Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

เพจ สนง.พลังงานลำปาง โพสต์ถล่ม ‘พีระพันธุ์’ ซัด รู้แต่กฎหมายไม่รู้เรื่องพลังงาน - ใช้นโยบายคร่ำครึ

(6 ม.ค. 68) พลังงานจังหวัดลำปาง น้อมรับทัวร์ลง..หลังแอดมินเพจ สนง.โพสต์ภาพ-ข้อความ ถล่ม “พีระพันธุ์” รู้แต่กฎหมายไม่รู้เรื่องพลังงาน - ใช้นโยบายคร่ำครึ เผยไม่ได้เขียนเอง-เป็นลิ้งค์ส่วนกลางส่งให้ทุกสำนักงาน/ทุกจังหวัดลงเผยแพร่ ก่อนรู้ว่าผิดลิ้งค์สั่งลบกันทันที

จากกรณีเย็นวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา หน้าเฟซบุ๊กเพจสำนักงานพลังงานจังหวัดลำปาง ได้มีการโพสต์รูปนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมข้อความประกอบลักษณะโจมตีและต่อว่านโยบาย รื้อ ลด ปลด สร้าง แบบดุเดือด แต่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ได้ไม่ถึง 20 นาที ก็ถูกลบออก

จากนั้นมีการขึ้นโพสต์ใหม่ โดยมีข้อความว่า..“พีระพันธุ์” โชว์ผลงาน 67 ตรึงค่าไฟ-ผุดกฎหมายพลังงาน ลั่นปี 68 เดินหน้าลดราคาน้ำมัน-หนุนโซลาร์รูฟ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงาน โพสต์สรุปผลงานปี 2567 เผยสามารถตรึงค่าไฟฟ้าที่ 4.18 บาทต่อหน่วย และ 3.99 บาทสำหรับกลุ่มเปราะบาง

พร้อมผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างกฎหมายกำกับการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และกฎหมายส่งเสริมโซลาร์รูฟ สำหรับแผนงานปี 2568 จะร่างกฎหมายสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง (SPR) กำหนดให้สำรองน้ำมันขั้นต่ำ 90 วัน คาดช่วยลดราคาน้ำมัน 2.50-4 บาทต่อลิตร พร้อมผลักดันการผลิตอินเวอร์เตอร์ราคาถูกสำหรับโซลาร์รูฟ รมว.พลังงาน ยังตอบโต้กระแสข่าวขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันได้รับการสนับสนุนจากทั้งนายกฯ แพทองธารและอดีตนายกฯ เศรษฐา ในการทำงานตามนโยบายรัฐบาล”

อย่างไร็ตาม แม้ว่าโพสต์โจมตี รมว.พลังงาน ดังกล่าวทางสำนักงานจะลบไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีการแคปข้อความไว้ทันจนกลายเป็นกระแสข่าวผ่านสื่อและมีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงลบกับสำนักงานพลังงานจังหวัดลำปางกันจำนวนมาก และต่อเนื่อง

ล่าสุด วันนี้ (6 ม.ค.)นางสายธาร ประสงค์ความดี พลังงานจังหวัดลำปาง ได้เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของโพสต์ดังกล่าวว่า ปกติหน้าเพจของสำนักงานฯจะมีแอดมินดูแล-โพสต์กิจกรรมและภารกิจของสำนักงานอยู่แล้ว รวมถึงนำเสนอข่าวที่โดยทีมงานประชาสัมพันธ์ส่วนกลางส่งให้ทุกจังหวัดซึ่งก็จะมีทั้งสองด้าน

