Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ทิพานัน’ ชี้!! ผลงาน ‘บิ๊กตู่’ 9 ปี มีเพียบ ยกผลงานเจรจาการค้าเด่น หนุนเปิดประเทศ-เปิดโอกาส ชู ‘ศักยภาพผู้นำที่ดี’ พาไทยแกร่งรอบด้าน

‘ทิพานัน’ ติงนักวิชาการ ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ยกผลงานเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ยุค ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ผลงานเพียบ เปิดประเทศ เปิดโอกาส และเปิดแนวทางใหม่การลงทุนในภูมิภาคสุดปัง ชู ‘ภาวะผู้นำที่ดี’ ทำทีมไทยแกร่ง 6 ด้าน

(23 ต.ค. 66) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘อ้น ทิพานัน ศิริชนะ’ ถึงกรณีที่นักวิชาการแสดงความเห็นเปรียบเทียบ การเจรจาการค้าระหว่างประเทศระหว่าง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า…

ลุงตู่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ทั้งเปิดประเทศ เปิดโอกาส เปิดแนวทางใหม่การลงทุนในภูมิภาค

ที่สำคัญเพราะ ‘ภาวะผู้นำที่ดี’  จึงมีดังนี้

#รัฐบาลลุงตู่ มีผู้แทนการค้าไทยที่แข็งแกร่ง

#รัฐบาลลุงตู่ มีทูตทางการค้าที่เข้าใจลูกค้า

#รัฐบาลลุงตู่ มีนโยบายจากBOIที่ชวนมาลงทุนโดยเฉพาะ

#รัฐบาลลุงตู่ มีกฎหมายอำนวยความสะดวกสำหรับนักลงทุนโดยเฉพาะ

#รัฐบาลลุงตู่ เดินหน้าเจรจาการค้ากับต่างประเทศมาตลอด 9 ปี

#รัฐบาลลุงตู่ พัฒนาทุกมิติไม่ใช่แค่หิ้วกระเป๋าไปขายของ

สิ่งเหล่านี้คือ ‘รากฐาน’ สำหรับการไปขายของในอนาคต

บทความตอนหนึ่งที่กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จาก รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2566 ว่า…

“เพราะถ้ามีการเปรียบเทียบทั้งสองคน ในแง่การไปเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สมัย พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องการเจรจาพูดคุยอะไรต่างๆ กับต่างชาติติดลบ”

“และการเดินสายต่างประเทศคงเป็นความพยายามหลังจากที่ขาดหายไปนานในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จึงถือเป็นความพยายามอีกอย่างหนึ่งท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่หลากหลาย”

การนำเสนอตรงนี้อาจไม่ครบถ้วน ตรงตามหลักวิชาการ และคนอาจเชื่อตามข้อมูลนั้นไปแบบไม่ครบถ้วน จึงขอนำเสนอข้อมูลให้ครบถ้วนอีกด้าน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วนทุกมิติ ที่ทำให้เห็นว่า ลุงตู่วางรากฐานการลงทุนที่จับต้องได้ ไม่ขายฝัน และ #มีคนทำงานแต่ละด้านที่เป็นมืออาชีพ จนสำเร็จลุล่วง และเดินหน้าพบปะกับต่างชาติทั่วโลกมาตลอดระยะเวลา 9 ปี และมีผลงานโดดเด่นมากมาย เช่น ซาอุฯ จีน เป็นต้น

การเดินทางพบผู้นำและประชุมระดับโลกและอาเซียน ของลุงตู่ เพื่อการค้าและการลงทุน และมิติอื่นๆ มีอะไรบ้าง ขอยกตัวอย่างดังนี้

- 12-15 ธ.ค. 65 ประชุมสุดยอดอาเซียน–สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ ที่บรัสเซลส์ เบลเยียม

- 25-27 พ.ค. 65 ประชุมInternational Conference on the Future of Asia (Nikkei Forum) ครั้งที่ 27 ที่โตเกียว ญี่ปุ่น

- 12-13 พ.ค. 65 การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ที่ วอชิงตันดี.ซี สหรัฐอเมริกา

- 25 ม.ค. 65 เยือนซาอุดีอาระเบีย เป็น ‘ความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย’ ให้กลับมาอยู่ใน ‘ระดับปกติ’ อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุด 3 ทศวรรษแห่งความห่างเหิน และเป็นก้าวแรกของ ‘โอกาสอันมากมายมหาศาล’ 9 ด้าน คือ

