Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘ทักษิณ’ แนะ!! ส่งสาวอีสาน ไร้ศัลยกรรม ลุย!! ตลาดนางแบบโลก สร้างรายได้เข้าประเทศ

เมื่อวานนี้ (20 ธ.ค. 67) ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานสัมมนา ‘ISANNEXT พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก’ พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย’

นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ไม่ทราบจะพูดอะไรดี เพราะรัฐมนตรีทุกคนพูดได้ดีมาก ตั้งแต่ตั้งพรรคไทยรักไทยมาจนถึงทุกวันนี้ พี่น้องชาวอีสานก็ยังไว้วางใจตลอดเวลา เพราะตนเองไปเห็นพี่น้องชาวอีสานทุกซอกทุกมุม ก็คิดในใจตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไร ถึงจะพลิกฟื้นได้ โดยประเทศไทย เป็นประเทศที่ไม่มีเจ้าภาพ เวลามีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นหน่วยงานใครหน่วยงานมันทำหน้าที่ไป

นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเองขอเริ่มต้นด้วยคำว่า กันดารคือสินทรัพย์ ภาคอีสานมีความกันดารมาก่อนที่จะพัฒนามาจนถึงวันนี้ กันดารคือความยากจน ทำให้คนอีสานต้องดิ้นรน พยามสร้างวัฒนธรรมการสู้ชีวิต นี่คือข้อดีของความลำบาก และหวังว่าเราจะทำให้คนอีสานหมดความลำบาก ถึงเวลาที่จะต้องพลิกฟื้นอีสานให้ได้ด้วยความตั้งใจ

การสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนอีสาน คือต้องเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว คือการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ เพราะสามารถฝึกทักษะความชำนาญได้ เอาวัฒนธรรมที่มีอยู่ เอาความอดทนของคนอีสานมาแตกแขนงออกไปในแต่ละด้าน เช่น อาหาร หรือกีฬา โดยวัฒนธรรมของคนไทย มักอยากเห็นลูกได้ปริญญา แต่แม้ได้มา ก็หางานไม่ได้ สิ่งที่ได้มาคือต้องได้ความรู้ และปัญญา แต่บางคนไม่ได้มา ได้มาเพียงใบประกาศนียบัตร ทำให้คนเห่อปริญญา และทิ้งสิ่งที่เป็นสาระสำคัญในการเรียนหนังสือคือความรู้ และโลกปัจจุบันสนใจทักษะมากกว่าปริญญา ต่อไปนี้คนอีสานต้องได้รับการพัฒนาการผสมเทคโนโลยีเข้าไปสู่ชีวิตประจำวัน

วันนี้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยเยอะ ครูบาอาจารย์เยอะ แต่ใช้ประโยชน์เขาน้อย วันนี้ต้องใช้วิทยาลัยเหล่านี้เป็นแกนหลักในการสร้างผลของอีสานโดยเฉพาะการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ และพัฒนา OTOP

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า คนอีสานจนลง เพราะการผูกขาด เพราะทุกอย่างผ่านระบบนายหน้า แต่วันนี้เทคโนโลยีมาแล้ว ต้องได้รับการบริจาคภาครัฐ ยกเลิกการผูกขาด ให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ได้ราคาที่เหมาะสม และสามารถแข่งขันได้

ในวันนี้นายกรัฐมนตรี ได้ให้รัฐมนตรีไปดูกระบวนการผูกขาดทั้งหลาย ว่าจะไปแก้อย่างไร และซอฟต์พาวเวอร์ จะทำอย่างไรให้กลไกภาครัฐ เป็นตัวผลักดัน และใช้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์ฝึก ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ในแต่ละด้าน ส่วนการเกษตรของภาคอีสานต้องการความแม่นยำที่สุด  เพราะฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล การใช้เทคโนโลยีมาทำนายภูมิอากาศ เพื่อปลูกสิ่งที่เหมาะสม

