา และรับกลิ่นได้ดี เมื่อโตเต็มที่มีความสูงที่ไหล่ประมาณ 1 เมตร ขายาวและแข็งแรง ใบหูยาวคล้ายใบหูลา ขนตามลำตัวค่อนข้างยาว หยาบและมีสีดำ ด้านท้องขนสีจางกว่า มีขนเป็นแผงยาวบนสันคอและสันหลัง มีเขาทั้งในตัวผู้และตัวเมีย เขามีลักษณะตอนโคนกลม หยักเป็นวงแหวนโดยรอบค่อยๆ เรียวไปทางปลายเขาโค้ง ไปทางด้านหลังเล็กน้อย เลียงผากินพืชต่างๆ ทุกชนิด และผสมพันธุ์ในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยใช้เวลาตั้งท้องราว 7 เดือน

ทั้งนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้เน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด - 19 ที่มีการเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด - 19 นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง พร้อมตรวจคัดกรองผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดตรวจวัดอุณหภูมิความร้อน และนักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนจองคิวนั่งรถชมสัตว์ก่อนเข้าใช้บริการในช่องทางออนไลน์เท่านั้น โดยทำการจองได้ที่ www.chiangmainightsafari.com และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari หรือ Line OA : nightsafari หรือ IG และ Tiktok : chiangmainightsafari หรือ โทร. 053 - 999000


ภาพ/ข่าว  นภาพร/เชียงใหม่

"กลุ่มราษฎรขอนแก่น" จัดฟรีม็อบชิมลาง วันแรก คู่ขนานเวทีชุมนุมใหญ่ นักเรียน-นักศึกษา ร่วมชุมนุมคึกคัก ขณะที่แกนนำเผยชุมนุมใหญ่พรุ่งนี้ที่ขอนแก่นสนุกแน่ !!

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 มิ.ย.2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์อาหารและบริการ 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ คอมเพล็กซ์ มข. กลุ่มราษฎรขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมการชุมนุมในชื่อ "ทวงคืนวันชาติหยุดผูกขาดรัฐธรรมนูญ" ด้วยการตั้งโต๊ะให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้ลงชื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังพิจารณา รวมทั้งการเชิญชวนให้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ลงชื่อเพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเยียวยาลดค่าเทอม 30% จากการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งการเชิญชวนให้ชาวขอนแก่นได้ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น คู่ขนานกับการชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้ ( 24 มิ.ย.)ท่ามกลางความสนใจของชาวขอนแก่น นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก

นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัตร หรือ ไนซ์ดาวดิน กล่าวว่า การชุมนุมวันแรกวันนี้ ต้องเรียงแบบแยกประเด็นเริ่มจากประเด็นการทวงคืนค่าเทอม 30 % เนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ดังนั้นค่าเทอมที่จ่ายไปจะมีค่าบำรุงรักษาสถานที่ที่ไม่ต้องใช้อะไร ดังนั้นในส่วนนี้ก็ควรจะคืนให้กับนักศึกษา ในประเด็นต่อมาคือเรื่องการบริหารสถานการณ์โควิดที่รัฐบาลล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด

"ประเด็นที่ 3 เป็นประเด็นของนักเรียน ว่าด้วย พรบ.การศึกษาที่ถูกวางยุทธศาสตร์ให้กดขี่นักเรียนกดขี่ยัดเยียดสิ่งที่รัฐต้องการให้นักเรียน ประเด็นที่ 4 เป็นประเด็นเรื่องการพิพากษาร่างรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐที่จะถูกยื่นเข้าไปในการประชุมสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ 5 เป็นเรื่องรัฐธรรมนูญของประชาชนที่จะเป็นของประชาชน และสุดท้ายคือจุดยืนในสถานการณ์การบริหารบ้านเมืองแบบนี้ที่ทุกคนจะร่วมกันต่อสู้ต่อไป อย่างไรก็ดีสำหรับแกนนำผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มเพื่อนของเราที่โดนคดีไปหลาย ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเราสะดุด ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นสิ่งที่เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประเทศกลับคืนมา"

นายภาณุพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า การเคลื่อนของเราจะไม่สะดุดหายไปเป็นเพราะสถานการณ์โควิคที่เราพยายามจะออกมาจัดกิจกรรมให้เกิดการรวมตัวกันน้อยที่สุด ขณะที่การจัดกิจกรรมในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) เป็นการจัดกิจกรรมคู่ขนานกับกรุงเทพฯ ที่ทุกคนจะออกมาประกาศจุดยืนของกลุ่มราษฎรขอนแก่นออกมาประกาศจุดยืนว่าร่างรัฐธรรมนูพรรคพลังประชารัฐที่ยื่นเข้าไปไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงเป็นสิ่งที่คณะราษฎรขอนแก่นขอประกาศจุดยืนตรงนี้

" กลุ่มราษฎรขอนแก่นจะทวงคืนวันชาติหยุดผูกขาดรัฐธรรมนูญก็จะเป็นวัตถุประสงค์เพื่อการรำลึกและการทวงคืนว่าวันชาติของฝั่งประชาธิปไตยคือวันนี้และอีกส่วนหนึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการประกาศขบวนร่างรัฐธรรมนูญของอีสานซึ่งตอนนี้เรามีหลักการใหญ่ๆคือต้องมีส่วนร่วมของประชาชน  ที่ตรวจสอบได้  โดยมีการรับฟังความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ต่อสู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ,กลุ่มเสื้อแดงอีสานหรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเราเน้นเรื่องกระบวนการการมีส่วนร่วมกระบวนการที่เราจะเข้าไปหาพี่น้องในแต่ละกลุ่มเพื่อที่จะระดมความคิดเห็นและนำมาจัดทำร่างขึ้นมาอีกครั้ง"

ด่วน !! ปปท.เขต 8 ควงปปช.พังงา ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการเสาไฟฟ้าประติมากรรมของเทศบาลเมืองพังงา พบเกือบ 200 ต้น วงเงินกว่า 24 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 นายณัฐรดา ศิริวัฒนกุล ผอ.กลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 8  (สำนักงาน ปปท. เขต 8) พร้อมด้วยนางอรดี ไกรยุทธศักดิ์ ผอ.สำนักงานปปช.ประจำจังหวัดพังงา นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโครงการเสาไฟฟ้าประติมากรรมของเทศบาลเมืองพังงา หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าเป็นโครงการที่ไม่คุ้มกับเงินงบประมาณและไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมีนายจงรัก ผิวขำ ปลัดเทศบาลเมืองพังงา นำเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างเข้าชี้แจง

นายจงรัก ผิวขำ เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมเริ่มสร้างครั้งแรก 4 ต้นเป็นเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี ที่วงเวียนเขาตาปู เมื่อปี 2547 จากนั้นในปี 2554 ได้สร้างเสาไฟประติมากรรมกินรีเพิ่มอีก3ต้นที่วงเวียนเขาตาปู สร้างเสาไฟประติมากรรมรูปช้างหมอบชูงวงอีก 54 ต้น รวม 4 สัญญา วงเงิน 9,599,190 บาท ในปี 2555 สร้างเสาไฟประติมากรรมรูปช้างหมอบชูงวง 39ต้น สร้างเสาไฟฟ้าเหล็กรีดปลาย 35 ต้น ติดตั้งเสาไฟฟ้าแสงสว่าง 36 ต้น รวม 4 สัญญา ราคา 5,750,000 บาท ในปี 2559 สร้างเสาไฟประติมากรรมรูปช้างหมอบชูงวง 69 ต้น รวม 3 สัญญา ราคา 12,279,850 บาทและในปี 2561 สร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี 8 ต้น 1สัญญาราคา 450,000 บาท รวมโครงการสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมทั้งหมด 177 ต้น เสาไฟฟ้าแสงสว่างเหล็กรีดปลายอีก 71 ต้น งบประมาณรวมทั้งหมด 24,809,040 บาท ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ต้องการสร้างจุดเด่นส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ และใช้ประโยชน์ได้จริง และจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบทางราชการทุกโครงการ

นายณัฐรดา ศิริวัฒนกุล เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ในทางกายภาพเบื้องต้นพบว่าเสาไฟฟ้าประติมากรรมของทางเทศบาลเมืองพังงา มีความเหมาะสมติดตั้งอยู่บนถนนสายหลัก ระยะห่างก็เหมาะสมดี รวมทั้งสามารถใช้งานได้จริง ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนั้นทางสำนักงานปปช.ประจำจังหวัดพังงาจะเป็นหน่วยงานที่เข้าตรวจสอบว่ามีความโปร่งใส หรือจะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างรายหนึ่งรายใดหรือไม่ สำหรับพื้นที่จังหวัดพังงามีการร้องเรียนให้ตรวจสอบเสาไฟฟ้ารวม 3 เทศบาล ประกอบด้วยเทศบาลเมืองพังงา เทศบาลเมืองตะกั่วป่า และเทศบาลตำบลทับปุด


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี /พังงา

ชลบุรี – ฐานทัพเรือสัตหีบ มอบรางวัลการประกวดบ้านพักให้กำลังพล ตามโครงการ ‘หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่ เหล่านาวีมีสุข’

วันนี้ 22 มิ.ย.64 พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดบ้านพักและอาคารที่พักอาศัย ของฐานทัพเรือสัตหีบ (แบบ New Normal) ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ ทหาร ตลอดจนผู้ที่ได้รับรางวัล เข้าร่วมในพิธี

ตามนโยบาย ผบ.ทร. ประจำปีงบประมาณ 2564 ด้านสวัสดิการ ดำเนินการจัดการ เรื่องสวัสดิการที่พักของ ทร.ทั้งบ้านพักหน่วยและบ้านพักส่วนกลางของ ทร.ต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบฯ และมีรูปแบบการบริหารจัดการที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตอบสนองต่อความมีสวัสดิการที่ดีของกำลังพล ทร.ในทุกระดับอย่างแท้จริง

คณะทำงานจัดประกวดบ้านพักและอาคารที่พักอาศัย (จร.ทร.) ได้ดำเนินการโครงการ “หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่ เหล่านาวีมีสุข” โดยการจัดประกวดบ้านพักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทแฟลต ประเภทเรือนแถว และประเภทบ้าน (บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด) และแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ในระดับ ทร. และระดับพื้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ทร. โดยการจัดโครงการประกวดบ้านพักและอาคารที่พักส่วนกลางในระดับพื้นที่ ซึ่งขอให้หน่วยที่รับผิดชอบบ้านพักและอาคารที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ ดำเนินการออกตรวจบ้านพักและให้คะแนนในรอบแรก เสร็จแล้วให้สรุปคะแนนส่งผลให้คณะกรรมการจัดประกวดบ้านพักของฐานทัพเรือสัตหีบทราบ หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ออกตรวจบ้านพักและอาคารที่พักฯ เพื่อให้คะแนนในรอบสุดท้ายต่อไป ในการนี้ คณะกรรมการฯ ได้ตัดสินการประกวดฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีผู้ได้รับรางวัลการประกวดฯ รวมทั้งสิ้น 35 รางวัล

พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน กล่าวว่า ขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดบ้านพักฯทุกท่านวันนี้ ทุกท่านได้แสดงความตั้งใจความร่วมมือร่วมใจกัน ของการเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรมในโครงการฯจนบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือซึ่งในอนาคตผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะช่วยกันและดูแลบ้านพักและอาคารที่พักอาศัยให้มีความสะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอตลอดไปเป็นตัวอย่างที่ดีแก่อาคารที่พัก อาศัยอื่น ๆ


