Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อายุน้อยที่สุดของไทย

ผลพวงการพ้นจากอำนาจอย่างกะทันหันของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลคนใหม่ ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวคนสุดท้องของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 และหลานอา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ จากตระกูลชินวัตรคนที่ 3 และนายกฯ หญิงคนที่ 2 ของไทย 

อีกทั้งยังครองตำแหน่งเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยวัยเพียง 37 ปี ในวันที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหนงนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567 

สำหรับ นางสาวแพทองธาร เริ่มก้าวเท้าเข้ามาแตะวงการการเมืองอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2564 ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย

ภายหลังรับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ก็ได้เดินหน้าลุยงานทันที โดยไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ และไอเดียใหม่ ๆ กับกลุ่ม UNISEC และกลุ่ม SpaceZap ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนและผู้ที่มีความสนใจในด้านอวกาศ นอกจากนี้ยังคิดค้นนโยบาย ‘1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์’ ปลดปล่อยศักยภาพคนไทย สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ฯลฯ

และเมื่อประเทศไทยใกล้เข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็จัดเคมเปญ ‘ครอบครัวเพื่อไทย’ ให้ว่าที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค ได้มีส่วนร่วมในการ ‘หาสมาชิก’ เป็นฐานในการ ‘คัดคน’ ลงสมัครเลือกตั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ จึงได้สวมหมวก ‘หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย’ อีกหนึ่งใบ โดยเปิดตัวที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง

จากนั้น ในเวลาต่อมา พรรคเพื่อไทยได้เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีชื่อนางสาวแพทองธาร ปรากฏเคียงคู่กับอีก 2 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ คือ เศรษฐา ทวีสิน และ ชัยเกษม นิติสิริ 

และเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทย ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี ครั้งที่ 1/2566 มีวาระสำคัญคือการเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ โดยในที่ประชุมมีมติโหวตให้นางสาวแพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อีกหนึ่งตำแหน่ง ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมา

กว่า 4 เดือนของการทำหน้าที่ ผู้นำรัฐบาล แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่องภาวะผู้นำ และการปฏิบัติหน้าที่อยู่เนือง ๆ แต่นางสาวแพทองธาร ยังคงได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจของโพลต่าง ๆ รวมถึงนักการเมืองในฟากฝั่งรัฐบาลที่พร้อมให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นว่า จะแสดงความสามารถในบทบาทผู้นำได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 

THE STATES TIMES ไม่อาจกล้าหยิบยกคำใดมาเชิดชู แค่อยากให้รู้ว่า “เราภูมิใจในตัวคุณ”

จับ 'ศรีสุวรรณ จรรยา' พร้อมพวก 6 คน ขู่เรียกรับเงิน 3 ล้านจากเจ้าหน้าที่รัฐ

'ศรีสุวรรณ จรรยา' ถูกจับพร้อมผู้ร่วมขบวนการ 6 คน ฐานข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ล้านบาท หลังจากมีการรวบรวมหลักฐานกว่า 4 เดือน ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของอัยการ  

ช่วงปลายเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง และจับกุมตัว ศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียนชื่อดัง หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมขบวนการข่มขู่เรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่รัฐ

เหตุเริ่มต้นจาก นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร้องเรียนกับตำรวจว่าถูกข่มขู่ให้จ่ายเงิน 3 ล้านบาทเพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริต ก่อนที่จะมีการต่อรองเหลือ 1.5 ล้านบาท การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า มีผู้เกี่ยวข้อง 3 คนที่มีพฤติกรรมเรียกรับเงิน

ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่วางแผนให้ผู้เสียหายนำเงิน 500,000 บาทไปแขวนไว้หน้าบ้าน เมื่อตรวจพบว่ามีการนำเงินเข้าไปในบ้านของนายศรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวจับกุม นักร้องเรียนชื่อดังพยายามวิ่งนำเงินไปโยนทิ้ง แต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่จับตัวได้ทันและควบคุมตัวไว้

คดีนี้เป็นการเปิดโปงเครือข่ายการเรียกรับผลประโยชน์ในวงการนักร้องเรียน และกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้รายงานข้างต้นเป็นไปตามข้อมูลข่าว ยังต้องรอผลการพิจารณาคดีในชั้นศาลเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อกล่าวหา ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ และยังสามารถชี้แจง รวมถึงใช้สิทธิ์ต่อสู้ในชั้นศาลได้

‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ผู้นำรัสเซียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลก

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน วัย 72 ปี คือผู้นำรัสเซียที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ 200 ปีของรัสเซีย ภายหลังจากชนะการเลือกตั้ง เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา นั่นจะทำให้ปูตินดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 5 และจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 6 ปี 

ปูติน ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ด้วยคะแนนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 87% สูงกว่าชัยชนะครั้งก่อน ซึ่งได้คะแนนเสียง76.7% โดยได้ประกาศในสุนทรพจน์ว่า ชัยชนะของเขาจะทำให้รัสเซียรุ่งโรจน์ “แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพ” มากขึ้น

