Thursday, 6 August 2026
Hard News Team

ข้อถกเถียงเรื่องภาษีบุหรี่ไฟฟ้า – คุ้มค่ากับสุขภาพของคนไทยหรือไม่?

การอนุญาตและการเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยกลายเป็นประเด็นร้อนที่ยังถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดย 'ศ.นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ' ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้ตั้งคำถามว่า การเก็บภาษีนี้จะช่วยรัฐให้มีรายได้เพิ่มขึ้นคุ้มค่ากับปัญหาสุขภาพที่อาจตามมาหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหากเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกทดแทนได้ชี้ให้เห็นถึงข้อดีด้านสุขภาพเมื่อเปรียบเทียบกับบุหรี่มวนแบบดั้งเดิม การใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจช่วยลดความเสี่ยงจากสารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดและมะเร็ง หากบุหรี่ไฟฟ้าถูกควบคุมให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ภาครัฐจะสามารถดูแลให้ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยมากขึ้น และป้องกันการเข้ามาของสินค้าปลอมและสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพในตลาด ซึ่งมักมีส่วนประกอบที่เสี่ยงสูงกว่าและไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน

ประเด็นที่สำคัญคือ การให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้ปลอดภัย เพื่อสร้างความเข้าใจถึงข้อแตกต่างระหว่างบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวน รวมถึงการใช้ที่เหมาะสมและวิธีป้องกันการเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่มวนได้ โดยเฉพาะหากมีการให้ความรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ควรเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเสพติดสารนิโคตินที่ยังคงมีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งหากใช้อย่างไม่ถูกวิธีหรือใช้ในกลุ่มที่ไม่ควรใช้อย่างเยาวชน อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว

หากรัฐบาลออกมาตรการควบคุมให้ชัดเจน เช่น การจำกัดบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีกลิ่นหอมหวานหรือรสชาติเย้ายวนสำหรับเยาวชน และกำหนดมาตรฐานการผลิตและนำเข้าที่เข้มงวด การควบคุมนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าในตลาดมีคุณภาพและปลอดภัยมากขึ้น และลดโอกาสการเข้าถึงของสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพหรือสินค้าปลอมในตลาด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงทางสุขภาพ แต่ยังเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสุขภาพของคนในประเทศ

ในท้ายที่สุด การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยควรคำนึงถึงการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัยและการลดความเสี่ยงของประชาชน การยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างมีมาตรฐานและการจัดเก็บภาษีอย่างเหมาะสมอาจช่วยลดอันตรายจากการเผาไหม้ของบุหรี่มวน และอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับรัฐในระยะยาวหากสามารถควบคุมและป้องกันการเข้าถึงในกลุ่มที่ไม่เหมาะสม เช่น เยาวชนได้  
การศึกษาจากนโยบายต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า หากประเทศไทยเลือกแนวทางการควบคุมที่เน้นคุณภาพและความปลอดภัย บุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นเครื่องมือในการช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่มวนแบบดั้งเดิมที่เสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปอดและโรคหัวใจ ในขณะที่เปิดทางให้มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างเคร่งครัด และป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างสินค้าปลอมเข้าสู่ตลาด นี่จะเป็นก้าวสำคัญสู่การลดผลกระทบทางสุขภาพของผู้สูบและเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

The Maverick Academy ซีรีส์ทำอาหารสุดมันส์ ถ่ายทำในไทย โดยกลุ่มดุสิตธานี

(22 พ.ย.67) กลุ่มดุสิตธานี ประกาศบทบาทในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของ The Maverick Academy ซีรีส์การแข่งขันทำอาหารสุดแหวกแนว ที่จัดโดยเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดัง อัลวิน เหลียง (Alvin Leung) หรือที่รู้จักในนาม The Demon Chef สตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์ม Netflix ทั้งหมด 5 ตอน เผยเป็นการถ่ายทำในประเทศไทย โดยใช้สถานที่ของวิทยาลัยดุสิตธานี และ The Food School มั่นใจโชว์ศักยภาพและความเป็นเลิศด้านอาหาร งานบริการและการศึกษาด้านอาหารและโรงแรมของไทยสู่สายตาชาวโลก

