Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

จีน เปิดหลักสูตรใหม่กว่า 21,000 หลักสูตร รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ - สังคม

(1 ต.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2567 กระทรวงศึกษาธิการของจีนกล่าวย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในภูมิทัศน์การศึกษาระดับสูงของจีน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

กระทรวงฯ แถลงข่าวในกรุงปักกิ่งว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวหลักสูตรใหม่ในระดับปริญญาตรี 21,000 หลักสูตรทั่วจีน และยกเลิกหลักสูตรที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม 12,000 หลักสูตร

ในปี 2024 เพียงปีเดียว มีการจัดตั้งหลักสูตรใหม่ในสาขาวิชาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ 1,673 หลักสูตร ขณะที่หลักสูตร 1,670 หลักสูตรได้ถูกยกเลิกไป

รายงานระบุว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสำคัญในโครงสร้างวิชาการทั่วจีน ส่วนการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจะมุ่งเน้นไปที่การจัดแนวทางการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ สนับสนุนการพัฒนาระดับภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน

ปัจจุบันจีนมีมหาวิทยาลัย 1,308 แห่งที่เปิดหลักสูตรใน 816 สาขาวิชา และมีหลักสูตรในระดับปริญญาตรีรวมทั้งสิ้น 62,000 หลักสูตรทั่วประเทศ

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567

🟢 รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 718665

🔴 รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 รางวัลละ 100,000 บาท : 718664718666

🔴 รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 053 812

🔴 รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 079 566

🔴 รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 59

🔴 รางวัลที่ 2 รางวัลละ 200,000 บาท : 618304 706570 920212 619457 803186

🔴 รางวัลที่ 3 รางวัลละ 80,000 บาท : 

079513 899161 028929 015089 576883
848720 332583 827661 936769 807587

🔴 รางวัลที่ 4 รางวัลละ 40,000 บาท : 

447798 379538 070465 143828 565201
100523 730422 654733 350914 968249
715944 974039 073792 306489 394717
823339 371560 229354 549734 544300
791315 612189 588560 705120 156039
079288 961797 325692 235485 068766
549143 585487 214339 656278 849778
795687 166685 827766 448648 415631
579404 331211 522846 952454 001650
430370 406839 483088 392399 791536

🔴 รางวัลที่ 5 รางวัลละ 20,000 บาท

280422 036283 754306 886771 443091
526698 221366 985280 458809 028519
122019 971141 566721 487641 142265
265401 611367 803474 222108 176036
974833 082021 409813 743601 505928
634524 982865 749235 815227 090743
930041 445026 385388 331823 432285
924197 280547 749834 929691 271493
519617 316668 867435 581639 738631
238694 145004 815448 369105 237296
529047 123489 647932 264184 674505
779485 954373 098621 759723 729975
499637 237865 564652 380962 699053
817965 183407 930997 312076 609336
094704 868444 171250 187093 445974
041466 761270 977415 086635 628125
072238 713107 111308 400188 495788
629558 714202 041220 737191 749137
269228 562878 822973 224689 705352
330818 520432 447142 511989 342384

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา โรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี

(1 ต.ค. 67) จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ส่งผลให้มีทั้งผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต จำนวนหลายราย ทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้

ส่องราคาน้ำมันเฉลี่ย ในประเทศอาเซียน ราคา ณ วันที่ 30 ก.ย. 67

รายงานราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน ประจำวันที่ 30 กันยายน 2567 โดยราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศ มีปัจจัยทางด้านราคา ดังนี้

1.แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี และระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน
2.ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังมีการอุดหนุนราคากันอยู่
3.ประเทศไทยสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ให้การอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันฯ จึงทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน

หมายเหตุ : ราคา ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 อัตราแลกเปลี่ยน (อัตรากลาง) ณ วันที่ 27 กันยายน 2567

*ประเทศไทย อ้างอิงราคาจาก ปตท. และ บางจาก และเป็นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95E10 ซึ่งมีสัดส่วนการใช้มากที่สุด
สามารถดูราคาย้อนหลังได้ที่ EPPO - Energy Data Visualization
หรือคลิกที่ https://public.tableau.com/.../EPPO.../SUMMARYOILPRICING

