Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

หมูเด้งฟีเวอร์!! ความโด่งดังจากเบื้องหลัง 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ปั้นโปรไฟล์ให้ชวนฝัน เด่นจนช่วยรัน 'ธุรกิจ-เศรษฐกิจ' บูม

ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธความโด่งดังระดับโลกของ 'หมูเด้ง' ฮิปโปแคระแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ไม่ว่าจะเป็นสื่อ เซเลป อินฟลูเอนเซอร์ ต่างต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และล่าสุดหมูเด้งก็ไปอยู่บนจอรายการ Saturday Night Live รายการทีวีชื่อดังของสหรัฐอเมริกาแล้ว

ความโด่งดังของหมูเด้งส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพิ่มมากขึ้นจากวันปกติ 800-900 คน ช่วงวันหยุดประมาณ 3,00-4,000 คน พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตีตั๋วเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวถึง 11,330 คน 

ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเองก็ได้ตอบรับกระแส 'หมูเด้ง ฟีเวอร์' ด้วยการปล่อยของที่ระลึกลายหมูเด้งสุดน่ารัก เช่น เสื้อ กางเกง และตุ๊กตา สำหรับไว้ให้แฟนคลับจับจอง 

นอกจากนั้นยังเสริมด้วยการขายพ่วง 'ที่พักสวนสัตว์เปิดเขาเขียว' สำหรับคนที่ไม่ต้องการรอคิวนาน สามารถตื่นมารับความเด้งตั้งแต่เช้า นอกจากนี้ยังเป็นการพักผ่อนไปในตัว

นอกจากสินค้าจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวแล้ว หลาย ๆ แบรนด์ต่างต้องอาศัยนาทีทองออก 'หมูเด้ง คอลเล็กชัน' ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าแตะนันยางที่พร้อมจะเปลี่ยนจากช้างดาวมาเป็นฮิปโปแคระดาว หรือ Rip N Dip ก็มีการออกคอลเลกชัน Moo Deng ให้สะสม พร้อมกับเสียงแว่ว ๆ ว่าจะมีแสตมป์หมูเด้งให้สะสมด้วย 

>> แล้วเราเรียนรู้อะไรจากความโด่งดังของหมูเด้ง?

หากเจาะลึกลงไปแล้วความโด่งดังของหมูเด้งไม่ได้โด่งดังแบบชั่วข้ามคืน แต่เป็นความโด่งดังบนรากฐานที่มีการค่อย ๆ วางแบบใจเย็น ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ที่ถ่ายทอดอริยาบถของเหล่าฮิปโปแคระ ซึ่งเริ่มตั้งเพจมาเมื่อปี 2562 หรือจะพูดอีกอย่างเป็นเพจแฟนด้อมของฮิปโปแคระเลยก็ว่าได้ รวมทั้งกลยุทธ์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยที่เปิดให้มีการตั้งชื่อและโหวตชื่อ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริงไม่ใช่แค่ยอดไลก์ ยอดแชร์ กับกลุ่มเป้าหมาย

ไม่ใช่หมูเด้งที่ผ่านกระบวนการนี้เท่านั้น แต่พี่ชายแท้ ๆ ของหมูเด้งอย่าง 'หมูตุ๋น' ก็ผ่านกระบวนการเช่นนี้เช่นกัน คือ การสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นขึ้นมาก่อน แต่ของหมูตุ๋นติดนิดเดียวว่าพอดีช่วงนั้นมีดาวโควิดเข้ามาแทรกไม่เช่นนั้นอาจโด่งดังเป็นพลุแตกมากกว่านี้ 

ถ้าข้ามไปคนละสปีชี่ส์โมเดลที่โด่งดังเป็นพลุแตกคงหนีไม่พ้น 'หลินปิง' แพนด้าขวัญใจมหาชนเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ยุคนั้นแพนด้าหลินปิงทำให้ไปรษณียบัตรโหวตชื่อเจ้าแพนด้า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าระดับ 28.5 ล้านใบ 

>> แล้วทำไม 'หมูเด้ง-หลินปิง' ลูกสัตว์เหล่านี้ถึงฮอตฮิตขนาดนี้?