ซีรีส์แข่งขันทำอาหาร The Maverick Academy ผลิตโดย AR Asia Productions เป็นการนำเสนอความท้าทายในการแข่งทำอาหารที่เต็มไปด้วยการเดิมพันและความเฉียบแหลมทางธุรกิจ โดยนำเชฟมากความสามารถ 8 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มารวมตัวกัน รวมถึงอาจารย์วู้ดดี้-อาจารย์วุฒิศักดิ์ สิมโฮง อาจารย์ผู้สอนการทำอาหารที่วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในภารกิจค้นหาอัจฉริยะด้านการทำอาหารคนต่อไปที่จะร่วมฝึกงานกับเชฟอัลวิน เหลียง พร้อมรับโอกาสในการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขา

เชฟอัลวิน เป็นเชฟชาวฮ่องกง-แคนาดา ที่เกิดในอังกฤษและเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ เขาได้รับการยกย่องเรื่องสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ 'X-Treme Chinese Cuisine' โดยเขาได้ปรับแปลงอาหารจีนให้ทันสมัยและนำเสนอรสชาติใหม่ ๆ ในร้านอาหารทั่วโลก ปัจจุบันเขาคว้าดาวมิชลิน 2 ดวงที่ Bo Innovation ในฮ่องกง นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับในฐานะผู้ตัดสินรายการ MasterChef Canada ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความหลงใหลในความเป็นเลิศด้านการทำอาหารของเขา

เชฟอัลวินเข้าร่วมใน The Maverick Academy โดยมีเชฟอีริก ชอง (Eric Chong) ผู้เคยผ่านการฝึกงานกับเชฟอัลวินเป็นคนแรก และเป็นผู้ชนะรายการ MasterChef Canada ฤดูกาลแรก มาเป็นผู้ร่วมดำเนินรายการ อีกทั้งยังมีผู้มีชื่อเสียงด้านการทำอาหารมากมายมาเป็นที่ปรึกษาและผู้ตัดสิน รวมถึงเชฟและเจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ พร้อมด้วย มร. เอเดรียน รูดิน (Adrian Rudin) กรรมการผู้จัดการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสินในอีพีที่ 4

ขณะถ่ายทำในประเทศไทย ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดได้เข้าพักที่โรงแรม ASAI Bangkok Chinatown หนึ่งในโรงแรมเครือดุสิตที่เปี่ยมชีวิตชีวาใจกลางไชน่าทาวน์ ย่านอันน่าหลงใหลของกรุงเทพฯ โดยถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงนักเดินทางให้เข้ากับประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ที่พักที่เน้นไลฟ์สไตล์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้เข้าแข่งขันในการพักผ่อนและเติมพลังระหว่างการถ่ายทำที่ท้าทายทั้งด้านทักษะการทำอาหาร ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณผู้ประกอบการของเหล่าผู้เข้าแข่งขัน

การแข่งขันยังใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยของวิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกและใหญ่ที่สุดของไทยรวมถึง The Food School โรงเรียนสอนทำอาหารข้ามชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 สถาบันสอนทำอาหาร ได้แก่ Tsuji ประเทศญี่ปุ่น ALMA ประเทศอิตาลี และวิทยาลัยดุสิตธานี ประเทศไทย โดยสถาบันเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงในด้านโปรแกรมการทำอาหารและการโรงแรม ซึ่งเป็นการส่งมอบสถานที่จัดการแข่งขันที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตนเอง

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังได้แสดงบทบาทที่ยอดเยี่ยมในฐานะเจ้าภาพและผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน โดยมีผู้เข้าแข่งขัน 3 คน เมนเทอร์ 4 คน และพันธมิตรผู้สนับสนุน 4 คนที่มาจากประเทศไทย ซึ่งกลุ่มดุสิตธานีมีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการทำอาหาร พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นต่อไปทั้งในประเทศไทยและในเวทีระดับโลก