“คนไทย และชาวโลกชื่นชม และหวังหน่วยเราสูงมาก ถึงผมจะเกษียณ จิตวิญญาณผมอยู่ที่นี่ไม่มีทิ้งไป… ”

พล.ร.อ.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ
“ฮีโร่ 13 หมูป่า” กล่าวในวัน “อำลาหน่วยซีล”
วันที่ 30 ก.ย.67 

‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ผู้นำฝ่ายค้านฯ’ ลั่น!! จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่

‘ณัฐพงษ์’ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ผู้นำฝ่ายค้านฯ’ ลั่น จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่-พร้อมสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้รัฐบาลเสนอก็ตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม ที่รัฐสภา มีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 สส.พรรค ปชน. รวมถึงข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ร่วมพิธีดังกล่าว และร่วมแสดงความยินดี ทั้งนี้ นายภราดรได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีให้กับนายณัฐพงษ์ 

ภายหลังพิธี นายณัฐพงษ์ แถลงว่า ขอบคุณที่ทุกคนให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากนี้ตนจะหารือกับพรรคฝ่ายค้านถึงการทำงานในสภาฯ และทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ตรงไปตรงมาที่สุดให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน ให้สมกับที่ประชาชนเลือกมาไม่ว่าเราจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านก็ตาม 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราพร้อมเดินหน้าเสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน และร่วมพร้อมสนับสนุนกฎหมายที่เป็นประโยชน์แม้จะมาจากฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายไหนก็ตาม ตราบใดที่เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ พรรค ปชน. และพรรคร่วมฝ่ายค้านเราจะหารือกันภายในวิปฝ่ายค้านเพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

”แม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เชื่อว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย หลังจากนี้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรจะครบถ้วนสมบูรณ์ ในฐานะที่วันนี้ผมได้รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ก็จะขอทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่“ นายณัฐพงษ์ กล่าว

✨เกิดมาเพื่อเป็นดาว ‘หมูเด้ง’ ซูป’ตาร์สาว แห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว

ความน่ารักของ ‘หมูเด้ง’ ฮิปโปแคระ เพศเมีย วัย 2 เดือน ตัวตึงประจำสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องไม่หยุด แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวแห่กันไปชมจนรถติดยาวเหยียด ไม่เว้นแม้แต่วันธรรมดา

ทำให้สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดย ‘เพจ ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง’ รายงานยอดนักท่องเที่ยวประจำเดือน ก.ย. 2567 รวม 162,811 คน 

เมื่อย้อนกลับไปดูยอดนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. 2567 ก่อนที่หมูเด้งจะเกิด มีผู้เข้าชม จำนวน 70,510 คน ต่อมาเดือน ก.ค. 2567 ซึ่งเป็นเดือนที่ หมูเด้ง เกิด มียอดนักท่องเที่ยว จำนวน 84,849 คน เดือน ส.ค. 2567 จำนวน 98,046 คน นับว่ายอดนักท่องเที่ยวได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเกินเท่าตัวจาก เดือน มิ.ย.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และร่วมแสดงมุทิตาจิตแก่ข้าราชการตำรวจระดับสูงในโอกาสเกษียณอายุราชการ

เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.67) สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ขึ้นแท่นรับความเคารพและตรวจแถวกองเกียรติยศ , สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 และสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ณ บริเวณหน้าอาคาร 1 จากนั้นเป็นพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้แก่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งจะดำรงตำแหน่ง รรท.ผบ.ตร. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดยมี คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการตำรวจ และคณะแม่บ้านตำรวจ เข้าร่วมพิธีฯ อย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ฯ กล่าวว่า ตนมีความยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดมา ด้วยความทุ่มเท เสียสละ แม้จะมีสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของอาชีพตำรวจ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันทุกท่าน ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถปฏิบัติภารกิจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน จนเกิดความเรียบร้อยในสังคมได้ และในวันนี้ขอส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ฯ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 นี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 15 การรับส่งงานในหน้าที่ราชการสำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตนในฐานะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีอาวุโสสูงสุดในขณะนี้ เป็นผู้ทำหน้าที่รับมอบงานในหน้าที่ราชการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งบัญชีรายการเอกสารที่เกี่ยวข้อง  เพื่อจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบต่อไป

