Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

สื่อเผยรถยนต์ราคาถูกสหรัฐฯ ส่อวิกฤต คนอเมริกันต้องซื้อรถแพงขึ้นเพราะกำแพงภาษี

(30 ธ.ค. 67) เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าการหาซื้อรถยนต์ราคาเอื้อมถึงในสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องท้าทายของชาวอเมริกันจำนวนมากที่มีงบประมาณจำกัด เนื่องจากการจัดเก็บภาษีนำเข้ายานยนต์ที่ผลิตในเม็กซิโกในอัตราใหม่อาจเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายกว่าเดิม

เอ็ดมันด์ส (Edmunds) เว็บไซต์ซื้อขายรถยนต์ วิเคราะห์ว่าเกือบหนึ่งในสามของยานยนต์ทั้งหมดที่มีราคาต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.02 ล้านบาท) และจำหน่ายในสหรัฐฯ นั้นผลิตในเม็กซิโก เช่น นิสสัน เซนตรา (Nissan Sentra) ฟอร์ด เมเวอริกค์ (Ford Maverick) และรถยนต์ยอดนิยมรุ่นอื่นๆ

ทั้งนี้ เม็กซิโกถือเป็นผู้ผลิตยานยนต์ราคาเอื้อมถึงได้ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ราวหนึ่งในห้าเมื่อสิบปีที่แล้ว

รายงานเสริมว่าเม็กซิโกเป็นจุดหมายที่บรรดาผู้ผลิตยานยนต์นึกถึง หากต้องการควบคุมต้นทุนการผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเล็กที่จำหน่ายในราคาต่ำกว่าและทำกำไรน้อยกว่ารถยนต์รุ่นใหญ่กว่าอย่างรถบรรทุกและรถเอสยูวี (SUV) ขนาดใหญ่

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ข้างต้นด้วยการกำหนดจัดเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาราวร้อยละ 25 ซึ่งอาจหมายถึงการล้มเลิกข้อตกลงการค้าเสรีที่เขาเคยเจรจาตอนดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยแรก

เหล่านักวิเคราะห์และตัวแทนจำหน่ายยานยนต์มองว่าต้นทุนที่เกี่ยวพันกับการจัดเก็บภาษีนำเข้าอัตราใหม่จะถูกโยนสู่ผู้บริโภคในระยะเวลาอันใกล้และส่งผลกระทบต่อรถยนต์ราคาเอื้อมถึงได้และรถยนต์เอสยูวีอย่างหนักที่สุด ขณะรถยนต์ราคาต่ำบางรุ่นและชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในเม็กซิโกและแคนาดายังจะถูกคิดภาษีนำเข้าใหม่ ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนของผู้ผลิตและผู้บริโภค

‘เอกนัฏ’ สั่งการ รง. ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หยุดกิจการทันที หลังชั้นลอยโรงงานกำลังต่อเติมถล่มทับคนงานเสียชีวิต

(30 ธ.ค. 67) ‘เอกนัฏ’ สั่งการหยุดกิจการทันที หลังชั้นลอยโรงงานถล่ม ในสวนอุตสาหกรรม 304 ปราจีนบุรี พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุแผ่นคอนกรีตชั้นลอยอาคารของโรงงานบริษัท ไทยยานากาวา จำกัด ประกอบกิจการทำชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรม 304 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ถล่มลงมาทับคนงาน เบื้องต้นเสียชีวิต 5 ราย เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันนี้ (30 ธันวาคม 2567) กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บให้ดีที่สุด

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) ได้สั่งการโดยด่วนให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (นายณัฐพล รังสิตพล) ส่งทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) ลงพื้นที่และสั่งการโดยด่วนให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานและระงับการใช้อาคารที่เกิดเหตุทันที ตามมาตรา 39 ของ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 พร้อมทั้งสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรง โดยต้องทำการตรวจสอบและได้รับการรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จึงจะอนุญาตให้กลับมาใช้อาคารต่อไปได้

จากการตรวจสอบ พบว่า บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้ว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาทำการเคลื่อนย้ายชั้นลอยที่เป็นโครงสร้างส่วนประกอบเหล็กและแผ่นคอนกรีต ในอาคารแผนก Die Cast ขณะปฏิบัติงานเกิดเหตุแผ่นคอนกรีตพื้นชั้นลอยหล่นลงทับคนงานเสียชีวิต จำนวน 5 ราย โดยสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากขั้นตอนการใช้แม่แรงไฮดรอลิกในการยกเสาเหล็กโครงสร้างเพื่อติดล้อในการเคลื่อนย้าย ทำให้เกิดการบิดตัวของโครงสร้าง โดยแผ่นพื้นคอนกรีตที่อยู่ด้านบนเกิดการเคลื่อนตัวและหล่นลงมาด้านล่าง

“รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ ได้เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสวนอุตสาหกรรม ต้องเข้มงวด ทั้งการกำกับโรงงานตามระเบียบและระบบสาธารณูปโภคภายใน ให้สอดรับกับนโยบายการปฏิรูปอุตสาหกรรมยุคใหม่ ซึ่งทางรัฐมนตรีฯ ได้เตรียมส่งทีมตรวจการสุดซอยลงพื้นที่เข้าตรวจสอบต่อไป“ นายพงศ์พล กล่าวทิ้งท้าย