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

“โอกาสครบรอบ 120 ปี รร.นรต.” จัดทำภาพวาดสีน้ำ ของ พ.ต.ท.พีระศิลป์ ประสานทอง ศิลปินคนดัง เพื่อจำหน่ายเป็นที่ระลึก

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) “พล.ต.อ.”ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.(บร.)เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาส ครบรอบ 120 ปี รร.นรต. จึงได้จัดทำของที่ระลึก ภาพพิมพ์สีน้ำ วาดโดย พ.ต.ท.พีระศิลป์ ประสานทอง และบุคลากรของ รร.นรต. เป็นภาพวาดสถานที่และกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ รร.นรต. พิมพ์ลงบนผ้าใบแคนวาส คุณภาพสูงเหมาะสำหรับประดับบ้านพักหรือห้องทำงาน หรือเป็นของที่ระลึกอันทรงคุณค่า

จัดจำหน่าย ในรูปแบบ Made to order ผลิตตามการสั่งซื้อเท่านั้นรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำเข้าเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอน สวัสดิการข้าราชการตำรวจและครอบครัว และกิจกรรมต่าง ๆ ของ รร.นรต. ซึ่งสามารถสั่งซื้อผ่านทาง http://rpca-store.lnwshop.com/

 

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบายและสิ่งของบำรุงขวัญ แก่กำลังพลในสังกัดสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก

ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก  อ.แม่สอด จ.ตาก พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบายและสิ่งของบำรุงขวัญ แก่กำลังพลในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก โดยมี พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากพร้อมเจ้าหน้าที่กำลังพลให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง เริ่มจากการสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และไหว้พระภูมิเจ้าที่ ประจำสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ตรวจกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และต่อด้วยการประชุมบรรยายสรุปของหน่วยงานและมอบนโยบายตามลำดับ

พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ตามคำสั่งของ ท่าน ผบ.ตร.ให้มากวดขันด้านการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งอาจนำเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาในประเทสไทยได้ โดยเป็นไปตามนโยบายของท่านพลเอกประยุทธน์  จันโอชานายกรัฐมนตรี ในวันนี้จึงลงพื้นที่มาดูการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง การปราบปรามบ่อนพนันออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมกันนี้ยังได้นำสิ่งของมามอบเพื่อปลอบขวัญ บำรุงขวัญ เป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. ต้องขอบขอบคุณในการต้อนรับและความพร้อมในการปฏิบัติ ก็ต้องขอชมเชยและฝากให้ทุกคนระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย


ภาพ/ข่าว  วรภา พันลุตัน จ.ตาก

มทบ.32 ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมใน พท.ลำปาง

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 ณ ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำไตรมาสที่ 3 โดยมีพลตำรวจตรี นันทวิทย์ เทียมบุญธง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพันเอก โสภณ โสภณ นันทสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำปาง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมพิธีปล่อยแถว

ด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่มีงานทำและขาดรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มในการเกิดอาชญากรรมมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีการสั่งการให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและทำการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมประจำไตรมาสที่ 3 ขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง รวมทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว ตามสั่งการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปางจึงได้กำหนดให้มีการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมประจำไตรมาสที่ 3 ขึ้นในวันนี้

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง จึงได้บูรณาการหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 32 ,กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง,ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำปาง,ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,อำเภอเมืองลำปาง,ศบภ.จังหวัดลำปาง,สมาคมกู้ภัยลำปาง,สมาคมกู้ภัยสว่างนครลำปางธรรมสถาน ,อส.ตบ. จำนวน 200 นายเพื่อรวมพลังในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม เพื่อร่วมเดินหน้าเมืองลำปาง “สุข ทุกด้าน”


