Thursday, 6 August 2026
Hard News Team

จีนแซงเยอรมนี ผงาดเบอร์ 3 ของโลก ใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมากสุด

(21 พ.ย.67) จีนแซงเยอรมนี ครองเบอร์ 3 ของโลกด้านความหนาแน่น ‘หุ่นยนต์อุตสาหกรรม’ รายงานจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ระบุว่าจีนสร้างความก้าวหน้าอย่างมากในด้านระบบอัตโนมัติของกระบวนการผลิต โดยแซงหน้าเยอรมนีและขึ้นครองอันดับ 3 ในการจัดอันดับความหนาแน่นของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมระดับโลกในปี 2023

รายงานระบุว่าความหนาแน่นของหุ่นยนต์ของจีนอยู่ที่ 470 หน่วยต่อพนักงาน 10,000 คนในปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 402 หน่วยในปีก่อนหน้า และตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2019

ทาคายูกิ อิโตะ ประธานสหพันธ์ฯ เผยว่าจีนลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และการเติบโตของจีนมีความโดดเด่นอย่างมาก โดยรายงานระบุว่าจีนเพิ่งเข้ามาติดโผ 10 อันดับแรกของโลกเมื่อปี 2019

ความหนาแน่นของหุ่นยนต์ เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของระดับการใช้ระบบอัตโนมัติในการผลิต ซึ่งเกาหลีใต้ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนหุ่นยนต์ 1,012 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คนในปี 2023 ส่วนสิงคโปร์อยู่อันดับสอง และเยอรมนีอยู่อันดับสี่ โดยมีเครื่องจักรอัตโนมัติ 429 หน่วยต่อพนักงาน 10,000 คน

"การโจมตียูเครนไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือของ วลาดิมีร์ ปูติน ตามที่เราเข้าใจกันทุกวันนี้"

ศ.เจฟฟรี่ แซคส์ ศาสตราจาร์ยด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

(21 พ.ย. 67) ศ.เจฟฟรี่ แซคส์ ศาสตราจาร์ยด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้กล่าวในตอนหนึ่งของงานเสวนาที่จัดขึ้นโดยสมาคมโต้วาที Cambridge Union Society ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีตอนหนึ่งที่ศ.แซคส์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในยูเครนว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในยูเครนทุกวันนี้ ไม่ใช่ฝีมือของวลาดิมีร์ ปูติน ในแบบที่เราได้ยินกันมา

แซคส์ อธิบายว่า ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็นช่วงที่เยอมนีตะวันออกและตะวันตกยังคงแบ่งแยก นายมิคฮาอิล กอบาชอฟ ผู้นำโซเวียตในเวลานั้นเห็นพ้องที่จะยุติ ภาวะตึงเครียมของชาติมหาอำนาจสองฝ่าย จึงยอมให้มีการควบรวมชาติเยอรมนีขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า สหรัฐและชาติพันธมิตรจะไม่ขยายขอบเขตอิทธิพลของตนในยุโรปมากขึ้น 

กระทั่งในช่วงยุคปี 1994 ประธานาธิบดีบิล คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ได้ลงนามคำสั่งขยายอิทธิพลของนาโต้ในยูเครนหรือที่เรียกว่าคำสั่ง 'neocons took power' 

หลังจากนั้นในปี 1999 นาโต้เริ่มขยายตัวมากขึ้นผ่านการเริ่มเข้าไปมีบทบาทในโปแลนด์ ซึ่งในปีเดียวกันนี้ โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และฮังการี เข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต้ จากนั้นสหรัฐเริ่มเข้าไปมีบทบาททางการเมืองในเซอร์เบียปี 1999 ส่งทหารเข้าไปเซอร์เบียเพื่อจัดการความขัดแย้งภายใน แสดงให้เห็นถึงการรุกคืบของอิทธิพลของสหรัฐผ่านนาโต้ที่ค่อยๆประชิดยุโรปตะวันออกมากขึ้นเรื่อยๆ