สำหรับหลายแบรนด์แม้จะไม่สามารถขนสินค้าคอลเลกชันหมูเด้งออกมาได้ทัน ก็ต้องมีการขยับใช้หมูเด้งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบทางการตลาดชั้นดี ด้วยความที่หมูเด้งมีลักษณะเป็น 'มีม' โดยธรรมชาติ ด้วยท่าทางตลก ๆ และเปิ่น ๆ 

สำหรับความน่ารักของเหล่าสัตว์และคนตัวจิ๋วมีงานวิจัยของนักศึกษาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ชาวออสเตรียที่มีชื่อว่า Konrad Lorenz ที่อธิบายความน่ารัก น่าเอ็นดูเด็กทารกด้วยคำว่า 'kindchenschema' หรือ 'baby schema'

โดยงานชิ้นนี้เปรียบเทียบลักษณะของท่ารกที่มีเหมือน ๆ กัน คือ หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดปฏิกิริยากับมนุษย์อย่างรวดเร็วที่จะปกป้อง คุ้มครอง ดูแล ห้อยท้ายไว้นิดว่าจากทฤษฎีนี้ทำให้การ์ตูนของญี่ปุ่น หรือ มังงะ ในยุคหนึ่งจะมีตัวละครจะมี หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก

>> เราได้อะไรจากปรากฏการณ์หมูเด้ง?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็คงเป็นการเกาะเก็บสถานการณ์โดยรอบแล้วแปลงมาเป็นบริบทให้เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแฟนด้อม ผลิตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงดึงดูดให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้คน แต่ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะหากย้อนกลับไปดูในอดีต ซีรีส์พีเรียดของเกาหลีใต้มีจำนวนมหาศาล แต่เรื่องที่โด่งดังยิ่งกว่าพลุแตกกลับเป็น 'แด จัง กึม'

✨เปลี่ยนให้ปัง 10.10 ที่ ‘มาสเตอร์พีช’

ในที่สุดการช่วยเหลือเยียวยาทั้งกายใจให้ได้รับโอกาสใหม่ในชีวิตผ่านโปรเจ็กต์ Make Your Looks กิจกรรมดี ๆ ของ รพ.มาสเตอร์พีช ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น จนถึงปลายทางความสำเร็จ มีผู้โชคดีได้ลุกส์ใหม่สวยฉ่ำถึง 3 คน 

เพื่อร่วมฉลองและเดินรอยตามแผนดูแลรูปลักษณ์ ปลุกความงาม ปรับสไตล์ให้ปั๊วปัง รพ.มาสเตอร์พีช จึงจัดเต็มแพ็กเกจ ให้คุณเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ครอบคลุมทุกหัตถการความงาม เปลี่ยนให้ปังไปกับโปรฯ ‘Make Your Looks 10.10’ คุ้มค่าสูงสุดกว่า 50% เริ่มวันที่ 10 เดือน 10 ถึง 31 ตุลาคม 2567 ทั้ง จมูก, ยกคิ้ว, หน้าอก, โครงหน้า, ตา และตัดหนังหน้าท้อง 

เลือกให้ดี เลือกมาตรฐานโรงพยาบาล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.masterpiecehospital.com / line : @MTP.hospital / FB : Masterpiece Hospital / IG : Masterpiece_hospital

'หมอธีระวัฒน์' เผย!! สารโมเลกุลมณีแดงใกล้พร้อมใช้ในมนุษย์ ความหวังใหม่ทางการแพทย์ ช่วยฟื้นเซลล์สมองที่เสียหาย

(30 ก.ย. 67) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ข่าวดี สารโมเลกุลมณีแดง ใกล้พร้อมใช้ในมนุษย์