และในอีพี 4 เหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างก็ตื่นเต้นไปกับการเยือนร้านอาหารบ้านดุสิตธานี กับโจทย์การแข่งขันที่ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ต้องการให้พวกเขาสร้างสรรค์เมนูที่ถ่ายทอดประสบการณ์และแก่นแท้สุดพิเศษของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่ ที่เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยพวกเขาต้องใช้แรงบันดาลใจจากห้องอาหารไทย 'เบญจรงค์' ห้องอาหารเวียดนาม 'เธียนดอง' และห้องอาหารสไตล์ละตินอเมริกา 'โนมาดา'  ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของพวกเขาอย่างมาก

“การสนับสนุน The Maverick Academy ของกลุ่มดุสิตธานี ตอกย้ำความทุ่มเทของเราสู่ความเป็นเลิศในด้านศิลปะการประกอบอาหาร การบริการส่วนบุคคล และการศึกษาด้านการโรงแรม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิตธานี กล่าว

'ศุภจี' มั่นใจว่า ด้วยรูปแบบที่มีชีวิตชีวา การดึงดูดผู้ชมที่หลากหลาย และผู้มีความสามารถด้านการทำอาหารที่น่าตื่นเต้นจากประเทศไทย รายการนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมในการสนับสนุนความเป็นเลิศด้านการทำอาหารในประเทศไทย และสะท้อนถึงมรดกทางอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักรไทยอีกด้วย

The Maverick Academy ทั้ง 5 EP พร้อมให้รับชมได้แล้วทาง Netflix

นิสสันเล็งลดหรือย้ายพนักงานในไทย ตามแผนลดกำลังการผลิตในอาเซียน

(22 พ.ย.67) นิสสัน มอเตอร์ ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เตรียมปรับลดหรือโอนย้ายพนักงานประมาณ 1,000 ตำแหน่งในประเทศไทย ตามแผนลดกำลังแรงงานทั่วโลกที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการลดกำลังการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

แหล่งข่าววงใน 2 รายที่ไม่เปิดเผยตัวตน เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า นิสสันวางแผนหยุดการผลิตบางส่วนที่โรงงานหมายเลข 1 ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 โรงงานของบริษัทในประเทศไทย โดยสายการผลิตที่เหลือจะถูกย้ายไปยังโรงงานหมายเลข 2 ภายในเดือนกันยายนปีหน้า  

โฆษกนิสสันปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงาน แต่ยืนยันว่าการรวมโรงงานเป็นบางส่วนกำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ และจะไม่มีการปิดโรงงานในไทยแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า โรงงานหมายเลข 1 จะยังคงเป็นโรงงานหลักของนิสสันในไทย  

ปัจจุบัน โรงงานหมายเลข 1 ของนิสสันมีกำลังการผลิตรถยนต์ราว 220,000 คันต่อปี ส่วนโรงงานหมายเลข 2 มีกำลังผลิต 150,000 คันต่อปี ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนสำหรับนิสสัน  

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์นิสสันในประเทศไทยลดลง 30% เหลือเพียง 14,000 คัน ในปีงบประมาณที่ผ่านมา โรงงานในไทยยังคงผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) เช่น รุ่น 'คิกส์' สำหรับตลาดอาเซียน และรุ่น 'เทอร์รา' เพื่อส่งออกไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกา  

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นิสสันได้ประกาศแผนปรับลดพนักงาน 9,000 ตำแหน่งทั่วโลก หลังผลประกอบการครึ่งปีแรกต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

‘อนุทิน’ หนุนอดีตบิ๊ก มท.ทำการเมืองหลังเกษียณอายุ หลังพบอดีตข้าราชการร่วมตั้ง ‘พรรคโอกาสใหม่’

‘อนุทิน’ เชียร์อดีตบิ๊ก ๆ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตั้งพรรคโอกาสใหม่ ทำการเมือง หลังเกษียณอายุ