เกาหลีใต้เล็งออกกระตุ้นท่องเที่ยว งดค่าขอวีซ่า 6 ประเทศ รวมกัมพูชาด้วยหวังดึงเขมรเที่ยว

(30 ธ.ค. 67) รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยกำลังพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เฉพาะผู้ที่เดินทางมาทางเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและการแพร่ระบาดของโควิด-19  

รายงานระบุว่า ในการประชุมเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่กรุงโซล เมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวิสาหกิจเอกชนกว่า 60 คนเข้าร่วม รัฐบาลยังได้ประกาศแผนแก้ไขกฎหมายเพื่ออนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้สามารถพักในโฮมสเตย์ในเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้สงวนไว้สำหรับชาวต่างชาติเท่านั้น  

นายฮัน ด็อกซู อดีตรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่า จะเร่งนำร่องโครงการสำหรับนักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์ทันที เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวขาเข้าอย่างรวดเร็วและยั่งยืน  

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมมีมาตรฐานขยายระยะเวลาการยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ Korea Electronic Travel Authorization (K-ETA) ไปจนถึงเดือนธันวาคมปีหน้า และยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์จาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และอินเดีย ก็จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่า ไปจนจบปีหน้าเช่นกัน แต่ไร้ความชัดเจนในมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า K-ETA สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย

จากข้อมูลของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ถึง 13.74 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 แต่ถือว่า ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 20 ล้านคนที่รัฐบาลตั้งไว้ โดยมาตรการข้างต้นมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยรัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น "Korea Grand Sale" ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า และ "Beyond K-Festa" ในเดือนมิถุนายน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  

ก่อนหน้านี้  เกาหลีใต้ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย แต่ในปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการติดตม.เกาหลีจากหลายประการ จนเกิดกระแส #แบนเกาหลี บนโซเชียลมีเดียช่วงหนึ่ง  

กระแสดังกล่าวส่งผลให้ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ลดลงถึง 19.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือเพียง 20,150 คน นอกจากนี้ จำนวนสะสมของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ลดลง 19.1% เหลือ 168,328 คน ส่งผลให้ประเทศไทยที่เคยติดอันดับ 3 ของชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งนักท่องเที่ยวไปเกาหลีใต้ในเดือนเมษายน และอันดับ 5 ในเดือนพฤษภาคม มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง  

Tiktok คือใคร และใหญ่ขนาดไหน ทำไมถึงกำลังจะถูกสหรัฐแบน

(30 ธ.ค. 67) ตั้งเเต่เดือนเมษายน 2024 ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ต้องขายกิจการในสหรัฐฯ หรือเผชิญกับการแบนทั่วประเทศ โดยกฎหมายนี้มีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 19 มกราคม 2025 และในเดือนธันวาคม 2024 ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางได้ยืนตามกฎหมายดังกล่าว โดยปฏิเสธข้อโต้แย้งของ TikTok ที่ระบุว่ากฎหมายนี้ละเมิด สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โดยศาลเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีอำนาจในการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ แต่ล่าสุดหลังจากผู้บริหารระดับสูงของ Tiktok ได้เข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ ทางทรัมป์เองก็ได้มีการร้องขอให้ศาลสูงชะลอการแบนออกไปจนกว่าจะมีการเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม 2025 แล้ว Tiktok ใหญ่ขนาดไหน ทำไมสหรัฐต้องกลัวว่าจะมาบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ วันนี้เราไปรู้จัก Tiktok ในภาพใหญ่กันค่ะ

โดยทั้งนี้ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีกำหนดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 10 มกราคม 2025 เพื่อพิจารณากฎหมายที่อาจนำไปสู่การแบน TikTok หาก ByteDance ไม่สามารถขายกิจการในสหรัฐฯ ได้ และถ้าการแบนในสหรัฐเกิดขึ้นจริง TikTok ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 170 ล้านคนในสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อครีเอเตอร์และชุมชนบนแพลตฟอร์ รวมทั้งธุรกิจจำนวนมากต้องพึ่งพา TikTok ในการทำการตลาดและเข้าถึงลูกค้า การแบนจะทำให้ธุรกิจต้องย้ายไปยังแพลตฟอร์มอื่นค่ะ

โซเชียลวิจารณ์ยับ ‘สส. พรรคส้ม’ ขึ้นป้ายอวยพรปีใหม่ "ทำบาปมาทั้งปี สวดมนต์ข้ามปีแค่วันเดียว?"

