Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘โปรเมียว-โปรเปียโน’ นำทัพนักกอล์ฟบางจากฯ ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน

(2 ม.ค. 68) นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ‘บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด’ จับมือโปรกอล์ฟของ ‘บางจากฯ’ จัดกิจกรรม Inspirational Talk With Pro ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน นำทีมโดย ‘โปรเมียว’ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, ‘โปรเปียโน’ อาภิชญา ยุบล นักกอล์ฟไทยที่จบอันดับดีที่สุด ท็อป 5 ในยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น รายการเมเจอร์ของแอลพีจีเอ ทัวร์ และ ‘โปรเพชร’ พชร คงวัดใหม่ ผู้เล่นในลิฟ กอล์ฟ ลีก, ‘โปรแจน’ วิชาณี มีชัย, ‘โปรมิ้ม’ วรรษวัลย์ สังขพงษ์ และ ‘แพงกี้’ แอลล่า แกลิทสกีย์ มาร่วมแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ส่งต่อพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟเยาวชนไทยมุ่งสู่ความสำเร็จ ที่ Golfing Ground Performance Center สาขาบางนา 

‘โปรเมียว’ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ นักกอล์ฟสาววัย 25 ปีเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ ที่สำคัญนับตั้งแต่เทิร์นโปรเมื่อปี 2017 ก่อนเข้ามาเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์เมื่อปี 2019 นั้น เธอลงเล่นมา 6 ฤดูกาลโดยไม่เสียทัวร์การ์ดแม้แต่ปีเดียว ซึ่ง ปาจรีย์ เผยเคล็ดลับว่า “ต้องบอกว่าเมียวเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง พยายามแก้ไขและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้านค่ะ ถึงตอนนี้ชนะไป 2 รายการแต่ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากพัฒนาให้ดีขึ้น เมียวมีเป้าหมายให้ตัวเองตลอดค่ะ...เมียวเชื่อว่าตราบใดที่เราไม่ท้อและไม่หยุด ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเราก็มีความสุขที่ได้ทำค่ะ”

ทางด้าน ‘โปรเปียโน’ อาภิชญา ยุบล ประสบการณ์ 2 ปีในแอลพีจีเอทัวร์ เล่าถึงรายการยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ที่เธอบอกว่าเป็นรายการเปลี่ยนชีวิต “หลังจากจบท็อป 100 รักษาทัวร์การ์ดในปีแรกได้ เข้าปีสองรู้สึกเล่นได้ดีแต่ไม่สามารถผ่านการตัดตัว ซึ่งโนไม่เคยตกรอบเยอะขนาดนี้ในชีวิต ตอนนั้นเครียดมากตามด้วยความคิดไม่ดีเลย กระทั่งมาชนะควอลิฟายเข้าไปเล่นในยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ซึ่งเป็นแมทช์เปลี่ยนชีวิตเพราะเป็นเมเจอร์แรกที่ผ่านตัดตัวและจบท็อป 5 เป็นเงินรางวัลมากที่สุดในชีวิต เรื่องเครียดทั้งหมดหายไปเลย หลัก ๆ คือเรื่องเงิน จากนั้นผลงานดีขึ้นเลย ๆ จนได้มาเล่นซีเอ็มอี กรุ๊ป”

ส่วน ‘โปรเพชร’ พชร คงวัดใหม่ ดีกรีแชมป์เอเชียนทัวร์ 1 รายการและชนะรายการอย่างไม่เป็นทางการของยูโรเปียน ทัวร์อีก 1 รายการกล่าวถึงประสบการณ์การเข้าไปเล่นกับมือระดับเวิลด์คลาสในลิฟ กอล์ฟ ลีก ว่า “ประสบการณ์เขาผ่านมาเยอะกว่าเรามาก ๆ ครับ ทำให้เขารู้ว่าช็อตนั้น ๆ ต้องเล่นแบบไหน ส่วนผู้เล่นเก่ง ๆ ที่เคยเล่นด้วยผมชอบ อับราฮัม อันเซอร์ ผู้เล่นตัวเล็กและสามารถเล่นได้ทุกช็อตจริง ๆ ผมสัมผัสด้วยตัวเองแล้วต้องบอกว่า เรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ เขาเก่งกว่ามากจริง ๆ”