เมื่อวันที่ (21 พ.ย.67) ที่ด่านพรมแดนบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดตัวของพรรคโอกาสใหม่ ที่มีอดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทย นั่งเป็นกรรมการบริหารพรรคจำนวนมาก ถือว่า เป็นคู่แข่งที่น่ากังวลหรือไม่ว่า ยังไม่ได้ติดตามข่าว ซึ่งก็ดี ใครมีประสบการณ์ หรือประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว จะได้มีหนทางดี มาลงสนามแข่งขันกัน มีความชอบธรรมโดยสมบูรณ์ สามารถพูดได้ว่ามานั่งตำแหน่งนี้ได้ เพราะถูกเลือกมาจากประชาชนทั้งประเทศ ดีกว่ามานั่งรอให้คนอื่นแต่งตั้ง

เมื่อถามว่า การเป็นอดีตข้าราชการเกษียณอายุ มาทำพรรคการเมืองจะรอดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องส่งกำลังใจให้รอด จะไปแช่งเขาทำไม คนมาร่วมทำงานให้กับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเข้ามาในรูปแบบใดก็ต้องเชียร์กัน

แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแข่งขันกันดุเดือดขนาดไหน?

อุตสาหกรรมสตรีมมิ่งที่เป็นหนึ่งในช่องทางที่ให้ความบันเทิงกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2024 อุตสาหกรรมนี้มีเจ้าที่ครองตลาดอย่าง Netflix, Viu และ Disney+ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มนำเสนอคอนเทนต์และกลยุทธ์ราคาที่แตกต่างกันเพื่อพยายามที่จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงครองใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นตลาดของตัวเอง

เรามาดูความเหมือนและความต่างของทั้ง 3 แพลตฟอร์มนี้กันค่ะ

สตูล ทัพเรือภาคที่ 3 โดยหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 กองทัพเรือ จัดกิจกรรมเนื่องในวันกองทัพเรือประจำปี 2567

พลเรือโท สุวัจ ดอนสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 มอบหมายให้ นาวาโท ธนภูมิ ประทีป ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 จัดกิจกรรมเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2567 ในพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่งในปีนี้หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 ได้จัดกิจกรรมฟังสารจากพลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือเนื่องในวันกองทัพเรือ กิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต ณ โรงพยาบาล สตูลจังหวัดสตูล กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดจำนวน 20,000 ตัว ณ อ่างเก็บน้ำภายในหน่วย ปฏิบัติการต่อสู้ อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 และกิจกรรม บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เก็บขยะ ณ ชายหาดแหลมสน บ้าน บุโบย หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมสน อำเภอละงูจังหวัดสตูล ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ นี้ได้มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรมเช่น หน่วยงานทหารเรือในพื้นที่อำเภอละงู หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมสนและเทศบาลตำบลกำแพง รวมถึงบุคลากรของสถานศึกษาและนักเรียนลูกเสือเนตรนารี จากโรงเรียนบ้านบุโบย โรงเรียนบ้านบ้านกาแบง โรงเรียนบ้านสวนกลาง และโรงเรียนบ้านบ่อเจ็ดลูกอำเภอละงู จังหวัดสตูล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มื้อพิเศษแก่กำลังพลของหน่วย ผลการจัดกิจกรรมต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

วันกองทัพเรือได้กำหนดขึ้นตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปีเนื่องด้วยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรียนนายเรือเมื่อ 20 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2449 ณ พระราชวังเดิม ธนบุรี กองทัพ เรือจึงถือเอาวันมหามงคลนี้เป็น 'วันกองทัพเรือ'

รัสเซียเปิดช่องถกข้อตกลงยุติขัดแย้งยูเครน แม้สหรัฐกับพันธมิตรจะส่งอาวุธโจมตีแดนหมีขาวอย่างต่อเนื่อง

(22 พ.ย.67) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แถลงว่า รัสเซียพร้อมพิจารณาข้อเสนอสันติภาพใด ๆ ที่ "เป็นไปได้จริง" เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน โดยยึดผลประโยชน์ของชาติและสถานการณ์ในพื้นที่เป็นหลัก