จากการที่ ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ ได้ปรึกษาหารือเรื่องประสาทวิทยาอยู่เรื่อย ๆ ล่าสุดอภิวัฒน์ บอกว่าการศึกษาความเป็นพิษในหนูแรทเกรด GLP ที่เป็นมาตรฐานสำคัญในการทำการศึกษาทางคลินิก ผ่านแล้ว พบว่า ในขนาดยาที่ใช้รักษา สารโมเลกุลมณีแดง ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดความผิดปกติและพยาธิสภาพของร่างกายใด ๆ 

นอกจากผ่านการศึกษาความเป็นพิษแล้ว การศึกษาสารโมเลกุลมณีแดงสำเร็จแล้วในทุก ๆ ด้าน ได้แก่...

1. การค้นพบกลไกความชราของดีเอ็นเอ

2. การผลิตยา ร่วมกับสถานเสาวภา Pharmaceutical Grade มีระบบ QC เรียบร้อย 

3. การศึกษาในสัตว์ทดลอง เพื่อหาข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ Senile dementia rat, Alzheimer’s rat, Parkinson’s rat, Lung fibrosis rat, Liver cirrhosis mouse, Insulin resistance rat, Burn สารโมเลกุลมณีแดง รักษาได้ทุกตัว แก้ไขพยาธิสภาพให้หายไปรวมถึง มี การสร้างเซลล์สมองใหม่ (neurogenesis)

4. การศึกษาคุณสมบัติของยา Safety test หรือความปลอดภัย ทำที่ National Primate Research Center of Thailand ลิงแสม > 1 ปี ผลลิงทุกตัวปลอดภัยดี หายแก่ > 40 สัปดาห์

5. Toxicity test ทำ 2 ที่ สถานเสาวภา ทำหลายสปีชี่ mouse, rat, หนูตะเภา กระต่าย ที่ ม. นเรศวร เป็น GLP rats ผ่านแล้ว

6. Pharmacokinetic and organ distribution เสร็จแล้ว

7. Storage conditions เสร็จแล้ว

ส่วน Clinical trials กำลังเตรียมการ

กรรมาธิการวุฒิสภา 'ยัน' พรบ.ประชามติ 2 ชั้น ค้านไม่เอาเงื่อนไขการเลือกตั้ง อบจ.เงื่อนไขรับฟังประชามติ ปชช. ทางออกตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า จากการประชุมนัดสุดท้ายของ สว.ในการพิจารณา พรบ.ประชามติ ยังมีหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการพบว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนแก้ไข  จึงไม่ควรเอาเงื่อนไขของเวลาการเลือกตั้ง อบจ.ในเดือน ก.พ.68 เป็นเงื่อนไขในการรับฟังประชามติประชาชนได้ โดยเหตุผลประหยัดงบประมาณ

นายไชยยงค์ฯ ยังเปิดเผยว่า มีถ้วนคำฟุ่มเฟื่อย และมาตรา 13 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ พรบ.ประชามติ หากปล่อยไปโดยไม่มีการทบทวนหรือแก้ไขจะเป็นปัญหาตามมา เนื่องจากต้องนำไปใช้กับโครงการใหญ่ที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและประโยชน์ของประเทศ  ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ โครงการก่อสร้างเขื่อน  ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน บ่อนกาสิโน โรงงานกำจัดขยะ

“ในการแก้การออกเสียงประชามติเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนดังนั้น หากกำหนดให้การออกเสียงประชามติถือเอาเพียงเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงอาจจะไม่สามารถสะท้อนความเห็นหรือเจตจำนงที่แท้จจริงของประชาชนทั้งประเทศได้”

นายไชยยงค์ฯ นังเปิดเผยต่ออีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้การทำประชามติทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ต้องใช้เกณฑ์เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้นทั้งหมดกับทุกกรณี ก็อาจจะเป็นเคร่งครัดจนเกินไป อาจทำให้การออกเสียงประชามติเรื่องอื่น ๆ เกิดขึ้นได้ยาก เช่นการจัดโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน การจัดคาสิโน การทำเหมืองแร่ จึงเห็นสมควรกำหนดคะแนนเสียงที่จะถือว่าเป็นข้อยุติในการออกเสียงเป็น 2 รูปแบบ โดยเทียบเคียงการจำแนกรูปแบบการออกเสียงตามมาตรา 9 มาตรา 30 และมาตรา 31