คาซัคสถานผงาด! ครองฮับการลงทุนเอเชียกลาง ดึงเม็ดเงิน 15.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024

(2 ม.ค.68) คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) ได้เผยแพร่รายงานการลงทุนประจำปี 2024 ซึ่งระบุว่า คาซัคสถานได้กลายเป็นประเทศชั้นนำของแถบเอเชียกลางที่สามารถดึงดูดการลงทุนในโครงการใหม่ได้ถึง 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นผู้นำด้านการลงทุนในภูมิภาคเอเชียเหนือและเอเชียกลาง  

ข้อมูลระบุว่าในปี 2024 การลงทุนในคาซัคสถานเพิ่มขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับปี 2023 คิดเป็น 63% ของการลงทุนทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ที่ติดในการจัดอันดับชาติที่ได้รับการลงทุนในภูมิภาคเอเชียกลางสูงสุดคือ อุซเบกิสถาน – 4 พันล้านดอลลาร์ (-49%)  คีร์กีซสถาน – 2.1 พันล้านดอลลาร์ (+310%)  อาเซอร์ไบจาน – 1.2 พันล้านดอลลาร์ (+1%) เติร์กเมนิสถาน – 339 ล้านดอลลาร์ จอร์เจีย – 126 ล้านดอลลาร์ อาร์เมเนีย – 67 ล้านดอลลาร์  

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมการลงทุนในภูมิภาคสะท้อนถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่งของบริษัทนานาชาติที่มุ่งกระจายกลยุทธ์การลงทุน โดยให้ความสำคัญกับโครงการในสาขาสำคัญ เช่น พลังงานสีเขียว การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี  

ในรายงานของESCAP ระบุว่า “ความสำเร็จนี้สะท้อนจากความพยายามอย่างจริงจังของหน่วยงานด้านการลงทุนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ความสำเร็จในภาคส่วนเกิดใหม่ไม่เพียงขึ้นอยู่กับนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน แต่ยังต้องมีการสนับสนุนครอบคลุมในทุกขั้นตอน รวมถึงการดูแลนักลงทุนหลังการลงทุนด้วย” 

แม้จะมีความท้าทายระดับโลก แต่คาซัคสถานยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ โดยยืนหยัดเป็นเวทีสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและโอกาสใหม่ ๆ ในปีนี้ คาซัคสถานยังจัดงานสำคัญด้านการลงทุน เช่น สภานักลงทุนต่างชาติ และการประชุมโต๊ะกลมการลงทุนระดับโลกคาซัคสถาน 2024 ซึ่งช่วยย้ำสถานะของประเทศในฐานะศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคนี้

‘อ.อุ๋ย’ เห็นต่าง ปมตบรางวัลตำรวจปล่อย นทท. กระชากคอเสื้อ ชี้! เป็นดาบสองคม ทำกฎหมายไทยไร้ความศักดิ์สิทธิ์

(2 ม.ค. 68) อาจารย์อุ๋ย ปชป. ชี้!  มอบรางวัลตำรวจไม่ตอบโต้นักท่องเที่ยวกระชากคอเสื้อ เป็นดาบสองคม สร้างบรรทัดฐานที่บิดเบี้ยว ทำกฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์ ตำรวจไทยปฏิบัติหน้าที่ยากขึ้น ย้ำ! การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยต่างหาก คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยว 

เมื่อวันที่ (1 ม.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “จากกรณีที่ มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการปล่อยโคมลอยสีแดง บริเวณถนนคชสาร ซอย 3 ใกล้กับประตูท่าแพ โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมากห้อมล้อม และเชียร์กันอย่างสนุกสนาน จนเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปห้ามปราม จนมีการกระชากคอเสื้อของตำรวจ นั้น

แม้สุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงด้วยดี จนมีการมอบรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีความอดทนอดกลั้น ซึ่งผมก็เคารพในการตัดสินใจของตำรวจผู้ปฏิบัติงานและผู้มอบรางวัล อย่างไรก็ดี ผมมีข้อกังวลว่าการมอบรางวัลให้กับการปฏิบัติหน้าที่ลักษณะนี้ คือการไม่ตอบโต้กับผู้ที่พยายามใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ และไม่ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการปล่อยโคมลอย จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานว่า การไม่ใช้อำนาจจับกุมผู้กระทำผิด กับการไม่บังคับใช้กฎหมายในเวลาที่ต้องใช้ คือการปฏิบัติหน้าที่ที่เจ้าหน้าตำรวจทุกนายควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง งั้นหรือ ? แบบนี้ต่อไปใครจะกระชากคอเสื้อตำรวจก็ได้ สุดท้ายขอโทษแล้วจบ งั้นหรือ ? 

