Sunday, 6 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

เจาะโลกอนาคต รถเหาะได้!! “AIR CAR” พร้อมทะยานสู่ท้องฟ้า ปี 2024!! | Knowledge Times EP.40

???? Knowledge Times BizView
???? เจาะโลกอนาคต รถเหาะได้!! “AIR CAR” พร้อมทะยานสู่ท้องฟ้า ปี 2024!! 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นช่วงเวลาที่วงการ ‘รถบินได้’ คึกคักมากเป็นพิเศษ เริ่มต้นจากการที่บริษัททางการเงินและการลงทุนระดับโลกอย่าง Morgan Stanley ออกมาบอกว่าอุตสาหกรรม ‘รถบินได้’ จะทำรายได้มหาศาลและมีเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาทในปี 2040 หรืออีกแค่ 20 ปีข้างหน้า! ซึ่งจุดชนวนให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมนี้ เพื่อเป็นคนแรกในตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง ขณะที่บนท้องฟ้ายังเปิดกว้างและเป็นตลาดใหม่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ!  

อย่างเช่น เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท Klein Vision ในประเทศสโลวาเกีย ได้ทดลองรถต้นแบบ Air car ที่ใช้เวลาพัฒนายาวนานตั้งแต่ยุค 1980 โดยใช้เวลาทดลองบินบนฟ้าราว 35 นาที รวมระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร 

สำหรับรถต้นแบบ Air car ของ Klein Vision เป็นรถที่มีรูปทรงสปอร์ต สามารถวิ่งบนถนน พับปีกเข้าหาลำตัวได้ ใช้เวลาแปลงร่างจากรถยนต์ธรรมดาให้มีปีกออกมา 2 นาที 15 วินาที 

และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์อย่าง Honda ก็ประกาศแผนพัฒนาและผลิต ‘Honda Jet’ ตัวต้นแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า และกำหนดที่จะเข้าสู่วงจรการผลิตแบบเต็มรูปแบบในปี 2030 ซึ่งจะสามารถบินได้ไกลกว่าที่โลกเคยผลิตออกมากว่า 4 เท่า หรือสามารถบินได้ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร

ดูเหมือนว่าปี 2030 จะเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่มหานครลอสแอนเจลิสได้กลายเป็นเมืองอันดับต้น ๆ ของโลกที่จะมีบริการแท็กซี่ Urban Air Mobility หรือ ‘บริการแท็กซี่ทางอากาศส่วนบุคคล’ ซึ่งมีแผนการที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 เช่นกัน ภายใต้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่างฮุนได ซึ่งนอกจากจะเอาจินตนาการมาจากรถบินได้ ที่ถูกปรับให้เป็น Vertical Takeoff and Landing มีลักษณะเป็นเครื่องบินแท็กซี่ขนาดเล็กแล้ว ยังออกแบบ Hub สำหรับการจอดรวมไปถึงรถ Shuttle bus รับส่งผู้คนเรียกได้ว่าครบวงจร ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การพูดคุยและทำงานร่วมกันกับสภาเมืองลอสแอนเจลิส 

และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง ‘เอแอลไอ เทคโนโลยี’ (A.L.I Technologies) บริษัทสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโดรน ได้เปิดตัวโฮเวอร์ไบค์ มอเตอร์ไซค์บินได้รุ่นเอ็กซ์ทูริสโม ลิมิเต็ด อิดิชั่น ในราคาคันละ 77.7 ล้านเยน (หรือราว 22.6 ล้านบาท) ที่ติดตั้งเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมและมอเตอร์พลังงานแบตเตอรี่ 4 ตัว ซึ่งทำให้บินได้นานถึง 40 นาทีที่ความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

‘ไดสุเกะ คาตาโนะ’ ซีอีโอของ เอแอลไอ เทคโนโลยี เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ‘โฮเวอร์ไบค์’ มีลักษณะเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งอยู่ด้านบนของใบพัดและมีฐานจอดอยู่ด้านล่าง บริษัทของเขา ซึ่งมีบริษัทมิตซูบิชิ อิเล็กทริคและเคียวเซรา สองบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นผู้สนับสนุน ได้สาธิตการนำโฮเวอร์ไบค์ขึ้นบินเป็นช่วงระยะทางสั้น ๆ เพียงไม่กี่เมตรที่สนามแข่งรถแห่งหนึ่งใกล้ภูเขาฟูจิ และยังระบุว่า ในช่วงแรก ๆ โฮเวอร์ไบค์จะถูกจำกัดการใช้งานในสถานที่บางแห่งเท่านั้น และจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปบินเหนือท้องถนนทั่วไปในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี คาดว่าโฮเวอร์ไบค์อาจเป็นประโยชน์ต่อทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. นี้เอง แบรนด์รถ EV สัญชาติจีน ก็ได้รุกตลาดยุโรป เปิดตัวนวัตกรรมสุดว้าวอย่างรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ โดย HT Aero บริษัทผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศในเขตเมือง หรือ (UAM : Urban air mobility) บริษัทในเครือ XPENG (เสี่ยวเผิง) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ได้นำโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ไปนำเสนอในงาน EUROPEAN ROTOR 2021 ที่จัดขึ้นในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นที่แรกที่เปิดตัวรถยนต์ดังกล่าว