และแน่นอนว่า ชัยชนะของปูติน ที่จะทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งยาวนานต่อไปอีกอย่างน้อย 6 ปีนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงที่สุดในบรรดาผู้นำของโลกในปัจจุบัน และสามารถกุมอำนาจการบริหารประเทศไว้อย่างเบ็ดเสร็จ 

ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำรัสเซียเท่านั้น แต่ปูติน ยังเป็นหนึ่งในผู้นำที่ร่วมก่อตั้งกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นอักษรย่อใช้เรียกกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa) ซึ่งกำลังท้าทายมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีผู้นำอย่างสหรัฐ อเมริกา โดยตรง 

สำหรับ วลาดิเมียร์ ปูติน มีชื่อเต็ม ๆ ว่า วลาดิเมียร์ วลาดิมีโรวิช ปูติน (Vladimir Vladimirovich Putin) เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 1952 ปัจจุบันอายุ 72 ปี ปูติน เกิดในเลนินกราด (Leningrad) สมัยยังเป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (Union of Soviet Socialist Republics: USSR) ก่อนที่จะแตกในปี 1991 ออกเป็นทั้งหมด 15 ประเทศ โดยปูติน ได้ขึ้นเป็นผู้นำรัสเซียครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ภายหลังจาก บอริส เยลต์ซิน ได้ลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี 

นั่นคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่และทรงอำนาจของปูติน ที่ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงยืนหยัดท้าทายมหาอำนาจอย่างสหรัฐ อเมริกา และกลุ่มชาติพันธมิตร อย่างทระนง

THE STATES TIMES ไม่อาจกล้าหยิบยกคำใดมาเชิดชู แค่อยากให้รู้ว่า “เราภูมิใจในตัวคุณ”

ยุ่นรับเคราะห์ต้นปี แผ่นดินไหว 7.6 คร่าชีวิต 460 ราย วันถัดมาเครื่องบินชนกลางฮาเนดะ

ปี 2567 เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 1 มกราคม เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.6 ที่คาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิคาวะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นต้องออกประกาศเตือนสึนามิในหลายจังหวัด อาทิ อิชิคาวะ ยามางาตะ นีงาตะ โทยามะ ฟุกุอิ และเฮียวโงะ ก่อนที่จะยกเลิกในภายหลัง 

แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวส่งผลให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกกว่า 8,500 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 460 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 1,300 คน โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.9 แสนล้านบาท  

เพียงวันถัดมา วันที่ 2 มกราคม เหตุการณ์โศกนาฏกรรมอีกครั้งเขย่าขวัญคนทั่วโลก เมื่อเครื่องบินโดยสารสายการบิน Japan Airlines เฉี่ยวชนกับเครื่องบินของหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น ขณะลงจอดที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ส่งผลให้เครื่องบินโดยสารเกิดเพลิงไหม้  

ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน Japan Airlines รวม 379 คนสามารถอพยพออกจากเครื่องได้ในเวลาเพียง 18 นาที แม้มีผู้บาดเจ็บ 15 รายที่ต้องเข้ารับการรักษา แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ฝั่งเครื่องบินของหน่วยยามฝั่ง ซึ่งมีลูกเรือ 6 คนบนเครื่อง กลับต้องสูญเสียชีวิตถึง 5 ราย รอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว  

เหตุการณ์ทั้งสองสร้างความโศกเศร้าและความสูญเสียครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี 2567 ทำให้ทั่วโลกจับตามองถึงมาตรการป้องกันภัยพิบัติและอุบัติเหตุทางอากาศของญี่ปุ่นในอนาคต

ผบ.ตร.สั่งกำชับตำรวจคุมเข้มอุบัติเหตุรถโดยสารขนาดใหญ่ รถตู้ รถกระบะบรรทุก ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ตรวจความพร้อมก่อนออกเดินทาง และบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักจริงจัง พร้อมฝากถึงผู้มีหน้าที่ในการขับรถให้มีจิตสำนึกร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุ 

วันนี้ (31 ธ.ค 67) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ กรณีอุบัติเหตุรถทัวร์นักท่องเที่ยวปรับอากาศ ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบาดเจ็บ 17 คน เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา บริเวณถนนสายเอเชีย 41 กม.ที่ 31 ขาล่องใต้ หมู่ 3 ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโดยสารขนาดใหญ่ รถตู้โดยสาร และรถกระบะบรรทุก ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยบูรณาการหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องการตรวจรถโดยสารขนาดใหญ่ รถตู้โดยสาร และรถกระบะบรรทุก กำชับตำรวจต้นทางต้องตรวจสอบการได้รับอนุญาต ตรวจสอบสภาพรถ ตรวจสอบใบอนุญาตผู้ขับรถ และให้ประสานกรมการขนส่งทางบกร่วมดำเนินการด้วย และให้มีภาพการปฏิบัติปรากฏพร้อมรายงานก่อนที่รถจะออกเดินทางด้วย รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นใน 10 ข้อหาหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ในการบังคับใช้กฎหมายให้ดำเนินการด้วยความสุภาพ สื่อสารให้ผู้ประกอบการและคนขับรถรับทราบถึงความห่วงใยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันอุบัติเหตุ 
    