ซึ่งผมเชื่อว่าหากเหตุการณในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและยึดถือสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเอง หากมีผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และพยายามกระชากคอเสื้อเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ จะมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อยสามถึงห้าคนเข้ามารุมล้อมและจับใส่กุญแจมือและส่งเข้ารถคุมขังทันที ซึ่งหากทำอย่างถูกต้องตามหลักการการจับกุม ผู้ถูกจับกุมจะไม่เกิดการบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด และจะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพราะทำให้เกิดความวุ่นวายไม่สงบเรียบร้อย 

นักท่องเที่ยวปกติ (ขอเรียกว่านักท่องเที่ยว “สีขาว”) เขาจะนิยมเที่ยวประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเขาและครอบครัวสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้อกังวลกับโจรผู้ร้าย ในขณะที่นักท่องเที่ยวสีเทาหรือสีดำ จะชอบไปท่องเที่ยวประเทศที่การบังคับใช้อ่อนแอ หละหลวม สามารถใช้เงินและอิทธิพลเหนือกฎหมายได้ ผมจึงขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา ว่าอยากได้นักท่องเที่ยวแบบไหน และขอย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยต่างหาก คือการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ได้ผลดีที่สุด ด้วยความปรารถนาดี” 

เชียงใหม่-มอบเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ ร.ต.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ใจ ตามโครงการ “ทำดีมีรางวัล” 

วันที่ 1 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ เป็นตัวแทนมอบเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ ร.ต.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ใจ ตามโครงการ “ทำดีมีรางวัล” ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าเชื่อถือให้แก่องค์กรตำรวจ

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 เวลา 00.30 น. ร.ต.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ใจ รอง สว.(ป.) สภ.เมืองเชียงใหม่ พบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่กำลังจะปล่อยโคมลอยบริเวณประตูท่าแพ จึงเข้าประชาสัมพันธ์ข้อห้าม แต่เกิดความเข้าใจผิดจนมีการโต้เถียงกัน

ภายหลังประสานล่ามช่วยสื่อสาร นักท่องเที่ยวเข้าใจและแสดงความเสียใจที่ไม่ทราบข้อห้ามมาก่อน เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่มีเจตนาละเมิดกฎหมาย จึงไม่ดำเนินคดี และเหตุการณ์จบลงด้วยความเข้าใจ ไม่มีผู้บาดเจ็บ

'เทสลา ไซเบอร์ทรัก' ระเบิด ดับ 1 ราย มัสก์เชื่ออาจเป็นเหตุก่อการร้าย

(2 ม.ค. 68) เกิดเหตุรถกระบะไฟฟ้า 'ไซเบอร์ทรัก' (Tesla Cybertruck) ระเบิดที่ลานจอดรถด้านนอกโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล โฮเทล (Trump International Hotel) เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 1 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 7 ราย ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) กำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

ภาพจากกล้องวิดีโอแสดงให้เห็นว่า รถไซเบอร์ทรักคันดังกล่าวเกิดระเบิดและไฟลุกท่วมในขณะที่จอดอยู่ด้านนอกของโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล โฮเทล

นายเควิน แมคมาฮิลล์ นายอำเภอเขตคล้ากเคาตี เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ KSNV ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่รถคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณทางเข้าโรงแรม และเริ่มมีควันก่อนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตภายในรถ 1 ราย

สำนักงานตำรวจลาสเวกัสได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “เรากำลังสอบสวนเหตุการณ์ระเบิดรถไซเบอร์ทรักที่ทางเข้าอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ส ขณะนี้เพลิงถูกควบคุมแล้ว ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว”

ตำรวจยืนยันว่า มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 7 ราย โดย 2 รายต้องถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ในโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล ได้รับการย้ายไปยังโรงแรมใกล้เคียงคือ รีสอร์ท เวิลด์ ลาสเวกัส

