Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สู่สมุยพลัสโมเดล เสียงผู้ประกอบการที่รอแสงสาดส่อง | MEET THE STATES TIMES EP.31

???? “จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สู่สมุยพลัสโมเดล เสียงผู้ประกอบการที่รอแสงสาดส่อง”​​​ ​​​!!
???? คุยกับผู้ประกอบการตัวจริง!! ‘คุณอภิเดช คำแก้ว’ นายสนามมวยเพชรบัญชา!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

"นายกชาย" พร้อม “คณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทน” ลงพื้นที่เกาะสี่ เกาะห้า จังหวัดพัทลุง ตรวจสอบการขโมยรังนก และทำลายพันธุ์นกอีแอ่น

นายไพจิต ศรีวรขาน ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง ได้มอบหมายคณะกรรมาธิการและคณะทำงาน ลงพื้นที่เกาะสี่ เกาะห้า หมูที่ 3 ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ตรวจสอบกรณีมีการขโมยรังนกและทำลายพันธุ์นกอีแอ่นในพื้นที่จังหวัดพัทลุง 

นำโดย ส.ส.สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ , ส.ส.อารี  ไกรนรา รองประธานคณะกรรมาธิการ,ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง รองประธานคณะกรรมาธิการ , ส.ส.กวินนาถ ตาคีย์ กรรมาธิการ และคณะทำงาน ส.ส.สุรินทร์ปาลาเร่ ,ส.ส.นริศ ขำนุรักษ์, ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

ปมเดือด!! “รัสเซีย” ต้นตอ…วิกฤตพลังงานยุโรปขาดแคลน!! | Knowledge Times EP.29

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘KnowledgeTimes’ | EP.29
???? ปมเดือด!! “รัสเซีย” ต้นตอ…วิกฤตพลังงานยุโรปขาดแคลน!!

สำนักข่าว Bloomberg รายงานราคาพลังงานที่ปรับตัวพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ส่งออกน้ำมันกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักลงทุนทั่วโลกในเวลานี้ โดยเฉพาะรัสเซีย 

ซึ่งมีรายงานว่า ค่าเงินรูเบิล แข็งค่ามากกว่าค่าเงินของประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางการลงทุนอย่างกะทันหันของนักลงทุนในกลุ่มตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียส่งออกก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ และพลังงานที่แพร่ระบาดไปทั่วทั้งยุโรป โดยกล่าวอ้างว่า “รัสเซียเป็นต้นตอความขาดแคลนพลังงานในครั้งนี้ และจงใจระงับการจัดส่งก๊าซให้ยุโรป จนทำให้ราคาก๊าซเพิ่มสูงขึ้น”

ในขณะที่ยุโรป กำลังเผชิญวิกฤติราคาพลังงาน โดยราคาก๊าซเพิ่มสูงขึ้นถึง 250% นับตั้งแต่เดือนมกราคม โดยสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การขาดพลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงปริมาณก๊าซธรรมชาติในสต๊อกที่ลดต่ำลงหลังผ่านหน้าหนาวเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น ความต้องการพลังงานในหลายประเทศก็กำลังเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19

นักวิเคราะห์บางคนสงสัยว่า นี่คืออาวุธทางการเมืองที่รัสเซียกำลังใช้วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น…เพื่อเป็นตัวเร่งและกดดันให้ยุโรปอนุมัติโครงการ “นอร์ด สตรีม 2” (Nord Stream 2) หรือไม่ ซึ่งโครงการดังกล่าว จะเพิ่มขีดความสามารถการส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซียสู่เยอรมนีมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า และเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งก๊าซจากรัสเซียไปยังยุโรปผ่านทะเลบอลติก

ในขณะที่ยุโรปยังไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ และฝ่ายคัดค้านเชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ยุโรปต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมากขึ้น ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนบอกว่า เรื่องนี้จะทำให้ยุโรปซื้อก๊าซได้ในราคาที่ถูกลง

ซึ่งล่าสุด “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน” ผู้นำฝ่ายรัสเซีย ได้เข้าร่วมประชุมเรื่องพลังงานในกรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยปูตินออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียกำลังใช้พลังงานเป็นอาวุธทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระ และพร้อมให้ความช่วยเหลือผ่อนคลายวิกฤตพลังงานในยุโรป 