สะพัดป้ายไวนิลนักการเมืองพรรคประชาชน หรืออดีตพรรคก้าวไกล ขึ้นป้าย "สวัสดีปีใหม่ ทำบาปมาทั้งปี สวดมนต์ข้ามปีแค่วันเดียว?" พบเป็นของ ‘ฉัตร สุภัทรวณิชย์’ สส.โคราช ยกบุญกิริยาวัตถุ 10 สั่งสอน

(30 ธ.ค. 67) บนโซเชียลฯ แชร์ภาพป้ายไวนิลของนักการเมืองพรรคประชาชน หรืออดีตพรรคก้าวไกลรายหนึ่ง ระบุข้อความว่า "สวัสดีปีใหม่ ทำบาปมาทั้งปี สวดมนต์ข้ามปีแค่วันเดียว?" และระบุว่า "สแกน QR CODE เข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงได้ที่" พร้อมกับคิวอาร์โค้ดให้ผู้สนใจ

จากการตรวจสอบพบว่านักการเมืองรายดังกล่าว คือ นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา เขต 1 พรรคประชาชน หรืออดีตพรรคก้าวไกลเดิม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "รู้จัก “บุญกิริยาวัตถุ 10” ทางแห่งการทำดี 10 ประการ

ในทางพระพุทธศาสนา มีการทำบุญด้วยกัน 10 วิธี เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 ที่ตั้งแห่งการกระทำความดี ทางกาย วาจา และ ทางใจ ได้แก่

1. ทานมัย บุญสำเร็จจากการให้วัตถุเพื่อสงเคราะห์หรือบูชาแก่ผู้อื่น
ทานมัย หมายถึง การให้ทาน การสละ หรือการเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด กับใครก็ได้ถือเป็นบุญทั้งสิ้น สิ่งสำคัญของการบริจาคหรือให้ทานแก่ผู้อื่น ควรเป็นสิ่งของที่ยังใช้ได้ ไม่เสียหายชำรุด หรือ หมดอายุ การให้ทานทำได้ทุกที่ทุกเวลา และไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน เช่น การแบ่งของกินให้กับแม่บ้านที่ทำงาน หรือยาม เป็นต้น

ผลที่ได้รับ ทำให้ผู้ที่ให้ทานลดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ และความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง ไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของ

2. สีลมัย บุญสำเร็จจากการงดเว้นจากทุจริต หรือประพฤติสุจริตทางกาย วาจา
สีลมัย หรือ การรักษาศีล หมายถึง การปฏิบัติทางกายและวาจา เช่น ศีล 5 ศีล 8 เช่น เป็นแม่ค้าไม่โกหกหลอกขายของไม่ดีแก่ลูกค้า เป็นพ่อบ้านไม่กินเหล้าเมายา ทำให้ลูกเมียมีความสุข ล้วนเป็นการรักษาศีล

ผลที่ได้รับ เป็นการฝึกฝนมิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ลด ละ เลิกความชั่ว มุ่งให้กระทำความดี อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต มิให้ตกต่ำลง ทำให้เป็นคนเยือกเย็น สุขุม

3. ภาวนามัย บุญสำเร็จจากการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส และการอบรมปัญญาเพื่อละกิเลสทั้งปวง
ภาวนามัย หรือ เจริญภาวนา เป็นการมุ่งพัฒนาจิตใจและปัญญา เห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เช่น นั่งสมาธิ วิปัสสนา หรือ วิธีการสวดมนต์

ผลที่ได้รับ เป็นการเตือนสติให้เรายึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติชอบ ทำให้จิตใจสงบ และผลบุญนี้จะทำให้เกิดปัญญาแก่ผู้ปฏิบัติ

4. อปจายนมัย บุญสำเร็จจากการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน
อปจายนมัย หรือ การอ่อนน้อมถ่อมตน คือ การประพฤติตนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยประพฤติต่อผู้ใหญ่ และการที่ผู้ใหญ่แสดงตอบด้วยความเมตตา หรือการอ่อนน้อมต่อผู้มีคุณธรรม รวมถึงการให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อความคิด ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติของบุคคล หรือสังคมอื่นที่แตกต่างจากเรา

ผลที่ได้รับ ลดความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตนของเรา ช่วยให้สังคมทุกระดับเกิดความเข้าใจต่อกัน ผลบุญข้อนี้จะทำให้เกิดความเมตตาต่อกัน

5. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จจากการขวนขวายบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น
เวยยาวัจจมัย หรือ การช่วยขวนขวายทำในกิจที่ชอบเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมรอบข้าง ในการทำกิจกรรมความดีต่างๆ เช่น ช่วยงานเพื่อนที่ทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลา ให้กำลังใจแก่เพื่อนที่มีความทุกข์

ผลที่ได้รับ ช่วยให้เกิดความรักความสามัคคี

6. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จจากการให้ส่วนบุญที่ได้บำเพ็ญมาแล้ว
ปัตติทานมัย หรือ การให้ผู้อื่นมาร่วมทำบุญกับเรา คือ ไม่ว่าจะทำบุญอะไร ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาร่วมทำบุญด้วย ไม่ขี้เหนียว หรืองกบุญเพราะอยากได้บุญใหญ่ไว้คนเดียว เช่น จะทำบุญสร้างโบสถ์ ก็ให้คนอื่นได้ร่วมสร้างด้วย

