Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

หมอไทยสุดยื้อ สาวออสซี่เสียชีวิต หลังดื่มเหล้าขาวในลาว ก่อนส่งมารักษาตัวในกรุงเทพฯ

(21 พ.ย.67) สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสาววัยรุ่นชาวออสเตรเลียส่งตัวเข้ารับการรักษาในไทย เนื่องจากสงสัยว่ามีอาการภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษรุนแรง หลังดื่มเครื่องดื่มปนเปื้อนในลาว

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวสาวอายุวัยเพียง 19 กำลังเดินทางท่องเที่ยวในลาว แต่เกิดล้มป่วยในเมืองวังเวียง ส่งผลให้ครอบครัวประสานงานกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ นำตัวมาเข้ารับการรักษาตัวยังโรงพยาบาลใน กรุงเทพ ซึ่งครอบครัวของทั้งสองสาวเดินทางมายังกรุงเทพด้วยเพื่อเฝ้าดูอาการ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเนื่องจากเหตุผลความเป็นส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า บิอังกา โจนส์ หนึ่งในสาววัย 19 ปี ที่ถูกส่งตัวมากรักษาในกรุงเทพได้เสียชีวิตลงแล้วจากภาวะได้รับพิษจากเมทานอล ส่วนเพื่อนของเธอซึ่งอายุ 19 ปีเช่นกัน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองคนดื่มอะไร แต่บางครั้งเมทานอลถูกนำมาใช้เป็นแอลกอฮอล์ในการผสมเครื่องดื่มตามบาร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ  และอาจก่อให้เกิดพิษร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้

สื่อออสเตรเลียยังรายงานด้วยว่า มีนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์กเสียชีวิต 2 คน หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ปนเปื้อนในเมืองวังเวียง ในช่วงเวลาเดียวกับหญิงชาวออสเตรเลีย แต่ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตจากการสุราเป็นพิษในลาวแล้วทั้งหมด 4 ราย เป็นชาวออสเตรเลีย 1 ราย อเมริกัน 1 ราย และชาวเดนมาร์ก 2 ราย

‘ชัช เตาปูน’ เตรียมแจกข้าวสาร 23 พ.ย.นี้ สืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติที่แจกมาตั้งแต่ปี 2522

เมื่อวันที่ (21 พ.ย. 67) นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ  ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมารับข้าวสารจาก "ชัช เตาปูน"  ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ณ ตลาดคงอุดม ตั้งแต่เวลา 13.00 น. - 15.00 น.  แล้วพบกันครับ

สำหรับธรรมเนียมการแจกข้าวของ นายชัชวาลล์  เริ่มมาตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปี 2566 รวม 44 ครั้ง ในปีนี้จะเป็นครั้งที่ 45 และเคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแจกข้าวสารว่า ตนตั้งใจถ้ามีเงินว่าจะแจกข้าวสารในวันเกิด พอดีในงานวันเกิดปี 2522 แขกที่มาในงานขอให้ร้องเพลงให้ฟัง 1 เพลงเขาจะบริจาค 50 กระสอบ ซึ่งก็ตรงกับที่เราอยากจะทำ ก็เลยร้องเพลงเขาก็บริจาคมาอีก 50 กระสอบ ส่วนโต๊ะข้าง ๆ ให้มาอีก 150 กระสอบ จึงแข่งกันแจก ในปีนั้นซื้อข้าว 1,700,000 บาท ได้มาจำนวน 40,000 ถุง จึงจัดเป็นประเพณีแจก 40,000 ถุงมาตลอด แต่ในปี 2566 ที่ผ่านมาเหลือเพียง 20,000 ถุง นั่นเพราะตั้งแต่ปี 2550 ราคาข้าวเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จาก 50  เป็น 80 บาท จาก 70 เป็น 130 บาทต่อถุงละ 5 กิโลกรัม จึงใช้เงินซื้อไป 4.3 ล้านบาท ตั้งแต่วันนั้นจึงคิดทำนาเองดีกว่า