ศ.แซคส์ อธิบายต่อว่า ปูตินเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกช่วงปี 2000 ในขณะนั้นเขายังมีจุดยืนสนับสนุนนาโต้และสนับสนุนสหรัฐ ถึงขึ้นที่อาจจะนำรัสเซียร่วมเป็นพันธมิตรนาโต้ กระทั่งปี 2002 ถึงจุดที่ทำให้ปูตินต้องเปลี่ยนความคิด หลังจากที่สหรัฐถอนตัวออกจากสนธิสัญญาต่อต้านขีปนาวุธ ซึ่งทำให้สหรัฐสามารถนำขีปนาวุธเข้าไปในยุโรปตะวันออกมากขึ้น ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็นภัยคุกคาม

ในปี 2009 วิกเตอร์ ยานูโควิช ขึ้นเป็นประธานาธิบดียูเครน เขามีนโยบายเป็นกลางที่ทำให้ยูเครนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งมีส่วนบรรเทาความตึงเครียดในยุโรปตะวันออกลงเนื่องจากชาวยูเครนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการให้เข้าร่วมนาโต้

ต่อมาในปี 2014 สหรัฐมีความพยายามอย่างหนักในการแทรกแซงยูเครนเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดียานูโควิช เพื่อหวังขยายอิทธิพลของนาโต้ในยุโรปตะวันออก ซึ่งในเวลานั้นเป็นผลให้รัสเซียตัดสินใจรุกคืบยุโรปกลับด้วยการประกาศผนวกคาบสมุทรไครเมียในปีเดียวกัน

แซคส์อธิบายต่อว่า ในวันที่ 15 ธันวาคม 2021 ปูตินได้ร่างข้อตกลงความมั่นคงรัสเซีย-สหรัฐ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สหรัฐกับรัสเซียจะให้คำมั่นว่าต่างฝ่ายจะไม่ขยายอิทธิพลของตนในยุโรปตะวันออก เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามในยูเครน แต่ทำเนียบขาวภายใต้การนำของรัฐบาลโจ ไบเดน ปฏิเสธการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว 

ศาสตราจารย์จากฮาร์วาร์ดอธิบายว่า ที่ผ่านมาผู้นำรัสเซียพยายามหลีกการเผชิญหน้าของสองมหาอำนาจ แต่สหรัฐกลับเป็นฝ่ายขยายอิทธิพลในยุโรปตะวันออกเสียเองโดยผ่านทางนาโต้ ซึ่งผลสุดท้ายคือการบีบให้ผู้นำรัสเซียต้องทำสงครามกับยูเครนในที่สุด

เปิดงาน TAIWAN EXPO 2024 ยกขบวน 170 บริษัทชั้นนำ ครบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

(21 พ.ย.67) กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ร่วมกับสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดตัว TAIWAN EXPO 2024 in Thailand อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด 'Advancing Smart New Southbound' โดยงานนี้รวมบริษัทชั้นนำจากไต้หวันกว่า 170 บริษัท แบ่งเป็น 10 โซน และ 6 พื้นที่จัดแสดงหลัก ครอบคลุมหลากหลายด้าน เช่น Smart Manufacturing, Smart Medical, Smart Lifestyle, Circular Economy และ Culture & Tourism  

ภายในงานยังมีการประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรม กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และโซน TAIWAN SELECT ซึ่งนำเสนออาหารเพื่อสุขภาพและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เช่น การทำโคมไฟ 12 นักษัตรแบบไต้หวัน และการย้อมสีธรรมชาติจากพืชพื้นเมือง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงาน  

นางซินเทีย เจียง อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน กล่าวถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ สภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดี และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ เธอเน้นว่าไต้หวันมีความเชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย พร้อมสร้างโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม  

นายจาง จวิ้น ฝู ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยในไต้หวันเพิ่มขึ้น 4 เท่าในรอบ 10 ปี ขณะที่นักศึกษาไต้หวันในไทยเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า พร้อมย้ำถึงศักยภาพของทั้งสองประเทศในการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจเพื่ออนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืน  