นายไชยยงค์ฯ เปิดเผยอีกว่า รูปแบบที่ 1 การออกเสียงเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญตามมาตรา 9 (1)และ(2) ซึ่งเป็นผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงควรใช้เกณฑ์คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้นตามกฎหมายปัจจุบัน

"รูปแบบที่ 2 การออกเสียงกรณีคณะรัฐมนตรีเห็นสมควร หรือตามที่กฎหมายกำหนด หรือรัฐสภาเห็นสมควร หรือประชาชนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (2 ) (3 )(4 )และ(5 )สามารถผ่อนคลายจำนวนที่จะถือว่าได้ข้อยุติจากเกณฑ์คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น เป็นคะแนนเสียงข้างมากธรรมดาได้ จึงให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภาเพื่อหาทางออก ส่วนมาตราอื่นๆนั้นแก้ไขคำที่ฟุ่มเฟือยเท่านั้น"

‘พีระพันธุ์’ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ทำให้ผลคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง-มั่นคง

(30 ก.ย. 67) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและขอบคุณประชาชน หลังมีการรายงานคะแนนนิยมจาก ‘นิด้าโพล’ และปรากฏว่าตนและพรรครวมไทยสร้างชาติได้รับคะแนนนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยระบุว่า…

ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ตอบการทำโพลของสถาบันนิด้าทุก ๆ ครั้ง และที่สนับสนุนผมและพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เสมอมา ทำให้คะแนนนิยมจากการสำรวจเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงตลอดมาเป็นลำดับ 

แม้ผลการสำรวจความนิยมดังกล่าวจะไม่ใช่เครื่องแสดงความสำเร็จของผลการเลือกตั้งในอีกสามปีข้างหน้า แต่ก็ทำให้พวกเราทุกคนใน รทสช. รู้สึกดีใจและมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น 

ผมบอกกับทุกคนในพรรคเสมอมาว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากการเมืองและพรรคการเมืองในวันนี้คือการทำงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจการเมือง 

ผมบอกกับทุกคนว่าการที่ประชาชนยังชื่นชมและคิดถึงลุงตู่เป็นเพราะผลงานและความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานให้ประเทศและประชาชนของท่าน และการคิดถึงแต่ประโยชน์ชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว นั่นคือสิ่งที่พวกเรา รทสช. จะต้องสืบทอดต่อ ต้องเอา DNA ของลุงตู่มาอยู่กับพรรคอยู่กับเราตลอดไป

หนึ่งปีที่ผ่านมาเราไม่เคยตีกัน ไม่เคยแย่งชิงตำแหน่งการเมืองกัน พวกเราทุกคนพยายามมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่และอย่างจริงจัง แบ่งงานแบ่งหน้าที่กันทำ ในรัฐบาลเป็นหน้าที่ของคนที่เป็นรัฐมนตรี ในสภาฯ เป็นหน้าที่ของคนที่เป็น สส. และในพื้นที่เป็นหน้าที่ของสมาชิกพรรคแต่ละคน ตามมอตโต้ ‘สู้ให้ทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่อง’ และจากการทำงานแบบลุยจริงตามแนวทาง ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’

ความสำเร็จในคะแนนนิยมของพรรค รทสช. วันนี้จึงมาจากพวกเราทุกคนที่เป็น รทสช. ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นพรรคการเมืองแบบที่ประชาชนอยากให้มีอยากให้เป็น 

ผมขอขอบคุณท่านเลขาธิการพรรค ผู้บริหารพรรค สส. และสมาชิกพรรค ทุกคนที่ช่วยกันทำให้มีวันนี้ของพรรครวมไทยสร้างชาติ และขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ที่สำคัญกราบขอบพระคุณ DNA ของลุงตู่ที่ส่งต่อมายังพวกเราทุกคนครับ