"จึงทำนามาตั้งแต่ปี 51 และทำต่อเนื่องมา แจกข้าวมารวมครั้งนี้ 44 ปีตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่แรกจึงไม่ติดค้าง ต้องทำทุกปี พอไม่ทำก็ไม่สบายใจ ในช่วงโควิดก็เอาไปแจกเยอะ ใครเดือดร้อนก็นำไปแจก อย่างน้อยมีข้าวกินก็ยังดี และผมก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ" นายชัชวาลล์ กล่าว

เวียดนามให้สอนกอล์ฟเป็นวิชาพละ เรียนฟรี อุปกรณ์ฟรี มีโปรมาสอน

(21 พ.ย.67) โรงเรียนประถม To Vinh Dien ในฮานอย จะถือเป็นโรงเรียนรัฐแห่งแรกในเวียดนามที่มีการสอนกอล์ฟเป็นวิชาพื้นฐานในวิชาพละ โดยการสอนจะเริ่มต้นกับนักเรียนจำนวน 850 คน ช่วงต้นปีหน้า

Ha Ngoc Lan ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม To Vinh Dien กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนากอล์ฟเวียดนาม และสมาคมกอล์ฟเวียดนาม รวมถึงองค์กรอื่น ๆ โดยนักเรียนทั้งหมด 857 คนในโรงเรียนจะได้รับการเรียนกอล์ฟฟรี และจะมีอุปกรณ์กอล์ฟให้ใช้งาน

ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม To Vinh Dien เปิดเผยว่า เธอต้องการให้นำกีฬากอล์ฟมาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเพราะมันเป็นกีฬานานาชาติ ซึ่งเธอต้องการบุกเบิกในเรื่องนี้เพราะถือเป็นโรงเรียนรัฐแห่งแรกในเวียดนามที่ดำเนินการสอนกอล์ฟในวิชาพละ

"กอล์ฟไม่เพียงแต่พัฒนาความสามารถทางร่างกายของนักเรียน แต่ยังช่วยพัฒนาคุณสมบัติที่สำคัญ เช่น ความอดทน วินัย และสมาธิ"

โรงเรียนจะเริ่มสอนกอล์ฟตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงสิ้นปีการศึกษาในช่วงฤดูร้อน จากนั้นโรงเรียนจะประเมินผลการดำเนินโครงการ รับความคิดเห็นจากผู้ปกครองและนักเรียน และวางแผนสำหรับปีการศึกษาถัดไป

นาย Vu Anh Long ผู้อำนวยการโครงการพัฒนากอล์ฟเยาวชน R&A-VGA กล่าวว่ามีโรงเรียนโตวินห์เดียนเป็นโรงเรียนที่สองในเวียดนามหลังจากโรงเรียน Alpha ในกรุงฮานอย และเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ "เป้าหมายคือการทำให้กอล์ฟเป็นที่นิยมและเผยแพร่คุณค่าด้านการศึกษา รวมถึงการค้นหาดาวรุ่งที่มีความสามารถพัฒนาเป็นโปรมืออาชีพในอนาคต" Long กล่าว

'ดร. เฉลิมชัย' แถลงในนามประเทศไทยเวที COP29 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขีดความสามารถรับมือโลกเดือดให้กับประเทศกำลังพัฒนา 


ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งชแวดล้อม (รมว.ทส.) หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวทีการประชุมระดับสูง (Resumed high-level segment) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP 29) ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน 

โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุมฯ


ดร.เฉลิมชัย ได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย แสดงความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด และที่ผ่านมาได้เผชิญกับภัยพิบัติด้านสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจและความหลากหลายทางชีวภาพ ในขณะที่ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 1% ของทั้งโลก แต่ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มความสามารถ บนหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่าง เพื่อบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกตามกรอบ NDC 2030 ให้ได้ 222 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการดำเนินงานใน 5 สาขา ได้แก่ พลังงาน คมนาคม การจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม กระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และการเกษตร โดยมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนเพื่อรองรับการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งเร่งดำเนินงานไปสู่ NDC 3.0 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ต่ำกว่า 270 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2035 จากปีฐาน 2019  มุ่งสู่การลดก๊าซเรือนกระจกจากค่าการปล่อยจริง ควบคู่ไปกับการจัดทำแผนการลงทุนสีเขียว รวมถึงเร่งเพิ่มการดูดกลับของภาคป่าไม้ให้ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2037 


ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยได้มุ่งเน้นบูรณาการแผนการปรับตัวระดับชาติ ให้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมใน 6 สาขา ได้แก่ การจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าในระดับพื้นที่ รวมไปถึงการเร่งฟื้นฟูและคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง และที่สำคัญได้ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในทุกระดับอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายภายใต้ความตกลงปารีส ด้วยการผลักดันกลไกความเป็นหุ้นส่วนภาครัฐ เอกชนและประชาชน 

โดยการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย 2024  เพื่อเสริมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อีกทั้งเร่งผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างการดำเนินงานอย่างสมดุล ทั้งด้านกลไกราคาคาร์บอน และกองทุนการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน 


สำหรับการประชุม COP 29 นี้ ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ข้อตัดสินใจในการระดมเงินตามเป้าหมายทางการเงินใหม่ รวมถึงจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ แนวทางและข้อกำหนดในการเข้าถึงกองทุนเพื่อความสูญเสียและความเสียหาย เพื่อช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศกลุ่มเปราะบาง มีขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีศักยภาพในการเผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม และเชื่อว่าห้วงเวลานี้จะเป็นห้วงเวลาสำคัญในการกำหนดทิศทางดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของความตกลงปารีสได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงใจ ที่จะร่วมกันรักษาโลกใบนี้ให้คงอยู่เพื่อให้อนุชนรุ่นต่อไปได้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ ฟ้อง 'โกตัม อดานี' เจอข้อหา ติดสินบน-ฉ้อโกงหลายพันล้านดอลลาร์

(21 พ.ย. 67) โกตัม อดานี มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ประธานกลุ่มธุรกิจอดานี กรุ๊ป และหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ถูกทางการรัฐนิวยอร์กดำเนินคดีข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องในการให้สินบนและการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

เจ้าหน้าที่อัยการของสหรัฐกล่าวว่า นายอดานีและจำเลยอีก 7 คน รวมถึงนายซาการ์ อดานี หลานชาย ตกลงจ่ายเงินประมาณ 265 ล้านดอลลาร์เป็นสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดีย เพื่อให้ได้สัญญาหลายฉบับที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 20 ปี และมีพฤติการณ์ร่วมฮั่วประมูลในโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย 

อัยการยังระบุด้วยว่า นายอดานีและผู้บริหารอีกคนของอดานี กรีน เอนเนอจี รวมถึงอดีตซีอีโอของอดานี กรีน เอนเนอจี ระดมทุนมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์จากการกู้ยืมและการออกพันธบัตร โดยการให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดการทุจริตไม่ให้เจ้าหนี้และนักลงทุนได้รับทราบ

ผู้พิพากษาสหรัฐได้อนุมัติหมายจับนายอดานีและหลานชายของเขาแล้ว และอัยการเตรียมที่จะส่งหมายจับให้กับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศ

ตามรายงานข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ระบุว่า นายอดานี วัย 62 ปี มีทรัพย์สินมูลค่า 69,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เขาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 22 ของโลก

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า อดานี กรีน เอนเนอจี ได้ประกาศยกเลิกแผนการระดมทุน 600 ล้านดอลลาร์ ด้วยการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการถูกดำเนินคดีของนายอดานี

'ป่อเต็กตึ๊ง' เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธาส่งมอบไออุ่นจัดงบฯ 2 ล้านกว่าบาท แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาวพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้ 'ชาวเชียงราย' ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย,แผนกบรรเทาสาธารณภัย,แผนกอาสาสมัคร,แผนกสื่อสารองค์กรไทย ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคอาทิ ผ้าห่มกันหนาวข้าวสาร,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ปลากระป๋อง,ขนม,น้ำปลา,น้ำตาล,น้ำมันพืช และถุงผ้าบรรจุสิ่งของให้แก่ผู้ประสบ 'ภัยหนาว' ในจังหวัดเชียงราย 

ประกอบด้วย อ.เมือง,อ.แม่สาย, อ.แม่จัน,อ.แม่สรวย, อ.พาน รวม 3,300 ชุด คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,145,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมีประธานฯและคณะกรรมการมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงรายมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์แม่จัน มูลนิธิเมืองพานสงเคราะห์ มูลนิธิกวงเม้งแม่สาย พร้อมหน่วยงานภาครัฐและผู้นำท้องถิ่นร่วมในพิธีแจกจ่าย ในระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี โดยตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ สมทบทุน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

บราซิลลงนามสัญญา SpaceSail เช่าอินเทอร์เน็ตดาวเทียมแทน Starlink

(21 พ.ย.67) บริษัท Telebras ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของบราซิล เปิดเผยว่าได้ทางเลือกใหม่ในการหาคู่สัญญาให้บริการ อินเทอร์เน็ตดาวเทียมสำหรับพื้นที่ห่างไกล โดยบริษัทได้ลงนามในจดหมายแสดงเจตจำนงร่วมกับบริษัท SpaceSail ของจีนแทนที่การพิจารณาเลือกบริษัท Starlink ของอีลอน มัสก์ ท่ามกลางที่รัฐบาลบราซิลกับอีลอน มัสก์ กำลังมีข้อพิพาทกรณีแพลตฟอร์ม x 

ภายใต้เงื่อนไขใหม่ระหว่าง Telebras และ SpaceSail บริษัทจีนจะรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมในบราซิล แต่รายงานยังไม่ได้ระบุรายละเอียดของความร่วมมือดังกล่าว 

นายจุเซลิโน ฟีลโฮ รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารของบราซิลกล่าวว่า SpaceSail มีดาวเทียม 40 ดวงที่อยู่ในวงโคจรแล้วและวางแผนจะส่งดาวเทียมอีก 648 ดวงในอีก 14 เดือนข้างหน้า เมื่อดาวเทียมเหล่านี้ถูกส่งขึ้นสำเร็จ บริษัทจีนจะสามารถให้บริการในบราซิลได้อย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลบราซิลกับอีลอน มัสก์ มีขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของบราซิล อเล็กซานเดร เดอ โมราเอส ได้สั่งให้ระงับการใช้งาน X ในประเทศหลังจากที่มัสก์ปฏิเสธที่จะแต่งตั้งตัวแทนทางกฎหมายใหม่สำหรับเครือข่ายสังคมนี้ โดยผู้พิพากษายังได้สั่งอายัดบัญชีของ Starlink ในบราซิลด้วยเหตุผลเดียวกัน

สหรัฐสั่งปิดสถานทูตในกรุงเคียฟ หลังยูเครนยิงขีปนาวุธอเมริกันใส่รัสเซีย

(21 พ.ย. 67) สหรัฐอเมริกาสั่งปิดสถานทูตอเมริกันในกรุงเคียฟ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ (20 พ.ย.67) นี้ หลังกองทัพยูเครนใช้ขีปนาวุธของอเมริกันโจมตีรัสเซีย หวั่นเป็นเป้าหมายการโจมตีกลับจากฝ่ายรัสเซีย

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า ทางสถานทูตในกรุงเคียฟจำเป็นต้องปิดทำการ (ชั่วคราว) เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย ด้านกรีซ สเปน และ อิตาลี ก็ได้สั่งให้ปิดสถานทูตของตนเช่นกัน ส่วนสถานทูตฝรั่งเศสยังคงเปิดทำการตามปกติ แต่ได้ออกประกาศเตือนภัยพลเมืองฝรั่งเศสในยูเครนถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจยกระดับกลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ได้ 