ผลที่ได้รับ จะช่วยให้เราเป็นคนใจกว้าง และปราศจากอคติต่างๆ เพราะพร้อมเปิดใจรับผู้อื่น

7. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จจากการยินดีในกุศลที่ผู้อื่นได้กระทำแล้ว
ปัตตานุโมทนามัย หรือ การอนุโมทนาส่วนบุญ คือ การยอมรับหรือยินดีในการทำความดีหรือทำบุญของผู้อื่น เมื่อใครไปทำบุญมาก็รู้สึกชื่นชมยินดีไปด้วย โดยไม่คิดอิจฉาหรือระแวงสงสัยในการทำความดีของผู้อื่น เช่น ร่วมอนุโมทนากับเพื่อนที่ไปสร้างโบสถ์สร้างวัด ไม่อิจฉาแม้เราไม่ได้ไป และอย่าไปคิดอกุศลว่าในทางที่ไม่ดี

ผลที่ได้รับ การไม่คิดในแง่ร้ายทำให้เราจิตใจไม่เศร้าหมอง เพราะได้ยินดีกับกุศลผลบุญต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้ทำเองโดยตรงก็ตาม

8. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จจากการฟังพระสัทธรรม
ธัมมัสสวนมัย หรือ การฟังธรรม ทำให้เราได้ฟังเรื่องที่ดี มีประโยชน์ทั้งต่อสติปัญญา และการดำเนินชีวิต ซึ่งการฟังธรรมนี้ ไม่จำเป็นต้องไปฟังที่วัด แต่อาจจะฟังจากเทป ซีดี หรือเป็นการฟังจากผู้รู้ต่างๆ โดยไม่รวมเฉพาะหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงเรื่องจริง เรื่องดีๆ ที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้และปัญญา

ผลที่ได้รับ จะทำให้ผู้ฟังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งขึ้น

9. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จจากการแสดงพระสัทธรรม
ธัมมเทสนามัย หรือ การแสดงธรรม คือการให้ธรรมะหรือข้อคิดที่ดี ๆ แก่ผู้อื่น ด้วยการนำธรรมะหรือเรื่องดีๆ ที่เป็นประโยชน์ไปบอกต่อ หรือให้คำแนะนำให้เขาได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตที่ดี เช่น สอนวิธีการแก้ปัญหา สอนวิธีการทำงานให้ แนะหลักธรรมที่ดีในการดำเนินชีวิต

ผลที่ได้รับ ทำให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ และทำให้ผู้บอกกล่าวได้รับการยกย่องสรรเสริญอีกด้วย

10. ทิฏฐุชุกัมม์ ทำความเห็นให้ตรงถูกต้องตามความเป็นจริง
ทิฏฐุชุกัมม์ หรือ การทำความเห็นให้ถูกต้อง คือ การไม่ถือทิฐิ เอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ แต่ให้รู้จักแก้ไข ปรับปรุงพัฒนาความคิดเห็น และความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้ถูกต้องตามธรรมอยู่เสมอ เป็นบุญข้อสุดท้ายที่สำคัญ เพราะไม่ว่าจะทำบุญใดทั้ง 9 ข้อที่กล่าวมา หากมิได้ตั้งอยู่ในทำนองครองธรรม การทำบุญนั้นก็ไม่บริสุทธิ์ และให้ผลได้ไม่เต็มที่

ผลที่ได้รับ ความเข้าใจให้ถูกต้องตามธรรม เป็นการพัฒนาปัญญาที่นำไปสู่การมีชีวิตที่ดีงาม"

อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวมีทั้งผู้สนับสนุนพรรคประชาชน หรืออดีตพรรคก้าวไกลเดิมต่างเห็นด้วย กดไลค์และกดหัวใจ แต่ก็มีชาวเน็ตที่เห็นข้อความดังกล่าวตำหนิโพสต์ดังกล่าว อาทิ
- ป้ายนี้รู้สึกจะมีดราม่านะครับ
- ท่าน สส. ทำได้อย่างที่คัดลอกตำรามาโพสต์ไหม
- ต้องกินเหล้าข้ามปีรึไง เรื่องดีๆ ไม่ชอบเหรอ
- เป็นการโปร (โปรโมต) ที่ห่วยแตกมาก ทำบาปมาทั้งปีสวดมนต์ข้ามปีเเค่วันเดียว อย่างน้อยในช่วงเวลาที่เขาสวดมนต์ก็เป็นเวลาที่เขาเจริญกุศล ไม่ควรดูหมิ่นว่าบุญมีประมาณน้อย ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าบุญมีประมาณน้อยจะไม่มาถึง แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาทีละหยาดได้ ฉันใด ชนผู้มีปัญญา สั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ย่อมเต็มด้วยบุญได้ฉันนั้น” และในการที่ไปสวดมนต์นั้นเขาคงไม่ได้ไปสวดอย่างเดียวหรอกต้องมีการฟังบรรยายธรรม รักษาศีล เจริญภาวนาบ้างเเหละ ไปศึกษาให้ดีก่อนนะ ค่อยโปร มีแต่เสียกับเสียไปทำความเข้าใจกับบุญกิริยาวัตถุ 10 มาใหม่ ไม่ใช่สักว่า copy เเล้วมาวาง