หลังพิธีต่างๆ เสร็จสิ้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พร้อมด้วย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกษียณอายุราชการ ได้แก่ พล.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับดอกไม้แสดงมุทิตาจิตจากข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มาร่วมอำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการด้วยความขอบคุณและยินดี บริเวณหน้าห้องศรียานนท์ ชั้น 2 จนถึงบริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มูลนิธิต้านทุจริต - สื่อต้านคอร์รัปชั่น ผนึก 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เดินหน้ายุทธศาสตร์ต้านโกง “วิชา” ตอกย้ำนิยาม“ป๋าเปรม” ทุจริต...คือการปล้นชาติ

(30 ก.ย. 67) ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อวันที่ 30 ก.ย.67 มูลนิธิต่อต้านการทุจริต และสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ) จัดแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา 24 แห่ง โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เป็นประธาน ดร.เอก์ เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) และผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 24 แห่ง ร่วมด้วย 

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษามีเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง ที่ผ่านมาการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู กับสถาบันอุดมศึกษาครบวาระ 3 ปีแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปด้วยความล่าช้า มูลนิธิต่อต้านการทุจริต และสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ยังมุ่งมั่นเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังค่านิยมเยาวชน นิสิต นักศึกษา ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล รู้เท่าทันการทุจริตคอร์รัปชั่น ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวอีกว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท่านได้นิยามเกี่ยวกับคอร์รัปชั่นว่า “การทุจริต...คือการปล้นชาติ” ซึ่งพล.อ.เปรมได้เคยปรารภเรื่องการต่อต้านการทุจริต เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ดังนั้นการที่อธิการบดีและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่แสดงเจตจำนงลงนามความร่วมมือวันนี้ จึงนับเป็นสิ่งที่งดงาม และมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง
ด้าน ดร.เอก์ กล่าวว่า ขอบคุณอธิการบดีและผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาทั้ง  24 แห่ง ที่ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น  ซึ่งปัญหาการทุจริตเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายทำลายชาติ โดยจะมีการจัดกิจกรรมผ่านเวทีเสวนา “นักศึกษาวัยใส ใจสุจริต” หรือกิจกรรมอื่นที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันการทุจริต ที่จะทำร่วมกันในอนาคต

สำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ ได้แก่  1.มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 2.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 4.มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 5.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 6.มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 7.มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 8.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 9.มหาวิทยาลัยเกริก 10.มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 11.มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 12.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 13.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 14.มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 15.มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 16.มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 17.มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 18.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ 19.มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี 20.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 21.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 22.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 23.มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และ 24.มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

โดยก่อนหน้านี้ มูลนิธิฯ และสมาคมฯ ได้ทำเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัย 15 แห่ง ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 2.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3.มหาวิทยาลัยบูรพา 4.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 6.มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร 7.มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 9.มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 10.มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 11.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 12.มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 13.มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 14.มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และ 15.มหาวิทยาลัยรังสิต “หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บันทึกข้อตกลงที่ทำขึ้นในวันนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในการบ่มเพาะเยาวชนต้นกล้า ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความประพฤติดี มีหน้าที่การงานดี ที่สำคัญมีความซื่อสัตย์ สุจริต รักชาติ รักแผ่นดิน ก็จะส่งผลให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นลดน้อยลงได้ไม่มากก็น้อย” ดร.เอก์ กล่าว ขณะที่ ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิตขอเป็นตัวแทนผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ ขอบคุณมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ที่จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ สร้างจิตสำนึก นิสิต นักศึกษา ไม่ทนต่อการทุจริต โดยมหาวิทยาลัยพร้อมดำเนินกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิฯ และสมาคมฯ ตามบันทึกข้อตกลงนี้ ในโอกาสต่อไป