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ขอนแก่น - ทน.ขอนแก่น อัดงบ 100 ล้านบาท ซื้อวัคซีน “ชิโนฟาร์ม” 100,000 โดส ให้กับคนในชุมชน “ธีระศักดิ์” ย้ำชัดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ลงลึกถึงกลุ่มเปราะบาง ตามระเบียบที่กำหนด วอนต้นทางชัดเจนและเร่งจัดสรรให้กับ อปท.เร่งด่วน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.2564 ที่สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น หรือ ทน.นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ประชุมร่วมคณะทำงานด้านการจัดหาวัคซีนทางเลือก จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตามระเบียบและข้อบังคับที่กำหนดภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ได้รับทราบถึงแผนการจัดซื้อดังกล่าวจากเทศบาลฯละพิจารณาอนุญาตให้ทำการจัดซื้อตามระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ ในการนำมาให้บริการกับประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครขอนแก่น

นายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดได้รับทราบและพิจารณาอนุญาตและสนับสนุนการดำเนินงานของเทศบาลฯในการจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำหรับการนำมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลฯตามกลุ่มเป้าหมายหลักที่กำหนด โดยขั้นตอนจากนี้ไปคือการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ราชวิทยาลัยฯได้กำหนดออกมา ให้แล้วเสร็จจากนั้นก็จะเข้าสู่ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยในการที่จะพิจารณาจ่ายขาดเงินสะสม ซึ่งเทศบาลฯ จะทำการจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส ในการให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบจำนวน 50,000 คน ประมาณการวงเงินที่ใช้จ่ายประมาณ 100 ล้านบาท

“ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนในกลุ่มของวัคซีนทางเลือกที่เทศบาลฯจัดซื้อรวมจำนวน 50,000 คนนั้น ได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย ครู และบุคลากรทางการศึกษา ,กลุ่มผู้ค้าในตลาดและประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และ กลุ่มเปราะบางไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ทั้งหมดเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรการโรคติดต่อจังหวัดและระเบียบของราชวิทยาลัยฯ ซึ่งขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ จากนี้ไปคณะทำงานจะประสานงานร่วมทุกฝ่ายเพื่อให้การดำเนินงานนั้นเสร็จสิ้น โดยคาดว่าจะได้รับการส่งมอบวัคซีนในเดือน ต.ค. ซึ่งเทศบาลฯได้ประสานการทำงานร่วมกับ รพ.ศรีนครินทร์ มข.เป็นหน่วยงานบริการทางการแพทย์ในการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายตามบัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้”

นายธีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าวัคซีนจากราชวิทยาลัยฯชุดแรก 400,000 โดสได้มีการจัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วแต่ยังไม่มีปรากฎรายชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเลย จึงขอให้คณะกรรมการกลางได้พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลำดับต้น ๆ ด้วย เพื่อที่จะได้รับวัคซีนทางเลือกมาสนับสนุนวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดสรร จนนำไปสู่การให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กันให้ได้อย่างครอบคลุมตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนด ขณะเดียวกันรายชื่อของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ในส่วนที่เทศบาลฯรับผิดชอบนอกจากการลงพื้นที่สำรวจของคณะทำงานแล้ว จะยังคงมีการประสานรายชื่อกับระบบหมอพร้อม และขอนแก่นพร้อม เพื่อดำเนินการจัดระบบการฉีดวัคซีนครอบคลุมเป้าหมายที่กำหนดต่อไป

สงขลา - แพขนานยนต์ เปิดวิ่งให้บริการเริ่มเช้าวันนี้ หลังหยุดวิ่งมา 2 วัน พนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิค ต้องกักตัวระยะหนึ่ง

เพื่อดูอาการและทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย วันนี้สามารถเปิดให้บริการได้ แต่เปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการเป็น 2 ช่วงคือ ภาคเช้าตั้งแต่ 05.00น - 09.00 น. ภาคบ่าย 16.00 น.- 20.00 น.

