Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

'ท่องเที่ยว' เล็งโมเดล ‘VAT Refund ญี่ปุ่น’ ดันไทย ‘ฮับชอปปิง’ ยื่นขอคืนภาษี ณ ร้านค้าหรือจุดขายได้ทันที

(30 ก.ย. 67) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแผนการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น 'ชอปปิง เดสติเนชัน' (Shopping Destination) ขณะนี้มองถึงแนวทางการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเรื่องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat Refund) เบื้องต้นอาจใช้โมเดลญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอคืนภาษี ณ ร้านค้าหรือจุดขายได้ทันที ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งกระทรวงการคลังและภาคเอกชน หลังได้รับรายงานว่าขั้นตอนขอคืนภาษีที่เคาน์เตอร์เป็นไปอย่างล่าช้า ต่อแถวยาว ไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“วาระเร่งด่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ นอกเหนือจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยให้ได้มากที่สุดแล้ว จะต้องรุกเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อผลักดันรายได้ไปให้ถึงเป้าหมาย ด้วยการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม”

นายสรวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรื้อแผนกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซัน ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะฟื้นโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เนื่องจากแพลตฟอร์มของโครงการฯ ยังมีอยู่ ขณะเดียวกันปริมาณที่นั่งสายการบินเส้นทางบินในประเทศก็มีจำนวนมาก

ทั้งนี้ จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 ก.ย. มีจำนวน 25,413,226 คน โดยตลาดนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

-จีน 5,107,697 คน 
-มาเลเซีย 3,643,753 คน 
-อินเดีย 1,485,017 คน 
-เกาหลีใต้ 1,347,069 คน 
-และรัสเซีย 1,137,867 คน 

สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 1,188,099 ล้านบาท ทำให้ช่วง 3 เดือน

สุดท้ายนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะพยายามผลักดันให้ได้ทั้งจำนวนและรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 35 ล้านคน สร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ถือเป็นเป้าที่เหนื่อย เพราะยังขาดอีกกว่า 8 แสนล้านบาทที่ต้องทำเพิ่มในช่วงที่เหลือ โดยต้องเร่งอัดอีเวนต์และโปรโมชันต่าง ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ

“แผนกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ จะมีการทยอยประกาศออกมา ระหว่างนี้ต้องรอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ที่นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะประกาศออกมาในเร็ว ๆ นี้ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของนายกฯ ซึ่งเราจะคุยกันที่ตัวเลขจริง ๆ ไม่มโน”

‘BYD’ เรียกคืน 'Dolphin-Yuan Plus' 97,000 คัน หลังพบปัญหาชุดควบคุมพวงมาลัย เสี่ยงการเกิดไฟไหม้

(30 ก.ย. 67) รอยเตอร์ รายงานว่า ‘บีวายดี’ ได้แจ้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีนว่า กำลังเรียกคืนรถยนต์ 97,000 คัน เนื่องจากพบข้อบกพร่องในการผลิต ซึ่งเกี่ยวกับชุดควบคุมพวงมาลัย ที่มีความเสี่ยงอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้

แถลงการณ์จาก สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ กำลังเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้า Dolphin และ Yuan Plus ที่ผลิตในจีนระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2022 ถึงธันวาคม 2023 

ขณะที่ บีวายดี ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อซักถามทันที โดยบริษัทจะขอให้ตัวแทนจำหน่าย ติดตั้งการแก้ไขทางกายภาพในรถยนต์ที่ถูกเรียกคืน ตามคำแถลงของ SAMR

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการระบุว่า ได้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวไปหรือไม่ 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน Dolphin และ Yuan Plus เป็นสองรุ่นที่ขายดีที่สุดของบริษัท BYD ในปี 2023 ซึ่งคิดเป็น 26% จากจำนวนรถยนต์ 3 ล้านคันที่ขายได้ในปีนั้น

การเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอิน ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากบริษัทจีนแห่งนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายมาเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์อีวีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในปี 2022 บีวายได้ ได้เรียกคืนรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอิน ang จำนวนเล็กน้อย เนื่องจากพบข้อบกพร่องในแบตเตอรี่ซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ 

‘IRPC’ ตั้ง ‘เทอดเกียรติ พร้อมมูล’ นั่ง CEO คนใหม่ สานภารกิจขับเคลื่อนองค์กรเติบโตยั่งยืน