นายทักษิณ กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงกำลังจะมา ถ้าเราตกลงกันเรียบร้อย ซึ่งจะผ่านเส้นทางอีสาน และกรุงเทพฯ จะส่งเสริมเรื่องการพัฒนาเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร ส่งของสดไปขายยังประเทศจีนได้ ทำให้โอกาสเกิดขึ้นอีกครั้ง

สิ่งที่ห่วงคนอีสานอีกเรื่องคือคุณภาพของประชาชน ที่ถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด เพราะจะทำให้คนอีสานอ่อนแอ ซึ่งต้องทำอย่างกว้างขวางและจริงจังทั้งการบำบัดปราบ โดยนายกรัฐมนตรี กำลังสั่งให้ทำแอปพลิเคชัน ให้ได้รับรายงานจากพื้นที่โดยตรงว่าพื้นที่ไหนมีพ่อค้ายาเสพติด ก็จะรายงานโดยตรง

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนได้ใช้เงินส่วนตัวให้ต่างประเทศศึกษาเรื่อง OTOP ช่วงที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พยายามปรับปรุง OTOP และหลังปีใหม่นี้เขาจะมาอธิบายให้ฟังว่าจะปรับปรุงอย่างไร เช่น ผ้าพันคอแอร์เมส ซึ่งเป็นลายม้า ทำไมเราถึงไม่ใช้ลายบ้านเชียงมาทำบ้าง ดังนั้น เราขายดีไซน์ไทย คุณภาพการตัดเย็บแบบสากล จะต้องใช้เทคโนโลยี และดีไซน์ที่เป็นที่ต้องการต่างประเทศ โดยจะต้องมีการนำมาปรับปรุงให้ขายได้ทั้งโลก ฟื้นด้วยความเป็นสมัยใหม่มากขึ้น โดยไม่ทิ้งวัฒนธรรมของไทย เพียงแต่ประยุกต์ให้เป็นสากล ซึ่งเท่าที่คุยกันไว้จะเริ่มต้นในปีหน้า เริ่มต้นใช้สถาบันการศึกษาเป็นแกนพัฒนาและปรับปรุงทั้งหมด และสิ่งที่คนอีสานต้องเรียนรู้อีกเรื่องคือ Ai เรียนรู้การสั่งการ

วันนี้ประเทศไทยเป็นหนี้เยอะมากสูงยันกว่า 60% ของจีดีพี ซึ่งเรามีเพดานอยู่ที่ 70% เพราะฉะนั้นจึงกู้ไม่ไหว รัฐบาลจึงต้องลดหนี้ด้วยการเพิ่มจีดีพี เป็นเรื่องที่พูดง่ายทำยากแต่ต้องทำ ซึ่งจะเพิ่มจีดีพีได้ ต้องเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากเราดูดเงินจากระบบเยอะ เม็ดเงินเราเลยโตน้อยกว่าประเทศอื่นทั่วโลก

ที่ผ่านมารัฐบาลออกพันธบัตร ขายให้สถาบันการเงินเป็นส่วนใหญ่ โดยโดนัล ทรัมป์ กลับเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบที่ 2 และเอาจริงเอาจังเรื่องบิทคอยน์ คริปโตเคอร์เรนซี่ ดังนั้น สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มเม็ดเงินเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบของคริปโต ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ทันเขา ทำอย่างไรให้ประชาชนไม่เกิดความเสี่ยง พันธบัตรที่เราต้องทุกปี ปีละ 8 แสนล้านบาท นำเงินส่วนนั้นออกมา และขายบุคคลทั่วไปดีหรือไม่ ให้อายุพันธบัตรสั้นลง เพื่อหมุนเวียนในตลาดได้ ออกมาในรูปแบบของเหรียญ หรือคอยน์ ซึ่งเงินเหล่านี้ จะอยู่ในเงินของประชาชน ดีกว่านำไปแช่ไว้ในสถาบัน ซึ่งจะนำมาใช้กับทุกภาค ทั้งประเทศเพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่อย่างนั้นจีดีพีเราไม่มีทางโต ทำนายกี่ครั้งก็ 2% ตนเองฟังแล้วทุเรศ และจะทำยังไงให้ถึง 4% -5% ให้ได้ นี่เป็นวิธีเดียวที่ไม่ต้องไปพิมพ์แบงค์ คราวนี้ที่รัฐบาลจะต้องเป็นมาหมุนเวียนเป็นหนี้ประชาชนดีกว่า

