Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ปทุมธานี – นครรังสิต เตรียมเปิดรพ.สนาม อาคารหอประชุม 100 ปี เมืองธัญบุรี ต้นเดือนนี้พร้อมรับ 300 เตียง

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ที่อาคารหอประชุม 100 ปี เมืองธัญญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวว่า วันนี้ ทน.รังสิตได้เตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามที่หอประชุม 100 ปี เมืองธัญบุรี ของเทศบาลนครรังสิต โดยเฟสแรกมีเตียง 128 เตียง รวมแล้วจะทยอยเพิ่มเตียงให้ได้จำนวน 300 เตียง โดยจะเปิดได้ช่วงต้นเดือนนี้

ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่เทศบาลนครรังสิตได้มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และได้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน Home isolation จำนวน 236 คน และทางเทศบาลนครรังสิตได้เปิดโรงครัว เพื่อส่งอาหารให้ผู้ที่กักตัวที่บ้านทั้ง 3 มื้อจำนวนวันละเกือบ 1,000 กล่อง ขณะนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ในส่วนของวัคซีน ชิโนฟาร์มนั้นทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้อนุมัติวัคซีนให้ จำนวน 1,130 โดส ซึ่งคาดว่าจะมาถึงเราประมาณต้นเดือนนี้ โดยจะรีบจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ให้เร็วที่สุด ฝากถึงพี่น้องประชาชนเราต้องดูแลตัวเราเอง โดยป้องกันทุกอย่าง เพราะว่าขณะนี้สถานการณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เราต้องระมัดระวัง ต้องรักษาความสะอาด สวมใส่แมส ยิ่งหากเรายังไม่ได้รับวัคซีนต้องยิ่งระมัดระวังมากขึ้น แต่เมื่อได้รับวัคซีนแล้วก็ยังต้องระมัดระวัง สถานการณ์แบบนี้เราต้องช่วยกัน ทางเทศบาลนครรังสิตจะได้รีบจัดสรรวัคซีน การจัดถุงยังชีพต้องทั่วถึง อาจจะช้าต้องขออภัยด้วย และขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ ท่าน


ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

"IWRM" นำน้ำดื่ม 2,400 ขวด พร้อมกับจิตอาสาทำดี นำต้นกล้า "ฟ้าทะลายโจร" ถวาย "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564  ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์  เป็นผู้แทน รับมอบน้ำดื่มจำนวน 2,400 ขวด จาก "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ บ.อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) / นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), พร้อมด้วย สะพานบุญ นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหาร นสพ.สยามโฟกัสไทม์ ที่ปรึกษา สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม/ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผอ.จังหวัดสมุทรปราการ (นสพ.สยามโฟกัสไทม์)เพื่อนำไปมอบส่งต่อยัง "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องด้วยในปัจจุบันมีประชาชนที่ต้องกักตัว และผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 เป็นจำนวนมากที่ขาดแคลนน้ำดื่มบริโภค และเครื่องอุปโภค เพราะไม่สามารถออกนอกบ้านไปทำงานประกอบอาชีพได้ตามปกติ 

การได้รับน้ำดื่มในครั้งนี้ยังเป็นขวัญกำลังใจให้บุคลากรทุกภาคส่วน นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส หน่วยงานของรัฐ และแรงงานต่างด้าว ที่มีความจำเป็นต้องการน้ำดื่มบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ เชื้อไวรัส covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

ในท้ายนี้ "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ได้กล่าว สำนึกในพระเมตตากรุณา ของ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" ที่ทรงห่วงใยพสกนิกร ทรงเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแก่พสกนิกรชุมชนเล็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งนี้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้ประกอบการ และสะพานบุญทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในเรื่อง "น้ำดื่ม" เพื่อการบริโภค ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน "น้ำดื่ม" ถือเป็นสิ่งสำคัญและหัวใจหลักในการดำรงชีวิตที่จะขาดมิได้ และจะนำ "น้ำดื่ม" ที่รับมอบมานี้ นำไปจัดสรรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อไป