นายเจมส์ ซี. เฮฟ. ฮวง ประธานสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กล่าวว่า TAIWAN EXPO เป็นเวทีสำคัญในการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยในปีนี้มุ่งเน้นด้าน Smart Manufacturing และ Circular Economy ที่จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมถึงพัฒนาการรีไซเคิลและบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน  

ในด้าน Smart Medical โรงพยาบาลชั้นนำของไต้หวัน เช่น Changhua Christian Hospital และ Taipei Wanfang Hospital ได้นำเสนอโซลูชันการแพทย์อัจฉริยะ พร้อมจำลองห้องผู้ป่วยอัจฉริยะที่สะท้อนถึงอนาคตของการดูแลสุขภาพ  

TAIWAN EXPO 2024 มีกิจกรรมพิเศษ อาทิ การสัมมนาด้าน Smart Healthcare และ Circular Economy รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและเวิร์กช็อปพิเศษ เช่น การย้อมสีธรรมชาติ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและไทย  

งาน TAIWAN EXPO 2024 in Thailand จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!

หมอไทยสุดยื้อ สาวออสซี่เสียชีวิต หลังดื่มเหล้าขาวในลาว ก่อนส่งมารักษาตัวในกรุงเทพฯ

(21 พ.ย.67) สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสาววัยรุ่นชาวออสเตรเลียส่งตัวเข้ารับการรักษาในไทย เนื่องจากสงสัยว่ามีอาการภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษรุนแรง หลังดื่มเครื่องดื่มปนเปื้อนในลาว

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวสาวอายุวัยเพียง 19 กำลังเดินทางท่องเที่ยวในลาว แต่เกิดล้มป่วยในเมืองวังเวียง ส่งผลให้ครอบครัวประสานงานกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ นำตัวมาเข้ารับการรักษาตัวยังโรงพยาบาลใน กรุงเทพ ซึ่งครอบครัวของทั้งสองสาวเดินทางมายังกรุงเทพด้วยเพื่อเฝ้าดูอาการ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเนื่องจากเหตุผลความเป็นส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า บิอังกา โจนส์ หนึ่งในสาววัย 19 ปี ที่ถูกส่งตัวมากรักษาในกรุงเทพได้เสียชีวิตลงแล้วจากภาวะได้รับพิษจากเมทานอล ส่วนเพื่อนของเธอซึ่งอายุ 19 ปีเช่นกัน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองคนดื่มอะไร แต่บางครั้งเมทานอลถูกนำมาใช้เป็นแอลกอฮอล์ในการผสมเครื่องดื่มตามบาร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ  และอาจก่อให้เกิดพิษร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้

สื่อออสเตรเลียยังรายงานด้วยว่า มีนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์กเสียชีวิต 2 คน หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ปนเปื้อนในเมืองวังเวียง ในช่วงเวลาเดียวกับหญิงชาวออสเตรเลีย แต่ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตจากการสุราเป็นพิษในลาวแล้วทั้งหมด 4 ราย เป็นชาวออสเตรเลีย 1 ราย อเมริกัน 1 ราย และชาวเดนมาร์ก 2 ราย

‘ชัช เตาปูน’ เตรียมแจกข้าวสาร 23 พ.ย.นี้ สืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติที่แจกมาตั้งแต่ปี 2522

เมื่อวันที่ (21 พ.ย. 67) นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ  ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอเชิญพี่น้องทุกท่านมารับข้าวสารจาก "ชัช เตาปูน"  ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ณ ตลาดคงอุดม ตั้งแต่เวลา 13.00 น. - 15.00 น.  แล้วพบกันครับ