สิ่งที่ตนอยากจะลองอีกเรื่อง ผู้หญิงอีสานทำไมถึงมีฝรั่งมาชอบเยอะแยะ ความสวยของธรรมชาติบางทีบางครั้งมีเสน่ห์ ถ้าเราจะประกวดคนอีสาน ที่ไม่ผ่านการศัลยกรรมเลย แล้วนำไปสอน เป็นนางแบบระดับโลกดีหรือไม่ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนอีสาน เช่น คนผิวดำแอฟริกาที่เป็นนางแบบระดับโลก และทั้งหมดที่ตนพูดเน้นที่คนอีสานก่อน และการพัฒนาคนก่อน

‘จุลพันธ์’ เผย!! กระทรวงการคลัง ร่างกฎหมายคาสิโน เสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดช่องตั้ง!! เอ็นเตอร์เมนท์คอมเพล็กซ์ เชื่อทำรายได้ หลายแสนล้านบาท

(21 ธ.ค. 67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการเอ็นเตอร์เมนท์คอมเพล็กซ์ว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้ดำเนินการร่างกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในลำดับถัดไป

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์นี้ ถือเป็น ‘จุดเปลี่ยนประเทศไทย’ เพราะถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่จะเข้ามาทั้งจากการลงทุนและการใช้จ่าย โดยประเมินว่า เม็ดเงินลงทุนในช่วงการก่อสร้างนั้น จะทำให้การลงทุนของประเทศขยายตัวได้เพิ่มขึ้นกว่า 0.2% ต่อปี และจะทำให้การใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 0.7% ต่อปี

“รายได้ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ ส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งของโรงแรม กีฬา สถานบันเทิง ต่าง ๆ ซึ่งคาสิโนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเอ็นเตอร์เมนท์คอมเพล็กซ์เท่านั้น” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่าทั้งนี้ ในส่วนของกฎหมายที่ได้ร่างขึ้นมานั้น จะเทียบเท่ากฎหมายของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะสามารถผลักดันโครงการดังกล่าวได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์จะครอบกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เพื่อผ่อนปรนให้โครงการนี้เกิดขึ้น

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หลังจากปีใหม่ ตนจะเร่งเดินหน้าโครงการนี้ ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อพิจารณารายละเอียดของโครงการ ซึ่งหมายรวมถึง การกำหนดจุดที่จะจัดตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ด้วย เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้นักลงทุนเข้ามาล็อกสเปคพื้นที่การก่อสร้าง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เชื่อว่า โครงการนี้จะมีประโยชน์ด้านการสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น หรือมีเม็ดเงินลงทุนราว 1 แสนล้านบาท โดยยกตัวอย่างกรณีสิงคโปร์ที่มีโครงการในลักษณะเดียวกันได้สร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 5 หมื่นล้านบาท และมีรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ 2 หมื่นบาท

‘นิพิฏฐ์’ ชี้!! ต้องแยกแยะ ‘การเมืองท้องถิ่น’ ออกจาก ‘การเมืองระดับชาติ’ ลั่น!! รู้จักผู้สมัครจาก ‘พรรคประชาชน’ ในบางจังหวัด มีคุณสมบัติเหมาะสม

(21 ธ.ค. 67) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า …

ผมดูรายชื่อผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดของ ‘พรรคประชาชน’ ในบางจังหวัด ต้องยอมรับอย่างตรงไป-ตรงมา ว่า ในบางจังหวัดที่ผมรู้จักคุณสมบัติของเขาเหนือกว่าคู่แข่งจริง ๆ มีความเหมาะสมในการบริหารท้องถิ่น และประชาชนในท้องถิ่นน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า