1.) การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

2.) พลังงาน (เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ชาติของ 2 ประเทศ) ร่วมลงทุน-วิจัยพลังงานดั้งเดิม พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน

3.) แรงงานไทย สนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ใน ‘วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย ค.ศ. 2030’ (Saudi Vision 2030)

4.) อาหาร ผลิต-ส่งออกอาหารฮาลาลให้แก่ซาอุดีฯ และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง GCC

5.) สุขภาพ-การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความร่วมมือทางการแพทย์ของไทย

6.) ความมั่นคง ไทยจะได้รับประโยชน์จากซาอุดีฯ ประเทศมหาอำนาจในกรอบองค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC) เช่น ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวสารความมั่นคง การต่อต้านการก่อการร้าย

7.) การศึกษาและศาสนา ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยมุสลิม

8.) การค้าและการลงทุน ลู่ทางธุรกิจและหุ้นส่วนทางการค้าในซาอุดีฯ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และการดึงดูดซาอุดีฯ ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ของไทยด้านพลังงาน นวัตกรรม โทรคมนาคม อวกาศ เทคโนโลยีสีเขียว โครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ

9.) กีฬา เช่น มวยไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

- 1 พ.ย. 64 เข้าร่วมประชุม ‘UN Climate Change Conference’ (COP 26) ครั้งที่ 26 ที่เมืองกลาสโกว์ อังกฤษ และประกาศคำมั่นสัญญาใหม่ของไทยอย่างเป็นทางการในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral ภายในปี 2065 #จนเป็นที่มานโยบายด้านนี้ในไทย ที่ขับเคลื่อนจริง และนักลงทุนสนใจมาลงทุน

- 24 ก.ย. 64 เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 76 ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

- 24-27 พ.ย. 62 เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกหลีใต้ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับเกาหลีใต้ ครั้งที่ 1 ที่ปูซาน เกาหลีใต้

- 21-27 ก.ย. 62 เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 74 ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

- 28-29 มิ.ย. 62 ในฐานะประธานอาเซียน เข้าร่วมประชุมผู้นำ G20 ประจำปี 2562 ที่โอซากา ญี่ปุ่น

- 25 มิ.ย. 61 หารือทวิภาคีกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ฝรั่งเศส

- 20 มิ.ย. 61 หารือทวิภาคีกับนางเทรีซา เมย์ นายกฯ อังกฤษ ที่อังกฤษ

- 2-4 ต.ค. 60 หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐอเมริกา

- 14-16 ต.ค. 59 เข้าร่วมการประชุมผู้นําเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting - ASEM) ครั้งที่ 11 ที่อูลานบาตอร์ มองโกเลีย

- 16-18 มิ.ย. 59 เยือนอินเดีย เพื่อความร่วมมือด้านการค้า-ความมั่นคง

- 17-21 พ.ค. 59 เยือนรัสเซีย ฟื้นความสัมพันธ์ในรอบ 11 ปี

- 9-11 พ.ย. 57 เข้าร่วมประชุมเอเปค ครั้งที่ 22 ที่ปักกิ่ง จีน

- 16-17 ต.ค. 57 เข้าร่วมการประชุมผู้นําเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting - ASEM) ครั้งที่ 10 ที่มิลาน อิตาลี

รัฐบาลลุงตู่ต้อนรับผู้นำที่มาเยือนไทย แสดงให้ต่างชาติเห็นศักยภาพบ้านเมืองไทยที่เจริญ และน่าลงทุนจริงๆ

- 14 ก.พ. 66 นายกฯ มาเลเซีย

- 10 ก.ค. 65 รมว.ต่างประเทศของอเมริกา และไทยและสหรัฐฯ ลงนามร่วมกันในแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

- 4-5 ก.ค. 65 มนตรีแห่งรัฐ และ รมว.ต่างประเทศของจีน

- ส่งเสริมการลงทุนใน EEC

- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยง

- รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวกับระบบรางและรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนของไทย

- ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

- ลงนาม MOU ด้านการรรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

- 13 มิ.ย. 65 รมว.กลาโหมของอเมริกา

- 1-2 พ.ค. 65 นายกฯ ญี่ปุ่น

- 20-23 พ.ย. 62 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

- 8 ส.ค. 60 รมว.ต่างประเทศของอเมริกา

- 27 ม.ค. 60 ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศของอังกฤษ

ความสำเร็จที่โดดเด่น และปังที่สุด คือ

- 18-19 พ.ย. 65 ลุงตู่ เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเอเปค ‘APEC2022’ ต้อนรับผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจ และได้รับคำชมเชยจาก ผอ.เลขาธิการเอเปค ยกย่องไทย จัดประชุม APEC2022 ได้ยอดเยี่ยม ระดับ world class และผลักดัน “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” สำเร็จในเวทีโลก