'สัปเหร่อ' สุดฮอต!! กวาด 7 รางวัลสุพรรณหงส์ ด้าน 'ต้องเต' วอนรัฐสนับสนุนหนังไทยจริงจัง

(30 ก.ย. 67) เรียกได้ว่าเป็นปีทองอย่างมาก สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘สัปเหร่อ’ ที่กวาดรางวัลสุพรรณหงส์ไปได้ถึง 7 รางวัล ซึ่งได้แก่ รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม และ ภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดประจำปี 2566

โดย ‘ต้องเต ธิติ’ ผู้กำกับ ‘สัปเหร่อ’ โพสต์ร่ายยาวขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องและฝากรัฐบาลสนับสนุนหนังไทยอย่างใจจริงต่อไป

รางวัลสุพรรณหงส์ครั้งที่ 32
หนังเรื่องสัปเหร่อได้รับรางวัลในครั้งนี้ทั้งหมด 7 รางวัล ได้แก่

รางวัลสุพรรณหงส์ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ สัปเหร่อ
รางวัลสุพรรณหงส์ ผู้กำกับยอดเยี่ยม ได้แก่ ธิติ ศรีนวล จาก สัปเหร่อ
รางวัลสุพรรณหงส์ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ชาติชาย ชินศรี จาก สัปเหร่อ
รางวัลสุพรรณหงส์ บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ สัปเหร่อ
รางวัลภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดประจำปี 2566 ได้แก่ สัปเหร่อ
รางวัลสุพรรณหงส์ เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ เพลงยื้อ - ปรีชา ปัดภัย จาก สัปเหร่อ
รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ สัปเหร่อ

ขอบคุณทีมงานทุก ๆ คนมาก ๆ ๆ นะครับทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง และขอบคุณไทบ้าน สตูดิโอ ขอบคุณเฮียโต้ง พี่ปัน พี่เอก พี่สัก พี่จ็อบ พี่กัส พี่โอม พี่แจ้ พี่นิค ขอบคุณอ้ายก้องเอื้อยเบล และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่มีส่วนร่วมทุก ๆ คนนะครับ ขอบคุณครอบครัวของผมนำเด้อครับ ขอบคุณเพื่อนแก๊งเซียนหรั่งด้วยนะครับ

และที่ขาดไม่ได้เลย คือขอบคุณคนดูทุกท่านและพ่อแม่พี่น้องชาวอีสานนำเด้อครับ ขอบคุณเพื่อน ๆ ผมที่ทำหนังอีสานมาด้วยกัน ผมฝากเป็นกำลังใจให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยนะครับ ผมเป็นแค่มนุษย์คนนึ่งหรือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งนะครับ ผมได้มีโอกาสในการพูดครั้งนี้และขอฝากบอกรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ส่งเสริม ช่วยเหลือ แก้ไข ผลักดัน และซัปพอร์ตพวกเราจริง ๆ หน่อยนะครับ ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ นะครับ

ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่คอยซัปพอร์ตหนังอีสานจากค่ายเล็ก ๆ นะครับ รางวัลนี้คงเป็นแรงผลักดันและ แรงขับเคลื่อนหัวใจด้วยความสุขในการพัฒนาเรียนรู้แก้ไขเข้าใจและทุ่มเทที่จะทำผลงานต่อ ๆ ไปของพวกเรา และขอให้รางวัลนี้เป็นกำลังใจให้วงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยทุก ๆ ท่านนะครับ ฝากสนับสนุนหนังไทยด้วยนะครับ

ฝากหนังเรื่องต่อไปของผมด้วยนะครับ สัปเหร่อ 2
ฝากไทบ้านและสถุนโปรดักชั่นไว้ด้วยนะครับ
ขอบพระคุณจากใจทุก ๆ ท่านจริง ๆ นะครับ