(30 ก.ย. 67) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) แต่งตั้ง นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป 

สำหรับ นายเทอดเกียรติ มีประสบการณ์ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และมีความเชี่ยวชาญทั้งงานแผนกลยุทธ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านภารกิจในการกำกับดูแล และกำหนดทิศทางให้กับกลุ่มธุรกิจที่สำคัญของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. รวมทั้งดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายองค์กร ได้แก่ กรรมการบริหาร สถาบันวิทยสิริเมธี ประธานคณะกรรมการจัดการสถาบันวิทยาการพลังงาน อุปนายก สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย กรรมการ สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย

นายเทอดเกียรติ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Engineering (Industrial & Manufacturing Systems Engineering) จาก University of Missouri, Columbia, USA และปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายเทอดเกียรติ CEO ลำดับที่ 8 ของ IRPC จะมาขับเคลื่อนองค์กร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างสมดุลในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ที่คำนึงถึงสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนต่อไป 

‘ปธ.กมธ.อุตฯ’ เยือนนครฉงชิ่ง หารือการลงทุน-นำเข้าสินค้าไทย ดันเพิ่มสัดส่วนสินค้าในอุตฯ EV สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย

(30 ก.ย. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า

ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม และคณะได้เดินทางมายังนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมหารือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนให้มีการใช้สินค้า หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศไทยโดยผู้ประกอบการชาวไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการชาวไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และยังเป็นการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน (Suply Chain) ให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีการผลิตในประเทศไทยด้วย 

โดยส่วนหนึ่งของการหารือในครั้งนี้ได้กล่าวถึงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนแผงวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board) โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนอยู่ในระดับสูง และในอนาคตจะมีการใช้งาน PCB ในเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท 

การร่วมหารือในครั้งนี้ได้รับผลการตอบรับที่ดีมากจากผู้ร่วมหารือทุก ๆ ฝ่าย และมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามข้อหารือต่อไป เพื่อนำไปสู่การใช้ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่าที่กฎหมาย หรือเกณฑ์ที่ BOI ได้กำหนดไว้ 

การหารือของประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมและคณะในครั้งนี้ได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตวัสดุสำหรับผลิตชิ้นส่วนแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ‘ฉางอัน’

นอกจากนั้นประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมยังได้มีการร่วมหารือกับคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน นครฉงชิ่ง 

นายอัครเดช กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นการหารือเพื่อพัฒนาไปสู่ความร่วมมือกันในอนาคตใน 2 ด้าน ด้านแรก คือ เป็นการหารือเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมายังนครฉงชิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม หรือสินค้าทางการเกษตร 

ด้านที่สอง เป็นการหารือเพื่อให้มีการลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และควรต้องเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษน้อยที่สุด ซึ่งทางคณะกรรมการดังกล่าวต่างแสดงความสนใจที่จะร่วมพัฒนาการลงทุนและการค้าร่วมกับไทยในอนาคต 

นายอัครเดช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม กล่าวในตอนท้ายว่า การเจรจา และผลักดันในครั้งนี้ นอกจากเป็นสิ่งที่ตนได้ให้ความสำคัญผ่านการร่วมหารือกับผู้แทนของประเทศจีนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว

เรื่องนี้ยังเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีนโยบายรวมถึงเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการชาวไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) อันเป็นหนึ่งในการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย

'บางจากฯ' โชว์ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ด้าน 'ทริส เรทติ้ง' เพิ่มอันดับเครดิตเป็น A+

(30 ก.ย. 67) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับการปรับอันดับจาก ทริส เรทติ้ง เพิ่มเครดิตองค์กรขึ้นเป็น 'A+' จาก 'A' สูงสุดตั้งแต่บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิต โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตที่ 'คงที่' ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567

การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจของบางจากฯ ที่ยกระดับขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจโรงกลั่นและค้าน้ำมันและธุรกิจการตลาด หลังจากการรวมบริษัทบางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทบางจาก รวมถึงการขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) มีส่วนช่วยสร้างการเติบโต อีกทั้งความหลากหลายของธุรกิจยังช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงาน จากราคาน้ำมันหรือค่าการกลั่นได้ดีขึ้น

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จและศักยภาพในการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากเข้าซื้อกิจการ BSRC ได้มีการรับรู้ผลประโยชน์จาก Synergy เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ ทำให้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและค้าน้ำมันและกลุ่มธุรกิจการตลาดของบางจากฯ เติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ลงทุนผ่านบริษัท OKEA ASA ที่ประเทศนอร์เวย์ ยังมีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตที่วางไว้ ทำให้บางจากมีความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรามุ่งมั่นที่จะรักษาวินัยทางการเงิน และพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคง”

>> เกี่ยวกับบางจากฯ
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานใน 5 ธุรกิจหลัก คือ...

1) กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ผู้นำด้านการกลั่นน้ำมันของประเทศ ด้วยกำลังการผลิตรวมเกือบ 300,000 บาร์เรลต่อวัน จากโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery มาตรฐานระดับโลก 2 แห่ง คือ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนงและโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขยายสู่ธุรกิจการค้าน้ำมันผ่านบริษัทบีซีพี เทรดดิ้ง (BCPT) และต่อยอดเครือข่ายธุรกิจขนส่งเชื้อเพลิง ผ่านบริษัทกรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ (BFPL) รวมถึงลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ผ่านบริษัทบีเอสจีเอฟ (BSGF) 

2) กลุ่มธุรกิจการตลาด ส่งมอบ Greenovative Experience ผ่านเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,200 แห่ง เสริมด้วยธุรกิจ non-oil เช่น กาแฟอินทนิล น้ำมันหล่อลื่น Furio EV Charger รวมทั้งความร่วมมือกับพันธมิตรด้านอาหารหลากหลายและนำระบบดิจิทัลมาส่งมอบประสบการณ์ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ให้กับผู้ใช้บริการ 

3) กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้พลังงานของผู้บริโภคและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย บมจ. บีซีพีจี ผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค 

4) กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการภายใต้ บมจ. บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพรายใหญ่ของประเทศและขยายสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง 

5) กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมผ่านการถือหุ้นใน OKEA ASA ประเทศนอร์เวย์ ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีมาตรฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง และมีกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Businesses) อาทิ ธุรกิจ Battery as a Service สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Winnonie และสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) เน้นการลงทุนในธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งช่วยสร้างระบบนิเวศสำหรับ นวัตกรรมสีเขียว

นอกจากนี้ ยังได้ก่อตั้ง Carbon Markets Club เพื่อส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤตสภาวะภูมิอากาศและการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และร่วมก่อตั้งภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งอนาคต SynBio Consortium

บางจากฯ ได้รับการประเมินจาก S&P Global CSA ผู้จัดทำการประเมินความยั่งยืนดัชนี DJSI (ผลประเมินเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566) ได้คะแนนการประเมินสูงเป็น Top 5% ในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas Refining and Marketing และเป็นบริษัทไทยรายเดียวที่ได้รับการประเมินความยั่งยืน MSCI ESG Ratings ระดับ AA สูงสุดในกลุ่ม Oil & Gas Refining, Marketing, Transportation & Storage ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน

พร้อมกันนี้ บางจากฯ ตั้งเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050

'เอกนัฏ' หนุน!! ปรับเหมืองเก่า 'ภูเขาหินเขางู' เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หวัง!! กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คืนกำไรสู่ท้องถิ่นตามหลัก BCG

(30 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสลงพื้นที่ร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ภูผาแรด ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานหินเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมในจังหวัดราชบุรี ซึ่งภูเขาหินเขางู เคยเป็นแหล่งทำเหมืองแร่หินปูนที่สำคัญในอดีต มีการขุดค้นแร่เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่เมื่อการทำเหมืองหยุดลง พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนเกิดการฟื้นฟูตามธรรมชาติ จนมีความสวยงามและเหมาะสำหรับการส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มีแผนที่จะให้พื้นที่หินเขางูนี้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเหมืองเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว มาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์แก่พื้นที่และชุมชนรอบข้าง โดยได้เชิญธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มาร่วมสำรวจพื้นที่ด้วยกันว่ามีกลุ่มผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจใดในพื้นที่ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนมาเพื่อใช้ประกอบกิจการ หรือควรได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ. หรือ ดีพร้อม) ช่วยให้คำปรึกษา แนะนำ ด้านการพัฒนาอาชีพ พัฒนาสินค้า และร่วมสร้างอัตลักษณ์เฉพาะให้สินค้า อาหาร และของใช้ต่าง ๆ ของเขางู ให้มีความน่าสนใจเพื่อช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นการกระจายรายได้ให้เมืองรอง 