พร้อมกล่าวด้วยว่า “เราไม่ได้ใช้อาวุธใด ๆ เลย แม้กระทั่งในช่วงที่ยากลำบากที่สุดในยุคสงครามเย็น รัสเซียก็ยังคงปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาและจัดหาก๊าซให้กับยุโรปอยู่เป็นประจำ และไม่มีข้อสนับสนุนใด ๆ ที่จะกล่าวหาว่ารัสเซียใช้พลังงานเป็นอาวุธ เพราะในทางตรงกันข้าม รัสเซียนั้นขยายการจัดส่งพลังงานไปยังยุโรปต่างหาก และขอให้ยุโรปหยุดโยนความผิดให้คนอื่น อันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤตพลังงานในภูมิภาคเอง”

พร้อมทั้งได้ตำหนิวิกฤตพลังงานในยุโรปขณะนี้ด้วยว่า หลังจากฤดูหนาวรุนแรงที่ผ่านมา ยุโรปไม่ได้สูบก๊าซในปริมาณที่เพียงพอเพื่อไปเก็บสำรองไว้ในโรงเก็บ ซึ่งถือว่าสำคัญมากและเป็นกลไกระยะยาว เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน

และปูตินย้ำอีกว่า บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ แกซพรอม (Gazprom) ของรัสเซีย ได้จัดส่งก๊าซไปยังยุโรปในระดับที่สูงที่สุดภายใต้ข้อตกลงในปัจจุบัน และพร้อมที่จะจัดส่งเพิ่มให้อีกหากได้รับการร้องขอ โดยรัสเซียจะเพิ่มให้มากเท่าที่หุ้นส่วนร้องขอ ไม่มีการปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในปีนี้ รัสเซียได้จัดส่งเพิ่มเติมไปแล้วถึง 15%

ด้านโฆษกทำเนียบเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ ระบุว่า รัสเซียได้จัดส่งก๊าซให้ยุโรป ในปริมาณที่มากที่สุดตามสัญญาแล้ว และย้ำว่า รัสเซียพร้อมที่จะเพิ่มปริมาณการส่งก๊าซผ่านยูเครน หากยุโรปจะเพิ่มงบประมาณการจัดซื้อ

ทั้งนี้ รัสเซีย ถือเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และจัดส่งให้กับยุโรปมากกว่า 40% จากการนำเข้าพลังงานทั้งหมดของยุโรป ด้วยเหตุนี้ รัสเซียจึงนับเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก และมีบทบาทที่จะสร้างความแข็งแกร่งและอ่อนแอให้กับแต่ละภูมิภาคได้

นอกจากนี้ รัสเซียยังใช้แหล่งทรัพยากรเหล่านี้ เป็นตัวหนุนรายได้หลักของรัฐบาล ซึ่งตอนนี้โลกกำลังเริ่มจะเปลี่ยนแปลงจากการใช้พลังงานฟอสซิล ไปเป็นพลังงานสะอาดแทน และนั่นหมายความว่า อาจมีความต้องการที่ลดน้อยลงในอนาคตก็เป็นได้

รวบ!! 'เครือข่ายค้ามนุษย์' หลอกคนไทยทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา พร้อมจับกุมสมาชิกเครือข่ายค้าแรงงานข้ามชาติเมื่อปี 2558

จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ต่าง ๆ ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ทำงานผิดกฎหมายในเมืองพระสีหนุ ประเทศกัมพูชา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทยให้ช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ตามที่ทราบแล้วนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยให้ได้กลับประเทศเป็นการเร่งด่วน และทำการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันยคนร้ายหรืออาชญากรได้ถือโอกาสที่คนได้รับผลกระทบจากปัญหาในช่วงไวรัสโควิด-19 สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยการหลอกลวงให้ไปใช้แรงงาน ทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ ในการนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) จึงได้ทำหน้าที่สืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวอย่างจริงจัง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิสมัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน พร้อมพวก ทำการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในกรณีดังกล่าว จนสามารถออกหมายจับเครือข่ายผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วยผู้ต้องหาชาวจีนจำนวน 4 ราย, ผู้ต้องหาชาวกัมพูชาจำนวน 4 ราย และผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 2 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ชุดปฏิบัติการสืบสวน ศพดส.ตร. ได้ทำการจับกุม สองผู้ต้องหาชาวไทยที่ได้ถูกออกหมายจับจากกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย

1) น.ส.อุบลรัตน์ พุฒิไพรสกุล อายุ 22 ปี

    ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1701/2564 ลงวันที่ 19 ต.ค.64

2) น.ส.เทียนฟ่ง แซ่หลี่ อายุ 28 ปี

    ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1702/2564 ลงวันที่ 19 ต.ค.64

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ในพื้นที่ สภ.ฝาง และสภ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศพดส.ตร. ได้ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ความช่วยเหลือเหยื่อคนไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางเอกสารเพื่อขอรับตัวเหยื่อคนไทยกลับประเทศไทยต่อไป

นอกจากนี้ ได้มีกรณีที่ทางการมาเลเซีย โดยสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้มีคำร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ร้องขอให้ทางการไทยส่งตัวบุคคลสัญชาติไทยจำนวน ๙ รายเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนย้ายแรงงานโดยผิดกฎหมายในประเทศมาเลเซีย ต่อมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดของไทย ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับบุคคลทั้ง ๙ รายตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย เพื่อดำเนินการจับกุมและส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศมาเลเซียต่อไปนั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ให้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ดังกล่าว

“อลงกรณ์” มอบ “กรกอ.” ภาคเหนือเดินหน้ากลยุทธ์โลจิสติกส์ใหม่ ใช้ด่านรถไฟโมฮ่าน - โลว์คอสต์แอร์คาร์โก้ “เชื่อมเหนือ-เชื่อมโลก” เปิดตลาดจีนทุกมณฑล – เอเชียกลาง - ยุโรปภายในสิ้นปีนี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.)เปิดเผยวันนี้(21ต.ค.)หลังจากเข้าร่วมการประชุมทางไกลพร้อมมอบนโยบายให้แก่คณะอนุกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคเหนือ(กรกอ.ภาคเหนือ)ซึ่งมีนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภาคเหนือเป็นประธาน

โดยมีคณะกรรมการทั้งภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการศูนย์ AIC ละภาคเกษตรกรเช่นดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นายพิศณุ ไชยนิเวศน์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ นายสุพจน์ ป้อมชัย ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-2-12 และหน่วยงานกระทรวงเกษตร ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมประชุมกว่า 50 คน เพื่อบูรณาการทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ๆ ได้แก่

1.โครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 ปี 2564-2566 ในสินค้าเป้าหมาย 15 ชนิด: ปาล์มน้ำมัน และยางพารา อ้อยโรงงาน ข้าวโพดหวาน และมะเขือเทศ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างระบบเกษตรแปลงใหญ่(Big Farm)ที่กระทรวงเกษตรฯสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่ม และบริหารจัดการแผนการผลิตและจำหน่ายจับคู่กับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่(Big Brothers)ตามความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งด้านปริมาณ คุณภาพและช่วงเวลาการรับซื้อ พร้อมพัฒนากระบวนการจัดการเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

2.โครงการ1กลุ่มจังหวัด 1นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร

3.โครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกของกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก) เช่นโครงการศูนย์พัฒนาผลไม้สดเพื่อการส่งออก ประกอบด้วยโครงการโรงอบไอน้ำและคัดบรรจุมะม่วง 2.โครงการโรงงานแปรรูปแช่แข็งบรรจุมะม่วง วงเงินงบประมาณ 150 ล้าน

4.โครงการพื้นที่เศรษฐกิจนวัตกรรมอาหารภาคเหนือ (Northern Thailand Food Valley : NTFV)ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทย

5.การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตามแนวคิดใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 ว่าด้วยทิศทางการพัฒนาภาคเหนือ ปี 2566 - 2570 ซึ่งเน้น“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สานสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ สุขภาวะดี วิถีชีวิตยั่งยืน” บนทิศทางการพัฒนาบน “4C” ได้แก่

1.Creative : พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง

2.Connect : สร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศ และอนุภูมิภาค

3. Clean : พัฒนาตามแนววิถีใหม่ (New Normal) บนฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานสะอาด

4.Care : ที่ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส

ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในอาเซียนยุทธศาสตร์

กาฬสินธุ์จัดกิจกรรม “วันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2564” ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าต้านโรคโควิด พร้อมมอบโล่รางวัลให้กำลังใจพยาบาลดีเด่น และผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าต้านโรคโควิด

โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 พร้อมมอบโล่รางวัลและช่อดอกไม้ ให้กำลังใจพยาบาลดีเด่น เสริมพลังกาย พลังใจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้ารักษาพยาบาลผู้ป่วยและต่อต้านโรคติดเชื้อโควิด-19

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2564 ที่ห้องประชุมเปรื่อง อนุชวานิช ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยมีนายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นางสาวกรรณิการ์ อุดรพิมพ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมพิธี ทั้งนี้ การจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19

นางสาวกรรณิการ์ อุดรพิมพ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ซึ่งพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาชีพพยาบาล และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชน เป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและด้านสาธารณสุข กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 ขึ้น

นางสาวกรรณิการ์กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์” ประจำปี 2564 นี้ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ได้ตระหนักในหน้าที่ มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และก้าวเดินตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน

“โดยกิจกรรมมีพิธีทำบุญตักบาตรและถวายปิ่นโตพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป พิธีอาศิรวาทราชสดุดีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมอบโล่เชิดชูเกียรติ มอบช่อดอกไม้ แก่พยาบาลผู้อุทิศตนเพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่วิชาชีพ จำนวน 1 คน พยาบาลดีเด่นประจำปี 2564 จำนวน 20 คน และบุคลากรดีเด่นของกลุ่มงานทันตกรรม จำนวน 3 คน พร้อมออกเยี่ยมให้กำลังใจพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสนามวัคซีนโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์” นางสาวกรรณิการ์กล่าว

"ดร.ซก" ที่ปรึกษาฮุนเซน เข้าหารือ "สุริยะ" ไทย - กัมพูชา พร้อมร่วมมือ!! ด้านพลังงาน - อุตสาหกรรมดิจิทัล - การท่องเที่ยว หลังจากโควิดผ่านไป

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ประสานและนำ ดร.ซก ซกกรัดทะยา  (Dr.Sok Sokrethya) ที่ปรึกษาส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโควิดและหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้ว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงท่องเที่ยวของกัมพูชาว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านได้มาเยือนกระทรวงอุตสาหกรรมในวันนี้ ทางไทยได้ทราบว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการแปรรูปการเกษตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมยานยนต์และประเทศกัมพูชากำลังอยู่ในกระบวนการสร้างอุตสาหกรรมดิจิตัล ท่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าไทยและกัมพูชาสามารถจะทำงานร่วมกันได้

นอกจากนี้ นายสุริยะ ได้เสริมว่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ท่านจึงมีความปรารถนาที่จะเห็นการค้าชายแดนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งท่านยังไข้ขอให้รัฐบาลกัมพูชาจะให้การสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยมีโอกาสจับคู่กับนักธุรกิจกัมพูชาเพื่อให้ความสัมพันธ์ด้านการค้าของสองประเทศมีความมั่นคงยิ่งขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ ยังได้ ฝากความขอบคุณและความปรารถนาดีไปถึงนายกฮุนเชนผู้นำกัมพูชาในโอกาสนี้ด้วย

ทางด้าน ดร.ซก ซกกรัดทะยา รัฐมนตรีช่วยการท่องเที่ยวกัมพูชากล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชาสมเด็จฮุนเซน ได้ฝากความปรารถนาดีอย่างสูงสุดมายังรัฐบาลไทย ว่า ท่านปรารถนาที่จะเห็นนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนของกัมพูชาและไทยช่วยเหลือกัน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดฉันท์ประเทศบ้านพี่เมืองน้อง  

อย่างไรก็ดีในสถานการณ์โควิดท่านนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน ได้มีนโยบายเร่งให้สร้างถนนและระบบการขนส่งอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นการตระเตรียมรองรับการท่องเที่ยวที่จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในเร็ววันนี้  ซึ่งไทยแบะกัมพูชาพร้อมจับมือกับพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

‘รมช.ศธ.’ ลงพื้นที่ขอนแก่นเมืองไมซ์ซิตี้ เปิดนิทรรศการ “KKC Smart Education 2021” ตอกย้ำมาตรฐานการศึกษาไทย ต้อง Move on!!

