Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

จากคำพูดที่ว่า!! ประเทศไทยไม่ต้องมี ‘กัน จอมพลัง’ ก็ได้ แต่วันที่หาดใหญ่จมน้ำ เขายังลุยต่อ พิสูจน์คุณค่าด้วยการช่วยชีวิตจริง ไม่ใช่ด้วยดราม่า ทิ้งคำด่าไว้ข้างหลัง แล้วลงน้ำไปช่วยคนก่อนใคร

(26 พ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์รวมความสุข ให้กำลังใจ โพสต์ข้อความว่า…ในวันที่เขาถูกบอกว่า “ประเทศไทยไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้”

เดือนที่ผ่านมา…เขาคือคนที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ถูกพูดอย่างร้ายแรงว่าประเทศไทย “ไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้” คำพูดที่บาดลึก และเหมือนพยายามลบค่าความดีที่เขาทำมาตลอดหลายปี

แต่วันนี้…วันที่หาดใหญ่จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 4 วัน วันที่ผู้คนหลายพันชีวิตติดอยู่ในบ้านตัวเอง วันที่อาหารขาดแคลน ยาไม่พอ คนล้มป่วยกันเป็นแถว วันที่หลายคนรู้สึก “ไม่มีใครจะพึ่งได้”

กลับเป็นวันที่ชื่อของ กัน จอมพลัง ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายน้ำเชี่ยว พร้อมเสื้อชูชีพและเรือช่วยเหลือแทนคำด่าทอที่เคยเจอ เขาเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด “ลงพื้นที่ และเข้าหาคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อนเสมอ”

และในบ้านเก่าหลังหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมเขาพบ เด็กผู้หญิงอายุเพียง 7 ขวบ ติดอยู่ในบ้านตามลำพังหลายคืน เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีอาหารพอ ไม่มีใครให้กอด ไม่มีใครปลอบ มีเพียงน้ำท่วม… และความกลัวที่กัดกินหัวใจทุกนาที

วินาทีที่เด็กเห็นเขา มันเกินกว่าคำว่า “ดีใจ” เธอร้องไห้ออกมาสุดเสียง ร้องเหมือนแบกความกลัวไว้หลายคืน ร้องเหมือนเห็น “ผู้ใหญ่คนแรกที่เข้ามาหาเธอ” หลังจากติดอยู่คนเดียว ร้องเหมือนเสียงที่บอกว่า “หนูรอดแล้ว มีคนมาช่วยหนูแล้ว”

และก็เป็น กัน จอมพลัง คนเดิมที่อุ้มเด็กขึ้นจากน้ำอย่างระมัดระวัง เหมือนจะบอกเธอว่า “หนูไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ”

บางครั้ง…คำว่าคุณค่าของคน ไม่ได้วัดจากเสียงดราม่าบนโลกออนไลน์ แต่วัดจากวินาทีที่มนุษย์คนหนึ่งยื่นมือไปช่วย “ชีวิตจริง” อีกชีวิตหนึ่งในวันที่โลกทั้งใบไม่เหลือใครให้พึ่ง

วันนี้ หาดใหญ่หลั่งน้ำตา…แต่ไม่ใช่เพราะน้ำท่วมอย่างเดียว เพราะยังมีคนแบบเขา ที่ยืนลุยน้ำเพื่อช่วยชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่งให้ปลอดภัย

และอาจถึงเวลาแล้ว ที่สังคมจะหันกลับมาถามตัวเองว่า เพราะอะไรเราถึงเคยบอกว่า “ประเทศไทยไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้” ?