“เราพร้อมสำหรับการเจรจา และยินดีพิจารณาข้อเสนอที่ไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝง” ซาคาโรวากล่าว พร้อมย้ำว่าข้อตกลงใด ๆ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัสเซียเป็นสำคัญ

“ดิฉันขอเน้นว่า สิ่งสำคัญคือการรับประกันผลประโยชน์ของเรา สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ และมีข้อผูกพันที่ชัดเจน”

สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุเพิ่มเติมว่า รัสเซียเปิดกว้างต่อการเจรจาหยุดยิงในยูเครนกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ยืนยันไม่คืนดินแดนสำคัญ และเรียกร้องให้ยูเครนยุติความพยายามเข้าร่วมองค์การนาโต้

'ทักษิณ' ชี้!! ปัจจัยทำเศรษฐกิจไทยไม่ขยายตัวช่วง 10 ปี เหตุ ‘แบงก์ชาติ’ คุมเข้มปล่อยกู้ทำเม็ดเงินในระบบเหือดหาย

(22 พ.ย.67) 'ทักษิณ' แชร์มุมมองเศรษฐกิจและจุดยืนไทยบนเวทีโลกผ่านการประชุมซีอีโอ Forbes ชี้ นโยบายแบงก์ชาติเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจไทย เหตุเข้มงวดปล่อยกู้เกินไปทำเงินในระบบเหือดหาย พร้อมระบุไทยไร้ข้อขัดแย้งพร้อมรับการลงทุนใหม่ หนุนสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศูนย์กลางดิจิทัล

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยกับสตีฟ ฟอร์บส์ ประธานและบรรณาธิการบริหาร Forbes Media ปิดท้ายช่วงกาล่าดินเนอร์ในงานประชุมซีอีโอระดับโลก 'Forbes Global CEO Conference' ครั้งที่ 22 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ภายใต้ธีม 'New Paradigm' เจาะลึกถึงโลกอนาคตที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยกรุงเทพธุรกิจรายงานว่ามีผู้นำทางธุรกิจที่ทรงอิทธิพลจากทั่วโลกไว้กว่า 400 คน 

นายทักษิณ กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขยายตัวได้ไม่มาก เป็นเพราะความระมัดระวังมากเกินไปของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการควบคุมธนาคารพาณิชย์เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางการเงินขึ้นอีกครั้งเหมือนในปี 2540 และอีกสาเหตุหนึ่งคือขณะนี้ภาคการผลิตของไทยมีแต่อุตสาหกรรมที่กำลังลับฟ้า หรืออยู่ในช่วง Sunset 

ในกรณีของธนาคารกลาง ซึ่งควรจะมีหน้าที่หลัก 2 อย่าง คือ การดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และการดูแลธนาคารพาณิชย์ แต่บางครั้งพวกเขามีความเข้มงวดมากเกินไป ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อใหม่ จนทำให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจแห้งเหือด 

“แน่นอนว่าธนาคารกลางต้องมีความเป็นอิสระ แต่พวกเขาก็ควรจะต้องรับฟังด้วย คนที่ทำงานในธนาคารกลางเป็นคนมีความสามารถ เรียนได้เกรด 4 และจบด็อกเตอร์ แต่พวกเขาจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และมองในมุมของภาคธุรกิจด้วย เช่นเดียวกับนโยบายของทรัมป์ในการตั้งคณะกรรมการเงาเพื่อตรวจสอบการทำงานของธนาคารกลางสหรัฐ”

นายทักษิณ กล่าวถึงแนวทางหนึ่งในการศึกษาแนวคิดการออกเหรียญ Stable Coin เงินบาท ที่มีพันธบัตรหนุนหลัง ซึ่งจะเป็นแนวทางในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเหรียญดังกล่าวสามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนได้ แต่จะไม่ได้ผลตอบแทน ขณะที่หากถือเหรียญเก็บไว้จะได้รับดอกเบี้ย