จึงอยากให้แยกการเมืองระดับชาติ กับ ระดับท้องถิ่นออกจากกัน ประชาชนในพื้นที่จะรู้ดี ว่าใครเป็นอย่างไร ใครเก่ง-ไม่เก่ง,ใครดี-ไม่ดี,ใครซื้อเสียง-ไม่ซื้อเสียง เลือกเอาตามที่ถนัดครับ

เมื่อแยกการเมืองระดับชาติ กับ ท้องถิ่น ออกจากกันแล้ว เราเลือกนักการเมืองท้องถิ่นอย่างไร ก็สะท้อนตัวตนของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ว่า เป็นอย่างไร

ศาลปกครอง มีคำสั่ง ค้างค่าปรับ ‘ใบสั่งจราจร’ ให้!! ต่อทะเบียนได้ พร้อมป้ายเสียภาษี ชี้!! ชำระภาษี เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่ทำผิดกฎจราจร เป็นเรื่องของบุคคล

(21 ธ.ค. 67) ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ 2120/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 2682/2567 ลงวันที่ 18 ธ.ค.2567 เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ ที่ค้างค่าปรับใบสั่ง ตามกฎหมายจราจร ระหว่าง นายอำนาจ ผู้ฟ้องคดี กับผู้ถูกฟ้องคดี ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก ที่ 1 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ 2 สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 3 ฝ่ายทะเบียนสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ 4 นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 6 ผู้ถูกฟ้องคดี

เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวว่าเกินสมควร

คดีนี้อธิบดีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยเร่งด่วนตาม ข้อ 49/2 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

ตามฟ้องโจทก์ระบุว่า นายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ไม่ออกป้ายภาษีวงกลมให้ โดยส่งมอบแค่ใบเสร็จชำระค่าภาษีประจำปีแล้วประทับตรา ว่าใช้แทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีไม่เกิน 30 วัน ให้แทน พร้อมเอกสารที่ปรินต์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ แสดงรายละเอียดข้อมูลการกระทำความผิดตามกฎหมายจราจร

โดยอ้างข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก เพียงฝ่ายเดียว เป็นการละเลยและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจในการชะลอการออก ป้ายภาษีวงกลม ให้กับเจ้าของรถที่ค้างชำระค่าปรับจราจร

“หลักการชำระภาษีรถเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถ แต่การทำผิดกฎจราจรเป็นเรื่องของบุคคล การนำ 2 เรื่องมาเชื่อมโยงกันจึงไม่ถูกต้อง เป็นการบังคับทางอ้อมให้เจ้าของรถต้องยินยอมชำระค่าปรับ” คำฟ้องตอนหนึ่งระบุ

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ยังสั่งให้ กรมการขนส่งทางบก จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีด้วย

“พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายในสามวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 3,151.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6 คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนของการชนะคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก” 

ท้ายคำพิพากษาระบุ

‘ฮุนได’ ชวน!! ตรวจเช็กสภาพรถ ฟรี!! เพื่อความปลอดภัย ก่อนเดินทางไกล

(21 ธ.ค. 67) เทศกาลแห่งความสุขมาถึงแล้ว เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณและคนที่คุณรักเต็มไปด้วยความมั่นใจ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มอบความห่วงใยผ่านแคมเปญพิเศษ ‘ฮุนไดมอบโปรฯ ให้ ใส่ใจทุกการเดินทาง’ ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ พร้อมรับส่วนลดสุดพิเศษสำหรับอะไหล่ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้รถของคุณพร้อมในทุกเส้นทาง

เตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุดยาวได้ที่ ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพราะความปลอดภัยบนท้องถนนคือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทีมงานมืออาชีพของฮุนไดพร้อมดูแลคุณและรถทุกคันด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ทุกการขับขี่ราบรื่น และทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุข ฮุนไดใส่ใจ เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง

ฟรี!! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 40 รายการ ดูแลรถยนต์ของคุณอย่างละเอียดโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบระบบหลัก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมออกเดินทางได้อย่างปลอดภัย