ศาลให้ประกันตัว อดีตนางเอก ‘ปู มัณฑนา’ วงเงิน 3 แสนบาท คดีฉ้อโกงหลอกลงทุน คอลลาเจน 1.1 ล้าน

(26 พ.ย. 68) ศาลอุทธรณ์อนุญาตปล่อยชั่วคราว "ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ" อดีตนางเอกชื่อดัง หลังโดนพิพากษาคดีฉ้อโกงร่วมลงทุนธุรกิจคอลลาเจนจนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ทว่าเธอต้องวาง "ประกันอิสรภาพ" ด้วยกรมธรรม์วงเงิน 300,000 บาท แทนเงินสดเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาล

คดีนี้เกิดจากผู้เสียหายซึ่งเชื่อมั่นในชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของปู ลงทุนเงินกว่า 1.1 ล้านบาท ตามข้อเสนอที่รับประกันผลตอบแทน แต่ธุรกิจคอลลาเจนนั้นไม่มีตัวตนจริงและเงินไม่คืนตามสัญญา ศาลชั้นต้นจึงตัดสินว่าปูมีความผิดฐานฉ้อโกงและสั่งจำคุกทันที

"ประกันอิสรภาพ" ที่ใช้โดยปู เป็นกรมธรรม์ประกันวงเงิน 3 แสนบาท ที่หากจำเลยไม่มาศาลตามนัด, หลบหนี หรือกระทำผิดเงื่อนไข ศาลสามารถเพิกถอนประกันและสั่งปรับตามวงเงินดังกล่าวได้ทันที ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตนอกเรือนจำตอนนี้ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเข้มงวด

แม้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ แต่สถานะของเธอคือจำเลยที่ถูกตัดสินแล้ว ความไม่ประพฤติตามเงื่อนไขแค่ครั้งเดียวอาจทำให้ต้องกลับเข้าคุกพร้อมสูญเงินประกันเป็นค่าปรับ ภาพรวมนี้สะท้อนความซับซ้อนของคดีการเงินและภาพลักษณ์ ที่ปู มัณฑนากำลังเผชิญ

กรณีของเธอยังเป็นบทเรียนสำคัญต่อสังคมเรื่องการระวังการลงทุนที่เกี่ยวกับชื่อเสียงคนดัง การรักษาคำพูดและความโปร่งใสของบุคคลสาธารณะ รวมถึงการใช้ "ประกันอิสรภาพ" เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสิทธิและการคุ้มครองสังคมในกระบวนการยุติธรรม
 

‘ดร.ธรณ์’ ชี้ใช้ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ แบกน้ำหนักได้เยอะ สู้ลมแรง ส่งสิ่งจำเป็น ‘ยา-นมเด็ก–พาวเวอร์แบงค์’ เข้าสู่พื้นที่เรือเข้าไม่ถึงได้ 

(26 พ.ย. 68) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ นี่คือตัวอย่างโดรนที่ใช้ส่งของได้ ผมเพิ่งไปดูมาที่ PTTEP เป็นโดรน 8 ใบพัดที่แบกน้ำหนักได้เยอะ สู้ลมแรงได้ เพราะใช้ส่งของระหว่างแท่นผลิตปิโตรเลี่ยมในอ่าวไทยอยู่แล้ว

เมืองไทยยังมีโดรนเกษตรอีกมากมายที่บรรทุกน้ำหนักได้ หากเราระดมโดรนเข้าใช้ แม้บางช่วงอาจมีฝนตก แต่เมื่อสภาพอากาศเป็นใจ เราสามารถส่งสิ่งที่จำเป็นเข้าไปได้ เช่น ยา นมสำหรับเด็ก หรือแม้กระทั่งพาวเวอร์แบงค์เพื่อการติดต่อสื่อสาร ฯลฯ

อย่างน้อยก็เป็นการช่วยอีกทาง เพราะในบางพื้นที่น้ำเชี่ยวเรือเข้าไม่ได้ อีกทั้งเรายังต้องใช้เรือเพื่อช่วยอพยพผู้คน เรือที่มีจำกัดอาจไม่พอแบ่งไปขนของแจก

