Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

'เพนกวิน' โพสต์เฟซบุ๊กครั้งแรกหลังได้รับสถานะผู้ลี้ภัย เผยได้รับทุนเรียนต่อ ป.โท-เอก มหาวิทยาลัยระดับโลก

(2 ต.ค. 67) หลังจากเงียบหายไปตั้งแต่ 14 พ.ค. 67 เพนกวิน หนึ่งในแกนนำการชุมนุมเมื่อปี 2562 ได้แจ้งข่าวบนเฟซบุ๊กเป็นครั้งแรกใน 'สถานะผู้ลี้ภัย' ว่า 

สวัสดีครับ เพื่อนพ้องและพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกคน

วันนี้ผมมีข่าวดีมาแจ้งให้พี่น้องทุกคนได้ทราบว่าผมได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแบบเต็มจำนวนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศโลกเสรี การได้ศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกนั้นถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งของชีวิตผม แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การใช้กฎหมายปิดกั้นเสรีภาพและปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงจำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาต่อโดยไม่ได้ร่ำลาและแจ้งให้พี่น้องได้ทราบกันล่วงหน้า ตัวผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

นับจากวันนี้ไป ผมเชื่อว่าคงจะมีหลายคนซึ่งอาจยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามทางการเมืองกับผมออกมาเย้ยหยันว่าผมเป็นนักโทษหนีคดี เหมือนกับที่เคยเย้ยหยันคนอื่น ๆ มาก่อน ขอใช้โอกาสนี้เรียนไปถึงกลุ่มคนเหล่านั้นว่าการดำเนินคดีความทั้งหลายกว่า 30 คดีที่ผมตกเป็นจำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหานั้น ล้วนแล้วแต่ได้รับการยอมรับในสังคมนานาชาติว่าเป็นการดำเนินคดีความทางการเมือง ไม่ใช่การดำเนินคดีทางอาญา อีกทั้งกฎหมายที่ใช้กล่าวหาและดำเนินคดีผม โดยเฉพาะกฎหมายมาตรา 112 นั้น เป็นกฎหมายป่าเถื่อน ล้าหลัง และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมนานาชาติ ผมจึงมิได้เป็นอาชญากรในสายตาสังคมอารยประเทศทั้งหลาย ในทางตรงกันข้าม บุคคลและระบอบที่ใช้กฎหมายป่าเถื่อนล้าหลังดำเนินคดีผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อปราบปรามทางการเมืองต่างหากที่จะถูกถือว่าเป็นอาชญากร

สำหรับเพื่อนพ้องและพี่น้องทุกคนที่ได้ร่วมฝัน ร่วมต่อสู้ และร่วมเป็นกำลังใจกับผมในตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นและการสนับสนุนที่ทุกท่านมีให้ผมตลอดมาไม่ขาด หลังปี 2565 เป็นต้นมา เงื่อนไขทางกฎหมายได้จำกัดเสรีภาพทางการแสดงออกของผมเป็นอย่างมาก ผมขอให้คำมั่นว่าไม่ว่าตัวผมจะอยู่ ๆ แห่งหนตำบลใดหรือในสถานการณ์ใด ผมก็ยังคงเป็นผมคนเดิมที่ทุกท่านรู้จัก หัวใจของผมยังคงอยู่กับสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และประชาธิปไตยของประชาชนไทย รวมถึงความก้าวหน้าของประเทศชาติเราเหมือนที่เป็นตลอดมา

ในโอกาสนี้ ผมขอส่งใจให้กับมิตรสหายเพื่อนร่วมอุดมการณ์และพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญหน้ากับการละเมิดสิทธิและปิดกั้นเสรีภาพโดยใช้กฎหมายที่ไร้ความเป็นธรรมเป็นข้ออ้าง โดยเฉพาะทนายอานนท์ นำภาและนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมกว่า 40 คน ผมขอเรียกร้องให้รัฐไทยยุติการดำเนินคดีทางการเมืองและปลดปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมด เพื่อลดความตึงเครียดในสังคมและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาประชาคมนานาชาติ ผมเชื่อว่าผู้คนในอารยประเทศนั้น หากได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้เห็นต่างทางการเมืองในประเทศไทยก็จะเรียกร้องเหมือนกันกับผมเช่นกัน