- 15 พ.ย. 63 ไทยร่วมก่อตั้งและลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค #RCEP กับ 14 ประเทศ (บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้) ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 2,200 ล้านคน (30% ของ GDP โลก) เพิ่มโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าไทยให้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 65

- 16 ธ.ค. 62 ‘ประเทศแรกในเอเชีย’ ไทยประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

- ปี 61-66 ไทยคงสถานะอันดับสูงสุดในอาเซียน 5 ปีซ้อน สำหรับดัชนีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Index)

- ปี 58-61 ไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับ EU
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ รัฐบาลลุงตู่ วางรากฐานความเชื่อมั่น เปิดประเทศและไปแนะนำประเทศ ให้คนทั่วโลกรู้จักและมาลงทุนในไทย

ดังนั้น อาจมีใครหลายคนที่อาจจะยังไม่ทราบข้อมูลและวิจารณ์บนพื้นฐานไม่รู้… จะได้รู้เพิ่มเติมค่ะ

ข้อมูลจาก https://www.soc.go.th/?page_id=10338

รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ (1) ปีที่ 1-4 และ (2) ปีที่ 1-3 
#ลองหาอ่านดูเผื่อใครสนใจค่ะ

23 ตุลาคม 2566
Cr. เพจ อ้น ทิพานัน ศิริชนะ

รมว.พิพัฒน์ ตรวจเยี่ยมท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช เร่งอัพสกิลแรงงานฝีมือป้อนอู่ซ่อมเรือ เพื่อส่งเสริม จ.ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางด้านซ่อมบำรุงเรือยอร์ชอย่างครบวงจร

วันที่ 21 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช พอร์ต มัจฉานุ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการท่าเรือและแผนพัฒนาในระยะยาว พร้อมสำรวจพื้นที่โครงการท่าเรือยอร์ช และ อู่ซ่อมเรือยอร์ช พร้อมผู้บริหารกระทรวงแรงงาน, ผู้บริหารโครงการฯ, หัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้ประกอบการในพื้นที่ ณ บริเวณท่าเทียบเรือพอร์ตมัจฉานุ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมโครงการท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช “พอร์ต มัจฉานุ”
 
และ เป็นที่น่ายินดีมากที่ จ.ภูเก็ต ที่จะมีท่าเรือยอร์ช และ อู่ซ่อมเรือยอร์ช ที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ซึ่งโครงการนี้จะมีส่วนร่วมในการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต และ สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมทั้งระบบ รวมถึง การสร้างอัตราการจ้างงานของแรงงานฝีมือทั้งในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค

จากที่หารือกับ ผู้บริหารโครงการฯ เราได้ทราบถึงความต้องการการแรงงานทักษะฝีมือสูง จำนวนกว่า 1,500 คน โดยเฉพาะในส่วนของช่างเชื่อม และ ช่างเชื่อมใต้น้ำ ที่ Up Skill เพิ่มมาตรฐาน เทคนิคการเชื่อม 4G ถึง 6G เป็นเทคนิคการเชื่อมอลูมิเนียมขั้นสูงของอุตสาหกรรมการซ่อมเรือยอร์ช ทั่วโลก

ดังนั้น กระทรวงแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีนโยบาย ในส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตอบสนองความต้องการแรงงานในพื้นที่ เพื่อการสร้างการจ้างงาน และ รายได้ตามทักษะฝีมือแรงงาน สำหรับแรงงานภายหลังจากการเข้ารับการอบรม รวมถึงการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และ ในขั้นต้น ผมได้มอบหมาย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการเร่งอบรมอัพสกิล "ช่างเชื่อมและช่างเชื่อมใต้น้ำ" จำนวน 300 คน เพื่อรองร้บการจ้างงาน ณ โครงการแห่งนี้ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีงานรองรับเลยทันที มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งทำให้แรงงานกลุ่มนี้หลุดพ้น จากค่าแรงขั้นต่ำ
 