เสนอไอเดียนี้ในโหนกระแส ได้รับการตอบรับอย่างเร็ว จนล่าสุดทราบว่าหน่วยงานรัฐอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว (ก่อนหน้านั้นบินไม่ได้เพราะติดกฎห้ามบิน)

ทราบว่านายกสมาคมโดรนกำลังระดมความช่วยเหลือ ยังมีโดรนจากอีกหลายองค์กรที่พอนำไปช่วยได้ ใครมีก็ลองประสานกับสมาคมโดรนนะครับ

โดรนขนาดเล็กอาจช่วยในการชี้เป้านำทางเรือให้เข้าไปช่วย สำรวจเส้นทาง หรือแม้กระทั่งติดลำโพงใช้ประกาศแจ้งสถานการณ์และความช่วยเหลือให้คนที่ติดอยู่ทราบ

ยังมีโดรนกันน้ำ/ลงน้ำได้ที่ทราบว่าบางหน่วยงานมีใช้ พวกนั้นใช้ขนของเล็กๆ เช่น ถุงกันเปียกใส่ยาไว้ข้างใน

หรือแม้กระทั่งโดรนติดกล้องอินฟราเรดจับความร้อน ใช้ตามหาผู้ประสบภัยบนหลังคาในเวลาค่ำคืนเพื่อชี้เป้าและส่งความช่วยเหลือเข้าไป

เทคโนโลยีจะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้ช่วยชีวิตคนในยามลำบากที่สุด

มีอุปสรรคมากมาย แต่เพื่อช่วยพี่น้องที่ติดน้ำอยู่ในความสิ้นหวัง เราต้องไม่ยอมแพ้ ต้องหาทุกทาง แม้จะได้ทีละนิดละน้อย เราก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุดครับ

Art Jitthep Trader เปิดมุมมองใหม่ ชวนนักลงทุนเตรียมตัว “ก้าวทันปี 2569” กับคอร์สวิเคราะห์เศรษฐกิจ พร้อมแผนการลงทุนส่งท้ายปี 2568

(26 พ.ย. 68) นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ (Art Jitthep Trader) นักวิเคราะห์และ Fulltime Trader ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในตลาดหุ้นไทย ทองคำ และ TFEX เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีส่งท้ายปี 2568 เพื่อมอบมุมมองเชิงลึกด้านเศรษฐกิจและการลงทุน เตรียมความพร้อมให้นักลงทุนก้าวเข้าสู่ปี 2569 ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจเป็นปีแห่งโอกาสครั้งใหญ่ในหลายสินทรัพย์

คอร์สนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Live Webinar เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์ พร้อมแนวทางการวิเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในพอร์ตของตนเอง ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการลงทุนที่นักลงทุนกำลังรอคอยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

ประเด็นสำคัญที่ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้

คอร์สนี้ออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพ โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญของปี 2569 ได้แก่:
•เทรนด์เศรษฐกิจโลกปี 2569 อธิบายแบบเข้าใจง่าย เห็นภาพชัด
•วิเคราะห์หุ้นไทย: แนวโน้มฟื้นตัวและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาส
•ทองคำ: จะยังเป็นสินทรัพย์เด่น หรือถึงเวลาพักฐาน
•มุมมองเชิงลึกของ Set50 และตลาด TFEX ปีหน้า
•ปัจจัย “Game Changer” ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาด
•บทสรุป 3 สินทรัพย์เด่นที่ควรจับตาในปี 2569

Art Jitthep Trader ขึ้นชื่อเรื่องการสอนที่ “เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง” พร้อมการถ่ายทอดมุมมองจากประสบการณ์ตรงในตลาด ทำให้เนื้อหาทั้งหมดมีความทันเหตุการณ์และนำไปใช้ได้ทันที

อ.อ้อ ชัยภัฏ วอนชาวหาดใหญ่ ให้เข้าใจข้อจำกัด ‘เจ็ตสกี’ แม้คล่องตัว เข้าถึงได้ทุกที่ แต่วิ่งช้าอาจคว่ำได้