โดย HT Aero ได้เริ่มพัฒนา "X2" ยานยนต์ 2 ที่นั่งที่สามารถเดินทางทั้งบนบกและอากาศตั้งแต่ปี 2013 ผ่านการทดสอบมาแล้วมากกว่า 15,000 ครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรดคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ รวมถึงระบบควบคุมการบิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบร่มชูชีพ ภายนอกมีลักษณะคล้ายรถซูเปอร์คาร์ แต่มีการติดตั้งใบพัดขนาดใหญ่ข้างตัวรถ ซึ่งสามารถพับเก็บได้โดยอัตโนมัติ และมีการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา บริษัทเผยว่ายานยนต์ดังกล่าวมีน้ำหนักอยู่ที่ 560 กิโลกรัม ยาว 4.97 เมตร กว้าง 4.78 เมตร สูง 1.36 เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้ในระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร

โดยขณะนี้ X2 ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่วางจำหน่าย แต่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2024 นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของบริษัท XPENG ในยุโรป 

มาถึงวันนี้ รถบินได้ คงไม่ใช่นวัตกรรมที่ไกลเกินเอื้อมของมนุษย์อีกต่อไป เราเดินทางมากับจินตนาการที่จะมี ‘รถเหาะได้’ มานานนับศตวรรษ และคงเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะจินตนาการของมนุษย์นั้น มีพลังมหาศาลที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้เสมอ 

ซึ่งไม่ว่ามันจะล้ำหน้าขนาดไหน แต่หัวใจสำคัญของนวัตกรรมที่ดี คือ นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม และทำให้สังคมเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงตอบสนองต่อประโยชน์แค่กับคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใด ทรัพยากรที่ใช้ก็คือทรัพยากรที่เราใช้ร่วมกัน

ตามรอยพระบาทยาตรา ‘อีสานม่วนซื่น รื่นเริงลมหนาว’ | MEET THE STATES TIMES EP.42

???? ตามรอยพระบาทยาตรา!! “อีสานม่วนซื่น รื่นเริงลมหนาว เคล้าคลอเสียงแคน”
???? จากฟ้า สู่ดิน!! ถิ่นอีสานมีสุข...ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

‘คุณสมบัติ’ ประธาน กลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มอบรางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Cabling Contest ปีที่ 5

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย มุ่งหน้าสู่เส้นชัย โดยได้ค้นหาตัวแทนจากทั่วทุกภาค เพื่อเป็นการยกระดับและต่อยอดทักษะ เสริมสร้างความรู้ให้ก้าวไปสู่ระดับภูมิภาค

โดยผลการแข่งขัน ผู้ชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และรองชนะเลิศ ได้รับถ้วยเกียรติยศจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี / รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ / รมว.กระทรวงอุดมศึกษาฯ / รมว.กระทรวงศึกษา และรมว.กระทรวงแรงงาน พร้อมเงินรางวัล 

 

‘แอมเนสตี้’ ชื่อนี้มีอะไร?! | MEET THE STATES TIMES EP.41

????‘แอมเนสตี้’ ชื่อนี้มีอะไร?!
????ล้วงลึก ‘แอมเนสตี้’ องค์กรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือ ประโยชน์ส่วนตน?

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ส่งกำลังใจให้ "คริสโตเฟอร์" คนพิการ ผู้ทำความดี สู้ชีวิต!!

ณ อาคาร ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการเอเชียและแปซิฟิก (APCD) แขวงราชวิถี เขตทุ่งพญาไท กทม. ภายในพื้นที่บ้านราชวิถี "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ได้ไปกับ "คริส เบญจกุล" หรือ "คริสโตเฟอร์" อดีต นักแสดงหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุจากการช่วยเหลือผู้อื่นที่กำลังประสบอุบัติเหตุ จนตนเองต้องบาดเจ็บสาหัสกลายเป็น "คนร่างพิการไม่สมบูรณ์" เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่ "คริสโตฟอร์" ก็ไม่เคยย่อท้อต่อชะตาชีวิตของตนเอง ลุกขึ้นต่อสู้กับการใช้ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ ถึงแม้จะมีร่างกายพิการ แต่ก็ยังไม่ทิ้งการทำความดีได้ทำงานเชิงสังคมรณรงค์ความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยบนท้องถนน และยังได้ฝฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ และเป็นกำลังใจ แบบอย่างการสู้ชีวิต ให้กับน้อง ๆ "เด็กพิการ" ที่เข้ามาฝึกอบรมการทำเบเกอรี่ ที่ "60 Plus By Yamazaki" ณ APCD แห่งนี้