"ผมอยากให้พื้นที่ของอุทยานเขางูแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการพัฒนาเหมืองเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว โดยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่า สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง โดยอุทยานเขางูได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศ มีทั้งบริการแคมป์ปิ้งและกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และเป็นสถานที่สำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัย เช่น ปีนหน้าผา ปั่นจักรยาน ทั้งในอนาคตยังมีแผนที่จะนำอุปกรณ์เหมืองเก่ามาจัดแสดงโชว์ไว้สำหรับศึกษาและอนุรักษ์ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และประชาชน จะทำให้การฟื้นฟูอุทยานเขางู กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจมวลรวมของจังหวัด และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้" รมว.เอกนัฏ กล่าว    

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และขอความร่วมมือจากหน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี ร่วมกันพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวปักหมุดเมื่อมาเยือนจังหวัดราชบุรี และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีแผนการพัฒนาพื้นที่เหมืองหลังจากการหยุดประกอบกิจการก่อนการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ อีกทั้งกำหนดแผนการพัฒนาพื้นที่ประกอบการที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชน เช่น พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นพื้นที่สันทนาการ ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ อาชีพ ให้กับชุมชนโดยรอบ ตามแนวทางเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Model (Bio-Circular-Green  Economy) เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศในด้านสังคม เศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนำมาเป็นแนวทางในการออกแบบกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจที่สามารถผลักดันให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ ผ่านการจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการหมุนเวียนของทรัพยากรหรือวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และเป็นการจัดการทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

'แสนสิริ' ส่งวัสดุก่อสร้างจากโครงการ 2 คันรถเทรลเลอร์ ช่วย 'สร้าง-ซ่อมแซม' บ้านชาวเชียงราย หลังน้ำลด

เมื่อวานนี้ (29 ก.ย. 67) บริษัทแสนสิริ จำกัด โพสต์ข้อความการช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย ว่า…

เชียงราย เมื่อน้ำลด การฟื้นฟูและสร้างบ้านใหม่คือสิ่งสำคัญ แสนสิริ จึงรวบรวมวัสดุก่อสร้างเหลือใช้จากโครงการต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย 2 คันรถเทรลเลอร์ บรรทุกเต็มคันด้วย สีทาบ้าน, กระเบื้องปูพื้น, กระเบื้องมุงหลังคา, บานประตู, เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น แอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันอาทิตย์นี้ รถบรรทุกน้ำใจจากแสนสิริจะออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย โดยจะถึงจุดหมายในวันจันทร์เช้า (30 ก.ย.) เพื่อส่งมอบวัสดุทั้งหมดให้ นำไปใช้สร้างบ้านให้กับพี่น้องผู้ประสบภัย

แสนสิริเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย เราจะช่วยกันสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กลับมาอีกครั้ง เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ร่วมเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเชียงรายและทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

หมูเด้งฟีเวอร์!! ความโด่งดังจากเบื้องหลัง 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ปั้นโปรไฟล์ให้ชวนฝัน เด่นจนช่วยรัน 'ธุรกิจ-เศรษฐกิจ' บูม

ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธความโด่งดังระดับโลกของ 'หมูเด้ง' ฮิปโปแคระแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ไม่ว่าจะเป็นสื่อ เซเลป อินฟลูเอนเซอร์ ต่างต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และล่าสุดหมูเด้งก็ไปอยู่บนจอรายการ Saturday Night Live รายการทีวีชื่อดังของสหรัฐอเมริกาแล้ว

ความโด่งดังของหมูเด้งส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพิ่มมากขึ้นจากวันปกติ 800-900 คน ช่วงวันหยุดประมาณ 3,00-4,000 คน พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตีตั๋วเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวถึง 11,330 คน 

ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเองก็ได้ตอบรับกระแส 'หมูเด้ง ฟีเวอร์' ด้วยการปล่อยของที่ระลึกลายหมูเด้งสุดน่ารัก เช่น เสื้อ กางเกง และตุ๊กตา สำหรับไว้ให้แฟนคลับจับจอง 