ที่ห้องประชุมแก่นเมือง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดนิทรรศการ KKC Smart Education 2021 : เพราะการศึกษาต้อง Move on โดยมี ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ดร.สุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1-5 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่นหรือผู้แทน ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครองจากทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชนเข้าร่วมงานภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

พร้อมกันนี้ยังมีครู และบุคลากรทางการศึกษาอีกจำนวนหนึ่งที่สนใจแต่ไม่สามารถ มาเข้าร่วมการประชุมและชมนิทรรศการในครั้งนี้ได้ เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน จึงได้ติดตามการถ่ายทอดสดทางระบบการประชุมทางไกลผ่าน Google Meet อีกด้วย พร้อมนี้ยังได้มอบเงินส่วนหนึ่งสมทบกองทุน 10 บาทสร้างโอกาสทางการศึกษาให้น้องขอนแก่น  ซึ่งกองทุนนี้จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน จาก 4 กระทรวง ได้แก่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ภายใต้โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดขอนแก่นโดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา

จากนั้น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะได้เดินทางไปที่โรงเรียนสาธิตมอดินแดง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยนวัตกรรม "Smart Learning and Coding : สู่การสร้างนวัตกร" ของโรงเรียนสาธิตมอดินแดง โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี ชัยเจริญ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะผู้บริหารโรงเรียนสาธิตฯและครูให้การต้อนรับ และนำเสนอนวัตกรรมการศึกษาแก่คณะท่านรัฐมนตรี 

 

ขอนแก่น - รมช.ศธ.เปิดนิทรรศการ "KKC Smart Education 2021" ตอกย้ำมาตรฐานการศึกษาของไทย! ในยุคโควิด-19 ทั้งออนไลน์ - ออนไซค์ต้องได้มาตรฐาน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ต.ค.2564 ที่ ห้องประชุมแก่นเมือง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดนิทรรศการ "KKC Smart Education 2021: เพราะการศึกษาต้อง Move on" ซึ่งกระทวงศึกษาธิการ และสำนักงานศึกษาธิการ จ.ขอนแก่น ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมี นายสุภัทร จำปากุล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผจ.ขอนแก่น ,นายศุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง เข้าร่วมงานกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางมาตราการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด

คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีความพร้อม ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยกำหนดจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการจัดการองค์ความรู้และยกระดับทักษะที่จำเป็นที่เน้นพัฒนาความรู้และสมรรถนะ ด้าน Digital  Literacy และเน้นหนักในเรื่องของการศึกษาแบบยกกำลัง 2 ในการพัฒนาครูให้มีความรู้ สมรรถนะและทักษะ

"ขณะเดียวกันในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และระบบบริหารจัดการห้องเรียน Smart School และ Smart Classroom ซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีแนวโน้มการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องโดยถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 7 เมือง ของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี สู่การพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบหรือ Smart City ได้อย่างชัดเจนและลงตัวที่สุด"

 

ระยอง - ทัพเรือภาคที่ 1 เช็คความพร้อม!! นำคณะตรวจความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยรับมืออุทกภัย และภัยพิบัติทุกรูปแบบ

ณ สถานีการบิน กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จว.ระยอง พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศบภ.ทรภ.1) กองทัพเรือ นำคณะตรวจความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ ในการช่วยเหลือประชาชน ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ ประชาชน ได้แก่ กำลังพลจาก กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ฐานทัพเรือสัตหีบ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง เมืองพัทยา และอำเภอสัตหีบ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบ และพร้อมปฏิบัติงาน ได้อย่างทันท่วงที เมื่อรับคำสั่งจากกองทัพเรือ

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล กล่าวว่า ตามที่กองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ อนุมัติให้ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ขึ้น มีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ประกอบกับปัจจุบันอยู่ในห้วงฤดูมรสุม คลื่นลมแรง รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนไปของภูมิภาค มีแนวโน้มที่อาจเกิดภัยพิบัติขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมความพร้อม ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เป็นไปอย่างทันท่วงที และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

จึงได้จัดให้มีพิธีตรวจความพร้อมขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า "เรามีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที" อย่างไรก็ตามขอให้ทุกหน่วยจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมสูงสุด พร้อมที่จะปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top