(26 พ.ย. 68) ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีปัญหาคนในพื้นที่น้ำท่วมกับการใช้เจ็ตสกีเข้าไปช่วยเหลือ โดยระบุว่า คนหาดใหญ่คุณต้องเข้าใจ! เจ็ตสกี เป็นยานพาหนะกีฬา ไม่ใช่เอาไว้ขนคน แต่มันมีประสิทธิภาพ ไปได้ในทุกที่ คล่องตัว เหล่าอาสาเลยเอามาช่วยอพยพคน มันวิ่งช้าไม่ได้คว่ำแน่ Friction มันไม่พอ อย่าด่าเขา!
 

ชาวผู้ดีแห่ย้ายไปรัสเซีย “ค่านิยมร่วม” Common Values Visa หวังย้ายปักหลักเริ่มชีวิตใหม่ในรัสเซีย หลังเบื่อการเมือง-วัฒนธรรมในประเทศตัวเอง โอดภาษีสูง เงินไหลช่วยยูเครนเกินรับไหว

(26 พ.ย. 68) มีรายงานว่าชาวอังกฤษจำนวนหลายร้อยคนกำลังยื่นขอ “วีซ่าค่านิยมร่วม” (Common Values Visa) เพื่อย้ายไปพำนักในรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่ารู้สึกเบื่อหน่ายกับนโยบายรัฐบาลอังกฤษ ภาษีที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และบรรยากาศทางการเมือง–วัฒนธรรมในประเทศที่ถูกมองว่า “โว้กเกินไป” (Woke) หรือให้ความสำคัญกับประเด็นอัตลักษณ์ทางสังคม เชื้อชาติ และเพศอย่างสุดโต่ง

ฟิลิป ฮัทชินสัน (Philip Hutchinson) ตัวแทนบริษัท Moscow Connect ซึ่งช่วยดูแลการย้ายถิ่นให้ชาวต่างชาติ เปิดเผยว่าขณะนี้มีชาวอังกฤษส่งคำถามและใบสมัครย้ายไปอยู่รัสเซียสัปดาห์ละราว 50-80 ราย พร้อมระบุว่าหลายคนไม่พอใจที่เงินภาษีที่จ่ายเพิ่มขึ้นถูกนำไปสนับสนุนยูเครน ขณะที่ชาวอังกฤษรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรักรัสเซีย ที่นั่นไม่มีอาชญากรรม ถนนหนทางสะอาด และเป็นประเทศที่เจริญ”

โดยก่อนหน้านี้รัสเซียได้ออกกฎเปิดทางให้ชาวต่างชาติที่รู้สึก “ไม่สอดคล้องกับนโยบายประเทศตัวเอง” สามารถขอวีซ่าและใบพำนักชั่วคราวได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องสอบภาษา เพียงยื่นคำชี้แจงเหตุผลต่อสถานทูตรัสเซีย แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในอังกฤษ แต่ยังพบคนจากชาติตะวันตกอื่น ๆ ยื่นขอเข้าร่วมโครงการนี้รวมแล้วกว่า 2,200 คน เช่น กรณีเชฟชาวเยอรมันที่พาครอบครัวย้ายไปอยู่แคว้นวลาดิมีร์ของรัสเซีย เพราะไม่เห็นด้วยกับ “ค่านิยมยุโรปยุคใหม่”
 

กองทุนการออมแห่งชาติ จัดกิจกรรมโปรโมตสลาก กอช. “ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับ สลาก กอช.”