ท้ายที่สุดนี้ ผมเชื่อว่าหากพวกเราคนไทยยังไม่หยุดใฝ่ฝันถึงเสรีภาพ เสรีภาพและความเป็นธรรมที่แท้จริงก็จะมาถึงพี่น้องคนไทยทุกคนในเร็ววัน

ขอฝากรัก ศรัทธา และความนับถือมาถึงเพื่อนพ้องและพี่น้องทุกคนจนกว่าวันที่เราจะได้พบกันอีก

พริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้นายภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ หรือ ไมค์ ระยอง ได้เป็นผู้ลี้ภัยไปแล้ว 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนมิจฉาชีพฉวยโอกาสตบทรัพย์ผู้เกษียณ หลอกโอนเงินและข้อมูลส่วนตัว

(2 ต.ค. 67) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา เป็นวันเกษียณอายุราชการของข้าราชการหลายท่าน ซึ่งอาจต้องติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของสิทธิประโยช์ต่าง ๆ ของผู้เกษียณอายุราชการ ทั้งในเรื่องเงินสวัสดิการ เงินบำเหน็จบำนาญ เงินภาษี ฯลฯ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้โอกาสนี้ในการหลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกษียณอายุราชการและบุคคลในครอบครัว เพิ่มความระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่าง ๆ เช่น กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบเงินสวัสดิการของผู้เกษียณอายุราชการ ติดต่อมาเพื่อหลอกลวงให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีธนาคาร และเอกสารสำคัญต่าง ๆ รวมถึงการหลอกให้กดลิงก์ หรือหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อเป็นหลักประกันในการรับเงินบำเหน็จบำนาญและเงินตอบแทนต่าง ๆ

โดยหากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้ท่านโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง และขอให้บุตรหลานของผู้เกษียณอายุราชการ คอยให้คำแนะนำและสอดส่องดูแลผู้เกษียณอายุราชการ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และหากเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ผลิตรถไฟจีนสุดเจ๋ง เปิดตัวรถไฟพลังงานไฮโดรเจน ทำความเร็ว 200 กม./ชม. ปล่อยมลพาเป็นศูนย์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ซีอาร์อาร์ซี คอร์เปอเรชัน ลิมิเต็ด (CRRC) ผู้ผลิตรถไฟของจีน ได้เปิดตัวรถไฟพลังงานไฮโดรเจน 'ซิโนวา เอช2' (CINOVA H2) ที่งานมหกรรมการค้าเทคโนโลยีการขนส่งนานาชาติ หรืออินโนทรานส์ (InnoTrans) ปี 2024 ในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี เมื่อไม่นานนี้

รถไฟพลังงานไฮโดรเจน ซิโนวา เอช2 สามารถทำความเร็วสูงถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และวิ่งไกลถึง 1,200 กิโลเมตร ณ ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมบรรทุกผู้โดยสาร 1,000 คน ด้วยเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเต็มถัง

ทั้งนี้ รถไฟพลังงานไฮโดรเจน ซิโนวา เอช2 ซึ่งใช้ไฮโดรเจนน้อยกว่า 0.3 กรัมต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน 730 ตันต่อปี เมื่ออ้างอิงระยะทางการเดินรถราว 3 แสนกิโลเมตรต่อปี

‘ดร.ธนชาติ’ มอง ยักษ์ไอทีลงทุน Data Center แค่ธุรกิจปกติ ชี้!! คนไทยได้ประโยชน์น้อย - ไม่ช่วยให้เกิดการจ้างงานดังคาด

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Thanachart Numnonda’ ถึงกรณีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ว่า  Data Center ไม่ได้สร้างงานได้มากมาย แต่ทักษะด้านไอทีต่างหากคือสิ่งที่จะสร้างงานได้นับหมื่นตำแหน่ง