กระทรวงแรงงาน พร้อมเสมอในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในทุกภาคส่วน หากอุตสาหกรรม หรือ ผู้ประกอบการใด ที่มีความต้องการแรงงานฝีมือ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศไทย โดยทางกระทรวงแรงงานจะพยายามอย่างเต็มที่ ในการเร่ง UPSKILL ฝีมือแรงงานที่ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม และ ตลาดแรงงาน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อทำให้พี่น้องแรงงานไทยหลุดพ้นจากค่าแรงขั้นต่ำ ” นายพิพัฒน์ กล่าวท้ายสุด

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดภูเก็ต พบว่า ปัจจุบันมีกำลังแรงงาน 342,568 คน เป็นผู้มีงานทำ 340,433 คน ผู้ว่างงาน 2,135 คน มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม 229,588 คน มีสถานประกอบการ 12,570 แห่ง โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม 5 แห่ง มีแรงงานต่างด้าว 70,749 คน
 
โดยจังหวัดภูเก็ต มีความต้องการแรงงานคุณภาพที่ตอบสนองความต้องการในระดับพื้นที่จำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานนวดและสปา พนักงานบริการอาหาร พนักงานต้อนรับส่วนหน้า แม่บ้านโรงแรม พนักงานขับรถบริการ และมัคคุเทศก์ เป็นต้น ดังนั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้รับนโยบาย ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการเร่งพัฒนาทักษะแรงงานด้านภาคท่องเที่ยวและบริการจำนวนกว่า 40,000 คน พร้อมมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาเกาหลี เพื่อการบริการนักท่องเที่ยว และ สร้างความประทับใจแด่นักท่องเที่ยว เพื่อการทำให้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกตลอดไป

ผบ.ตร.ร่วมกับ อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ จัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' มอบเป็นพระพุทธรูปประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(คอมมานโด) เพื่อเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจ มีหลักธรรมในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้สังคม

วันนี้ (21 ต.ค. 2566 ) เวลา 14.00 น. ณ อาคารประชุมสัมมนาและฝึกอบรม ตร. (เมืองทองธานี) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.พร้อม อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ศิลปินเชียงราย ร่วมแถลงข่าวจัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' เพื่อมอบประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมจัดหารายได้ให้สวัสดิการตำรวจ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และทุนการศึกษา 

สำหรับแนวคิดการจัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' สืบเนื่องมาจาก กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ซึ่ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการคนแรก ยังไม่มีศูนย์ร่วมจิตใจของข้าราชการตำรวจ ผบ.ตร. จึงมีดำริให้จัดสร้างพระพุทธประจำกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นเครื่องเตือนใจ ให้ข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ น้อมนำหลักธรรม คำสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญและกำลังใจ พลังความเข้มแข็งให้แก่ข้าราชการตำรวจในการรับใช้สังคม และประชาชนด้วยความเสียสละ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ได้ให้เกียรติสร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว และกำหนดนามให้ว่า 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' มอบให้กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อีกทั้งออกแบบซุ้มหอพระให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ตั้งอยู่หน้าอาคารกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ รายได้จากการสร้างพระจะมอบให้กับ กองทุนสวัสดิการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปจัดสวัสดิการด้านต่างๆ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด  จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ นำเข้าสนับสนุนสมาคมขัวศิลปะ เพื่อสมทบการจัดสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย

สำหรับการจัดสร้างพระพุทธราชสวัสดิ์มงคล จะมีพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 19 นิ้ว 1 องค์ ประดิษฐาน ไว้ ณ ซุ้มหอพระ บริเวณกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ลาดพร้าว โชคชัย 4  พระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 10 นิ้ว มอบไว้บูชาประจำหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานอื่นๆ จำนวน 14 องค์  พระพุทธรูปและพระกริ่ง จัดสร้างเพื่อมอบไว้แก่ผู้ร่วมบริจาคหรือผู้ร่วมสั่งจอง พระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว จัดสร้าง 610 องค์  เอพี. (Artist Proof) 10 องค์  เปิดบูชา 600 องค์ เป็นสีพิเศษ 1 จำนวน  99 องค์ , สีพิเศษ 2 จำนวน 199 องค์ , ทั่วไป จำนวน 302 องค์ และพระกริ่งขนาดหน้าตัก 2 เซนติเมตร เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อ นวะโลหะ จัดสร้าง 99 ชุด , เนื้อเงิน จัดสร้าง 910 องค์ เนื้อนวะโลหะพิเศษ จัดสร้าง 7,910 องค์ เนื้อนวะโลหะ จัดสร้าง 20,000 องค์    