ตำรวจ ปส. แถลงผลงานปิด Job “ปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย“ ในรอบ 1 ปี ยึดยาบ้ากว่า 380 ล้านเม็ด, ไอซ์ 13,170 กก. คีตามีน 2,388 กก. และยึดทรัพย์กว่า 4,100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 67) ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ขยายผลเครือข่ายเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ทั้งของผู้ค้า ผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนเครือข่ายทั้งหมดมาตรวจสอบทุกระดับอย่างจริงจังทุกพื้นที่ ควบคู่ไปกับการทำชุมชนบำบัดเพื่อให้ผู้เสพกลับคืนสู่สังคม เลี้ยงตน เลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง

วันนี้ 30 ก.ย.67 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ /รรท. รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ บช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และ พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ได้ร่วมแถลงผลการสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 4 เครือข่าย ผู้ต้องหา 9 คน ยึดยาบ้า 6,600,000 เม็ด, ไอซ์ 565 กก. และเฮโรอีน 6.98 กก. ดังนี้

บก.ปส.3
คดีที่ 1
จากการขยายผลการตรวจยึดไอซ์ 7.58 กก. เมื่อวันที่ 16 ส.ค.67 ถูกซุกซ่อนในขวดโรออน ระงับกลิ่นกาย พยายามลักลอบส่งไปประเทศออสเตรเลีย และพบว่าผู้ส่งคือหญิงสาวสัญชาติลาว จากนั้นตำรวจชุดจับกุมจึงสืบสวน และติดตามพฤติการณ์เรื่อยมา กระทั่งพบว่าจะมีการส่งพัสดุในลักษณะเดิมอีกครั้ง โดยกลับเข้ามาพักอาศัยที่อพาร์ทเม้นท์เดิม ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ กระทั่ง วันที่ 17 ก.ย.67 หน่วยปราบปรามยาเสพติดสุวรรณภูมิ กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ ป.ป.ส. และศุลกากร นำกำลังเข้าตรวจค้นที่ ห้องพัก 514 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ถ.รัชดาภิเษก แขวง-เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.ติ่ง พันทะวง อายุ 31 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 506/2567 ลง 17 กันยายน 2567 ในข้อหา “พยายามส่งออกฯ” และพบกล่อง 2 กล่อง ภายในเป็น ขวดโรลออน และยาสีฟัน จากการตรวจสอบมี เฮโรอีน ซุกซ่อนอยู่ น้ำหนัก 6.98 กก.  นอกจากนี้ยัง ตรวจยึดทรัพย์สิน กระเป๋าแบรนเนม 1 ใบ ราคาประมาณ 70,000 บาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2
ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติด ส่งออกต่างประเทศ โดยอำพรางไปกับสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ จนทราบว่าจะนำยาเสพติดที่ซุกซ่อนไปกับเฟอร์นิเจอร์มาพักเก็บในพื้นที่ อ.แม่สาย   จ.เชียงราย ตำรวจจึงทำการวางแผนจับกุม กระทั่งวันที่ 19 ก.ย.67 เวลาประมาณ 10.00 น. พบว่าเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวได้นำมาเก็บพักคอยที่บ้านเช่าเลขที่ 112/6 ม.2 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเตรียมส่งต่างประเทศ จึงนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ ภายในบ้านพบเป็นโต๊ะ และเก้าอี้ ตรวจสอบภายใน พบยาเสพติดเป็นไอซ์ ลักษณะเป็นก้อนคล้าย ดินน้ำมันสีขาว และ สีชมพู คละกัน มีผงลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวใสผสมอยู่ ซุกซ่อนอำพรางในช่องลับภายในแผ่นรองนั่งของเก้าอี้ น้ำหนัก 325 กก. และ ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับภายในแผ่นหน้าโต๊ะ น้ำหนัก 240 กก. รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 565 กก. จากการสอบถามผู้ดูแลแจ้งว่าเป็นสินค้าที่มีลูกค้านำมาฝากไว้กับทางร้าน จากนั้นจึงนำของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และ จะทำการสืบสวนขยายผลถึงกลุ่มเจ้าของยาเสพติดต่อไป