ชี้ทางรอดธุรกิจเล็ก
นายทักษิณ กล่าวว่า ไอเดียที่ดีและการมีโมเดลธุรกิจที่ขายได้เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หลังจากนั้นเงินจะตามมาเอง เม็ดเงินที่มีอยู่มากมายบนโลกต้องการลงทุนกับสิ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้ ซึ่งถ้าธุรกิจเหล่านี้มีพื้นฐานที่ดี เชื่อว่าเงินลงทุนจะไหลมาสู่ธุรกิจได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่ธุรกิจไทยต้องแข่งขันกับสินค้าจีน ซึ่งได้เปรียบเรื่องต้นทุน เนื่องจากมีปริมาณการผลิตจำนวนมากทำให้ประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ดังนั้นธุรกิจไทยจะต้องมีวิธีคิดอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสิ่งที่แตกต่างและแข่งขันได้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองจะต้องปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศเช่นกัน โดยการให้ธุรกิจต่างชาติที่ต้องการขายสินค้าให้กับคนไทยต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องและเสียภาษี นอกจากนั้นสินค้าที่ขายให้คนไทยจะต้องผ่านมาตรฐานเช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศเพื่อความเป็นธรรม

เล็งปฏิรูประบบภาษี
นายทักษิณ กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันมีแนวคิดในการปฏิรูปภาษีทั้งระบบเพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น แต่จะต้องไม่ใช้วิธีการเพิ่มอัตราภาษีเงินได้ โดยจะต้องพิจารณาอัตราภาษีเงินได้ที่สามารถแข่งขันได้ และมีระบบการคืนภาษีให้กับคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือระบบที่เรียกว่า Negative Income Tax โดยการปฏิรูปภาษีจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละส่วนเพื่อไม่ให้กระทบกับคนจำนวนมาก

“หลักก็คือ ถ้าอยากเก็บภาษีได้มากขึ้น ต้องมีข้อเรียกร้องที่น้อยลง ซึ่งการลดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้จะทำให้คนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และการจัดเก็บภาษีจะต้องครอบคลุมกลุ่มคนมากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 

เตรียมรับกำแพงภาษีสหรัฐ
นายทักษิณ กล่าวว่า มาตรการกีดกันทางการค้า ด้วยกำแพงภาษีที่สูงขึ้น ตามนโยบายของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 20% จากประเทศที่เกินดุลการค้า และเพิ่มขึ้น 60% สำหรับสินค้าจีน มองว่าสุดท้ายแล้วผลชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น

“เชื่อว่ามาตรการ Protectionism ภายใต้การนำของทรัมป์จะยิ่งเข้มงวด และจะทำให้การค้าโลกถดถอยกลับไป 50 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเป็นยุคของโลกาภิวัตน์”

สำหรับจุดยืนของประเทศไทย มองว่าเราไม่ต้องการความขัดแย้ง ท่ามกลางการแข่งขันก็สามารถร่วมมือกันในด้านใดด้านหนึ่งได้ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-จีน ซึ่งมีจุดที่ต้องร่วมมือกัน แม้จะแข่งขันกันอยู่ก็ตาม

“จากนี้ไปเริ่มเห็นสัญญาณว่าหลายอุตสาหกรรมทั้งจากสหรัฐและจีนต้องการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ไร้ข้อขัดแย้ง อีกทั้งไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าที่เพียงพอ มีที่ดินปริมาณมากที่ยังสามารถพัฒนาได้ มีแรงงานฝีมือ และการเพิ่มมาตรการภาษีที่จูงใจ”

อย่างไรก็ตาม อัตราค่าไฟฟ้าของไทยยังอยู่ในระดับสูงเกินไป หากสามารถปฏิรูปราคาพลังงาน โดยหักลบภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ได้ และเชื่อว่าจะทำให้ไทยน่าดึงดูดมากขึ้น รวมทั้งเมื่อมีการลงทุนในไฟฟ้าพลังงานสะอาด และ Smart Grid

นายทักษิณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ใน 5 ปีข้างหน้ามี 2 เรื่องหลักที่ไทยต้องทำคือ 1.การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซอฟต์พาวเวอร์ และธุรกิจการบริหาร และ 2.การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เอไอ และดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาลงทุนในประเทศ

จีนพบแหล่งทองคำขนาดใหญ่ในมณฑลหูหนาน คาดปริมาณกว่า 1,000 ตัน มูลค่าราว 2.8 ล้านล้านบาท

(22 พ.ย.67) ทีมนักธรณีวิทยาของจีนเปิดเผยว่าได้พบแหล่งทองคำสำรองแห่งใหม่ที่คาดว่าน่าจะมีทองคำอยู่ปริมาณ 1,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าราว 82,800 ล้านดอลลาร์ (2.8 ล้านล้านบาท) ในมณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของประเทศ

รายงานระบุว่า แห่งทองคำแห่งใหม่นี้มีความลึกราว 2,000 เมตร บริเวณพื้นที่หวางกู่ในเขตผิงเจียง ประมาณเบื้องต้นมีปริมาณทองคำอย่างน้อยราว 300.2 ตัน 

ทีมผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าแหล่งทองคำหวางกู่มีขนาดใหญ่มาก อาจจะมีความลึกประมาณ 2-3,000 เมตร คาดว่าจะมีปริมาณทองคำทั้งหมดราว 1,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 แสนล้านหยวน หากประเมินจากราคาทองในปัจจุบัน

ทั้งนี้ จีนเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยตามข้อมูลจากสภาทองคำโลก จีนคิดเป็น 10% ของทองคำที่มีการซื้อขายทั่วโลกในปี 2023

ฮิวแมนไรท์วอชประณามสหรัฐฯ ส่ง 'ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล' ให้ยูเครน ละเมิดสนธิสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิดปี 1997

(21 พ.ย. 67) แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐ 2 รายเผยกับวอชิงตันโพสต์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้อนุมัติการส่งมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปยังยูเครน ซึ่งการอนุมัติดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาห้ามใช้กับระเบิด ปี 1997 

แมรี่ วาเรแฮม รองผู้อำนวยการฝ่ายวิกฤตความขัดแย้งและอาวุธ ของฮิวแมนไรท์วอช กล่าวว่า “การตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดนในการมอบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลนั้น มีความเสี่ยงต่อชีวิตพลเรือน และขัดขวางความพยายามของนานาชาติในการกำจัดอาวุธเหล่านี้... สหรัฐฯ ควรทบทวนการส่งมอบดังกล่าว ซึ่งรั้งแต่จะเพิ่มความเสี่ยงให้พลเรือนได้รับลูกหลงจากกับระเบิดและต้องทนทุกข์ทรมาณในระยะยาว"

แหล่งข่าวยังเผยว่า รัฐบาลสหรัฐคาดหวังให้ยูเครนใช้อาวุธนี้ เฉพาะในเขตเเดนยูเครนที่ไม่มีพลเรือนอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม ฮิวแมนไรท์วอช มองว่าไม่มีอะไรการันตีได้ว่า กองทัพยูเครนจะใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าวในพื้นที่ไร้พลเรือนตามที่สัญญา

“การยอมรับและใช้ทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล ถือเป็นความเสี่ยงที่ยูเครนจะละเมิดสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดเพิ่มเติม” แถลงการณ์ของฮิวแมนไรท์วอชระบุ  

ด้านโฆษกทำเนียบเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารายงานเกี่ยวกับการอนุมัติของไบเดนในการส่งกับระเบิดไปยังเคียฟเป็นความจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้ตัดความเป็นว่ารัฐบาลสหรัฐที่ใกล้หมดวาระกำลังรีบเร่งดำเนินการบางอย่าง

ที่ผ่านมา ทางการรัสเซียย้ำหลายครั้งว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นการขัดขวางการยุติความขัดแย้ง และถือเป็นการที่ประเทศในนาโต้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

สำหรับสนธิสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิด ได้รับการลงนามในปี 1997 ที่กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา โดยปัจจุบันมีชาติที่ร่วมลงสัตยาบันไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแล้วกว่า 164 ชาติทั่วโลก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top