เช้าวันนี้ (ที่ 23 มิ.ย.64) แพขนานยนต์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเปิดวิ่งให้บริการแล้ว ตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็นต้นมา มีประชาชนทั้งชาวสงขลาและชาวสิงหนครมาใช้บริการตามปรกติ หลังหยุดวิ่งมา 2 วัน พนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิคต้องกักตัวระยะหนึ่งเพื่อดูอาการและทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็น ต้องใช้แพขนานยนต์ ข้ามฟากเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ดีที่สุดในขณะนี้

ในขณะเดียวกัน ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ออกประกาศ ขอเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการแพขนานยนต์เป็น 2 ช่วงเวลา ดังนี้ ช่วงที่ 1 เวลา 05.00 น. - 09.00 น. ช่วงที่ 2 เวลา 16.00 น. - 20.00 น. ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวก

สำหรับสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลงเวลาจำกัดการให้บริการ สาเหตุเนื่องจากพนักงานแพขนานยนต์บางส่วนติดโควิค ต้องกักตัวระยะหนึ่ง 14 วันเพื่อดูอาการจนกว่าแน่ใจว่าหายดีแล้ว แพขนานยนต์ถึงจะได้มาให้บริการเต็มรูปแบบตามปกติอีกครั้งหนึ่ง โดยในเช้าวันนี้ ใช้แพขนานยนต์ 2 ลำ คือ หมายเลข 9 และหมายเลข 11 โดยหมายเลข 9 บรรทุกรถยนต์และรถจักรยานยนต์บางส่วน ส่วนหมายเลข 11 ใช้บรรทุกเฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น เนื่องจาก มีรถจักรยานยนต์ทั้งฝั่งสิงหนครและฝั่งอำเภอเมืองสงขลาที่จะเดินทางไปทำงานเป็นจำนวนมากจึงต้องแยกแพขนานยนต์คนละลำเพื่อความรวดเร็วสำหรับคนทำงาน ที่ใช้รถจักรยานยนต์

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการแพขนานยนต์เหมือนปรกติไม่ได้ลดน้อยลงเลย เนื่องจากมีความมั่นใจในความปลอดภัยและการปลอดเชื้อเพราะทางแพขนานยนต์ได้บิ๊กคลีนนิ่งทำความสะอาดแพขนานยนต์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแพ ทั้ง 3 ลำรวมทั้งอาคารสำนักงานบริเวณท่าแพทุกหลังด้วย


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

สนง.ศาลยุติธรรม ร่วมมือ สนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนาม MOU มุ่งหวังสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแก่สังคมอย่างยั่งยืน

วันนี้ (23 มิถุนายน 2564) เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และพลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ ทำการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรม กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เรื่อง ความร่วมมือ แลกเปลี่ยน สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ และพัฒนาบุคลากรทางวิชาการ

นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมและกรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาล อันเป็นหลักการสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมและดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคม อีกทั้ง คำนึงถึงความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม กับ ตุลาการพระธรรมนูญและข้าราชการสำนักตุลาการทหาร โดยการเพิ่มพูนความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ การบริหารงานยุติธรรม ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรม และกรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจลักษณะเดียวกัน คือ งานธุรการที่สนับสนุน และอำนวยความสะดวกแก่ศาลในการพิจารณาพิพากษาคดี รวมถึงงานด้านวิชาการ ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรในด้านต่าง ๆ จึงได้ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยน และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการระหว่างหน่วยงาน อาทิ บทความทางวิชาการ เอกสารงานวิจัย คู่มือการปฏิบัติงาน แนวปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ

รวมถึงคำพิพากษา คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยที่สามารถเปิดเผยและเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างงานวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยน และสนับสนุนการฝึกอบรมและดูงานในหลักสูตรต่าง ๆ ตามความเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแก่สังคมอย่างยั่งยืน โดยบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน สร้างความสงบสุขในสังคม ความเชื่อมั่น และความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top