รายการตรวจเช็ก 40 รายการ มูลค่า 496 บาท ได้แก่:
1. ไฟเตือนแบตเตอรี่ 
2. ไฟเตือนน้ำมันเครื่อง 
3. ไฟเตือนเครื่องยนต์ 
4. ไฟเตือน ABS 
5. ไฟเตือน AIR BAG 
6. ไฟเตือนเบรกมือ 
7. สัญญาณบอกตำแหน่งเกียร์ออโต้ 
8. ไฟเลี้ยว 
9. ไฟฉุกเฉิน 
10. ไฟหรี่ 
11. ไฟสูง 
12. แตร 
13. การทำงานของใบปัดน้ำฝน 
14. กระจกประตูไฟฟ้า 
15. ระบบล็อกประตูไฟฟ้า 
16. กระจกมองข้างไฟฟ้า 
17. เข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ 
18. ระบบปรับอากาศ 
19. เบรกมือ 
20. เข็มขัดนิรภัยด้านผู้โดยสาร 

21. แบตเตอรี่ 
22. ระดับน้ำในถังพักหม้อน้ำ 
23. ระดับน้ำในถังพักน้ำล้างกระจก 
24. ไส้กรองอากาศ 
25. น้ำมันเครื่อง 
26. น้ำมันเบรก 
27. น้ำมันคลัทช์หรือน้ำมันเกียร์ออโต้ 
28. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ 
29. สายพานด้านหน้าเครื่องยนต์ 
30. ยางปัดน้ำฝน 
31. ไฟหน้า 
32. ไฟเลี้ยว 
33. ไฟเบรก ไฟถอยหลัง 
34. ลูกหมากเหล็กกันโคลง 
35. ลูกหมากคันชักคันส่ง 
36. ปีกนกและบู๊ช 
37. โช้คอัพหน้าและหลัง 
38. ยางหุ้มเพลาขับในและนอก (ถ้ามี) 
39. ยางหุ้มแร็คพวงมาลัย 
40. การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์-เฟืองท้าย และน้ำมันเพาเวอร์

สส.ไต้หวัน ตะลุมบอน!! กลางสภา ขวางร่างแก้ไขกฎหมาย อ้าง!! อันตรายต่อประชาธิปไตย ลิดรอนสิทธิผู้เลือกตั้ง

(21 ธ.ค. 67) สส.พรรครัฐบาลกับสส.ฝ่ายค้าน ตะลุมบอน!! ซัดกันสุดชุลมุนกลางรัฐสภา ในขณะที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า(ดีพีพี) พรรครัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน พยายามขัดขวางการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายที่สส.พรรคฝ่ายค้านเสนอ ซึ่งพรรครัฐบาลชี้ว่าอาจเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยของไต้หวันที่ปกครองตนเองแห่งนี้

สส.พรรคพีพีพีพยายามขัดขวางร่างแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ ที่พรรคก๊กมินตั๋ง(เคเอ็มที) แกนนำพรรคฝ่ายค้าน และพรรคประชาชนไต้หวัน(ทีพีพี) พรรคพันธมิตรร่วมกันเสนอ ซึ่งพรรคดีพีพีชี้ว่าจะทำให้เป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการที่จะถอดถอนเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งพวกเขาเห็นว่าไม่เหมาะสมให้พ้นตำแหน่งไป

สส.พรรคดีพีพีบางคนตะโกนใส่หน้าสส.พรรคฝ่ายค้านว่าเป็น เผด็จการรัฐสภา’ ขณะที่แถลงการณ์ของพรรคดีพีพีระบุว่า “หากพรรคเคเอ็มทีบังคับให้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว กลไกการตรวจสอบตนเองตามระบอบประชาธิปไตยและการฟื้นฟูไต้หวันจะสูญสิ้นไปและจะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญและไม่สามารถย้อนกลับได้ต่อภาคประชาสังคมและประชาธิปไตยของไต้หวัน”