นอกจากนี้ โฆษก ตร. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำและกำชับตำรวจให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังและเข้มข้น ให้เห็นผลปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทำให้ตัวเลขอุบัติเหตุลดลงให้ได้ พร้อมฝากถึงผู้มีหน้าที่ในการขับรถยนต์สาธารณะทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ต้องมีจิตสำนึกในการระมัดระวัง ทั้งการตรวจสอบยานพาหนะ สภาพร่างกาย ความพร้อมในเรื่องเส้นทางต่างๆ เพื่อร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนคนเดินทางและนักท่องเที่ยว

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติส่งสารอวยพรปีใหม่ 2568 ส่งความปรารถนาดีถึงข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งสารอวยพรข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงพี่น้องประชาชน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2568 ระบุว่า

“ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 ผมขอส่งความสุขและความปรารถนาดีมายังเพื่อนข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงพี่น้องประชาชนด้วยความจริงใจ 

ห้วงปีที่ผ่านมา รูปแบบของอาชญากรรมต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการกระทำความผิด ประชาชนได้รับผลกระทบมากขึ้น การทำงานของตำรวจจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับรูปแบบการทำงาน ตลอดจนเข้าถึงประชาชนและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน ให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์

ในปีใหม่ 2568 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและงานสถานีตำรวจ ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่ของตน ร่วมกันวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่องค์กร ดำรงไว้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และร่วมกันสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้แก่เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และประชาชนในสังคมไทย

ในวาระศุภมงคลนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งเดชะพระบารมีพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และพี่น้องประชาชน จงประสบแต่ความสุขความเจริญ อุดมด้วยจตุรพิธพรชัย มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ สัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำ “5 ไม่ ปีใหม่“ ส่งท้ายปีเก่า จะได้ไม่เศร้า ในช่วงสิ้นปี

(31 ธ.ค. 67) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวออกเดินทางท่องเที่ยวและเฉลิมฉลอง 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำ “5 ไม่ ปีใหม่” ส่งท้ายปีเก่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับบุคคลอื่น และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย รวมไปถึงระวังภัยจากมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสก่อเหตุในช่วงเทศกาล ดังนี้

1. “ไม่เมาแล้วขับ” ไม่ขับรถขณะเมาสุรา รวมไปถึงการดื่มสุรามากจนเกินไปจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือนำไปสู่การทะเลาะวิวาท

2. ”ไม่ยิง“ ไม่ยิงปืนขึ้นฟ้า เพราะอาจทำให้กระสุนปืนตกลงถูกผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

3. “ไม่ลอย” ไม่ลอยโคมในพื้นที่หวงห้าม หรือใกล้กับสนามบิน โดยให้ลอยโคมในจุดที่กำหนดเท่านั้น

4. “ไม่เชื่อ” ไม่หลงเชื่อมิจฉาชีพ ที่หลอกลวงด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบ หลอกขายสินค้าราคาถูก หลอกให้กดลิงก์ด้วยวิธีการต่างๆ หรือการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ 

5. “ไม่ลืม” ไม่ลืมล็อคบ้าน ล็อครถ และระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของตนขณะท่องเที่ยวช่วงเทศกาล

หากท่านตกอยู่ในอันตราย หรือพบเห็นเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือ โทรแจ้งตำรวจที่สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ย้อน 12 เหตุการณ์ คนไทย-สังคมโลก ผ่านสารพัดเรื่องราวตลอดทั้งปี 2567

ปี 2567 นับเป็นปีที่สังคมไทยเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญหลากหลายด้าน ตั้งแต่การเมืองร้อนแรง ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ คดีฉ้อโกงระดับประเทศ ไปจนถึงเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้มและความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ตลอดทั้งปีจะมีเหตุการณ์อะไรบ้าง 

ตำนานวันปีใหม่ไทย เปลี่ยนผ่านจาก 1 เมษา สู่ 1 มกรา | THE STATES TIMES Story EP.160

รู้หรือไม่? ประเทศไทยเคยเริ่มต้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน! 
จากบทเพลง 'เถลิงศก' สู่ 'พรปีใหม่' เพลงพระราชนิพนธ์ที่คนไทยร้องรับพรกันในวันปีใหม่ทุกปี 🎶
มาร่วมย้อนรอยตำนานการเปลี่ยนแปลงวันปีใหม่ไทย ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และน้ำพระทัยของพระมหากษัตริย์ไทย 💛


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top