นอกจากนั้นยังเสริมด้วยการขายพ่วง 'ที่พักสวนสัตว์เปิดเขาเขียว' สำหรับคนที่ไม่ต้องการรอคิวนาน สามารถตื่นมารับความเด้งตั้งแต่เช้า นอกจากนี้ยังเป็นการพักผ่อนไปในตัว

นอกจากสินค้าจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวแล้ว หลาย ๆ แบรนด์ต่างต้องอาศัยนาทีทองออก 'หมูเด้ง คอลเล็กชัน' ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าแตะนันยางที่พร้อมจะเปลี่ยนจากช้างดาวมาเป็นฮิปโปแคระดาว หรือ Rip N Dip ก็มีการออกคอลเลกชัน Moo Deng ให้สะสม พร้อมกับเสียงแว่ว ๆ ว่าจะมีแสตมป์หมูเด้งให้สะสมด้วย 

>> แล้วเราเรียนรู้อะไรจากความโด่งดังของหมูเด้ง?

หากเจาะลึกลงไปแล้วความโด่งดังของหมูเด้งไม่ได้โด่งดังแบบชั่วข้ามคืน แต่เป็นความโด่งดังบนรากฐานที่มีการค่อย ๆ วางแบบใจเย็น ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ที่ถ่ายทอดอริยาบถของเหล่าฮิปโปแคระ ซึ่งเริ่มตั้งเพจมาเมื่อปี 2562 หรือจะพูดอีกอย่างเป็นเพจแฟนด้อมของฮิปโปแคระเลยก็ว่าได้ รวมทั้งกลยุทธ์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยที่เปิดให้มีการตั้งชื่อและโหวตชื่อ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริงไม่ใช่แค่ยอดไลก์ ยอดแชร์ กับกลุ่มเป้าหมาย

ไม่ใช่หมูเด้งที่ผ่านกระบวนการนี้เท่านั้น แต่พี่ชายแท้ ๆ ของหมูเด้งอย่าง 'หมูตุ๋น' ก็ผ่านกระบวนการเช่นนี้เช่นกัน คือ การสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นขึ้นมาก่อน แต่ของหมูตุ๋นติดนิดเดียวว่าพอดีช่วงนั้นมีดาวโควิดเข้ามาแทรกไม่เช่นนั้นอาจโด่งดังเป็นพลุแตกมากกว่านี้ 

ถ้าข้ามไปคนละสปีชี่ส์โมเดลที่โด่งดังเป็นพลุแตกคงหนีไม่พ้น 'หลินปิง' แพนด้าขวัญใจมหาชนเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ยุคนั้นแพนด้าหลินปิงทำให้ไปรษณียบัตรโหวตชื่อเจ้าแพนด้า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าระดับ 28.5 ล้านใบ 

>> แล้วทำไม 'หมูเด้ง-หลินปิง' ลูกสัตว์เหล่านี้ถึงฮอตฮิตขนาดนี้?

สำหรับหลายแบรนด์แม้จะไม่สามารถขนสินค้าคอลเลกชันหมูเด้งออกมาได้ทัน ก็ต้องมีการขยับใช้หมูเด้งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบทางการตลาดชั้นดี ด้วยความที่หมูเด้งมีลักษณะเป็น 'มีม' โดยธรรมชาติ ด้วยท่าทางตลก ๆ และเปิ่น ๆ 

สำหรับความน่ารักของเหล่าสัตว์และคนตัวจิ๋วมีงานวิจัยของนักศึกษาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ชาวออสเตรียที่มีชื่อว่า Konrad Lorenz ที่อธิบายความน่ารัก น่าเอ็นดูเด็กทารกด้วยคำว่า 'kindchenschema' หรือ 'baby schema'

โดยงานชิ้นนี้เปรียบเทียบลักษณะของท่ารกที่มีเหมือน ๆ กัน คือ หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดปฏิกิริยากับมนุษย์อย่างรวดเร็วที่จะปกป้อง คุ้มครอง ดูแล ห้อยท้ายไว้นิดว่าจากทฤษฎีนี้ทำให้การ์ตูนของญี่ปุ่น หรือ มังงะ ในยุคหนึ่งจะมีตัวละครจะมี หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก

>> เราได้อะไรจากปรากฏการณ์หมูเด้ง?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็คงเป็นการเกาะเก็บสถานการณ์โดยรอบแล้วแปลงมาเป็นบริบทให้เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแฟนด้อม ผลิตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงดึงดูดให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้คน แต่ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะหากย้อนกลับไปดูในอดีต ซีรีส์พีเรียดของเกาหลีใต้มีจำนวนมหาศาล แต่เรื่องที่โด่งดังยิ่งกว่าพลุแตกกลับเป็น 'แด จัง กึม'

✨เปลี่ยนให้ปัง 10.10 ที่ ‘มาสเตอร์พีช’

ในที่สุดการช่วยเหลือเยียวยาทั้งกายใจให้ได้รับโอกาสใหม่ในชีวิตผ่านโปรเจ็กต์ Make Your Looks กิจกรรมดี ๆ ของ รพ.มาสเตอร์พีช ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น จนถึงปลายทางความสำเร็จ มีผู้โชคดีได้ลุกส์ใหม่สวยฉ่ำถึง 3 คน 

เพื่อร่วมฉลองและเดินรอยตามแผนดูแลรูปลักษณ์ ปลุกความงาม ปรับสไตล์ให้ปั๊วปัง รพ.มาสเตอร์พีช จึงจัดเต็มแพ็กเกจ ให้คุณเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ครอบคลุมทุกหัตถการความงาม เปลี่ยนให้ปังไปกับโปรฯ ‘Make Your Looks 10.10’ คุ้มค่าสูงสุดกว่า 50% เริ่มวันที่ 10 เดือน 10 ถึง 31 ตุลาคม 2567 ทั้ง จมูก, ยกคิ้ว, หน้าอก, โครงหน้า, ตา และตัดหนังหน้าท้อง 

เลือกให้ดี เลือกมาตรฐานโรงพยาบาล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.masterpiecehospital.com / line : @MTP.hospital / FB : Masterpiece Hospital / IG : Masterpiece_hospital

'หมอธีระวัฒน์' เผย!! สารโมเลกุลมณีแดงใกล้พร้อมใช้ในมนุษย์ ความหวังใหม่ทางการแพทย์ ช่วยฟื้นเซลล์สมองที่เสียหาย

(30 ก.ย. 67) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ข่าวดี สารโมเลกุลมณีแดง ใกล้พร้อมใช้ในมนุษย์

จากการที่ ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ ได้ปรึกษาหารือเรื่องประสาทวิทยาอยู่เรื่อย ๆ ล่าสุดอภิวัฒน์ บอกว่าการศึกษาความเป็นพิษในหนูแรทเกรด GLP ที่เป็นมาตรฐานสำคัญในการทำการศึกษาทางคลินิก ผ่านแล้ว พบว่า ในขนาดยาที่ใช้รักษา สารโมเลกุลมณีแดง ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดความผิดปกติและพยาธิสภาพของร่างกายใด ๆ 

นอกจากผ่านการศึกษาความเป็นพิษแล้ว การศึกษาสารโมเลกุลมณีแดงสำเร็จแล้วในทุก ๆ ด้าน ได้แก่...

1. การค้นพบกลไกความชราของดีเอ็นเอ

2. การผลิตยา ร่วมกับสถานเสาวภา Pharmaceutical Grade มีระบบ QC เรียบร้อย 

3. การศึกษาในสัตว์ทดลอง เพื่อหาข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ Senile dementia rat, Alzheimer’s rat, Parkinson’s rat, Lung fibrosis rat, Liver cirrhosis mouse, Insulin resistance rat, Burn สารโมเลกุลมณีแดง รักษาได้ทุกตัว แก้ไขพยาธิสภาพให้หายไปรวมถึง มี การสร้างเซลล์สมองใหม่ (neurogenesis)

4. การศึกษาคุณสมบัติของยา Safety test หรือความปลอดภัย ทำที่ National Primate Research Center of Thailand ลิงแสม > 1 ปี ผลลิงทุกตัวปลอดภัยดี หายแก่ > 40 สัปดาห์

5. Toxicity test ทำ 2 ที่ สถานเสาวภา ทำหลายสปีชี่ mouse, rat, หนูตะเภา กระต่าย ที่ ม. นเรศวร เป็น GLP rats ผ่านแล้ว

6. Pharmacokinetic and organ distribution เสร็จแล้ว

7. Storage conditions เสร็จแล้ว

ส่วน Clinical trials กำลังเตรียมการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top