เมื่อวันที่ 24-25 พ.ย. 68 กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดกิจกรรม “ศุกร์ได้ลุ้น สุขได้ออม กับ สลาก กอช.” นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ได้นำคณะลงพื้นที่เดินสายประชาสัมพันธ์จากอาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ไปถึงตลาดซอยลือชา (ซอยพหลโยธิน 1) เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับ “สลาก กอช.” โดยได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวอย่างล้นหลาม

การลงพื้นที่ทั้งสองวัน เป็นการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อเตรียมความพร้อมของ “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมที่ได้ประโยชน์สองต่อ ต่อแรก คือ ได้ลุ้นเงินล้านทุกวันศุกร์  และต่อที่สอง คือ ทุกบาทที่ซื้อกลายเป็นเงินออม ทำให้การออมกลายเป็นเรื่องสนุก ที่สำคัญที่สุด เงินต้นไม่หาย และยังได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่ม ซึ่งจะทำให้คนไทยทุกคนมีอนาคตทางการเงินที่มั่นคง และมีความสุขในวัยเกษียณ

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. คนไทยทุกคนอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถซื้อสลาก กอช. ได้ทุกวัน งวดต่องวด ออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. ผู้ถูกรางวัลจะได้เงินรางวัลทันทีผ่านพร้อมเพย์ ซึ่งสามารถนำออกมาใช้ได้เลย โดยที่เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดถูกเก็บเป็นเงินออมในบัญชีส่วนตัวของตนเอง แม้ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม

2. พิเศษสุดๆ คนไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ซื้อ และสามารถออมไว้ได้ 5 ปี หลังจากวันที่ซื้อครั้งแรก และสามารถซื้อได้ไม่จำกัดรอบ

3. เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ใบละ 50 บาท ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อเดือน

4. รางวัลของ "ทุกวันศุกร์" กำหนดดังนี้
4.1 รางวัลที่ 1 (เป็นเลข 6 หลัก) รางวัล 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
4.2 รางวัลที่ 2 (เป็นเลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว) รางวัล 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
4.3 รางวัลพิเศษ (แจ็คพอต) 1 รางวัล (ถ้ามี)

5. หากในงวดใดที่รางวัลออกไม่หมด รางวัลที่ออกไม่หมดนั้นจะถูกทบยอดเป็นรางวัลพิเศษ (แจ็คพอต) ในงวดถัดไปทั้งหมดทันที

6. “เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะเป็นเงินออมของผู้ซื้อสลาก” ซึ่งจะนำเงินส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับ กอช. และเมื่อผู้ออมอายุครบ 60 ปี จะคืนเงินทั้งหมดทุกบาท ทุกสตางค์ที่ซื้อสลากมาทั้งชีวิตพร้อมกับผลตอบแทนการลงทุนให้กับผู้ออม

7. หากเสียชีวิต เงินออมที่ซื้อสลาก กอช. ทั้งหมดจะตกสู่ทายาทตามกฎหมายหรือบุคคลที่ผู้ซื้อระบุไว้

สำหรับพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศลงเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมานั้น กฎหมายจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน ในระหว่างนี้ กอช. ได้นำเสนอร่างกฎกระทรวง เกี่ยวกับรายละเอียดรูปแบบการออกรางวัลให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณา เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ที่สนใจจะสามารถซื้อผ่านแอปพลิเคชัน “กอช.” และเครือข่ายพันธมิตรในอนาคตได้ การสมัครทำได้ง่าย เพียงใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลขหลังบัตรประชาชน สำหรับผู้ที่ถูกรางวัล เงินรางวัลจะถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของท่านทันที ความร่วมมือนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นแก่คนไทย ทำให้การออมเป็นเรื่องสนุก เสริมสร้างวินัยทางการเงิน และให้คนไทยมีชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง”
 

วิกฤตเบี้ยเลี้ยงล่าช้า เบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่ายนาน 3-4 เดือน เงินอัดฉีดเหรียญยังไม่เคลียร์ชัดเจน อลป.ไทยเตือนกระทบขวัญกำลังใจทีมชาติ หวั่นผลงานซีเกมส์ 2025 หดตัวในบ้านตัวเอง