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับรายงานสรุปเหตุการณ์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ABC News ว่า รถไซเบอร์ทรักคันนี้บรรทุกดอกไม้ไฟชนิดกระสุนปืนครก (fireworks-style mortars) ซึ่งฝ่ายสืบสวนกำลังหาสาเหตุว่าการระเบิดเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจ

“การสืบสวนกำลังพุ่งเป้าไปที่ความเป็นไปได้ของการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้าย จนกว่าจะพบแรงจูงใจที่ชัดเจน” รายงานระบุ

ด้านนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “ทีมผู้บริหารระดับสูงของเทสลากำลังสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เรายืนยันว่าเหตุการณ์เกิดจากดอกไม้ไฟขนาดใหญ่หรือระเบิดที่อยู่ในรถไซเบอร์ทรักที่เช่ามา และไม่เกี่ยวข้องกับระบบของรถเอง”

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้พักอาศัยในพื้นที่และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา ซึ่งยังคงต้องติดตามผลการสืบสวนต่อไป

2 มกราคม พ.ศ. 2551 วันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระธิดาใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทรงเป็นพระเชษฐภคินีของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

สมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในหลายสาขา ทั้งด้านการศึกษาและสาธารณสุข โดยเฉพาะทรงสืบสานงานมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.) พระองค์ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว. ออกเยี่ยมราษฎรและตรวจรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ในผู้ป่วยบางรายทรงรับไว้ในพระอนุเคราะห์ และส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลในตัวจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2538 ในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในตามธรรมเนียมโบราณราชประเพณีพระองค์เดียวในรัชกาล โดยทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”

ปลายปี 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประชวร และเสด็จไปประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช และสิ้นพระชนม์เมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 หรือ วันนี้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว สิริพระชันษา 84 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2551

'ยุนซอกยอล' ลุแก่อำนาจ สภาผลักดันถอดถอนพ้นปธน.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก-ยอล สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งประเทศด้วยการประกาศกฎอัยการศึกครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี โดยกล่าวถึง 'กองกำลังต่อต้านรัฐ' และภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้ประชาชนและนักการเมืองจำนวนมากพากันตื่นตัวและแสดงความไม่พอใจ

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะถูกอ้างถึงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอก แต่ไม่นานนักก็เริ่มชัดเจนว่ากฎอัยการศึกนี้อาจมีสาเหตุมาจากความพยายามของประธานาธิบดีในการจัดการปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองที่เขากำลังเผชิญหน้า

ทันทีที่กฎอัยการศึกประกาศออกมา ผู้คนหลายพันคนได้ออกมาประท้วงหน้ารัฐสภาเกาหลีใต้ โดยเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าว พร้อมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคฝ่ายค้านที่เร่งรุดไปที่รัฐสภาเพื่อทำการลงมติยกเลิก

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุนเกิดขึ้นในช่วงที่เขาถูกกดดันจากสถานการณ์ทางการเมืองภายใน โดยเขาอ้างว่าเป็นการดำเนินการเพื่อกำจัด "กองกำลังต่อต้านรัฐ" ซึ่งเขาเชื่อว่าอยู่ภายในเกาหลีใต้เอง

ภายใต้มาตรการกฎอัยการศึกนี้ทำให้กองทัพเกาหลีใต้มีอำนาจพิเศษ โดยทหารและตำรวจเต็มเครื่องแบบถูกส่งไปยังรัฐสภา พร้อมทั้งมีเฮลิคอปเตอร์บินลงจอดบนหลังคาของอาคารรัฐสภา ขณะที่มีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจหน้ารัฐสภา แต่ความตึงเครียดไม่ได้บานปลายเป็นความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 1:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น รัฐสภาเกาหลีใต้ได้ลงมติยกเลิกกฎอัยการศึกด้วยคะแนน 190 เสียง ซึ่งทำให้กฎอัยการศึกที่ประกาศออกมาในตอนแรกเป็นโมฆะ โดยสมาชิกพรรคฝ่ายค้านในเกาหลีใต้ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศกฎอัยการศึก โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและละเมิดรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันผู้นำพรรคประชาธิปไตย (DP) ได้เรียกร้องให้สมาชิกพรรคมารวมตัวกันที่รัฐสภาเพื่อทำการโหวตคว่ำการประกาศดังกล่าว 