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ที่กรุณารังสรรค์ผลงานที่งดงาม เป็นพลังศรัทธาอันเป็นเกียรติสูงยิ่งของข้าราชการตำรวจ เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของข้าราชการตำรวจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราหวงแหน เป็นสิ่งล้ำค่า มีคุณค่าทางจิตใจ คุณค่าทางศิลปะ และคุณค่าทางพุทธคุณ เพื่อย้ำเตือนสติตำรวจให้ยึดมั่นทำความดี รับใช้สังคม พร้อมจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข รับใช้พี่น้องประชาชน ยึดมั่นในหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของตำรวจ เพื่อสนองตอบนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพลังศรัทธาในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆอย่างมีสติและปัญญา ในการจัดสร้างยังมีพระเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นทองคำพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก เงินพิมพ์ใหญ่และเนื้อนวโลหะ เป็นพระกริ่งลอยองค์ที่ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย กรุณาสร้างสรรค์ผลงาน ศาสตร์แห่งศิลปะ ควบคุมการสร้าง การผลิต การดำเนินการต่างๆ อย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ต้องถือโอกาสขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจที่มีจิตใจศรัทธาร่วมกันบริจาค ทุนทรัพย์ที่ได้ไม่ไปไหน จะใช้พัฒนาตำรวจนำเข้ากองทุนสวัสดิการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้โรงพยาบาลตำรวจ และสนับสนุนสมาคมขัวศิลปะ เพื่อสมทบการจัดสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย เพื่อส่งเสริมให้แก่ผู้ที่มีความสนใจศึกษาด้านศิลปะ เผยแพร่ผลงานศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ 

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในการการสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' อยากให้เป็นพระที่วิเศษที่สุด สิ่งหนึ่งที่ยอมรับทำพระครั้งนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อขาย ไม่ใช่ทำเพื่อไปอยู่บ้านเศรษฐี หรือไปอยู่บ้านคนเล่นพระ ทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพราะพระที่ไปประจำที่ตำรวจนั้น เป็นสมบัติของชาติ เป็นของแผ่นดิน จึงอยากให้พระองค์นี้ งดงามในรูปแบบของตน เป็นงานศิลปะที่ถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ลอกใคร มีความงดงามในแบบแผนของเฉลิมชัย และสิ่งสำคัญมากอีกอย่างนั้นคือความศักดิ์สิทธิ์ ศิลปินเขาสร้างด้วยหัวใจที่เสียสละอันบริสุทธิ์ ตั้งมั่นในการที่จะสร้างพระให้สวยงาม เราจึงได้เห็นได้กราบพระที่ทรงคุณค่าทางสุนทรียภาพ เพราะมาจากหัวใจของศิลปีนผู้ปั้นผู้สร้างสรรค์อันบริสุทธิ์ แล้วในขณะเดียวกันก็มาจากพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่เข้มขลังเพื่อนำไปสู่ยังการทำให้พระบูชานั้นศักดิ์สิทธิ์และสวยงามด้วย พระของเรานี้จึงพร้อมทุกด้าน

รองผู้ว่ากระบี่เปิดงานโครงการ Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น.ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ (ภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ครั้งที่ 2 โดยมี ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วย ดร.วนิดา พันธ์สะอาด รองอธิบดีกรมพลศึกษา ,นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา และคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งนายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ และยังได้รับเกียรติจาก นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางปุณณานันท์ ทองหยู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล นางณัฏฐิรา แพงคุณท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี , ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร และผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมในพิธี

สำหรับกิจกรรมในวันนี้นับว่าเป็นการจัดงานครั้งที่ 2 ที่มุ่งหมายประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเปิดตลาดสินค้าด้านการท่องเที่ยว สินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามันสู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง โดยผลการจัดงานครั้งแรกในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 - 8 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี มียอดผู้เข้าร่วมงานทั้ง 4 วัน มากถึง 35,362 คน และยอดการจำหน่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จำนวน 2,214,874 บาท นับเป็นความสำเร็จที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เติบโตและยั่งยืน  และนำนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ เดินทางมาท่องเที่ยวสู่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต่อยอดการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ทั้งนี้งานมหกรรม "Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ" ครั้งถัดไปจะถูกจัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลอุดร จังหวัดอุดรธานี และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามลำดับ ต่อไป

ทร.จัดแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติ ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัล

กองทัพเรือ จัดแข่งขันกีฬาฟันดาบ “The 20th and 10th Veteran: Navy Open Fencing Championships 2023” ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในประเภทบุคคลและทีมทั่วไป และรุ่นอาวุโสอายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ และเงินรางวัล ระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องไดมอนด์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี 

โดยในปีนี้ ถือได้ว่าเป็นการจัดแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 และเป็นรายการแข่งขันฟันดาบ ที่มีนักกีฬาจากทั่วประเทศและต่างประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ มากกว่า 300 คน ซึ่งถือเป็นการแข่งขันฟันดาบระดับนานาชาติ ที่สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ให้การรับรองผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

สำหรับประเภทการแข่งขัน แบ่งออกเป็นประเภทบุคคลและทีมทั่วไป และประเภทอาวุโส 40 ปี ขึ้นไป ทั้งเอเป้ ฟอยล์ เซเบอร์ และประเภทพิเศษ EPEE-1-POINT CHALLENGE ไม่จำกัดเพศและอายุ โดยรางวัลการแข่งขัน สำหรับ       

1) ประเภทบุคคลทั่วไป อันดับที่ 1–3 จะได้รับเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร อันดับที่ 5–8 ได้รับประกาศนียบัตร 
2) ประเภททีมทั่วไป อันดับที่ 1–3 เหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร 
3) คะแนนรวมสูงสุด ได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศ เป็นเวลา 1 ปี พร้อมประกาศเกียรติคุณ แบ่งเป็น 
3.1) ชนะเลิศคะแนนรวม ประเภทชาย สูงสุดได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศของผู้บัญชาการทหารเรือ 
3.2) ชนะเลิศคะแนนรวม ประเภทหญิง สูงสุดได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศของรองผู้บัญชาการทหารเรือ 
3.3) รางวัลผู้ชนะแข่งขัน EPEE–1-POINT CHALLENGE จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท 

สนใจเข้าร่วมและชมการแข่งขันฟันดาบในช่วงวันดังกล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นาวาโท ภาคภูมิ ไพโรจนานันท์หมายเลขโทรศัพท์ 092-256-9008 Email: [email protected] หรือ Facebook: navyfencing หรือเว็บไซต์ http://www.navy.mi.th/fencing

รพ.สมด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดเสวนา 'การเตรียมความพร้อมผู้สูงวัย ดูแลสุขภาพช่องปาก' ในวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 2566

ด้วยใน วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ คือ "วันพยาบาลแห่งชาติ" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีต่อวิชาชีพการพยาบาลและต่อพสกนิกรชาวไทย

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้จัดให้มีพิธี ถวายราชสักการะกล่าวอาเศียรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพิธีมอบรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" ให้กับบุคคลากรและพนักงาน ที่ให้บริการด้านสุขภาพ ของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติแล้ว ยังได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง 'การเตรียมความพร้อมผู้สูงวัย ดูแลสุขภาพช่องปาก' โดยได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญที่ควรดูแลสุขภาพช่องปาก เนื่องจากเป็นวัยที่มักพบปัญหาในช่องปาก เช่น โรคปริทันต์ โรคฟันผุ ฟันสึก รวมถึงผู้สูงอายุที่ดูแลตนเองได้น้อยและไม่ได้ ควรจำเป็นต้องมีความรู้ รวมทั้งทักษะที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม ต่อไป

จึงได้จัดการเสวนาขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงวัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยได้รับเกียรติจาก เรือเอก วจน กีฬา ทันตแพทย์ คุณแม่ จิราภรณ์ เรืองรักเรียน บุคคลต้นแบบ โดยมี น.ต.หญิง เพชรรัตน์ เขตกระโทก เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมฟังการเสวนา ในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2566 เทิดพระเกียรติสมเด็จย่า

พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ นำคณะผู้บริหาร และหัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ วางพวงมาลัยหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชนนี ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

จากนั้น ได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวอาเศียรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ อาคารพิเคราะห์และบำบัดโรค โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ โดยนาวาเอกหญิง รัญญา เชยดี รอง ผอ.รพ.ฯ ฝ่ายการพยาบาล และในนามของคณะกรรมการจัดกิจกรรม วันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นวันคล้ายวัน พระราชสมภพของพระองค์ โดยถือเป็น "วันพยาบาลแห่งชาติ" ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชภารกิจ ในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา นำสิริสุขแก่ประชา และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการปฏิบัติดี สร้างสรรค์คุณปะโยชน์ ตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพพยาบาล 