เห็นข่าว Google จะมาลงทุน Data Center ในเมืองไทยที่แถลงข่าวเมื่อวานนี้ก็เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากมาย เพราะเป็นการลงทุนตามกระแสธุรกิจ การที่บริษัท Big Tech แต่ละแห่งจะมาลงทุน Data Center ก็เป็นไปตามวัฏจักรธุรกิจ การลงทุนในแต่ละ Region ก็ไปตามการใช้งานของผู้ใช้ Google หรือ Big Tech ก็ค่อย ๆ สร้าง Region Data Center ในแต่ละประเทศ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั่วโลก แถวอาเซียนตอนตนเองเล่น Google Cloud Platform ใหม่ๆเมื่อ 14 ปีก่อนก็มีเฉพาะที่สิงคโปร์ พอมีลูกค้าในอินโดนีเซียมากขึ้นก็ไปเปิด Data Center เพิ่มขึ้นที่นั่น รอบนี้ความต้องการใช้ในไทยมากขึ้นก็ต้องเปิดที่ประเทศไทย ต่อไปก็คงไปเปิดประเทศอื่น ๆ อีก 

การลงทุน ก็อาจมีการลงทุนสิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน ระบบไฟฟ้า และก็มีการสั่งซื้อระบบเซิร์ฟเวอร์จากต่างประเทศเข้ามาติดตั้งใน Data Center ที่ก่อตั้งขึ้นในไทย คนไทยก็อาจมีข้อดีที่เราใช้บริการ Cloud ที่เร็วขึ้นเพราะ Data Center อยู่ในประเทศ ลดความช้าที่ต้องส่งข้อมูลไปต่างประเทศ แต่เงินตราก็เข้าบริษัทต่างชาติอยู่ดี ยิ่งพอเราใช้ Cloud ของบริษัท Big Tech เงินเราก็ยิ่งไหลออกไปต่างประเทศมากขึ้น เราก็จะยิ่งขาดดุลการค้ามากขึ้น เจ้าหน้าที่ใน Data center ก็ไม่ได้มีมากมาย ไม่ได้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากมาย แถมอาจเน้นเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยมากกว่า ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลระบบไอทีจริง ๆ คงรีโมทมาจากต่างประเทศ เผลอ ๆ การจ้างงานตำแหน่งเหล่านี้ในไทยคงน้อยมาก

แล้วโอกาสงานหมื่น ๆ ตำแหน่งอยู่ไหน ก็คงเป็นเรื่องของการสร้างทักษะคนให้มีความสามารถขั้นสูงในการพัฒนาไอที พัฒนาเอไอ ถ้าคนมีความสามารถที่ดีขึ้นก็มีโอกาสมากขึ้น ขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง ซึ่งคงไม่ใช่บริษัท Google จะมาจ้างงาน 15,000 ตำแหน่ง และต่อให้ไม่มี Data Center ของ Big Tech อยู่ในเมืองไทย คนก็สามารถพัฒนาความสามารถตัวเองได้ 

“ที่ผ่านมาผม Upskill ตัวเองจากการใช้ Cloud ต่าง ๆ มานานนับสิบปีจากทั้ง AWS, Google และ Azure ทั้ง ๆ ที่ Cloud เหล่านี้ไม่เคยมี Data Center ในเมืองไทย ดังนั้นแทนที่จะถามว่ามาลงทุนใน Data Center ที่บ้านเราเท่าไร ซึ่งเราก็คงไม่ได้อะไรมากมายไม่ได้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ควรถามมากกว่าจะมาลงทุนด้านการศึกษา พัฒนาทักษะคนเป็นเงินเท่าไหร่ เปิด course ต่างๆให้เราเรียนฟรีได้แค่ไหน ให้ทดลองใช้ Cloud ฟรีเพื่อการเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะได้ไหม” ดร.ธนชาติ กล่าว พร้อมทั้งย้ำว่า

อย่าตื่นเต้นอะไรมากมายเลยครับกับการลงทุนสร้าง Data Center ควรตื่นเต้นกับการลงทุนด้าน Upskill/Reskill ดีกว่า

4 รัฐมนตรีรวมไทยสร้างชาติ ลุย!! ตรวจราชการ จ.เชียงราย เร่งดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย

(2 ต.ค. 67) ที่สนามบินกองทัพอากาศ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ พร้อมเดินทาง ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปตรวจราชการ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ที่จังหวัดเชียงราย หลายพื้นที่ เพื่อกำกับดูแลและเยียวยาผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากเหตุอุทกภัย พร้อมบูรณาการความช่วยเหลือให้สำเร็จด้วยความรวดเร็ว 

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงราย ล่วงหน้าแล้ว และจะร่วมลงพื้นและพร้อมกับคณะ