ประธานาธิบดียุนได้รับความนิยมที่ลดลงเรื่อย ๆ หลังจากการเลือกตั้งเดือนเมษายน 2024 โดยพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งและสามารถยับยั้งการผ่านกฎหมายของรัฐบาล ในช่วงที่ผ่านมา เขายังต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาคอร์รัปชันหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งรับของขวัญจากดีออร์

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ในเวลาต่อมา วันที่ 14 ธันวาคม ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ในกรุงโซล มีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 204 เสียง 'ถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซ็อกยอล' ออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศแล้ว นับเป็นการลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง (อิมพีชเมนท์) เป็นครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองเกาหลีใต้ จากปัญหาอื้อฉาวกรณีการประกาศกฎอัยการศึกกลางดึกคืนวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ในการโหวต มีสมาชิกรัฐสภา 204 ต่อ 85 เสียง ลงมติเห็นชอบกับญัตติดดังกล่าว นั่นหมายความว่ายุนจะถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ทันที และ "นายกรัฐมนตรี" จะทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีแทน

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ อำนาจและหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้ของยุน ซ็อกยอล จะถูกระงับลงชั่วคราวทันที ประธานาธิบดีต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ทันที "นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ฮัน ด็อกซู" จะเข้ามารักษาการแทนชั่วคราว

ขั้นตอนต่อไป รัฐสภาจะต้องส่งเรื่องมติถอดถอนในสภาไปยัง "ศาลรัฐธรรมนูญ" ต่อ โดยศาลมีเวลาไต่สวน 180 วัน เพื่อพิจารณาว่าจะให้ยุนพ้นจากตำแหน่งหรือจะคืนอำนาจให้ตามเดิม หากศาลพิจารณาเห็นชอบตามรัฐสภา จะต้องมีการประกาศจัดการเลือกตั้งใหม่ตามมาภายใน 60 วัน นับตั้งแต่มีคำตัดสินของศาล

‘หมูเด้ง’ เกิดมาเพื่อเป็นซุปตาร์ดังไกลกระฉ่อนโลก

นับตั้งแต่ลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ‘หมูเด้ง’ ลูกฮิปโปแคระสุดน่ารัก จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในความสนใจและส่งต่อความน่ารัก เด้ง ดีด ไปทั่วโลก เรียกว่าสร้างกระแสฟีเวอร์ชนิดไม่มีแผ่วตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

สำหรับ หมูเด้ง เป็นลูกฮิปโปแคระ เพศเมีย เกิดจากแม่ชื่อโจนา อายุ 25 ปี และพ่อชื่อโทนี่ อายุ 24 ปี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ในช่วงแรกที่หมูเด้งเกิดมา ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้มีการเปิดโหวตให้ประชาชนได้ช่วยกันตั้งชื่อให้ลูกฮิปโปแคระตัวนี้ โดยมี 3 ชื่อให้เลือก คือ หมูเด้ง หมูแดง และหมูสับ ซึ่งชื่อ “หมูเด้ง” ก็ได้รับการโหวตมากที่สุด ซึ่งเกิดจากการอยู่ไม่นิ่งและพร้อมจะสวบคนเลี้ยงตลอดเวลาของเจ้าฮิปโปตัวน้อยนั่นเอง

หลังจากน้องหมูเด้งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน ก็ได้สร้างวีรกรรมแสนซนทั้งเด้ง ดีด สวบ วิ่งวุ่น กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ชนิดรันไปทุกวงการ หลาย ๆ คลิปและภาพความน่ารักของหมูเด้งถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นไวรัล พร้อมกับเกิดปรากฏการณ์ “หมูเด้งฟีเวอร์” มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเฝ้ารอชมความน่ารักที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวอย่างเนืองแน่น

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อดังจากตะวันตกไม่ว่าจะเป็น BBC, the Guardian, The Independent, TIME และรอยเตอร์ ต่างก็พร้อมใจกันนำเสนอเรื่องราวความน่ารักของฮิปโปแคระแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันโดยพร้อมเพรียง 

นอกจากนี้ ยังมีคนดังจำนวนมากที่แวะเวียนมาเยี่ยมหมูเด้งที่สวนสัตว์อย่างไม่ขาดสาย และต้องยอมรับว่าผู้ที่มีกระแสฟีเวอร์มากที่สุดในปีนี้ คงหนีไม่พ้น ‘น้องหมูเด้ง’ ที่สร้างกระแสสุดปัง พร้อมเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนไทยและคนทั่วโลก