หลังจากนั้น "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เป็นผู้แทน รับมอบถวาย "ต้นกล้าฟ้าทะลายโจร" จาก "อ.นลินรัตน์ ไตรยศ" เพาะปลูกใน"ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" โครงการในอุปถัมภ์ฯสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เพื่อขยายพันธุ์ต่อยอด และ มอบให้กับพสกนิกรนำไปใช้เป็นยารักษาโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไปในภายหน้า

ชัยภูมิ – อินทผาลัมดั้มราคาสุด ๆ จากโลละ 400 เหลือ 200 บาท สู้ภัยโควิดเราต้องรอด

เกษตรกรชาวสวนอินทผาลัม ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ประสบปัญหาผลผลิตอินทผาลัมในไร่ที่กำลังแก่จัดออกสู่ผู้บริโภค ผู้บริโภคน้อยลง ยอมดั้มราคาลงสุด ๆ จากทุกปีขายกิโลกรัมละ 400 บาท เหลือขายในราคากิโลกรัมละเพียง 200 บาท รับประกันสดจากสวนระดับพรีเมี่ยม สู้ภัยโควิด-19 เราต้องรอดไปกัน

วันนี้(29ก.ค.64) นายสุริยา มาทน  (โจ)อายุ 43 ปี เกษตรกรชาวสวนอินทผาลัม ไร่แม่ถวิล บ้านเลขที่ 19 หมู่6 บ้านแจ้งใหญ่ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ได้นำชมสวนอินทผาลัมในไร่ของตนเองจำนวน 65 ต้น หลังจากกลับจากทำงานที่ต่างประเทศ ได้กลับมาประเทศไทย ได้ทำการเกษตรปลูกอินทผาลัม สายพันธุ์ต่าง ๆ เมื่อ 4 ปีก่อน และเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ผลผลิตอินทผาลัมที่ปลูกเริ่มให้ผลผลิตได้ประมาณ 3 ตัน นำออกขายกิโลกรัมละ 400 บาท มีรายได้หักค่าใช้จ่ายจากการขายอินทผาลัมหลักแสนบาท 

ในปีนี้อินทผาลัม คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 3 ตันเช่นเดิม แต่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ยังดียังพอมีรายได้จากการขายอินทผาลัม มีรายได้พอเลี้ยงชีพครอบครัวได้บ้าง แต่ต้องยอมรับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผลอินทผาลัมในไร่มียอดขายลดลงมากกว่าจะมีการระบาดของโควิด-19 เมื่อผลผลิตทางการเกษตรออกมาจำนวนมาก ในไร่สวนอินทผาลัมของตนเอง จะขายทั้งผลอินทผาลัมกินสด และน้ำสกัดอินทผาลัมแช่เย็น ส่วนไร่อินทผาลัมที่นี่จะใช้ปุ๋ยขี่ไก่บำรุงดิน ทำให้ผลอินทผาลัมที่นี่ได้ผลลูกมีขนาดใหญ่ เปลือกบาง ฉ่ำน้ำ และเปลือกไม่แข็ง ส่วนน้ำสกัดอินทผาลัมแช่เย็น ไม่มีการใส่น้ำตาล แต่จะมีความหอมหวานตามธรรมชาติผลอินทผาลัม คลายผลละมุดแต่มีเอกลักษณ์ของผลอินทผาลัม หลังโควิด-19ระบาดลูกค้าน้อยลงหายไปมากกว่าครึ่ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานอินผาลัมได้รับประทานผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาก ทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย ไม่ว่าจะช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มกำลัง ขจัดความเมื่อยล้า ช่วยดับความหนาวเย็นแล้ว เมื่อร่างกายมีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หากรับประทานอินทผาลัมภายในครึ่งชั่วโมงก็จะทำให้ร่างกายกลับมามีกำลังเหมือนเดิม และอื่น ๆ มากมาย

นายสุริยา มาทน (โจ) อายุ 43 ปี เกษตรกรชาวสวนอินทผาลัม แม่ถวิล บอกว่าขณะนี้ผลอินทผาลัมในไร่กำลังออกผลแก่ พร้อมออกสู่ตลาด หลังโควิด-19ระบาด ขณะนี้ยอมลดราคาลงแบบสุด ๆ จากกิโลกรัมละ 400 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 200 บาท และที่สำคัญต้องยอมลดราคาจากกำไร มาเป็นราคาต้นทุน เพื่อให้คนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ได้รับประทานผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารด้วย