โดยกำหนดการในการลงพื้นที่ครั้งนี้อยู่ที่ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า โดยคณะ 4 รัฐมนตรีพร้อมทีมงานจะทำการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยที่พื้นที่หมู่ที่ 9 บ้านแม่ปูนล่าง และสำรวจความเสียหายเส้นทางสัญจรของประชาชน

‘อิหร่าน‘ เปิดฉากโจมตี ‘อิสราเอล‘ ระลอกใหม่ เพิ่มแรงกดดัน ส่อเค้าลุกลามกลายเป็นสงครามในภูมิภาค

อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (1 ต.ค.67) ส่งผลให้ท้องฟ้าเหนือกรุงเยรูซาเล็มและกรุงเทลอาวีฟสว่างไสว และเสียงไซเรนเตือนภัยดังไปทั่ว ขณะที่ระบบป้องกัน Iron dome สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธบางส่วนได้ 

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธราว 200 ลูกใส่เป้าหมายหลายแห่ง และเสริมว่า สหรัฐได้ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือในการปกป้องอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ยังไม่ทราบถึงความสูญเสียใด ๆ โดยก่อนหน้านี้ ขบวนการมูจาฮิดีนปาเลสไตน์อ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงกราดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายทางตอนใต้ของกรุงเทลอาวีฟ

อิสราเอลเริ่มบุกเลบานอนเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยเคลื่อนกำลังเข้าไปทางตอนใต้ ปฏิบัติการภาคพื้นดินมีเป้าหมายเพื่อผลักดันกองกำลังเฮซบอลเลาะห์ให้ถอยห่างจากชายแดนมากขึ้น หลังจากเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มก่อการร้ายที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาหลายสัปดาห์

เจ้าหน้าที่เลบานอนกล่าวว่าการโจมตีอย่างหนักของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 รายและทำให้ผู้คนต้องพลัดถิ่นฐานมากถึง 1 ล้านคนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อิสราเอลกล่าวว่า อิหร่าน 'จะต้องชดใช้' สำหรับการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ต่ออิสราเอล นักข่าว ABC News ของสหรัฐอเมริการายงานว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธประมาณ 200 ลูก โจมตี 4 เป้าหมาย ได้แก่ ศูนย์บัญชาการมอสสาด และฐานทัพอากาศหลักอีก 3 แห่ง 

แม้ว่าการโจมตีจะยุติลงได้ค่อนข้างเร็ว แต่ก็ชัดเจนว่าการโจมตีครั้งนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับสถานการณ์ที่ตึงเครียดเป็นอย่างมากอยู่แล้ว มีคำเตือนมานานแล้วว่า ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและตัวแทนของอิหร่านอย่างกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อาจลุกลามกลายเป็นสงครามในภูมิภาคที่กว้างขึ้น ทำให้ขณะนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่การตอบโต้ของอิสราเอล

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ 'สนับสนุน' อิสราเอลอย่างเต็มที่ แต่เขากล่าวว่ารัฐบาลของเขายังคงหารือกับอิสราเอลอยู่ว่าสมควรที่จะตอบโต้อิหร่านอย่างไร “เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง เราติดต่อกับรัฐบาลอิสราเอลและพันธมิตรของเราอย่างต่อเนื่อง และยังต้องรอดูกันต่อไป” เขากล่าว

ในขณะที่อิสราเอลกำลังสู้รบในสองแนวรบอยู่แล้ว อิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาตั้งแต่ถูกโจมตีอิสราเอลทางตอนใต้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ทำให้ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนเสียชีวิตในฉนวนกาซา พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกทำลายจนเป็นเศษซาก

และแม้ว่าอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะยิงข้ามพรมแดนกันมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมา แต่การที่อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีเมื่อวันอังคาร เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อิสราเอลประกาศว่าได้เปิดฉากปฏิบัติการภาคพื้นดิน 'จำกัดและเฉพาะพื้นที่' ในเลบานอน การส่งทหารอิสราเอลเข้าไปในเลบานอน อิหร่านจึงถือเป็นการยกระดับความรุนแรงในการปฏิบัติการของอิสราเอล จนทำให้อิหร่านต้องเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง

ประธานศาลปกครองสูงสุด สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลปกครอง ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่

(2 ต.ค. 67) ตามที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้ง นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นั้น  