#สุพรรณหงส์ครั้งที่32

'นายกฯ' เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ ประธานใหญ่ ‘แอลฟาเบต อิงก์’ เยือนไทย ถก ‘กูเกิล’ ปักหมุดสร้าง Data Center ต่อยอด 12 ปีดำเนินธุรกิจในไทย

(30 ก.ย. 67) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าวันนี้ เวลา 17.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเปิดห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ต้องรับ Mrs.Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนบริษัท แอลฟาเบต อิงก์ (Alphabet Inc.) และบริษัทกูเกิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ 

ทั้งนี้ในการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรี และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ของ Alphabet และ Google ในครั้งนี้จะมีการหารือกันเกี่ยวกับโครงการลงทุนของกูเกิลในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการและข้อมูลการลงทุนโครงการใหม่ และแผนงานการพัฒนาดิจิทัลของกูเกิลในไทย รวมทั้งเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองแก่ Mrs. Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนบริษัท Alphabet และ Google ด้วย

ก่อนหน้านี้กูเกิลได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อตั้งศูนย์ข้อมูล (Cloud Region) แห่งแรกพร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คาดการณ์สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 4,100 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และสร้างงาน 50,300 ตำแหน่ง ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยจะมุ่งเน้น 4 ด้านหลัก ได้แก่...

1. ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: Google พิจารณาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในไทย และก่อตั้ง Cloud Region แห่งแรกเพื่อรองรับบริการดิจิทัลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดการณ์ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยมหาศาล

2. ส่งเสริมการใช้ AI อย่างชาญฉลาด: รัฐบาลไทยและ Google ร่วมกันพัฒนาโครงการความร่วมมือด้าน AI โดยมุ่งเน้นการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบในภาครัฐ พัฒนาโซลูชัน AI ขยายผล และสร้างไซเบอร์สเปซที่มั่นคง

3. สนับสนุนนโยบาย Go Cloud-First: Google Cloud หนุนนโยบายส่งเสริมการใช้คลาวด์ของภาครัฐไทย ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ระบุประเภทของข้อมูลที่เหมาะกับการจัดเก็บบน Google Distributed Cloud Hosted ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว และสนับสนุนนโยบายการใช้งานระบบคลาวด์เป็นหลัก (Cloud-First Policies)

4. พัฒนาคนไทยสู่อาชีพดิจิทัล: Google มุ่งพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัล ผ่านการฝึกอบรมและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีนวัตกรรม เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

โดยแผนที่กูเกิลจะลงทุนในไทยในธุรกิจ Data Center ได้ประกาศว่าบริษัทมีแผนที่จะลงทุนสร้าง Data Center เพิ่มเติมในอาเซียน โดยพิจารณาไทยเป็น 1 ในสถานที่ตั้งที่มีศักยภาพสำหรับการสร้าง Data Center ประเทศที่ 11 ของบริษัทจากทั่วโลก และเป็นแห่งที่ 4 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเป็นการต่อยอดจากการลงทุนของ Google ตลอด 12 ปีที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

สำหรับบริษัทแอลฟาเบต อิงก์ เป็นบริษัทโฮลดิ้งเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นผ่านการปรับโครงสร้างของบริษัทกูเกิลในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2015 และกลายเป็นบริษัทแม่ของกูเกิลกับอดีตบริษัทย่อยของกูเกิลบางส่วน แอลฟาเบตเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เมื่อแบ่งตามรายได้ และเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีค่ามากที่สุดในโลก ถือเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศเจ้าใหญ่ของสหรัฐ 5 แห่ง 

'เผ่าภูมิ' ปลื้ม 'ธนารักษ์' จัดเก็บ 1.4 หมื่นล้าน ทะลุเป้า 25% พุ่งขึ้น 58% สูงสุดในรอบ 91 ปี ตั้งแต่ก่อตั้ง

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมธนารักษ์ปีงบประมาณ 2567 ดังนี้