คดีที่ 3
ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดเชียงราย กก.2 บก.ปส.3 ได้สืบสวนเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ จ.เชียงราย จนทราบว่า นายอาตี๋ ชนเผ่าอาข่า จะลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ บ้านผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย กระทั่ง วันที่ 25 ก.ย. 67 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับทหาร ออกสำรวจพื้นที่ ก็พบเข้ากับคารวานลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มชาย ฉกรรจ์ จำนวน 12 คนแบกสัมภาระเป็นกระเป๋าที่คาดว่ามียาเสพติดถูกบรรจุอยู่ด้านใน ขณะเดินลัดเลาะออกมาจากชายป่า ก่อนที่ทั้งหมดจะไปหยุดรวมตัวกันบริเวณริมถนนทางเข้าหมู่บ้านผาหมี หน้าศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตำรวจจึงนำกำลังแสดงตัวเข้าตรวจสอบและตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย 

ซึ่งทั้งหมดเป็นคนสัญชาติเมียนมาร์ ส่วนคนที่เหลือวิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจค้นในกระเป๋าพบกระสอบ 11 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,600,000 เม็ด โดยตำรวจเตรียมขยายผลหาเพื่อนร่วมขวนการที่สามารถหลบหนีไปได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บก.สกส.
คดีที่ 4
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.67 เวลาประมาณ 20.00 น. – 23.50 น. ต่อเนื่องกัน ตำรวจ บก.สกส., ตำรวจด่านพยุหะคีรี บก.ปส.3 ตำรวจ สภ.วังทอง ภ.จว.พิษณุโลก และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองกำลังนเรศวร ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 2 คน หลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดเมื่อวันที่ 31 มี.ค 60 ของกลางยาบ้า 500,000 เม็ด ก่อนจะขยายผลพบว่ายังมีเครือข่ายซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลงมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ ภาคกลาง  กระทั่ง พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงจัดชุดติดตามจนมาถึงพื้นที่ ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พบว่า รถทั้ง 2 คัน คือ รถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 71 21xx เชียงใหม่ และ รถยนต์ หมายทะเบียน 8กข 31xx กรุงเทพฯ ขับเข้าไปในปั๊มน้ำมัน ปตท.วังทอง ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบนายสมศักดิ์ และนายสุทธิศักดิ์ พี่น้องกัน จึงเชิญตัวทั้ง 2 คน และนำรถมายังด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี เพื่อเข้าเครื่อง X-Ray ตรวจค้นโดยละเอียด ปรากฏว่าพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ในช่องลับผนังด้านข้างทั้ง 2 ข้าง ของรถบรรทุก  ตรวจสอบพบเป็นยาบ้า 2,500 มัด จำนวนรวมทั้งสิ้น 5,000,000 เม็ด เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือ เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือ เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

นอกจากนี้ บช.ปส. ยังได้สรุปภาพรวมการปราบปรามยาเสพติดในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ถูกกำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งแผนงานและภารกิจ ให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้าและ  ตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด ซี่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมา บช.ปส. ได้ขับเคลื่อนการปราบปราม การสกัดกั้นการลำเลียง และการขยายผลจับกุมยึดทรัพย์เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด  อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยกำหนด “แผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย” เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ ตอนในและพื้นที่ปลายทาง และทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่เป้าหมาย ส่งผลให้ปีงบประมาณ พ.ศ.2567

สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ถึง 1,322 คดี เพิ่มขึ้น 427 คดี มีผู้ต้องหา 1,729 คน เพิ่มขึ้น 518 คน  ตรวจยึดยาบ้าได้ 380,317,464 เม็ด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 137,871,101 เม็ด คิดเป็น 56.87%  และคิดเป็น 41.05% ของ ตร., ไอซ์ 13,170 กก. คิดเป็น 58.34% ของ ตร. คีตามีน 2,388 กก. คิดเป็น 47.09% ของ ตร. ในส่วนการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทั้งตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะยาบ้า สามารถจับกุมผู้ค้ารายสำคัญรายใหญ่ ยาบ้า 500,000 เม็ดขึ้นไป จำนวน 90 คดี สกัดกั้นยาบ้าได้ 361,853,712 เม็ด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว คิดเป็น 87.24 %                 

โดยภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และพื้นที่ปลายทาง รวมทั้งทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ในพื้นที่เป้าหมาย ถือเป็นภารกิจสำคัญของ “แผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย” ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ได้แก่ วันที่ 20 เม.ย.2567 จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 14,648,000 เม็ด  ขณะลักลอบลำเลียงจากแนวชายแดนเข้ามาส่งต่อให้เครือข่ายในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นับเป็นการสกัดกั้นการขนลำเลียงยาบ้าที่มีปริมาณมากที่สุดของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่จับกุมได้ในปีนี้ และล่าสุดเมื่อ 23 ส.ค.2567 ยังจับกุมผู้ต้องหาขณะลำเลียงยาบ้า 14,000,000 เม็ด จากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้อีกด้วย ปฏิบัติการ“ ตามล่าเครือข่าย VUITTON วิตตอง” เป็นปฏิบัติการสำคัญที่สามารถสืบสวนจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ตอนใน ได้อย่างต่อเนื่องถึง 11 คดี จับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายไปแล้วกว่า 50 ราย ยึดยาบ้า กว่า 46 ล้านเม็ด ไอซ์และ คีตามีนรวมกว่า 100 กิโลกรัม ยึดทรัพย์กว่า 26 ล้านบาท

ผลงานสำคัญในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ  ที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านลำเลียงยาเสพติดไปต่างประเทศ วันที่ 4 ธ.ค.2566 ได้เปิดปฏิบัติการสยบไพรีปราบสมุทร “Operation Poseidon ” จับกุมผู้ต้องหา             พร้อมไอซ์และเคตามีนกว่า 2,200 กก. การขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับนายชาญชัยหรือกัปตันตุ้ยฯ พร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท จากการแกะรอยไล่ล่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าว นำไปสู่การจับกุมผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลได้เพิ่มเติมอีก 2 คดี ได้แก่ วันที่ 8 ก.ย.67 จับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ 600 กก.ที่ท่าเรือริมแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร และ วันที่ 10 ส.ค.2567 จับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ 1,500 กก. ที่ท่าเรือในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทั้ง 3 ปฏิบัติการสำคัญนี้สามารถสกัดกั้นการพยายามลักลอบลำเลียงไอซ์และคีตามีนข้ามชาติได้ถึง 4,300 กก. หรือ 4.3 ตัน

ผลงานสำคัญในการสกัดกั้นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ที่มีการลักลอบนำเข้าและส่งออกไปยังแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อ 12 ก.ค.2567 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจยึดสารโทลูอีน (Toluene) 90 ตัน ลักลอบนำเข้าจากเกาหลีใต้มาที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เตรียมส่งไปแหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน สารโทลูอีนที่ยึดได้ หากหลุดรอดไปถึงแหล่งผลิต จะใช้ผลิตยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 270 ล้านเม็ด ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เดินทางไปร่วมตรวจสอบและแถลงข่าวผลการตรวจยึดด้วยตนเอง ผลงานสำคัญในการยึดและอายัดทรัพย์สินปีงบประมาณ2567 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 4,096,626,323 ล้านบาท  หรือคิดเป็น 32.78% ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีปฏิบัติการที่สำคัญในการยึดทรัพย์สิน ได้แก่  ช่วงเดือน พ.ค.2567 เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย “ใหม่ Logistics” ของ บก.ปส.2 ที่ปูพรมตรวจค้นในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจับกุมกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่ง จากพื้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top