โอกาสนี้ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้สักการะพระพุทธมหากรุณาประชานาถ ศาลพระภูมิ และถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลปกครอง เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดอย่างเป็นทางการ โดยมี นายสุชาติ มงคลเลิศลพ รองประธานศาลปกครองสูงสุด และนายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ รองประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมด้วย นายจำนงค์ ถาวรวิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่ง ณ อาคารศาลปกครอง

นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด คนที่ 6 มีประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ดังนี้ จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้รับประกาศนียบัตรการอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 2 จากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ดังนี้

- 1 ตุลาคม 2540 - 7 มกราคม 2544 อัยการจังหวัดประจำกรม ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด
- 2 กุมภาพันธ์ 2544 - 30 กันยายน 2545 ตุลาการศาลปกครองกลาง
- 1 ตุลาคม 2545 - 30 กันยายน 2551 ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง
- 1 ตุลาคม 2551 - 14 กันยายน 2552 รองอธิบดีศาลปกครองระยอง
- 15 กันยายน 2552 - 20 เมษายน 2559 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
- 21 เมษายน 2559 - 19 กุมภาพันธ์ 2560 ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด
- 20 กุมภาพันธ์ 2560 - 30 กันยายน 2563 ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่นในศาลปกครองสูงสุด
- 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2567 รองประธานศาลปกครองสูงสุด

2 ตุลาคม ของทุกปี ‘วันปลอดความรุนแรงสากล’ (International Day of Non-Violence) วันคล้ายวันเกิด ‘มหาตมะ คานธี’ ผู้ริเริ่มปรัชญา-หลักการไม่ใช้ความรุนแรง

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ได้ร่วมกันลงมติให้วันที่ 2 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันแห่งการไม่ใช้ความรุนแรงสากล เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ มหาตมะ คานธี (2 ตุลาคม ค.ศ. 1869) ผู้ที่ริเริ่มปรัชญาและหลักการไม่ใช้ความรุนแรง 

ทั้งนี้ สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้กำหนดวันนี้ขึ้นเพื่อให้ผู้คนทั่วโลก ตระหนักถึงการไม่ใช้ความรุนแรง และเพื่อให้เกิดสังคมที่มีความสันติสุข มีความอดทนอดกลั้น และเข้าใจหลักการไม่ใช้ความรุนแรงอย่างลึกซึ้ง

ตามคำนิยามขององค์กรอนามัยโลก ‘ความรุนแรง (violence)’ คือการใช้กำลังหรือพลังทางกายข่มขู่ เพื่อให้ผู้อื่นทำตามความต้องการของตัวเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดการบาดเจ็บ การเสียชีวิต การทำร้ายจิตใจ

และความรุนแรงนั้นสามารถเกิดได้แทบทุกที่บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ใหญ่ ๆ อย่างสงคราม หรือแม้แต่ในที่ที่น่าจะปลอดภัยที่สุด อย่างเช่น ในบ้าน หรือในครอบครัว และสิ่งที่ตามมาหลังจากความรุนแรงได้เกิดขึ้น นั่นก็คือ จะมีคนได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือทางจิตใจ

ดังนั้น ในวันที่ 2 ตุลาคมของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น ‘วันปลอดความรุนแรงสากล’ หรือ International Day of Non-Violence ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ มหาตมะ คานธี 2 ตุลาคม ค.ศ. 1869 (พ.ศ. 2412) ผู้ที่ริเริ่มปรัชญาและหลักการไม่ใช้ความรุนแรง 

โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมถึงให้ตระหนักรู้ถึงผลเสียมากมายที่จะตามมาหลังจากที่ความรุนแรงเกิดขึ้นอีกด้วย

'สุริยะ' เล็งเพิ่มมาตรการป้องกันไฟไหม้รถโดยสาร พร้อมสั่งระงับใบอนุญาตฯทันที – ลั่นเอาผิดขั้นสูงสุดหากผิดจริง