1. จัดเก็บรายได้ประจำปีงบประมาณ 2567 รวม 14,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 57.9% สูงกว่าประมาณการ 25.4% สูงที่สุดในรอบ 91 ปี สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นผลจากการเร่งรัดการประมูลที่ราชพัสดุทั่วประเทศ การต่อสัญญาผู้เช่ารายใหญ่อย่างมียุทธศาสตร์ การเพิ่มพื้นที่การจัดหาประโยชน์ รวมถึงค่าทดแทนเวนคืนที่ดินต่างๆ

2. มีจำนวนผู้เช่าที่ราชพัสดุ 225,820 ราย แบ่งเป็นเชิงสังคม 86% และเชิงพาณิชย์ 14% หากคิดเป็นสัดส่วนรายได้ กรมธนารักษ์มีรายได้จากเชิงพาณิชย์สูงถึง 98% และเชิงสังคม 2% ทั้งนี้กรมธนารักษ์ได้มอบค่าเช่าราคาต่ำให้แก่ที่ราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อประกอบการเกษตร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์

3. กรมธนารักษ์ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่การจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุปีละ 9-10% โดยเร่งเรียกคืนที่ราชพัสดุในครอบครองของหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยในปีงบ 2567 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จราว 24,000 ไร่ ซึ่งในส่วนนี้จะนำมาสู่การจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

4. ตั้งเป้ารายได้รวม 55,000 ในแผนระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2570 โดยเร่งเพิ่มค่าเช่าสำหรับเพื่อการพาณิชย์ของภาคเอกชนโดยมีเป้าหมาย ROA ที่ 3% แต่ยังคงดำเนินนโยบายค่าเช่าผ่อนปรนให้กับประชาชนที่เช่าในเพื่อที่อยู่อาศัยและเกษตรกรรม

5. ในปีงบประมาณ 2568 กรมธนารักษ์จะดำเนินโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ มอบสัญญาเช่าที่ดินที่ราคาต่ำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เราตั้งเป้าทำให้ดีขึ้น เร็วขึ้น มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและอาชีพให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย

'เทพไท' ชี้!! ‘เท้ง’ เด่นไม่เท่า ‘พิธา-ไหม-ไอติม’ หลังผลโพลบุคคลตามหลัง ’นายกฯ อิ๊งค์’ ห่าง

(30 ก.ย. 67) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เทพไท-คุยการเมือง’ หัวข้อ ทำไม ‘อุ๊งอิ๊ง’ โดดเด่นกว่า ‘เท้ง’ ระบุว่า…

ผลสำรวจของ ‘นิด้าโพล’ เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2567’ ซึ่งได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16-23 กันยายน 2567 นั้น ผลปรากฏว่า 

อันดับ 1 ร้อยละ 31.35 เป็น นางสาวแพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 
อันดับ 2 ร้อยละ 23.50 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 22.90 เป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 
อันดับ 4 ร้อยละ 8.65 เป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 
อันดับ 5 ร้อยละ 4.80 เป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

แต่ผลการสำรวจความนิยมของพรรคการเมือง พบว่า…
อันดับ 1 ร้อยละ 34.25 เป็น พรรคประชาชน 
อันดับ 2 ร้อยละ 27.15 เป็น พรรคเพื่อไทย 
อันดับ 3 ร้อยละ 15.10 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 
อันดับ 4 ร้อยละ 9.95 เป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
อันดับ 5 ร้อยละ 4.40 เป็น พรรคประชาธิปัตย์

จะเห็นได้ว่าคะแนนนิยมตัวบุคคล นางสาวแพทองธาร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีคะแนนอันดับ 1 ชนะนายณัฐพงศ์ หัวหน้าพรรคประชาชน อยู่อันดับ 3 และยังมีคะแนนเสียงที่ยังหาคนเหมาะสมไม่ได้ 23.50% ซึ่งจะตัวแปรสำคัญ ทั้งนางสาวแพทองธารและนายณัฐพงษ์สามารถช่วงชิงได้ แต่ถ้านายณัฐพงษ์ พัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้น น่าจะมีโอกาสช่วงชิงคะแนนกลุ่มนี้ได้มากกว่า