THE STATES TIMES ไม่อาจกล้าหยิบยกคำใดมาเชิดชู แค่อยากให้รู้ว่า “เราภูมิใจในตัวคุณ”

โดนัลด์ ทรัมป์ คัมแบ็ก คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จับตานโยบายสะท้านการเมือง-เศรษฐกิจโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เอาชนะคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ด้วยผลคะแนนที่ขาดลอย โดยทรัมป์ชนะใน 30 รัฐ รวมถึง 7 รัฐสมรภูมิสำคัญ นอกจากนี้ เขายังสามารถรักษาฐานเสียงในรัฐอนุรักษ์นิยมในภูมิภาคตอนกลางและตอนเหนือได้ครบถ้วน เช่น ไวโอมิง, ยูทาห์, โอคลาโฮมา, ลุยเซียนา และอาร์คันซอ ทรัมป์ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคเดโมแครตมาเกือบ 1 ศตวรรษ โดยเขาได้รับคะแนนกว่า 5,000,000 และ 3,500,000 คะแนนตามลำดับในรัฐทั้งสอง

ในวัย 78 ปี ขณะเลือกตั้ง ทรัมป์กลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเขาประกาศชัยชนะอย่างไม่เป็นทางการในช่วงดึกของวันที่ 5 พฤศจิกายน ณ เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา พร้อมประกาศว่า เจ.ดี.แวนซ์ จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 50 ของสหรัฐฯ โดยทั้งคู่มีกำหนดเข้าพิธีสาบานตนในวันที่ 20 มกราคม 2568

ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่ง 2 สมัยไม่ต่อเนื่องกัน นับตั้งแต่โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ในปี 2435 นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันคนแรกในรอบกว่า 20 ปีที่สามารถชนะคะแนนมหาชน (Popular Vote) หลังจากล้มเหลวในการเลือกตั้งปี 2559 และ 2563 ในครั้งนี้เขาได้รับคะแนนมหาชนเกือบ 75 ล้านเสียง

การกลับสู่ทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นที่จับตามองถึงผลกระทบที่จะมีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 โดยเฉพาะในหลายนโยบายที่ว่าที่ผู้นำสหรัฐอาจจะสร้างปรากฏการณ์เขย่าการเมืองโลกอยู่ไม่น้อย

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี งดงามทั้งใจและใบหน้า

ในห้วงวิกฤตต่าง ๆ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นในช่วงโควิด – 19 ระบา หรือ เหตุอุทกภัยใหญ่ ทุกคนจะได้เห็นผู้หญิงแกร่งที่งดงามทั้งจิตใจและใบหน้า อย่าง ‘บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ ระธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ

สำหรับบุ๋ม ปนัดดา นั้นได้ชื่อว่านางฟ้าบนดินอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นนางงามที่มักทำความดีช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนอยู่เป็นประจำตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นขาลุยที่พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลากหลายรูปแบบอยู่เสมอ อย่างในอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บุ๋ม ปนัดดา พร้อมทีมงานได้ลงช่วยเหลือผู้ประสบภัยตั้งแต่วันแรกๆ ที่เกิดเหตุน้ำท่วม และอยู่ร่วมฟื้นฟูหลังน้ำลดอีกนานนับเดือน จนกระทั่งสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น บุ๋ม ปนัดดา จึงถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลในวงการบันเทิงที่เป็นต้นแบบแห่งการทำความดี และไม่เพียงแต่การช่วยเหลือคนในห้วงเวลาที่ประสบภัยเท่านั้น แต่เธอยังเป็นอีกหนึ่งคนที่ออกตัวเพื่อชนกับปัญหาที่ผู้หญิงถูกทำร้ายและถูกข่มขืนมาโดยตลอดด้วยเช่นกัน นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใคร ๆ จะเรียกเธอว่า ‘นางฟ้าบนดิน’ ที่งดงามทั้งจิตใจและใบหน้ามาตลอดหลายปี

THE STATES TIMES ไม่อาจกล้าหยิบยกคำใดมาเชิดชู แค่อยากให้รู้ว่า “เราภูมิใจในตัวคุณ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top