- สวดมนต์เป็นการเจริญกุศลครับ เข้าภาวนามัยและขวนขวายในทางที่ควรอย่าเอาไวรัลแบบนี้เลย
- สำหรับเรา นี่คือการสื่อสารที่ห่วยมาก
คนที่สวนมนต์ข้ามปี = คนที่ทำบาปมาทั้งปี ?
สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังให้มาก ถึงมากที่สุด คือ "การสื่อสารทางเดียว" มันจะถูกตีความเสมอ และบ่อยครั้งมากที่จะไม่ตรงตามเจตนาของผู้ส่งสาร เพราะการตีความนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้รับสาร ไม่ใช่ผู้ส่งสาร

เราเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างใน ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกี่ยวอะไรกับภาพ อยากเป็นคนตื่นธรรม รู้แจ้งเรื่องธรรม ก็ทำไปสิ วิธีที่จะใช้ปูเข้าเนื้อหา 10 ข้อนั้นที่ "ชวนอ่านแบบสุนทรีย์" มีตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องใช้วิธีแบบ "หาเรื่อง" อย่างนี้ก็ได้.

เหนืออื่นใดคือ เราทุกผู้ทุกคนล้วนเป็นคนบาป เพราะเราเป็นมนุษย์ ถ้ามันจะพอมีสักวันหนึ่งที่เขาจะได้เข้าวัด(หรือสถานที่อื่นใดของศาสนาอื่น) เพื่อสวดปลอบประโลมจิตใจตัวเองบ้าง ก็เรื่องของเขา ซึ่งคุณไม่มีวันรู้เลยว่าตลอดทั้งปีเขาเจออะไรมาบ้าง

ไม่ต้องเรียกแขกมากหรอก เอาแค่ที่มีอยู่ก็รับมือกันไม่ไหวแล้ว สื่อสารแบบสร้าง "มิตร" เถอะ ยื่งหายากอยู่นะ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ขออภัยผ่านเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว โดยระบุว่า ขออภัยและขอโทษ ผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆท่านครับ  การสวดมนต์เป็นเรื่องดี และอยากให้เราสวดมนต์กันบ่อยๆ อยู่บ้านสวดได้ทุกวัน ก่อนไปทำงาน พนมมือตั้งนะโม 3 จบ เป็นมงคลดีมากๆ และนำแนวทาง บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ มาเป็นแนวทางการสร้างบุญคับ

สำหรับนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมารีย์วิทยา โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาปริญญาตรี บริหารการขนส่งระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท การตลาดเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และกำลังศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ระดับปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผู้บริหารและที่ปรึกษาบริษัทเอกชน ก่อตั้งและสร้างธุรกิจ บริษัทนำเข้า-ส่งออก ผู้อำนวยการสถาบันชุณหะวัณเพื่อการพัฒนาธุรกิจ SMEs อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

เส้นทางการเมือง เคยเป็นรองประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา กลุ่มประสานมิตร ของนายสุรวุฒิ เชิดชัย เคยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในนามคณะก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปี 2564 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แพ้ให้กับนายประเสริฐ บุญชัยสุข กลุ่มโคราชชาติพัฒนา ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แต่การเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2565 นายฉัตรลงสมัครในนามพรรคก้าวไกล ซึ่งมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชนะนายเทวัญ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนากล้า ได้เป็น สส.ถึงปัจจุบัน

เริ่มแล้ว 'Amazing Thailand Countdown 2025' ไอคอนสยามเคานต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ สร้างไทยสู่เวิลด์แลนด์มาร์ก

(30 ธ.ค. 67) เริ่มแล้ว มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก ยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “Amazing Thailand Countdown 2025” โดย ไอคอนสยาม 29-31 ธันวาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม 

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนทุกคนมานับถอยหลังสู่ปี 2025 โดยก่อนที่ความสนุกจะเริ่มต้นขึ้น เหล่าอากาเซ่ต่างมารอให้กำลังใจคู่จิ้นสุดฮอตที่มีแฟนคลับมากมายอย่างสองหนุ่ม “ซี-พฤกษ์ พานิช” และ “นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” รวมถึงทุกด้อมแฟนคลับของกองทัพศิลปินที่มาร่วมส่งความสุข ซึ่งในวันนี้นอกจากจะได้สัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษและเพลงฮิตจาก “ซี นุนิว” คู่นักแสดงขวัญใจแฟนคลับทั่วโลก พบการแสดงจาก Namo, Super Band - Turbo TRACKTONES, ต้า นันคุณ, Sammy Niche และ แพรว รัตนาพร

พร้อมรับบิ๊กเซอร์ไพรส์จาก “มิลลิ” ตัวลูกสุดปัง ฟีเจอริ่งกับตัวมัมตัวแม่ “ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์” พิเศษยิ่งขึ้นกับครั้งแรกของการร่วมแจมกับ “22Bullets - World Class EDM Artist” สัญชาติไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกจัดอันดับให้เป็น Top 100 DJs แค่มหากาพย์ความบันเทิงวันแรกก็เล่นเอา ไอคอนสยาม แน่นขนัด เต็มลาน ริเวอร์ พาร์ค สร้างความคึกคักรับเทศกาลแห่งความสุขที่คนทั่วโลกรอคอย