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ได้ถูกยกระดับขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้ออกคำสั่งทิ้งทวนก่อนลาตำแหน่ง อนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธระยะไกลของอเมริกันโจมตีเข้าไปในพรมแดนรัสเซียได้ 

โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ที่ รัสเซียได้ขอกองกำลังเสริมจากเกาหลีเหนือกว่า 10,000 นายเข้าไปช่วยรบในยูเครน อีกทั้งยังเป็นการครบรอบ 1,000 วัน สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่เห็นหนทางยุติ  ด้านกองทัพยูเครนก็ไม่รอช้า จัดการยิงขีปนาวุธ  ATACMS  6 ลูกข้ามฝั่งไปยังแคว้นเบรียนสค์ ชายแดนทางภาคตะวันตกของรัสเซียในทันที

ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ผู้นำยูเครน กล่าวว่า เมื่อเรามีประเทศเพื่อนบ้านที่บ้าคลั่ง ก็ต้องคุยกันด้วยขีปนาวุธเท่านั้น

แต่หลังจากที่กองทัพยูเครนใช้ขีปนาวุธของสหรัฐ โจมตีดินแดนรัสเซียแล้ว โฆษกประจำตัว วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียก็ได้ออกมากล่าวว่าสหรัฐอเมริกากำลังราดน้ำมันลงในเปลวไฟ ซึ่งรัสเซียก็พร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกำลังเช่นกัน

จึงทำให้ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาในกรุงเคียฟ มีแต่สัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังสนั่น และข่าวลือเรื่องการใช้ขีปนาวุธร้ายแรงของรัสเซียแพร่สะพัดไปทั่วโลกโซเชียลในยูเครน 

ประกอบกับคำสั่งปิดสถานทูตอเมริกันในกรุงเคียฟในวันนี้ ยิ่งสร้างความหวั่นวิตกว่า สงครามขีปนาวุธระหว่างรัสเซีย-ยูเครนมาแน่ แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะยืนยันว่าเป็นเพียงการปิดทำการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดได้ตามปกติภายในสัปดาห์นี้ก็ตาม 

‘พีระพันธุ์’ แจ้งข่าวดี!! ผลิตชุดโซลาร์รูฟติดบ้านราคาถูกสำเร็จ ตั้งเป้าวางขายปีหน้า หวังช่วยประชาชนพ้นบ่วงค่าไฟแพง

‘พีระพันธุ์’ แจ้งข่าวดี!! ก.พลังงาน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ผลิตต้นแบบอุปกรณ์ระบบโซลาร์ราคาถูกสำเร็จ ตั้งเป้าวางจำหน่ายปีหน้า ปลดภาระค่าไฟประชาชน 

เมื่อวันที่ (20 พ.ย. 67) ที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปตรวจราชการ ณ  ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  เพื่อเยี่ยมชมการทดสอบเครื่อง Inverter ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  ที่เป็นผลงานการออกแบบของ นายทวีชัย ไกรดวง หรือ ครูน้อย พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) และห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่ โดยมีคณะผู้บริหาร สวทช.ให้การต้อนรับ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การมาตรวจราชการครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนตามที่ตนได้เคยกล่าวไว้ 2 เรื่อง  นั่นคือ การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ รูฟ ให้ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น  และการจัดหาอุปกรณ์สำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ประชาชนในราคาถูก  เพราะถึงแม้กระทรวงพลังงานจะพยายามตรึงค่าไฟไว้ที่ระดับ 4.18 บาท โดยไม่ได้ขยับขึ้นมาตลอด แต่ตนเข้าใจว่าปัญหาค่าไฟก็ยังเป็นภาระของพี่น้องประชาชนอยู่ ดังนั้น สิ่งที่จะลดปัญหาตรงนี้ได้อย่างยั่งยืน ก็คือ การปรับปรุงกฎหมาย และการจัดหาอุปกรณ์ระบบโซลาร์ราคาถูก ซึ่งเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่สามารถประหยัดค่าไฟไปได้มาก