โดย "นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย" ได้สอบถามถึงการสร้างอาชีพเสริม คือทำ "น้ำส้ม" ขายที่มีพี่น้องประชาชนพอทราบข่าวก็มาร่วมให้กำลังใจ และให้การสนับสนุนซื้อน้ำส้มของคุณ "คริสโตเฟอร์" เป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรกและมีหนี้สินจากการลงทุนประกอบอาชีพ จึงได้ตัดสินใจเอาเงินก้อนสุดท้ายไปลงทุน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ 

เลยตัดสินใจไปนั่งขายตรงฟุตบาทแถว "สวนหลวง ร.9" พอพี่ ๆ เทศกิจมา ผมกับแฟนก็ช่วยกันยกหนี ผมก็จะนั่งและตะโกนนำส้นสด ๆใหม่ 100% ครับไม่มีน้ำเชื่อมไม่มีสารกันเสียครับ 7 ขวด 100 บาท แต่ก็ดีที่พี่เทศกิจห้ามขายขอบคุณครับ (ผมตะโกนดัง ๆ) แล้วก็ขนของขึ้นรถแล้วก็ขับหนีไปซ่อนสักพักหนึ่ง ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ก็ขับรถมาดูแล้วขายต่อ บางคนอาจจะมองว่าเป็นอุปสรรคก็แล้วแต่ใครจะมองแต่สำหรับผมมองโลกในแง่ดีเป็นเรื่องสนุกดีสร้างเสียงหัวเราะให้ชีวิตตนเองได้ครับ 

สำหรับตอนนี้ผมไปขายที่ "ตลาดอยู่สอาด" ซอยศรีนครินทร์ 53 เลยซีคอน / ตลาดรถไฟ หรือท่านใดสนใจที่จะให้การสนับสนุนสามารถติดต่อออนไลน์ทาง facebook "happy and Healthy" และเบอร์โทรศัพท์ 062 232 9456 ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

กระบี่ - กกต.กระบี่ ปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่โดยออกณรงค์การเลือกตั้ง อบต.โค้งสุดท้าย ครอบคลุม 8 อำเภอ 25 -27 พ.ย. เพื่อปลุกกระแสให้ทุกเสียงคือพลังเลือกตั้งสุจริต ใช้สิทธิ์โปร่งใส

นายวีระยี่แพร ผู้ตรวจการ เขตตรวจการที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เป็นประธานปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่จำนวน 10 คันออกจากบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของ ที่จะถึงวันเลือกตั้งอบต .พร้อมกันทั่วประเทศ โดยอบตไสไทย ยกทีมเข้าร่วมบรรยากาศคึกคัก

นางสาวขนิษฐา ปั้นทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่กล่าวว่า  การจัดกิจกรรมรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ การเลือกตั้งอบต .ขึ้น ในช่วง 3 สัปดาห์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งอบต.พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมีความตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสภาอบต และนายกอบต. ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 ด้วยสโลแกน ทุกเสียงคือพลังเลือกตั้งสุจริตใช้สิทธิ์โปร่งใส  โดยรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่รณรงค์การเลือกตั้งอบต. ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จำนวน 8 อำเภอ ระหว่างวันที่ 25 - 27 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจัด ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ของอำเภอทั้ง 8 อำเภอ    

ด้าน องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ร่วมได้จัดรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ พร้อมขบวนรถกว่า 10 คัน นำเจ้าหน้าที่ ออกประชาสัมพันธ์ ในพื้นที่ตำบลไสไทย ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้ง 14 หน่วย มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 1 10,140 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ในการเลือกตั้งอบต.เขตอำเภอเมืองกระบี่  

 

นครนายก - ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตาบอดพิการซ่ำซ้อนนครนายก จัดการแข่งขันกีฬาภายในของคนตาบอดและพี่เลี้ยง

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตาบอดพิการซ้ำซ้อนนครนายก (บ้านรื่นสุข) ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จัดการแข่งขันกีฬาภายในของคนตาบอดและพี่เลี้ยง เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของผู้พิการ ได้มีความสุข สนุกสนาน มีความรักความสามัคคีร่วมกัน ในการแข่งขันกีฬาภายในจะมีการจัดขึ้นทุกปี โดยมีนางกาญจนา พรมแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ฯ เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันฯ และนักกีฬาล้วนเป็นผู้พิการตาบอด โดยมีพี่เลี้ยงช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น ในการแข่งขันได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาหลายประเภท อาทิ วิ่งสามขา ปิดตาตีปีบ ปั๊มระเบิด กินวิบาก วิ่งกระสอบ ลูกโปร่งข้ามแดน กู้ระเบิด พรมล่องหน ซึ่งแต่ละกิจกรรมสร้างความสนุกสนานเฮฮา ให้กับผู้พิการตาบอด