ไอคอนสยาม มุ่งมั่นอย่างเต็มกำลังในการสร้างสรรค์ มหาปรากฏการณ์งานเคานต์ดาวน์ เพื่อพาทุกคนก้าวเข้าสู่ปี 2568 อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้ 3 มหาปรากฏการณ์ที่จะสร้างความประทับใจในทุกมิติ มหาปรากฏการณ์พลุเฉลิมฉลองระดับโลก การแสดงพลุตระการตาบนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา มหาปรากฏการณ์สะกดโลกจากสุดยอดศิลปินไอคอนิคระดับโลก ผู้เป็นแรงบันดาลใจของผู้คนทั่วโลกและเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย มหาปรากฏการณ์บันเทิงฉลองความยิ่งใหญ่ จากกองทัพศิลปินไทยและอินเตอร์ฯ ร่วมฉลองส่งท้ายปีต่อเนื่องตลอด 3 วัน

พร้อมขยายเวลาเปิดให้บริการ เพื่อให้ความสุขของทุกคนในเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงปลายปีพิเศษยิ่งกว่าเดิม โดยให้บริการตั้งแต่ 10.00-23.00 น. จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 และสำหรับในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-02.00 น. มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์งานเคานต์ดาวน์ระดับโลก “Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM” สุดยิ่งใหญ่อลังการพร้อมสะกดทุกสายตาของชาวโลก เพื่อส่งให้ Amazing Thailand Countdown 2025 ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งเดียวในไทยสู่การเป็น Global Countdown Destination 

ติดตาม ไลน์อัพศิลปิน กิจกรรม โปรโมชั่น การเดินทางและที่จอดรถ และข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ Facebook: ICONSIAM www.facebook.com/ICONSIAM/ และช่องทาง Line Official ของไอคอนสยาม @ICONSIAM

เปิดไทม์ไลน์สุดท้าย 'เจจูแอร์' พบชนนกจริง เผยก่อนเกิดเหตุ บิน 13 เที่ยวใน 48 ชม.

(30 ธ.ค. 67) กรณีสายการบินเจจูแอร์ 7C2216 ที่เผชิญเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติมูอัน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ธ.ค.)   จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 179 ราย รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนเกาหลีระบุว่า เครื่องบินโบอิ้งรุ่น  737-800 ที่เกิดเหตุ  พบว่ามีการใช้งานหนักถึง 13 เที่ยวบินภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมงก่อนอุบัติเหตุ โดยเส้นทางบินครอบคลุมทั้งภายในประเทศ เช่น มูอัน เกาะเชจู และอินชอน รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศ เช่น ปักกิ่ง กรุงเทพฯ โกตาคินาบาลู นางาซากิ และไทเป

นอกจากนี้ เครื่องบินลำนี้ถูกใช้ในเที่ยวบินเช่าเหมาลำสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ จัดโดยบริษัทท่องเที่ยวในเมืองกวางจู ซึ่งมีการเดินทางไป-กลับระหว่างหลายประเทศในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องบินที่อาจมากเกินไปในช่วงเวลาเร่งด่วนของเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปี และเป็นที่จับตามองว่า การใช้งานเครื่องบินอย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือไม่

ขณะที่กระทรวงกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานดับเพลิงของเกาหลีใต้ได้เปิดเผยไทม์ไลน์เหตุการณ์สุดท้ายของเที่ยวบิน 7C2216 ซึ่งระบุเวลาท้องถิ่นดังนี้

08:54 น. หอบังคับการบินสนามบินมูอันอนุญาตให้เครื่องบินลงจอดบนรันเวย์ 01 ซึ่งทำมุม 10 องศาทางตะวันออกเฉียงเหนือ

08:57 น. หอบังคับการบินแจ้งเตือน "ระวัง พบฝูงนก"

08:59 น. นักบินแจ้งว่าเครื่องบินชนกับฝูงนก และส่งสัญญาณฉุกเฉิน “เมย์เดย์” พร้อมขอบินวนเพื่อลงจอดใหม่

09:00 น. เครื่องบินเริ่มบินวน และขอเปลี่ยนรันเวย์ลงจอดไปยังรันเวย์ 19

09:01 น. หอบังคับการบินอนุญาตให้ลงจอดที่รันเวย์ 19

09:02 น. เครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ 19 ที่ระยะประมาณ 1,200 เมตรจากความยาวรันเวย์ทั้งหมด 2,800 เมตร

09:02:34 น. หอบังคับการบินส่งสัญญาณ "Crash Bell" แจ้งเตือนหน่วยกู้ภัยและดับเพลิง

09:03 น. เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์และชนเข้ากับกำแพง

09:10 น. กระทรวงคมนาคมได้รับรายงานอุบัติเหตุจากเจ้าหน้าที่สนามบิน

09:23 น. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุชาย 1 ราย และนำส่งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