สำหรับธรรมเนียมการแจกข้าวของ นายชัชวาลล์  เริ่มมาตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปี 2566 รวม 44 ครั้ง ในปีนี้จะเป็นครั้งที่ 45 และเคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแจกข้าวสารว่า ตนตั้งใจถ้ามีเงินว่าจะแจกข้าวสารในวันเกิด พอดีในงานวันเกิดปี 2522 แขกที่มาในงานขอให้ร้องเพลงให้ฟัง 1 เพลงเขาจะบริจาค 50 กระสอบ ซึ่งก็ตรงกับที่เราอยากจะทำ ก็เลยร้องเพลงเขาก็บริจาคมาอีก 50 กระสอบ ส่วนโต๊ะข้าง ๆ ให้มาอีก 150 กระสอบ จึงแข่งกันแจก ในปีนั้นซื้อข้าว 1,700,000 บาท ได้มาจำนวน 40,000 ถุง จึงจัดเป็นประเพณีแจก 40,000 ถุงมาตลอด แต่ในปี 2566 ที่ผ่านมาเหลือเพียง 20,000 ถุง นั่นเพราะตั้งแต่ปี 2550 ราคาข้าวเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จาก 50  เป็น 80 บาท จาก 70 เป็น 130 บาทต่อถุงละ 5 กิโลกรัม จึงใช้เงินซื้อไป 4.3 ล้านบาท ตั้งแต่วันนั้นจึงคิดทำนาเองดีกว่า

"จึงทำนามาตั้งแต่ปี 51 และทำต่อเนื่องมา แจกข้าวมารวมครั้งนี้ 44 ปีตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่แรกจึงไม่ติดค้าง ต้องทำทุกปี พอไม่ทำก็ไม่สบายใจ ในช่วงโควิดก็เอาไปแจกเยอะ ใครเดือดร้อนก็นำไปแจก อย่างน้อยมีข้าวกินก็ยังดี และผมก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ" นายชัชวาลล์ กล่าว

เวียดนามให้สอนกอล์ฟเป็นวิชาพละ เรียนฟรี อุปกรณ์ฟรี มีโปรมาสอน

(21 พ.ย.67) โรงเรียนประถม To Vinh Dien ในฮานอย จะถือเป็นโรงเรียนรัฐแห่งแรกในเวียดนามที่มีการสอนกอล์ฟเป็นวิชาพื้นฐานในวิชาพละ โดยการสอนจะเริ่มต้นกับนักเรียนจำนวน 850 คน ช่วงต้นปีหน้า

Ha Ngoc Lan ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม To Vinh Dien กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนากอล์ฟเวียดนาม และสมาคมกอล์ฟเวียดนาม รวมถึงองค์กรอื่น ๆ โดยนักเรียนทั้งหมด 857 คนในโรงเรียนจะได้รับการเรียนกอล์ฟฟรี และจะมีอุปกรณ์กอล์ฟให้ใช้งาน

ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม To Vinh Dien เปิดเผยว่า เธอต้องการให้นำกีฬากอล์ฟมาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเพราะมันเป็นกีฬานานาชาติ ซึ่งเธอต้องการบุกเบิกในเรื่องนี้เพราะถือเป็นโรงเรียนรัฐแห่งแรกในเวียดนามที่ดำเนินการสอนกอล์ฟในวิชาพละ

"กอล์ฟไม่เพียงแต่พัฒนาความสามารถทางร่างกายของนักเรียน แต่ยังช่วยพัฒนาคุณสมบัติที่สำคัญ เช่น ความอดทน วินัย และสมาธิ"

โรงเรียนจะเริ่มสอนกอล์ฟตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงสิ้นปีการศึกษาในช่วงฤดูร้อน จากนั้นโรงเรียนจะประเมินผลการดำเนินโครงการ รับความคิดเห็นจากผู้ปกครองและนักเรียน และวางแผนสำหรับปีการศึกษาถัดไป

นาย Vu Anh Long ผู้อำนวยการโครงการพัฒนากอล์ฟเยาวชน R&A-VGA กล่าวว่ามีโรงเรียนโตวินห์เดียนเป็นโรงเรียนที่สองในเวียดนามหลังจากโรงเรียน Alpha ในกรุงฮานอย และเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ "เป้าหมายคือการทำให้กอล์ฟเป็นที่นิยมและเผยแพร่คุณค่าด้านการศึกษา รวมถึงการค้นหาดาวรุ่งที่มีความสามารถพัฒนาเป็นโปรมืออาชีพในอนาคต" Long กล่าว