โดย พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอให้เราร่วมใจกันตั้งปณิธานที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาท ปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ อดทน ซื่อสัตย์และมีเมตตากรุณา เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน

พร้อมกับเป็นประธานมอบรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" ให้กับบุคคลากรและพนักงานที่ให้บริการด้านสุขภาพ ประกอบด้วย โล่รางวัล พยาบาลผู้มีคุณงามความดี บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม สาขาเกียรติคุณพิเศษ ได้แก่ พล.ร.ต.หญิง อำไพวัลย์ สวยสม โล่รางวัล พยาบาลผู้มีคุณูปการ แก่องค์กรพยาบาล รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สาขาเกียรติคุณ ได้แก่ น.อ.หญิง เรืองรอง วิยาภรณ์ เกียรติบัตรพยาบาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น สาขาสนับสนุนบริการทางการพยาบาลพิเศษ ได้แก่ น.อ.หญิง กมลลักษณ์ โสธนะ กลุ่มงานสนับสนุนสายแพทย์ 1 มอบโล่รางวัลสาขาสนับสนุนบริการทางการพยาบาล 2 รางวัล มอบโล่รางวัลสาขาบริการทางการพยาบาล 3 รางวัล และมอบเกียรติบัตร จำนวน 23 รางวัล โดย ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้กล่าวชื่นชม และยินดีกับบุคลากรพยาบาล และพนักงานทุกคนที่ได้รับรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดี ศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" และหวังว่าทุกท่านจะเป็นแบบอย่างที่ดี ในการประพฤติตน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ ตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพพยาบาล ต่อไป 

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ คือ "วันพยาบาลแห่งชาติ" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีต่อวิชาชีพการพยาบาลและต่อพสกนิกรชาวไทย

ผบ.ทบ.รุดช่วยอดีตพลทหาร เก็บของเก่าต้องพลัดถิ่นเกิด คืนสู่อ้อมอกแม่ผู้ให้กำเนิด จากกรณี

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.66 สื่อมวลชน ได้มีการนำเสนอเปิดเผยเรื่องราวชีวิต นายอนุชา ชื่นวงค์ หรือน้อย อายุ 42 ปี ชาวอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อดีตพลทหารดีเด่น ผลัด 2/2545 สังกัด กองทัพบก เข้าประจำการ กองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ผู้เคยรับใช้ประเทศชาติ สร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน หลังปลดประจำการได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเกิด อำลาชีวิตจากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี ก่อนจะมาพบอยู่ในสภาพ นอนหลับใต้ท้องรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จอดริมถนนสุขุมวิท ชุมชนบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหลือเงินติดตัวเพียง 2 บาท โดยยึดอาชีพเก็บของเก่าข้างถนนขาย สร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งภาพที่ปรากฏ ได้สร้างความเวทนาใจให้กับผู้พบเห็น และชื่นชมในหัวใจยอดนักสู้ ที่ไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ร่างกายที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตเป็นปกติ

คืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 ต.ค.66 พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการเร่งด่วนให้ พลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพน้อยที่ 1 พลโท ไกรภพ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกำลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชลบุรี และมณฑลทหารบกที่ 14 ร่วมกับ น.ส.วลีพร อินอนงค์ ผู้ใหญ่บ้านบางเสร่หมู่ 4 เข้าให้การช่วยเหลือ นายอนุชา ชื่นวงค์ อดีตพลทหารผู้รับใช้ชาติ ในสังกัด กองทัพบก ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนเก็บขยะขายในอำเภอสัตหีบ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นขวัญกำลังใจ ที่จะเป็นแรงพลังให้ก้าวเดินต่อไป

ในการนี้ กองทัพบก ได้มอบหมายให้ พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และรอง ผอ.รมน.จว.ชลบุรี เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือรวมกว่า 10,000 บาท มอบถุงยังชีพ และนำรถยนต์ มาทำการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พร้อมนำตัว นายอนุชา เดินทางกลับสู่บ้านเกิด ส่งมอบคืนสู่อ้อมอก นางบุญช่วย ชื่นวงค์ อายุ 65 ปี มารดาผู้ให้กำเนิด หลังได้พลัดพรากขาดการติดต่อมานานนับปี

