หมูเด้งฟีเวอร์!! ความโด่งดังจากเบื้องหลัง 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ปั้นโปรไฟล์ให้ชวนฝัน เด่นจนช่วยรัน 'ธุรกิจ-เศรษฐกิจ' บูม

ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธความโด่งดังระดับโลกของ 'หมูเด้ง' ฮิปโปแคระแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ไม่ว่าจะเป็นสื่อ เซเลป อินฟลูเอนเซอร์ ต่างต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และล่าสุดหมูเด้งก็ไปอยู่บนจอรายการ Saturday Night Live รายการทีวีชื่อดังของสหรัฐอเมริกาแล้ว

ความโด่งดังของหมูเด้งส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพิ่มมากขึ้นจากวันปกติ 800-900 คน ช่วงวันหยุดประมาณ 3,00-4,000 คน พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตีตั๋วเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวถึง 11,330 คน 

ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเองก็ได้ตอบรับกระแส 'หมูเด้ง ฟีเวอร์' ด้วยการปล่อยของที่ระลึกลายหมูเด้งสุดน่ารัก เช่น เสื้อ กางเกง และตุ๊กตา สำหรับไว้ให้แฟนคลับจับจอง 

นอกจากนั้นยังเสริมด้วยการขายพ่วง 'ที่พักสวนสัตว์เปิดเขาเขียว' สำหรับคนที่ไม่ต้องการรอคิวนาน สามารถตื่นมารับความเด้งตั้งแต่เช้า นอกจากนี้ยังเป็นการพักผ่อนไปในตัว

นอกจากสินค้าจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวแล้ว หลาย ๆ แบรนด์ต่างต้องอาศัยนาทีทองออก 'หมูเด้ง คอลเล็กชัน' ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าแตะนันยางที่พร้อมจะเปลี่ยนจากช้างดาวมาเป็นฮิปโปแคระดาว หรือ Rip N Dip ก็มีการออกคอลเลกชัน Moo Deng ให้สะสม พร้อมกับเสียงแว่ว ๆ ว่าจะมีแสตมป์หมูเด้งให้สะสมด้วย 

>> แล้วเราเรียนรู้อะไรจากความโด่งดังของหมูเด้ง?

หากเจาะลึกลงไปแล้วความโด่งดังของหมูเด้งไม่ได้โด่งดังแบบชั่วข้ามคืน แต่เป็นความโด่งดังบนรากฐานที่มีการค่อย ๆ วางแบบใจเย็น ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง' ที่ถ่ายทอดอริยาบถของเหล่าฮิปโปแคระ ซึ่งเริ่มตั้งเพจมาเมื่อปี 2562 หรือจะพูดอีกอย่างเป็นเพจแฟนด้อมของฮิปโปแคระเลยก็ว่าได้ รวมทั้งกลยุทธ์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยที่เปิดให้มีการตั้งชื่อและโหวตชื่อ เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริงไม่ใช่แค่ยอดไลก์ ยอดแชร์ กับกลุ่มเป้าหมาย

ไม่ใช่หมูเด้งที่ผ่านกระบวนการนี้เท่านั้น แต่พี่ชายแท้ ๆ ของหมูเด้งอย่าง 'หมูตุ๋น' ก็ผ่านกระบวนการเช่นนี้เช่นกัน คือ การสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นขึ้นมาก่อน แต่ของหมูตุ๋นติดนิดเดียวว่าพอดีช่วงนั้นมีดาวโควิดเข้ามาแทรกไม่เช่นนั้นอาจโด่งดังเป็นพลุแตกมากกว่านี้ 

ถ้าข้ามไปคนละสปีชี่ส์โมเดลที่โด่งดังเป็นพลุแตกคงหนีไม่พ้น 'หลินปิง' แพนด้าขวัญใจมหาชนเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ยุคนั้นแพนด้าหลินปิงทำให้ไปรษณียบัตรโหวตชื่อเจ้าแพนด้า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าระดับ 28.5 ล้านใบ 

>> แล้วทำไม 'หมูเด้ง-หลินปิง' ลูกสัตว์เหล่านี้ถึงฮอตฮิตขนาดนี้?

สำหรับหลายแบรนด์แม้จะไม่สามารถขนสินค้าคอลเลกชันหมูเด้งออกมาได้ทัน ก็ต้องมีการขยับใช้หมูเด้งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบทางการตลาดชั้นดี ด้วยความที่หมูเด้งมีลักษณะเป็น 'มีม' โดยธรรมชาติ ด้วยท่าทางตลก ๆ และเปิ่น ๆ 

สำหรับความน่ารักของเหล่าสัตว์และคนตัวจิ๋วมีงานวิจัยของนักศึกษาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ชาวออสเตรียที่มีชื่อว่า Konrad Lorenz ที่อธิบายความน่ารัก น่าเอ็นดูเด็กทารกด้วยคำว่า 'kindchenschema' หรือ 'baby schema'

โดยงานชิ้นนี้เปรียบเทียบลักษณะของท่ารกที่มีเหมือน ๆ กัน คือ หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดปฏิกิริยากับมนุษย์อย่างรวดเร็วที่จะปกป้อง คุ้มครอง ดูแล ห้อยท้ายไว้นิดว่าจากทฤษฎีนี้ทำให้การ์ตูนของญี่ปุ่น หรือ มังงะ ในยุคหนึ่งจะมีตัวละครจะมี หน้าผากใหญ่ ตาโต จมูกเล็ก

>> เราได้อะไรจากปรากฏการณ์หมูเด้ง?

คำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็คงเป็นการเกาะเก็บสถานการณ์โดยรอบแล้วแปลงมาเป็นบริบทให้เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแฟนด้อม ผลิตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงดึงดูดให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้คน แต่ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะหากย้อนกลับไปดูในอดีต ซีรีส์พีเรียดของเกาหลีใต้มีจำนวนมหาศาล แต่เรื่องที่โด่งดังยิ่งกว่าพลุแตกกลับเป็น 'แด จัง กึม'


เรื่อง : แทน ธนวัฒน์ บุญรวม