09:38 น. ประกาศปิดสนามบินมูอัน

09:50 น. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรายที่สองจากส่วนหางของเครื่องบิน

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า นักบินของเครื่องบินที่ประสบเหตุได้แจ้งขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกนกชนเมื่อเวลา 8.59 น. และได้บินวนกลับ (ขึ้นบินโดยไม่ลงจอด - Go Around) ซึ่งสัญญาณที่ส่งออกไปในเวลานั้นเป็นสัญญาณถูกนกชนครั้งแรกและครั้งเดียว ในเวลา 08.57 น. หรือ 2 นาทีก่อนนักบินส่งสัญญาณฉุกเฉิน หอควบคุมการบินสนามบินมูอันได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับกิจกรรมของนกในบริเวณใกล้สนามบิน และอีก 2 นาทีต่อมา นักบินได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือพร้อมตะโกนว่า “เมย์เดย์ เมย์เดย์ เมย์เดย์” จากนั้นจึงแจ้งว่า “นกชนเครื่องบิน นกชนเครื่องบิน นกชนเครื่องบิน กำลังบินวน”

เวียดนามออกกม.ห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมออนไลน์-บังคับใช้โซเชียลยืนยันตัวตน

(30 ธ.ค. 67) เวียดนามได้ประกาศใช้กฎหมายอินเทอร์เน็ตฉบับใหม่ที่เข้มงวด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา กฎหมายนี้มุ่งเน้นการควบคุมการใช้เกมออนไลน์สำหรับเยาวชนและบังคับให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียยืนยันตัวตน ภายใต้กฎหมายดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ดำเนินการในประเทศเวียดนามจะต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้และส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้แก่ทางการเมื่อมีการร้องขอ รวมถึงต้องลบเนื้อหาที่รัฐบาลถือว่า "ผิดกฎหมาย" ภายใน 24 ชั่วโมง

กฎหมายฉบับนี้มีชื่อว่า "กฤษฎีกา 147" ซึ่งอิงมาจากกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ผ่านการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ที่มองว่ากฎหมายนี้มีลักษณะคล้ายกับการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดในประเทศจีน

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากกฎหมายใหม่คือการจำกัดการเล่นเกมออนไลน์สำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยจะมีการกำหนดเวลาเล่นเกมไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อเซสชัน และไม่เกิน 180 นาทีต่อวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการติดเกมในกลุ่มเยาวชน

Nguyen Minh Hieu นักเรียนมัธยมศึกษาวัย 17 ปีจากฮานอย ซึ่งยอมรับว่าเขาติดเกม กล่าวว่า ข้อจำกัดใหม่นี้จะเป็นเรื่องที่ยากต่อการปฏิบัติตาม เพราะเกมมีการออกแบบให้ผู้เล่นติดมากขึ้น และเขามักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเล่น

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังมีผลกระทบต่อผู้ใช้โซเชียลมีเดียในเวียดนาม โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook, YouTube และ TikTok ซึ่งผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรือหมายเลขประจำตัวประชาชนเวียดนาม การยืนยันตัวตนนี้จะส่งผลต่อผู้คนที่ทำธุรกิจหรือสร้างรายได้ผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ เนื่องจากการถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มต่างๆ จะสามารถทำได้เฉพาะบัญชีที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น

ทางการเวียดนามระบุว่า กฎหมายใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมและปกป้องความมั่นคงของชาติในโลกไซเบอร์ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิจารณ์มองว่า กฎหมายนี้เป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเข้าถึงข้อมูล

ในขณะที่กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของเวียดนามมองว่า กฎหมายนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในโลกไซเบอร์และรักษาอธิปไตยของชาติ ขณะเดียวกัน ก็ต้องเผชิญกับความกังวลจากกลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพที่กลัวว่า จะทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีการเซ็นเซอร์ข้อมูลและควบคุมสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น

เกาหลีใต้ออกหมายจับ 'ยุนซอกยอล' ผู้นำคนแรกที่ถูกหมายจับขณะดำรงตำแหน่ง

(30 ธ.ค. 67) หน่วยสอบสวนร่วมของเกาหลีใต้เปิดเผยการขอหมายจับกุมยุน ซอก-ยอล ประธานาธิบดีที่ถูกถอดถอน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเกาหลีใต้ที่มีการยื่นขอหมายจับกุมประธานาธิบดีที่ยังอยู่ระหว่างดำรงตำแหน่ง

หน่วยสอบสวนร่วมที่ประกอบด้วยสำนักงานสอบสวนการทุจริตของคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง สำนักงานสอบสวนแห่งชาติ และสำนักงานใหญ่การสอบสวนของกระทรวงกลาโหม ได้ยื่นขอหมายจับกุมยุนจากศาลแขวงโซลตะวันตกตอนเที่ยงคืน