ก่อนหน้านี้ สส.พรรคดีพีพีหลายคนได้เข้ายึดเวทีของห้องประชุมใหญ่ของรัฐสภามาตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี(19 ธ.ค.) และยังนำเก้าอี้มากั้นขวางทางเข้าด้วย

ขณะที่หน้ารัฐสภาไต้หวัน ในกรุงไทเป มีประชาชนหลายพันคนรวมตัวชุมนุมกันอยู่ เพื่อประท้วงการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมีการตะโกนร้องร่วมกันว่า “เอาร่างแก้ไขที่ชั่วร้ายกลับไป” และ ปกป้องไต้หวัน”

ผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า ตนมาที่นี่เพื่อประท้วงพรรคฝ่ายค้านที่พยายามลิดรอนสิทธิของประชาชนในการถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐ

หนึ่งในร่างแก้ไขกฎหมายที่มีการโต้แย้งดังกล่าวคือร่างแก้ไขรัฐบัญญัติการเลือกตั้งและการถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคทีพีพีผลักดันเพื่อให้มีการเพิ่มเกณฑ์ในการถอดถอนเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคก๊กมินตั๋งกล่าวว่าจะป้องกันไม่ให้ ‘อำนาจการถอดถอน’ ถูกละเมิดได้

ขณะที่สส.พรรคดีพีพีกล่าวว่า พวกเขาเกรงว่าการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการจะปลดเจ้าหน้าที่รัฐที่พวกเขาเห็นว่าไม่เหมาะสมออกจากตำแหน่ง

‘อินเตอร์ลิ้งค์’ ได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ A สะท้อนถึงความมุ่งมั่น!! ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล

(21 ธ.ค. 67) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ในฐานะเป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้าค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ ผลิตภัณฑ์ LINK จากสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายตู้ RACK ผลิตภัณฑ์ 19 GERMANY EXPORT RACK อันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจในเครือ ได้แก่

• ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Import & Distribution Business)
• ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Turnkey Engineering Business)
• ธุรกิจโทรคมนาคม และดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom Business & Data Center

โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ILINK ได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับการจัดให้อยู่ในระดับ A ในกลุ่มอุตสาหกรรม Technology ซึ่งเป็น 1 ใน 228 บริษัทจดทะเบียน และเร็ว ๆ นี้ ILINK ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอยู่ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 อีกด้วย

โดยผลการประเมินดังกล่าวเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ILINK ในการดำเนินงานทั้ง 3 ธุรกิจ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการพัฒนานวัตกรรมในสายงานด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจในการบริหารจัดการซึ่งที่ไม่เพียงแต่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวต่อไปอย่างเติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ บีบให้ยุโรปซื้อ ‘น้ำมัน - ก๊าซ’ จากสหรัฐฯ หากไม่อยากเจอ!! มาตรการลงโทษ ขึ้นภาษีศุลกากร

(21 ธ.ค. 67) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเองว่า เขาได้แจ้งกับสหภาพยุโรป (อียู) ว่าอียูจะต้องลดช่องว่างการขาดดุลการค้ากับสหรัฐด้วยการซื้อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้น อียูอาจต้องเผชิญการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐเป็นรายต่อไป 

"ผมบอกกับสหภาพยุโรปว่าพวกเขาต้องชดเชยการขาดดุลมหาศาลกับสหรัฐ ด้วยการซื้อน้ำมัน และก๊าซในปริมาณมาก มิฉะนั้นจะต้องเจอภาษีศุลกากร” ทรัมป์โพสต์ข้อความทาง Truth Social 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการสหรัฐระบุว่า สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้า และบริการกับอียูถึง 1.313 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2022

ทางด้านนักการทูตอาวุโสรายหนึ่งในอียูเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับท่าทีของทรัมป์ในครั้งนี้ และมองว่าพลังงานเป็น ‘ทางเลือกที่ดี’ หากจะต้องซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น  