(26 พ.ย. 68) ก่อนงานซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะเริ่มขึ้น ปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาค้างจ่าย 3-4 เดือน และเงินอัดฉีดเหรียญที่ยังไม่ขยับกลายเป็นวิกฤตกัดกร่อนขวัญกำลังใจนักกีฬาไทย

ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย (อลป.ไทย) กลางปี 2568 สมาคมกีฬาหลายแห่งแจ้งว่าเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าจ้างโค้ชที่เบิกผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติถูกค้างจ่ายถึงเดือนมีนาคม-เมษายนและยังไม่ได้รับเงินเดือนต่อมา บางสมาคมต้องใช้เงินสำรองหรือไปกู้หนี้เพื่อจ่ายให้กับทีม

ประธานที่ปรึกษาอลป.ไทย 'กองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์' เตือนว่า หากเบี้ยเลี้ยงไม่เคลียร์ภายในสองสัปดาห์ จะนำทีมกีฬาและสมาคมไปยื่นหนังสือตรงถึงรัฐบาล เพื่อป้องกันผลกระทบขวัญกำลังใจและเป้าเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ 2025

ฝ่ายรัฐชี้แจงว่า งบประมาณได้รับแล้วแต่มีขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนและยังรอการอนุมัติจาก กกท. ส่งผลให้งบประมาณไม่ถึงมือสมาคมเต็มที่ ด้านเงินอัดฉีดเหรียญรางวัลอยู่ระหว่างดำเนินการปรับเพิ่มตามค่าครองชีพใหม่แต่นักกีฬาเห็นแค่ว่า "ยังไม่เพิ่มจริง" ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักกีฬาเรื่องความมั่นคงทางการเงิน

‘สี จิ้นผิง-ทรัมป์’ ต่อสายเคลียร์ใจ ย้ำเดินหน้าบนฐานเท่าเทียม ร่วมมือได้ประโยชน์ ขัดแย้งเจ็บทั้งคู่ หนุนขยายความร่วมมือ ลดรายการปัญหา

(26 พ.ย. 68) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า จีนและสหรัฐฯ ควรรักษาโมเมนตัมความสัมพันธ์ที่กำลังเดินหน้า และต้องเคลื่อนต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยยึดหลักความเท่าเทียม การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สี จิ้นผิง ระบุว่า การพบหาระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ที่เมืองปูซานเมื่อเดือนที่แล้วประสบความสำเร็จ และช่วย “ปรับเข็มทิศ” ของความสัมพันธ์สองประเทศ เปรียบเหมือนเรือใหญ่ที่กลับมาแล่นได้อย่างมั่นคง ส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังประชาคมโลก พร้อมชี้ว่าตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เดินหน้าในทิศทางที่ค่อนข้างมั่นคงและเป็นบวก ได้รับการต้อนรับจากทั้งสองประเทศและนานาชาติ

ผู้นำจีนย้ำว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงชัดเจนแล้วว่า “ร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ขัดแย้งกัน ทั้งสองฝ่ายเสียหาย” และมองว่าภาพของจีนและสหรัฐฯ ที่ช่วยกันเติบโต ร่ำรวย และประสบความสำเร็จไปด้วยกันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เขาเสนอว่าควร “เพิ่มรายชื่อเรื่องความร่วมมือ และลดรายชื่อปัญหา” เพื่อสร้างความคืบหน้าทางบวก เปิดพื้นที่ใหม่ให้การร่วมมือ และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศรวมถึงโลก

สี จิ้นผิง ยังทบทวนจุดยืนหลักของจีนเรื่องไต้หวัน โดยเน้นว่า การที่ไต้หวันกลับมาอยู่กับจีนเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมชี้ว่าในอดีตจีนและสหรัฐฯ เคยยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิทหารนิยม และในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศยิ่งควรช่วยกันปกป้อง “ชัยชนะของสงครามโลกครั้งที่ 2” ให้มั่นคง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top