'ดร. เฉลิมชัย' แถลงในนามประเทศไทยเวที COP29 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขีดความสามารถรับมือโลกเดือดให้กับประเทศกำลังพัฒนา 


ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งชแวดล้อม (รมว.ทส.) หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวทีการประชุมระดับสูง (Resumed high-level segment) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP 29) ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน 

โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุมฯ


ดร.เฉลิมชัย ได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย แสดงความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด และที่ผ่านมาได้เผชิญกับภัยพิบัติด้านสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจและความหลากหลายทางชีวภาพ ในขณะที่ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 1% ของทั้งโลก แต่ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มความสามารถ บนหลักการความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่าง เพื่อบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกตามกรอบ NDC 2030 ให้ได้ 222 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการดำเนินงานใน 5 สาขา ได้แก่ พลังงาน คมนาคม การจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม กระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และการเกษตร โดยมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนเพื่อรองรับการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งเร่งดำเนินงานไปสู่ NDC 3.0 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ต่ำกว่า 270 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2035 จากปีฐาน 2019  มุ่งสู่การลดก๊าซเรือนกระจกจากค่าการปล่อยจริง ควบคู่ไปกับการจัดทำแผนการลงทุนสีเขียว รวมถึงเร่งเพิ่มการดูดกลับของภาคป่าไม้ให้ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2037 


ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยได้มุ่งเน้นบูรณาการแผนการปรับตัวระดับชาติ ให้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมใน 6 สาขา ได้แก่ การจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าในระดับพื้นที่ รวมไปถึงการเร่งฟื้นฟูและคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง และที่สำคัญได้ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในทุกระดับอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายภายใต้ความตกลงปารีส ด้วยการผลักดันกลไกความเป็นหุ้นส่วนภาครัฐ เอกชนและประชาชน 

โดยการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย 2024  เพื่อเสริมพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อีกทั้งเร่งผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างการดำเนินงานอย่างสมดุล ทั้งด้านกลไกราคาคาร์บอน และกองทุนการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน 


สำหรับการประชุม COP 29 นี้ ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ข้อตัดสินใจในการระดมเงินตามเป้าหมายทางการเงินใหม่ รวมถึงจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ แนวทางและข้อกำหนดในการเข้าถึงกองทุนเพื่อความสูญเสียและความเสียหาย เพื่อช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศกลุ่มเปราะบาง มีขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีศักยภาพในการเผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม และเชื่อว่าห้วงเวลานี้จะเป็นห้วงเวลาสำคัญในการกำหนดทิศทางดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของความตกลงปารีสได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงใจ ที่จะร่วมกันรักษาโลกใบนี้ให้คงอยู่เพื่อให้อนุชนรุ่นต่อไปได้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ ฟ้อง 'โกตัม อดานี' เจอข้อหา ติดสินบน-ฉ้อโกงหลายพันล้านดอลลาร์

(21 พ.ย. 67) โกตัม อดานี มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ประธานกลุ่มธุรกิจอดานี กรุ๊ป และหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ถูกทางการรัฐนิวยอร์กดำเนินคดีข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องในการให้สินบนและการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

เจ้าหน้าที่อัยการของสหรัฐกล่าวว่า นายอดานีและจำเลยอีก 7 คน รวมถึงนายซาการ์ อดานี หลานชาย ตกลงจ่ายเงินประมาณ 265 ล้านดอลลาร์เป็นสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดีย เพื่อให้ได้สัญญาหลายฉบับที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 20 ปี และมีพฤติการณ์ร่วมฮั่วประมูลในโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย 

อัยการยังระบุด้วยว่า นายอดานีและผู้บริหารอีกคนของอดานี กรีน เอนเนอจี รวมถึงอดีตซีอีโอของอดานี กรีน เอนเนอจี ระดมทุนมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์จากการกู้ยืมและการออกพันธบัตร โดยการให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดการทุจริตไม่ให้เจ้าหนี้และนักลงทุนได้รับทราบ

