จากคำพูดที่ว่า!! ประเทศไทยไม่ต้องมี ‘กัน จอมพลัง’ ก็ได้ แต่วันที่หาดใหญ่จมน้ำ เขายังลุยต่อ พิสูจน์คุณค่าด้วยการช่วยชีวิตจริง ไม่ใช่ด้วยดราม่า ทิ้งคำด่าไว้ข้างหลัง แล้วลงน้ำไปช่วยคนก่อนใคร

(26 พ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์รวมความสุข ให้กำลังใจ โพสต์ข้อความว่า…ในวันที่เขาถูกบอกว่า “ประเทศไทยไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้”

เดือนที่ผ่านมา…เขาคือคนที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ถูกพูดอย่างร้ายแรงว่าประเทศไทย “ไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้” คำพูดที่บาดลึก และเหมือนพยายามลบค่าความดีที่เขาทำมาตลอดหลายปี

แต่วันนี้…วันที่หาดใหญ่จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 4 วัน วันที่ผู้คนหลายพันชีวิตติดอยู่ในบ้านตัวเอง วันที่อาหารขาดแคลน ยาไม่พอ คนล้มป่วยกันเป็นแถว วันที่หลายคนรู้สึก “ไม่มีใครจะพึ่งได้”

กลับเป็นวันที่ชื่อของ กัน จอมพลัง ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายน้ำเชี่ยว พร้อมเสื้อชูชีพและเรือช่วยเหลือแทนคำด่าทอที่เคยเจอ เขาเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด “ลงพื้นที่ และเข้าหาคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อนเสมอ”

และในบ้านเก่าหลังหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมเขาพบ เด็กผู้หญิงอายุเพียง 7 ขวบ ติดอยู่ในบ้านตามลำพังหลายคืน เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีอาหารพอ ไม่มีใครให้กอด ไม่มีใครปลอบ มีเพียงน้ำท่วม… และความกลัวที่กัดกินหัวใจทุกนาที

วินาทีที่เด็กเห็นเขา มันเกินกว่าคำว่า “ดีใจ” เธอร้องไห้ออกมาสุดเสียง ร้องเหมือนแบกความกลัวไว้หลายคืน ร้องเหมือนเห็น “ผู้ใหญ่คนแรกที่เข้ามาหาเธอ” หลังจากติดอยู่คนเดียว ร้องเหมือนเสียงที่บอกว่า “หนูรอดแล้ว มีคนมาช่วยหนูแล้ว”

และก็เป็น กัน จอมพลัง คนเดิมที่อุ้มเด็กขึ้นจากน้ำอย่างระมัดระวัง เหมือนจะบอกเธอว่า “หนูไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ”

บางครั้ง…คำว่าคุณค่าของคน ไม่ได้วัดจากเสียงดราม่าบนโลกออนไลน์ แต่วัดจากวินาทีที่มนุษย์คนหนึ่งยื่นมือไปช่วย “ชีวิตจริง” อีกชีวิตหนึ่งในวันที่โลกทั้งใบไม่เหลือใครให้พึ่ง

วันนี้ หาดใหญ่หลั่งน้ำตา…แต่ไม่ใช่เพราะน้ำท่วมอย่างเดียว เพราะยังมีคนแบบเขา ที่ยืนลุยน้ำเพื่อช่วยชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่งให้ปลอดภัย

และอาจถึงเวลาแล้ว ที่สังคมจะหันกลับมาถามตัวเองว่า เพราะอะไรเราถึงเคยบอกว่า “ประเทศไทยไม่ต้องมีกัน จอมพลังก็ได้” ?