นอกจากนั้น อินทผาลัมในไร่ช่วงนี้ได้เปิดร้านขายผลอินทผาลัมที่ถนนหมายเลข 201 ถนนชัยภูมิ- สีคิ้ว ทางออกไปยัง กทม. เลยปั้ม ปตท.ประมาณ 500 เมตร โดยจำหน่ายอินทผาลัมสดจากสวนของตนในราคากิโลละ 200 บาทเท่านั้น รวมทั้งสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ ตามฤดูกาลด้วย มีผลผลิตทางการเกษตร ไร่แม่ถวิล อินทผาลัม สดจากสวนระดับพรีเมี่ยม ราคาถูกสุด ๆ ราคาต้นทุนได้ทุกวัน และสามารถติดต่อสอบถามหรือสั่งจองได้ที่ คุณโจ เบอร์โทรศัพท์ 06 3929 9223 หรือ เฟซบุ๊ก “คุณโจ มาทน” https://www.facebook.com/jo.mathon ระยะทางห่างจากตัวอำเภอหนองบัวระเหว ประมาณ 14 กม. รับรองไม่ผิดหวัง

นครนายก - มูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา (หลวงพี่ต่อ) มอบบ้านนาคาปันสุขหลังที่ 5 ให้ผู้ป่วยพิการทางสมอง

มูลนิธิรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา พระครูปิยรัตนานุกุล(หลวงพี่ต่อ)รองเจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร มอบบ้านนาคาปันสุขหลังที่ 5 ให้กับผู้ป่วยพิการทางสมอง ที่บ้านดงละคร หมู่ที่ 6 ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มูลนิธิรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา โดยพระครูปิยรัตนานุกุล หรือ(หลวงพี่ต่อ) รองเจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ วัดดงละคร ร่วมกับ นายเกียรติศักดิ์ ชูเกียรติศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงละคร,นางสาว ณัชญสนัน เติมวิทยาพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมุ่ที่ 6 ตำบลดงละคร ,ผู้นำชุมชน,, อ.ส.ม.ดงละคร และประชาชน

ร่วมในพิธีมอบบ้านนาคาปันสุข เป็นบ้านพักอาศัยหลังที่ 5 ให้กับคุณลุงบุญช่วย เจริญสุข อายุ 71 ผู้ป่วยพิการทางสอง โดยจากเดิมพักอาศัยที่เป็นบ้านไม้หลังเก่าที่ผุพังอาศัยอยู่คนเดียวไม่มีไฟฟ้าและน้ำใช้ ต้องนอนเปลญวนอยู่ใต้ถุนบ้านเนื่องจากด้านบนบ้านผุพังทั้งหลังและเมื่อฝนตกหลังคารั่วนอนพักอาศัยไม่ได้ ในวันนี้ได้มีการทำพิธีมอบบ้านนาคาปันสุข เป็นบ้านชั้นเดียวที่มีเนื้อที่ 50 ตารางวา บ้านมีความกว้าง 6 เมตรความยาว 8 เมตร โดยใช้งบประมาณสร้างบ้านจำนวน 210,000 บาท ที่ได้รับบริจาคมาจากญาติโยม และนำสิ่งของเครื่องใช้มาให้กับคุณลุงบุญช่วย เจริญสุข อีกด้วย

สืบเนื่องจากมูลนิธิรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา โดยพระครูปิยรัตนนุกุล หลวงพี่ต่อ รองเจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ วัดดงละคร ได้จัดทำเป็นมูลนิธิฯ โครงการปลูกบ้านนาคาปันสุขให้กับผู้ป่วยพิการทางสมอง, ผู้ป่วยติดเตียง,ผู้ป่วยพิการ,ผู้ป่วยวัยชรา,และช่วยเหลือสังคมกิจกรรมต่าง โดยได้ประสานผู้นำชุมชนในแต่ละหมู่บ้านคัดสรรผู้ป่วย,ผู้ยากไร้ในแต่ละหมู่บ้านเพื่อทำการช่วยเหลือ โดยได้รับการสนับสนุนจากญาติโยมผู้ใจบุญบริจาคเข้ามูลนิธิฯ และจะได้นำเงินที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือสังคมต่อไป