ผู้พิพากษาสหรัฐได้อนุมัติหมายจับนายอดานีและหลานชายของเขาแล้ว และอัยการเตรียมที่จะส่งหมายจับให้กับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศ

ตามรายงานข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ระบุว่า นายอดานี วัย 62 ปี มีทรัพย์สินมูลค่า 69,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เขาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 22 ของโลก

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า อดานี กรีน เอนเนอจี ได้ประกาศยกเลิกแผนการระดมทุน 600 ล้านดอลลาร์ ด้วยการออกพันธบัตรหรือหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการถูกดำเนินคดีของนายอดานี

'ป่อเต็กตึ๊ง' เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธาส่งมอบไออุ่นจัดงบฯ 2 ล้านกว่าบาท แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาวพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ให้ 'ชาวเชียงราย' ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย,แผนกบรรเทาสาธารณภัย,แผนกอาสาสมัคร,แผนกสื่อสารองค์กรไทย ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคอาทิ ผ้าห่มกันหนาวข้าวสาร,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,ปลากระป๋อง,ขนม,น้ำปลา,น้ำตาล,น้ำมันพืช และถุงผ้าบรรจุสิ่งของให้แก่ผู้ประสบ 'ภัยหนาว' ในจังหวัดเชียงราย 

ประกอบด้วย อ.เมือง,อ.แม่สาย, อ.แม่จัน,อ.แม่สรวย, อ.พาน รวม 3,300 ชุด คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,145,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมีประธานฯและคณะกรรมการมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงรายมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์แม่จัน มูลนิธิเมืองพานสงเคราะห์ มูลนิธิกวงเม้งแม่สาย พร้อมหน่วยงานภาครัฐและผู้นำท้องถิ่นร่วมในพิธีแจกจ่าย ในระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/atpohtecktung

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี โดยตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาการดำเนินงานอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ สมทบทุน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

บราซิลลงนามสัญญา SpaceSail เช่าอินเทอร์เน็ตดาวเทียมแทน Starlink

(21 พ.ย.67) บริษัท Telebras ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของบราซิล เปิดเผยว่าได้ทางเลือกใหม่ในการหาคู่สัญญาให้บริการ อินเทอร์เน็ตดาวเทียมสำหรับพื้นที่ห่างไกล โดยบริษัทได้ลงนามในจดหมายแสดงเจตจำนงร่วมกับบริษัท SpaceSail ของจีนแทนที่การพิจารณาเลือกบริษัท Starlink ของอีลอน มัสก์ ท่ามกลางที่รัฐบาลบราซิลกับอีลอน มัสก์ กำลังมีข้อพิพาทกรณีแพลตฟอร์ม x 

ภายใต้เงื่อนไขใหม่ระหว่าง Telebras และ SpaceSail บริษัทจีนจะรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมในบราซิล แต่รายงานยังไม่ได้ระบุรายละเอียดของความร่วมมือดังกล่าว 

นายจุเซลิโน ฟีลโฮ รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารของบราซิลกล่าวว่า SpaceSail มีดาวเทียม 40 ดวงที่อยู่ในวงโคจรแล้วและวางแผนจะส่งดาวเทียมอีก 648 ดวงในอีก 14 เดือนข้างหน้า เมื่อดาวเทียมเหล่านี้ถูกส่งขึ้นสำเร็จ บริษัทจีนจะสามารถให้บริการในบราซิลได้อย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลบราซิลกับอีลอน มัสก์ มีขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของบราซิล อเล็กซานเดร เดอ โมราเอส ได้สั่งให้ระงับการใช้งาน X ในประเทศหลังจากที่มัสก์ปฏิเสธที่จะแต่งตั้งตัวแทนทางกฎหมายใหม่สำหรับเครือข่ายสังคมนี้ โดยผู้พิพากษายังได้สั่งอายัดบัญชีของ Starlink ในบราซิลด้วยเหตุผลเดียวกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top