(1 ต.ค.67) 'สุริยะ' มอบหมาย 'สุรพงษ์' จัดประชุม ขบ. ด่วน เล็งเพิ่มมาตรการป้องกัน ลั่นต้องไม่เกิดเหตุซ้ำ พร้อมสั่งระงับใบอนุญาตผู้ประกอบการทันที หากพบผิดจริงจะดำเนินการขั้นสูงสุด เตือน! รถโดยสารทุกคัน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้โดยสาร 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์รถบัสชั้นเดียวไฟไหม้ บริเวณหน้าเซียร์รังสิต โดยบนรถบัสคันที่เกิดอุบัติเหตุมีนักเรียน จำนวน 39 คน และครู จำนวน 6 คน สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนของการหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นคาดว่าภายในวันนี้จะได้ข้อสรุปข้อมูลเบื้องต้น 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประชุมโดยด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ รวมถึงเตรียมเพิ่มแนวทางมาตรการการป้องกันที่เข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก และจะทำการถอดบทเรียนอย่างละเอียด เพื่อนำมาแก้ไขกระบวนการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ซึ่งจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารในระดับสูงสุด

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า สำหรับการหาข้อเท็จจริง ในขณะนี้ หากพบว่าเป็นความผิดของผู้ประกอบการขนส่ง นางสาวปาณิสรา ชินบุตร รถโดยสารคันหมายเลขทะเบียน 30-0423 สิงห์บุรี จะดำเนินการระงับใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที และจะดำเนินตามข้อกฎหมายระดับสูงสุด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งระงับใบอนุญาตผู้ประกอบการชั่วคราว อยู่ในช่วงของการสอบสวนถึงอุบัติเหตุเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังได้กล่าวเตือนถึงผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ต้องคำนึงถึงด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก สำหรับการตรวจสอบรถโดยสารคันดังกล่าว ขณะนี้ได้สั่งการให้วิศวกรเข้าตรวจสอบ พร้อมทั้งเช็กอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด 

นายจิรุตม์ กล่าวต่อถึงแนวทางการเยียวยานั้น รถโดยสารชั้นเดียวคันดังกล่าวมีประกันภัยตามข้อกฎหมาย โดยภายหลังจากนี้จะดำเนินการเยียวยาผู้ประสบเหตุทันที และจะมีการติดตามสถานการณ์เพื่อดูแลสภาพจิตใจและสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิด

‘บางจาก’ ผนึกกำลัง ‘สปสช.’ ยกนวัตกรรมสุขภาพเข้าปั๊มน้ำมัน อำนวยความสะดวกให้คนสุขภาพดี

(1 ต.ค. 67) บางจากฯ จับมือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน ผ่านระบบ "One Stop Service ด้านสุขภาพและสาธารณสุข" ในสถานีบริการน้ำมัน บางจาก โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสุขภาพในสถานที่ที่คุ้นเคยและสะดวก ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

นายปริญญา กิติการุณจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและสะดวกสบาย โดยบางจากฯ และ สปสช. ได้สนับสนุนให้คู่ค้าของ บางจากฯ ที่เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขเข้าร่วมโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่" 

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนบริการสาธารณสุขโดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ประชาชนและลูกค้าของบางจากสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

บางจากฯ นำเสนอนวัตกรรมที่สำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ เครื่องตรวจสุขภาพ (Personal Health-Screening Kiosk) และการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันต่ำ (Hyperbaric Oxygen Therapy) 

เครื่องตรวจสุขภาพนี้สามารถให้บริการในการวัดค่าพื้นฐานทางสุขภาพ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก อุณหภูมิ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้น การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อประเมินภาวะสุขภาพ การคัดกรองอาการเบื้องต้น การเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน และการให้คำแนะนำด้านสุขภาพเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการดูแลตนเอง 

ในขณะที่เครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนความดันต่ำ (Hyperbaric Oxygen Therapy) ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ให้ดีขึ้น โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ ผู้รับบริการสามารถนั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ในขณะบำบัด ช่วยฟื้นฟูอาการอ่อนล้าและบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ปรับปรุงระบบการนอนหลับและระบบไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด และเพิ่มการเผาผลาญและภูมิต้านทาน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บางจากฯ ได้เข้าร่วมงาน "คิกออฟ 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร" และได้นำเครื่องมือและเทคโนโลยี Telehealth Screening และ Hyperbaric Oxygen Therapy ให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้ โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าเยี่ยมชมบูธ และมีนายปริญญา ร่วมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ พร้อมทีมงานร่วมต้อนรับ ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top