(สัมภาษณ์ นางสาวณัชญสนัน เติมวิทยาพานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ดงละคร)


ภาพ/ข่าว  สมบัติ เนินใหม่ / รัชชานนท์ เนินใหม่ / ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

จับ !! โอปป้าเกาหลี ซุกของกลาง 'ยาไอซ์' ในอุปกรณ์เมาส์ ส่งผ่าน GRAB ขายให้ลูกค้าคนไทย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล,พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง1  นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม

1) .MR.NAM หรือ นายนาม อายุ 37 ปี สัญชาติเกาหลี

2) .MR.SHIN หรือ อายุ 34 ปี สัญชาติเกาหลี

3) .นางสาวต้อง อายุ 22 ปี สัญชาติไทย

4) .นางสาวณัช อายุ 22 ปี สัญชาติไทย

พฤติการณ์ในการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีชาวต่างชาติสัญชาติเกาหลี จะทำการซื้อขายยาเสพติดที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ไว้โดยรอบบริเวณ จนกระทั่งพบ MR.NAM ซึ่งมีลักษณะรูปร่างและเครื่องแต่งกายคล้ายกันกับที่สายลับได้แจ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ ขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัว MR.NAM ได้พยายามขัดขืนเพื่อจะหลบหนี เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้จึงทำการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ผลการตรวจสอบพบ ยาไอซ์ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิด-ปิดได้ จำนวน 1 ถุง ใส่อยู่ในกล่องเมาส์คอมพิวเตอร์ ภายในกระเป๋าสะพายตัวที่ MR.NAM สะพายอยู่ และจากการตรวจสอบเมาส์ฯ ที่ใส่อยู่ในกล่องเมาส์ฯ ภายในกระเป๋าสะพายตัวที่ MR.NAM สะพายอยู่ พบยาไอซ์ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ถุงพลาสติกใสแบบรูดเปิด-ปิดได้ และพันด้วยเทปกาวสีแดง จำนวน 3 ถุง จากการสอบปากคำ MR.NAM ให้การเพิ่มเติมว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งอยู่ภายในห้องพักของตน เจ้าหน้าที่จึงนำ MR.NAM ไปทำการตรวจค้นภายในห้องพักแห่งหนึ่งใน แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ตามที่ MR.NAM ให้ข้อมูล ผลการตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าวพบ

น.ส.ต้อง และ น.ส.ณัช (นามสมมุติ) สัญชาติไทย ซึ่งบุคคลทั้งสอง ให้การว่าเข้ามาพักในห้องดังกล่าวเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมาพร้อมกัน เพื่อซื้อยาเสพติดต่อจาก MR.NAM เพื่อเสพด้วยกัน นอกจากนั้นขณะที่เจ้าหน้าที่ฯทำการตรวจค้นห้องพักอยู่นั้น ได้มี MR.SHIN เปิดประตูห้องเข้ามา เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ทำการตรวจสอบและสอบถาม MR. SHIN ซึ่งได้ให้การว่าพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวร่วมกับ MR.NAM เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว MR.NAM และ MR.SHIN ยอมรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบภายในห้องดังกล่าว ทั้งสองคนเป็นผู้ซื้อมาจากผู้ค้าหลายราย และตนจะทำการจำหน่ายต่อไปยังลูกค้าโดยวิธีการซุกซ่อนไว้ภายในเมาส์ฯ คอมพิวเตอร์ และเรียกใช้บริการขนส่งพัสดุบริษัท GRAB ในการส่ง โดยจะถ่ายรูปพัสดุและคนขับของบริษัท GRAB ส่งให้กับลูกค้าดูก่อน จากนั้นจะให้ลูกค้าจะจ่ายเงินด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ของ น.ส.สา (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นแฟนสาวของ MR.NAM โดยยาเสพติดส่วนหนึ่ง MR.NAM และ MR.SHIN จะเก็บไว้เพื่อเสพเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของกลุ่มเครือข่ายการ ซื้อ-ขาย ยาเสพติด กก.สส.บก.ตม.1 อยู่ในระหว่างสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป

โดยกล่าวหาว่า ผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาคีตามีน) ไว้เพื่อขายอันเป็นการขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ถูกจับที่ 3 “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ถูกจับที่ 4 “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

พร้อมด้วยของกลาง

1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) รวม 16.88 กรัม

2.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาคีตามีน) รวม 1.57 กรัม

3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) รวม 37 กรัม

4.เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง

5.สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ชื่อบัญชี น.ส.สา เลขที่บัญชี xxxxx

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

"ทหารจิตอาสา” เข้าดำเนินการรื้อถอน และขนย้ายสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย จากผลกระทบจากพายุลมกระโชกแรง ในพื้นที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่

เมื่อ 28 ก.ค. 64 พ.อ.ธนพล นุ้ยสุข ผบ.ร.15 พัน.1/ผอ.ศบภ.ร.15 พัน.1 จัดกำลังพลชุดจิตอาสาพระราชทานของหน่วย ลงพื้นที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือและขนย้ายสิ่งของ รวมถึงรื้อต้นไม้ที่ล้มทับใส่บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ทำให้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 25 หลังคาเรือน โดยหน่วยได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่และได้เข้าดำเนินการรื้อถอนและขนย้ายสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป


ภาพ/ข่าว  มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน

อุบลราชธานี - แท็กซี่อุบลฯ นำรถแท็กซี่ เป็นแกลลอรี่เทียนพรรษาเคลื่อนที่ "คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม" หวังสร้างการรับรู้เพิ่ม ช่วงเทศกาลเข้าพรรษานับเป็นครั้งแรก

นายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานที่ปรึกษาสภาหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทแท็กซี่สหการอุบลฯ นำรถแท็กซี่จำนวนมาก มาทำเป็น Gallery เทียนพรรษาสวยงามเคลื่อนที่ พร้อมข้อความป้ายซีทรูกระจกด้านหลังระบุ คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม การมีส่วนร่วมของรถแท็กซี่ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป 

โดยได้ดำเนินการเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ แท็กซี่อุบล ได้พร้อมใจกันทำสติกเกอร์ Gallery เทียนพรรษา ติดไว้ที่ประตูรถด้านหลังซ้าย-ขวา รวมทั้งกระจกด้านหลังแท็กซี่โดยเขียนข้อความในป้ายซีทรูว่า “คนอุบล ทำเทียนบูชาธรรม" ทั้งนี้เพื่อ สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ ต้นเทียนพรรษาอุบล ผ่านรถแท็กซี่ ซึ่งป้ายสติกเกอร์ดังกล่าว จะทำให้ผู้โดยสารรถแท็กซี่หรือนักท่องเที่ยว มาใช้บริการรถแท็กซี่ได้รับรู้ถึงต้นเทียนพรรษาที่สวยงามและการมีส่วนร่วมภาคภูมิใจ ในงานเทศกาลเทียนพรรษาอุบลราชธานีช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

คาดว่าสติกเกอร์ดังกล่าว จะอยู่นานมากกว่า 3 เดือนแน่นอน เป็นความภาคภูมิใจและการมีส่วนร่วมของแท็กซี่อุบลราชธานี ที่พร้อมใจกันทำสติกเกอร์ติดบนรถแท็กซี่ โดยสมัครใจและไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด


ภาพ/ข่าว  เอกชัย โปธา รายงาน

ตราด - หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 ฝึกเตรียมความพร้อมรับ-ส่ง ผู้ป่วยโควิด 19 ทางเรือ จากเกาะต่าง ๆ ในพื้นที่ จว.ตราด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 ในปัจจุบัน พบว่ามีผู้ติดเชื้อแพร่กระจายเป็นจำนวนมาก ทางหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 จึงมีแนวทางการปฏิบัติกรณีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID 19 ทางทะเล เพื่อนำตัวผู้ป่วยจากหมู่เกาะต่าง ๆ ส่งเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