ขณะที่แหล่งข่าวนักการทูตอีกรายหนึ่งเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอล์ซ ของเยอรมนี ได้พูดคุยกับทรัมป์ในเรื่องนี้เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา หลังจากที่บรรดาผู้นำประเทศในอียูได้ประชุมร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้เกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอียู

‘เกรียงยศ’ จี้!! กทม. ให้คำตอบ สะพานลาดกระบังถล่ม เร่ง!! เดินหน้าโครงการ คืนวิถีชีวิตให้ประชาชน

(21 ธ.ค. 67) นายเกรียงยศ สุดลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 เกิดเหตุการณ์สะพานอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งบาดเจ็บและขาดรายได้ 356 ราย 

จนถึงขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 1 ปีแล้วแต่กรุงเทพมหานครโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังไม่มีการสรุปผลถึงสาเหตุของเหตุการณ์อันน่าสลดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน แม้หลังเหตุการณ์จะมีการให้คำสัญญาว่าจะได้รับคำตอบถึงสาเหตุภายใน 7 วัน

ซึ่งประชาชนบริเวณนั้นได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และได้มีการร้องเรียนมายังตน และจากการลงพื้นที่พร้อมกับสมาคมวิศวกร พบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากรอยต่อระหว่างแท่งคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน จึงมีการหักโค่นและถล่มลงมา นอกจากนี้แม้โครงการดังกล่าวจะมีมูลค่าโครงการมหาศาลแต่ไม่มีการว่าจ้างบริษัทควบคุมงาน 

นอกจากนี้แล้วโครงการดังกล่าวผ่านไปนานกว่า 2 ปีแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ตอม่อของโครงการที่จะมีการตั้งอยู่ในพื้นที่กรมชลประทานยังไม่มีการขออนุญาตจากกรมชลประทาน และยังไม่มีการลงโทษหรือการปรับผู้รับเหมาของโครงการดังกล่าว แม้ว่าจะมีความล่าช้ามาไม่น้อยกว่า 8 เดือนแล้ว

ดังนั้นจึงขอฝากไปยังกรุงเทพมหานครให้มีการเร่งรัดการดำเนินการโครงการดังกล่าว และชี้แจงถึงความคืบหน้าในโครงการดังกล่าว

‘มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ – มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ’ ฉลองวันคริสต์มาส!! เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’

(21 ธ.ค. 67) มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ โดย เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ เป็นเจ้าภาพร่วมกับมูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส เปิดตัวหนังสือนิทานเรื่อง ‘ผองเพื่อนของบิ๊กและดุ๊กดิ๊ก’ ในฉบับภาษาไทยแปลจากบทพระนิพนธ์หนังสือนิทานของ ‘เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม’ ประกอบด้วย 7 เรื่องสั้น สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เด็กพิเศษต้องพบเจอในชีวิตจริง และคำแนะนำวิธีรับมือกับความรู้สึก พร้อมมอบให้แก่น้อง ๆ เด็กพิเศษที่มาร่วมงาน และเตรียมจัดส่งไปให้แก่ น้อง ๆ เด็กพิเศษ ทั่วประเทศไทย เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวนอกจากการเปิดตัวหนังสือนิทานแล้วยังจัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ถึงการทำงานและการอุทิศตนของบุคลากรผู้ดูแลกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และเพื่อมอบความสุขให้กับเด็กๆ 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก เจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม ทรงร่วมงานเลี้ยง ผ่านทางออนไลน์จากประเทศเบลเยียม พร้อมด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ ดร. จิรายุและท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ดร.ศักดิ์ทิพย์และม.ร.ว.เบญจภา ไกรฤกษ์ คุณหญิงขวัญตา เทวกุล หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ คุณสุทธิภัค จิราธิวัฒน์ คุณวิลเลียมและคุณเคธี ไฮเนค เข้าร่วมงาน โดยมี เคานต์เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ ให้การต้อนรับ และร่วมชมโชว์ชมชุดพิเศษจากน้องๆ มูลนิธิสถาบันแสงสว่างในพระอุปถัมภ์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top