นายอนุชา ได้กล่าวแสดงการขอบคุณกองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเองไม่คิดว่าจะมีวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนฝันไป รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เกิดมาเป็นชายชาติทหาร แม้วันนี้ได้จากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี เมื่อหน่วยที่เคยประจำการ รับรู้ถึงความยากลำบาก ก็ยังติดตามมาให้การช่วยเหลือในทุกด้าน ที่สำคัญ คำสอนของผู้บังคับบัญชา เป็นสติเตือนใจให้ตัวเองคิดถึงครอบครัว และคิดถึงแม่ที่จากมานานร่วม 3 ปี ได้แวะเวียนกลับไปปีละครั้ง แต่ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อหากัน 

และกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางออกจากบ้านเกิด มายึดอาชีพเก็บของเก่าขายในพื้นที่ห่างไกล เพราะไม่อยากให้แม่เห็นตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ และไม่อยากให้แม่ต้องอับอายผู้คน จึงต้องจำใจจากแม่มา ส่วนพ่อเสียชีวิตแล้ว ในวันนี้ รู้สึกผิดที่คิดเช่นนั้น ห่วงแต่อนาคตตนเองจนมารู้ว่า ทุกนาทีที่จากมา แม่เป็นห่วงและคิดถึงตนเองมาก ซึ่งตนเองขอสัญญา จะทำหน้าที่ความเป็นลูก ดูแลแม่ให้ดีที่สุด ไม่ทิ้งแม่ให้ต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 กล่าวว่า หลังทราบข่าวเรื่องราวชีวิตของอดีตพลทหาร ที่ผจญชะตาชีวิตอย่างยากลำบาก ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีความห่วงใย สั่งการในทันที ให้หน่วยงานเร่งออกตามหาตัวให้พบ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 วัน ได้ลงพื้นที่ตามหากันอย่างไม่หยุดหย่อน จนมาพบตัวในที่สุด 

และกล่าวว่า อดีตพลทหาร อนุชา ชื่นวงค์ แม้จะปลดประจำการมายาวนานถึง 20 ปี แต่ถือเป็นชายชาตินักรบ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยเสียสละเข้ามารับใช้ประเทศชาติ และสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน คุณงามความดีที่ได้กระทำนั้น ถูกจารึกเป็นเกียรติประวัติ ยังตราตรึง และยังคงเป็นที่จดจำ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะพลทหาร หรือข้าราชการคนใดก็ตาม ที่เคยรับใช้ประเทศชาติ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กองทัพบก ไม่เคยทอดทิ้ง พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างตลอดไป

ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยจัดวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 66 สภากาชาดไทย เทิดไท้สมเด็จย่าเสริมสร้างดูแลสุขภาพปวงประชาห่างไกลไร้โรคา มีคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 8.00-10.00  น.นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 66 ณ.ระเบียงรมณีย์ ชั้นที่ 14 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วันพยาบาลแห่งชาติ ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ชึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา การศาสนา  การสงเคราะห์ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

เพื่อน้อมรำลึกและเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระศรีนครืนทราบรมราชชนนี ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ได้ตระหนักเห็นความสำคัญ ดังกล่าว จึงได้จัดงานวันพยาบาลแห่งชาตื ประจำปี 2566 เหมือนเช่นทุกปี สำหรับปีนี้จัดงานวันที่ 20  ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น. กืจกรรมภายในงานที่น่าสนใจประกอบด้วยนิทรรศการการดูแลสุขภาพ เละเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพจากหน่วยงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย รับการประเมินสุขภาพด้วยการทดสอบความจำและความคิด ทดสอบแรงบีบมือ ประเมินภาวะความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ภาวะอารมณ์และพฤติกรรม สุขภาพ กิจกรรมเกมส์ฝึกสายตาและสมอง การตรวจวิเคราะห์กล้ามเนื้อและมวลไขมันด้วยเครื่อง ,BIA และรับคำแนะนำฟรี นอกจากนี้รับฟังการเสวนาเรื่อง 'ก้าวเข้าสู่ทศวรรษการดูแลสุขภาวะผู้สูงวัย"และเพลิดเพลินกับการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อผู้สูงวัยด้วยไลน์แเดนซ์ ร้องเพลงเล่นดนตรีอูคูเลเล่

ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลหน่วยกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับโดย พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก 

พร้อมคณะ เดินทางไปยังกองบัญชาการกองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของ กองกำลังสุรนารี จากนั้นเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น จุดตรวจการณ์ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลป้องกันชายแดน พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล หลังจากนั้นได้เดินทางไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา และเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ สำรวจภูมิประเทศในพื้นที่รวงผึ้ง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top