พลเรือโท โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้ นาวาเอก เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาค 1/ผู้บังคับหมวดเรือตระเวนชายแดน ฝึกเตรียมความพร้อมในการรับ–ส่ง ผู้ป่วยโควิด-19 ทางเรือ จากหมู่เกาะต่าง ๆ ในพื้นที่ จว.ตราด เพื่อทบทวนหลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง และสรุปปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น พร้อมหาแนวทางแก้ไข โดยเป็นการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกเรือ เพื่อขนย้ายผู้ป่วยจากหมู่เกาะต่าง ๆ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล การตรวจสอบข้อมูลเพื่อเข้ารับการรักษา การนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วยทุกขั้นตอน รวมทั้งขั้นตอนการถอดชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ตนเอง และประชาชนในพื้นที่

ในการนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำกำลังพลให้เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชม. และคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยเป็นสำคัญ พิจารณาอาการและสภาพแวดล้อม หากมีแนวโน้มที่จะปฎิบัติภารกิจสำเร็จก็ขอให้ดำเนินการทันที


ภาพ/ข่าว  กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี

ชุมพร - "เติมกำลังใจ" นิพนธ์ เยี่ยมเจ้าหน้าที่ด่านโควิด พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายปฏิบัติงานอย่างเสียสละ เข้มแข็งตลอด 24 ชม. ย้ำ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานทุกภาคส่วนเพื่อนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้โดยเร็ว

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 28 ก.ค.64 ที่จังหวัดชุมพร นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบหน้ากากอนามัย ชุดPPE แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์ COVID-19 ณ จุดตรวจบ้านพละ ถนนเพชรเกษม ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร โดยมีนายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายสราวุธ อ่อนละมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนท.ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจเยี่ยมฯ และมีการปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19

นายนิพนธ์ กล่าวว่า "จังหวัดชุมพร เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการทำงานร่วมกันเป็นอย่าง เกิดประสิทธิภาพ ทั้งท่านผู้ว่าฯธีระ ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด บุคลากรที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง จนท.ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร จิตอาสา ต่าง ๆ ที่ช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็ง ซึ่งขณะนี้จังหวัดชุมพรยังไม่ใช่จังหวัดสีแดงที่ต้องมีการเคอร์ฟิว แต่สิ่งสำคัญคือเราทุกคนต้องไม่ประมาท รวมถึงการให้ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนพร้อมปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงได้ในที่สุด"

รมช.มท.ยังกล่าวอีกว่า "กลไกต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาสำหรับการทำงานในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลก็เร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบดีว่าเราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อลดอัตราการสูญเสีย ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีมีความเสียใจต่อทุกการสูญเสียที่เกิดขึ้นและต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคในการทำงานอีก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยินดีจะนำปัญหาต่าง ๆ สะท้อนผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างเสียสละ เข้มแข็งตลอด 24 ชม. ขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเพื่อให้ประเทศของเราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว"

ชลบุรี - นอภ.สัตหีบ เปิดครัวสนามแบ่งปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 บางเสร่

วันนี้ 28 ก.ค.64 ที่วัดสามัคคีบรรพต ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย กิตติพงษ์ กิติคุณ นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นาย ชัยวัฒน์ อินอนงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสร่ พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง อดีตผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นาย พนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศนมนตรี เทศบาลเมืองสัตหีบ นาย วรฤทธิ์ จังบวร กำนันตำบลบางเสร่ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ผู้ใหญ่บ้าน และในทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันเปิดครัวสนามบางเสร่ แบ่งปันน้ำใจสู้ภัย โควิด-19 บรรเทาทุกข์ประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 10 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์ จ่อย) เจ้าอาวาสวัด สามัคคีบรรพต สนับสนุนพื้นที่และบริเวณภายในวัด จัดตั้งโรงครัวสนาม ขึ้นในครั้งนี้

ตามที่ เทศบาลตำบลบางเสร่ ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ห้างร้านต่าง ๆ และพี่น้องประชาชนชาวบางเสร่ จัดครัวสนามบางเสร่ แบ่งปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.64 ถึง 11 ส.ค.64 รวม 15 วัน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของ สมทบครัวสนาม สามารถร่วมบริจาค ได้ที่จุดบริการครัวสนาม วัดสามัคคีบรรพต ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.-16.00 น. ของทุกวัน เราจะผ่านวิกฤติ โควิด-19 ไปด้วยกัน


นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top