‘ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ’ กำชับทุกหน่วย!! เตรียมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย มีโทษทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติกำชับหน่วยงานในสังกัดขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามแรงงานต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อ 28 ก.ย. 64 ให้นายจ้างและแรงงาน 3 สัญชาติ(ลาว กัมพูชา เมียนมา) ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการจ้างงานตามกฎหมาย ภายในวันที่ 1-30 พ.ย.64 รวมถึงประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมกลุ่มแรงงาน MOU นั้น

เนื่องด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและสถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงาน พร้อมกับควบคุมมิให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ อีกทั้งได้มีมติให้มีการตรวจสถานที่ประกอบการต่าง ๆ เพื่อให้คำแนะนำการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว รวมถึงให้นำแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าสู่ระแบบการจ้างงานตามกฎหมายประเทศไทย เพื่อให้ได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงมี ภายในวันที่ 30 พ.ย. 64 หลังจากนั้นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สนองนโยบายรัฐบาลโดยได้กำชับและสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ให้ทำการประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชาสัมพันธ์พร้อมสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้างและแรงงาน 3 สัญชาติ( ลาว กัมพูชา เมียนมา) เพื่อให้มาดำเนินการภายในกำหนดตาม มติ ครม.  โดยหลังจาก 30 พ.ย.64 ให้ประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน ที่พักคนงาน และพื้นที่สุมเสี่ยง ทำการสืบสวนปราบปราม จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยผิดกฎหมายและนายจ้างที่เกี่ยวข้อง  เพิ่มการกวดขันการตรวจตราการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง โดยให้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยร่วมปฏิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง ตลอดจนขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดทุกราย  พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามหลักยุทธวิธีตำรวจและถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้กำหนด

หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดหย่อนยาน ปล่อยปละละเลย หรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้น จะถือว่าเป็นความบกพร่อง ต่อหน้าที่ อีกทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ทุกกรณี ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมก็ตาม หากพบจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดทุกราย

ผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือนำพาบุคคลต่างด้าวลักลอบข้ามพรมแดน จะมีโทษฐานเป็นบุคคลที่นำพาบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองซึ่งจะมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่ถ้าเกิดมีการช่วยเหลือซ่อนเร้นคือบุคคลต่างด้าวนั้นเข้ามาหลบอยู่ในบ้านท่านหรือมีการอำนวยความสะดวกให้ขึ้นรถหรือว่ามีการหลบหลีกด่านตรวจต่างๆ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 50,000 บาท

 

ตร.เตือน!! BEC (Business Email Compromise) ‘แฮก’ หรือ ‘ปลอม’ อีเมลธุรกิจ...ความเสียหายหลักล้าน!!

วันที่ 26 พ.ย. 2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

จากกรณีที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาเป็นหญิงไทยจำนวน 3 ราย และชายแคมมารูน จำนวน 1 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันทำ ในการแฮกอีเมลบริษัทผู้เสียหาย ปลอมอีเมลสวมรอยบริษัทเพื่อพูดคุยกับบริษัทลูกค้า การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จัดหาบริษัท และบัญชีธนาคารในการรับโอนเงิน ไปจนถึงการถอนเงินออกจากบัญชี ซึ่งทำให้บริษัทผู้เสียหายได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนรวมกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นอาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบ Business Email Compromise (BEC) หรือ การสร้างความเสียหายต่ออีเมลทางธุรกิจ โดยการแฮกหรือปลอมอีเมลของคู่ค้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อสวมรอยเป็นบริษัทคู่ค้า หรือตัวแทนที่ติดต่อเจรจาทางธุรกิจ และหลอกเอาทรัพย์สิน ข้อมูล หรือผลประโยชน์อื่น ๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะบริษัทที่ใช้การติดต่อธุรกิจผ่านทางอีเมล ให้ใช้ความระมัดระวัง และหากมีการแจ้งเปลี่ยนการชำระเงิน หรือสถานที่ส่งสินค้า ให้ติดต่อกับคู่ค้าโดยตรงนอกเหนือจากทางอีเมล เช่น โทรศัพท์ การสนทนาผ่านวีดิโอ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อกับคู่ค้าได้โดยตรง ก่อนที่จะทำการโอนเงินหรือส่งมอบสินค้า เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง และขอให้องค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญในการให้ความรู้และการอบรมแก่บุคลากร ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงถูกโจมตีในรูปแบบ BEC

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top