ทั้งนี้ หน่วยสอบสวนร่วมเคยส่งหมายเรียกตัวยุนเข้าสอบปากคำ จำนวน 3 รอบ แบ่งเป็นวันที่ 18 ธ.ค. 25 ธ.ค. และ 29 ธ.ค. แต่ฝ่ายยุนปฏิเสธจะรับหมายเรียกดังกล่าว รวมถึงยังไม่ยื่นเอกสารสำหรับการแต่งตั้งทนายความฝ่ายจำเลยของตัวเอง

กลุ่มหน่วยงานสอบสวนของเกาหลีใต้ระบุยุนเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในข้อกล่าวหาก่อกบฎ เนื่องด้วยกรณีเขาประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งถูกยกเลิกในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเพราะรัฐสภาเกาหลีใต้ลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบด้วย

‘พล.ต.ท.ยิ่งยศ’ รับไม่ได้! สั่งเช็กบิลคนทำคอนเทนต์ขยะ ลั่น! หากผิดจริงไม่ละเว้น หลังพบ 12 คลิปละเมิด ‘แบงค์ เลสเตอร์’

ตำรวจภาค 2 สรุป 4 ประเด็น ขยายผลเคส ‘แบงค์ เลสเตอร์’ เช็ก 12 คลิป พฤติการณ์เหล่าอินฟลูกลั่นแกล้ง ส่อผิดกฎหมายหลายข้อ “ผบช.ภ.2” ลั่นรับไม่ได้สร้างคอนเทนต์ย่ำยีความเป็นมนุษย์ หากผิดจริง ไม่ละเว้น!

วันนี้ (30 ธ.ค. 67) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ประชุมสั่งการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ให้สืบสวนสอบสวนขยายผลกรณีการเสียชีวิตของ แบงค์ เลสเตอร์ หรือ นายธนาคาร คันธี อินฟลูเอนเซอร์ติ๊กตอก รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่ปรากฏคลิป และภาพการกลั่นแกล้ง ทำร้าย ร่างกาย และจิตใจ แบงค์ เลสเตอร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ประสานกับกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) อย่างใกล้ชิด

ผบช.ภ.2 เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด คดีของ “แบงค์ เลสเตอร์” ในคดีอาญาที่ 337/2567 ของ สภ.ทุ่งเบญจา ภ.จว.จันทบุรี ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และขยายผลไป สรุปเป็น 4 ประเด็น ดังนี้

1. พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา แจ้งข้อกล่าวหา นายเอกชาติ หรือเอ็ม ฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวฝากขังศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา และไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะนี้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี

2. บช.สอท. จับกุม นายธีระวัฒน์ หรือเบิร์ด วันว่าง ๆ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 6437/2567 ลง 27 ธ.ค.2567 กรณีนำภาพของ แบงค์ เลสเตอร์ ถอดเสื้อผ้า ออกมาเผยแพร่ ในความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

3. ภ.จว.จันทบุรี ร่วมกับ บช.สอท. ตรวจค้นบ้านของนายเอกชาติ หรือเอ็ม ตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเว็บพนันออนไลน์ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐาน ชักชวนเล่นการพนันออนไลน์ ด้วยหรือไม่ และจากการตรวจค้นในคราวเดียวกัน ภ.จว.จันทบุรี ได้ดำเนินคดีกับบุคคลในบ้านที่พบยาเสพติดยาอี จำนวน 1 เม็ด

4. ภ.จว.จันทบุรี ร่วมกับ บช.สอท. และ ปคม. ตรวจสอบคอนเทนต์ คลิปเก่าที่ถูกเผยแพร่ในสื่อทั่วไป จำนวน 12 คลิป ว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์กระทำต่อ แบงค์ เลสเตอร์ ในลักษณะต่าง ๆ อาทิ ถีบหน้า ไฟเผาหัว ให้กินสิ่งต่าง ๆ เพื่อเป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปที่เผยแพร่ว่า ทำที่ใด เมื่อใด มีใครเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป พิจารณาอย่างเป็นธรรม รอบด้านว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อใดหรือไม่

“ผมได้รายงานความคืบหน้าให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รับทราบ ซึ่ง ผบ.ตร. กำชับให้ดำเนินการอย่างละเอียด รอบคอบ ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยตำรวจทราบดีว่าขณะนี้กระแสสังคมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของผู้ที่ปรากฏเกี่ยวข้องทั้งในเหตุการณ์ล่าสุดที่นายธนาคาร เสียชีวิต รวมถึงเหตุการณ์ในอดีต และอยากให้ลงโทษกลุ่มคนเหล่านั้นตามกฎหมาย แต่การทำงานของตำรวจเราต้องสืบสวนสอบสวนโดยข้อเท็จจริง พิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ ทั้งนี้จากการดูเบื้องต้นพฤติกรรมที่กลั่นแกล้ง รังแก คล้ายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างคอนเทนต์จากความเจ็บปวดอ่อนด้อยของคนอื่น เป็นสิ่งไม่รับไม่ได้ หากเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อใดต้องดำเนินคดีอย่างไม่ละเว้น จะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ทุกขั้นตอนการสืบสวนจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเด็ดขาด เพื่อให้ความยุติธรรมปรากฏอย่างชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top