แต่ถ้าดูผลการสำรวจเกี่ยวกับพรรคการเมือง พบว่า ความนิยมของพรรคประชาชน เหนือกว่าพรรคเพื่อไทย ถ้าถามว่าทำไมคะแนนนิยมตัวบุคคลและพรรคการเมืองไม่มีความสัมพันธ์กัน

ผมอยากจะวิเคราะห์ว่า การที่คะแนนของนางสาวแพทองธาร โดดเด่นขึ้นมา เพราะความเป็นนายกรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญก็คือไม่มีตัวบุคคลโดดเด่นพอที่จะเทียบเคียงกับนางสาวแพทองธารได้ เพราะนายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนคนใหม่ ก็ยังไม่มีบทบาทโดดเด่นและภาพลักษณ์ยังไม่เป็นที่นิยมของประชาชน ถ้าเปรียบเทียบกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งดูจากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลพบว่า นายพิธา มีคะแนนนิยม 38.43% สูงกว่านายณัฐพงษ์ ที่ได้ 34.10%

ในส่วนของพรรคการเมืองนั้น พรรคประชาชนยังมีคะแนนนิยมชนะพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะจุดยืนและอุดมการณ์พรรคได้สืบทอดมาจากพรรคก้าวไกล ไม่เปลี่ยนแปลง จึงทำให้คะแนนนิยมยังไม่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

สิ่งที่พรรคประชาชน จะต้องพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขนั่นก็คือ บทบาทของนายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่นิยมของประชาชน บทบาททางการเมืองต้องโดดเด่นกว่านี้ ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบกับบทบาทของคนในพรรคประชาชน เห็นว่านายณัฐพงษ์ ยังโดดเด่นน้อยกว่านายพิธา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ด้วยซ้ำไป

จึงเป็นปัญหาสำคัญที่พรรคประชาชน จะต้องขบคิดว่าจะทำอย่างไร ให้บทบาทของหัวหน้าพรรค โดดเด่นควบคู่กับคะแนนนิยมของพรรคในทิศทางเดียวกัน

'เลขาฯ ยูเอ็น' ชื่นชมไทย นำ 'เศรษฐกิจพอเพียง' มาพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เผย!! อยากให้ไทยนำทฤษฎีนี้มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาร่วมกันกับยูเอ็น

ไม่นานมานี้ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ

นายมาริษ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังว่า ได้หารือกับเลขาธิการสหประชาชาติในหลากหลายประเด็น โดยเลขาธิการสหประชาชาติให้ความสำคัญ และเล็งเห็นบทบาทของประเทศไทยในการนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอให้ประเทศไทยร่วมมือกับสหประชาชาติ โดยใช้ประสบการณ์ที่มี เพื่อประยุกต์ใช้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงนับเป็นความภูมิใจของตนและเอกอัครราชทูต ที่ได้รับคำชื่นชมจากเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยมีบทบาทในกรอบองค์การสหประชาชาติได้ ขณะเดียวกัน เลขาธิการสหประชาชาติยังแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการนำคำมั่นเพื่ออนาคตไปสู่การปฏิบัติ พร้อมกับขอให้ไทยเป็นคนกลางและสะพานเชื่อม เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่จะทำได้ ในการผลักดันคำมั่น เพื่ออนาคตไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

นายมาริษ เปิดเผยต่อว่า ยังได้ยืนยันกับเลขาธิการสหประชาชาติว่า ประเทศไทยภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ทำงานกับองค์การสหประชาชาติอย่างเต็มที่ มีบทบาทเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ด้วยบุคลากรที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศจำนวนมาก จึงอยากเห็นองค์การสหประชาชาติมีคนไทยเข้าไปทำงานมากขึ้น ผ่านการวางนโยบายขององค์การในอนาคตมากยิ่งขึ้น ดังที่ประเทศไทยมีสำนักงานขององค์การสหประชาชาติตั้งอยู่หลายแห่งด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top