“ปัจจุบัน อุปกรณ์เกี่ยวกับระบบโซลาร์ในท้องตลาดมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น สิ่งที่ผมจะทำต่อเนื่องจากการปรับปรุงกฎหมาย ก็คือ การผลิตอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์ ที่เรียกกันว่า โซล่า รูฟ  ออกจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูก และถือเป็นครั้งแรกของกระทรวงพลังงานที่มีนโยบายในแนวทางนี้  โดยล่าสุด คณะทำงานของกระทรวงพลังงานได้ผลิตต้นแบบของเครื่องอินเวอร์เตอร์ (Inverter)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้สำเร็จแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพ ความเสถียร และความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างครบชุดเพื่อจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนได้ในปี 2568 ที่จะถึงนี้” นายพีระพันธุ์กล่าว

สำหรับอุปกรณ์ต้นแบบที่นำมาทดสอบครั้งนี้ เป็นผลงานการออกแบบของ นายทวีชัย ไกรดวง หรือ ครูน้อย  ซึ่งเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน และเป็นหนึ่งในคณะทำงานของกระทรวงพลังงาน  โดยเครื่อง Inverter ต้นแบบนี้สามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และมีแผนที่จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับพี่น้องประชาชนในราคาถูกในปี  2568 เพื่อช่วยลดภาระจากปัญหาค่าไฟแพงอีกทางหนึ่ง

"สิ่งที่ผมได้พูดไป  ผมทำจริงทุกเรื่อง กระทรวงพลังงานภายใต้การดำเนินนโยบายตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ของผม พูดจริง ทำจริงทุกเรื่อง และพร้อมทำให้เห็น ผมมั่นใจว่า เมื่อกฎหมายมี อุปกรณ์มี  พี่น้องประชาชนจะสามารถหลุดพ้นจากปัญหาภาระค่าไฟที่เป็นอยู่ได้อย่างแน่นอน “ นายพีระพันธุ์ กล่าว

โซเชียลญี่ปุ่นวิจารณ์นายกฯ ไม่ลุกขึ้นขณะทักทายผู้นำชาติอื่น

(21 พ.ย.67) นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับ 'มารยาทที่ไม่เหมาะสม' หลังจากมีคลิปวิดีโอจากการประชุมสุดยอด APEC ที่เปรู เผยให้เห็นว่าเขาทักทายผู้นำประเทศอื่นในขณะที่ยังคงนั่งอยู่ 

ในคลิปดังกล่าว อิชิบะกำลังนั่งใช้สมาร์ทโฟน ในขณะที่ผู้นำประเทศอื่น อาทิ นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดา และนายอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เดินเข้ามาทักทายนายกฯ ญี่ปุ่นคนใหม่ แต่นายอิชิบะเพียงแค่เงยหน้าจากโทรศัพท์และจับมือกับผู้นำเหล่านั้น แต่ไม่ได้ลุกขึ้นยืน 

นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพเขายังคงนั่งขณะจับมือกับประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำเจ้าภาพของเปรู  

"น่าอายจริงๆ" ผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งโพสต์เป็นภาษาญี่ปุ่น ขณะที่อีกคนกล่าวว่า "ไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาเป็นนายกฯ แต่นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าเชื่อสำหรับผู้ใหญ่คนหนึ่ง"

นอกจากนี้ อิชิบะยังถูกวิจารณ์ว่ามีท่าทีไม่สุภาพ หลังจากมีคลิปวิดีโออีกชุดที่แสดงให้เห็นว่าเขานั่งกอดอกระหว่างชมการแสดงเต้นรำในพิธีต้อนรับการประชุม APEC  

อิชิบะเพิ่งเปิดตัวในเวทีการทูตในฐานะผู้นำญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว ในการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องกับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่ประเทศลาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top