ส่วนโพสต์ที่กำลังเป็นข่าว ทางสำนักงานฯก็ไม่ได้เขียนเอง แต่ทางส่วนกลางส่งลิงค์มาให้ทุกจังหวัดนำลงประชาสัมพันธ์เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางการเผยแพร่ที่เร็วที่สุด ซึ่งแอดมินก็ดำเนินการโพสต์ทันที แต่หลังจากนั้นทราบว่าเป็นการส่งลิงค์ข่าวผิด จึงได้แก้ไขและสั่งให้ทุกจังหวัดลบโพสต์ออกและลงโพสต์ใหม่ในเวลาต่อมา ซึ่งก็เป็นสาเหตุว่าทำไมลงได้ไม่นานแล้วลบออก

“ประชาชนที่เห็นโพสต์หรือข่าวก็อาจจะเข้าใจผิดว่าทางสำนักงานเขียนเองลบเอง ซึ่งจริงๆไม่ใช่ เพราะสำนักงานไม่มีเจตนาที่จะลงข้อความใดๆเพื่อทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆขึ้น ตนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาพร้อมทำตามนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายรื้อลดปลดสร้าง ก็เป็นนโยบายหลักที่กำลังทำอยู่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด”

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ลิงค์ข่าวดังกล่าวเป็นสกู๊ปข่าวของสำนักข่าว THE ROO44 ซึ่งได้ลงข่าวในหน้าเว็บไซต์เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 โดยมีหัวข้อข่าวว่า รู้กฎหมาย ไม่รู้เรื่อง “พลังงาน” นโยบายย้อนยุคของ “พีระพันธุ์”

เปิด 10 ลำดับ แหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพน้ำดีที่สุดประเทศไทย ยก หาดสมิหลา จ.สงขลา ยืนหนึ่ง ขณะที่ ปากแม่น้ำเจ้าพระยา คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมสุด

(6 ม.ค. 68) น.ส.ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศ จำนวน 210 จุด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่การใช้ประโยชน์ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล 6 ประเภท ผลการประเมินดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index ; MWQI) ปี 2567 มีคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งอยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 49 เกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 43 เกณฑ์เสื่อมโทรม ร้อยละ 6 และมีเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ร้อยละ 2

น.ส.ปรีญาพร กล่าวว่า แหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพน้ำทะเลดีที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ 
1. หาดสมิหลา จ.สงขลา 
2. หาดในหาน จ.ภูเก็ต 
3. หาดต้นไทร จ.กระบี่ 
4. อ่าวมาหยา จ.กระบี่ 
5. อ่าวโล๊ะซามะ จ.กระบี่ 
6. เกาะยูง จ.กระบี่ 
7. เกาะไก่ จ.กระบี่ 
8. หาดท้ายเหมือง จ.พังงา 
9. หาดบางเบน จ.ระนอง  
10. บ้านทุ่งริ้น จ.สตูล 

ส่วนแหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรมมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1. ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ 2. โรงงานฟอกย้อม กม. 35 จ. สมุทรปราการ 3. ปากคลอง 12 ธันวา จ.สมุทรปราการ 4. แหลมฉบัง ตอนใต้ จ.ชลบุรี และ 5. ปากแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร

ยุนซอกยอล มาจากการเลือกตั้ง มีสิทธิ์ได้รับการอารักขาตามกฎหมาย จึงไม่อนุญาตให้หน่วยงานสอบสวนเข้ามาค้นทำเนียบได้

เมื่อวันที่ (5 ม.ค. 68) หน่วยอารักขาประธานาธิบดียืนยัน ‘ยุนซอกยอล’ ยังได้รับสิทธิอารักขาในฐานะประมุขที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่อนุญาตให้สำนักงานสอบสวนฯ เข้ามาในเขตทำเนียบ

พัคชองจุน หัวหน้าหน่วยอารักขาประธานาธิบดี ยุนซอกยอล แถลงข่าวภายหลังศาลยกคำร้องของทนายความประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่กล่าวหาว่าหมายจับนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย

พัคชองจุน กล่าวว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีไม่ได้อนุญาตให้สำนักงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้ามาในเขตทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 มกราคม เพื่อดำเนินการตามหมายจับที่ออกให้กับประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล

พัคชองจุน กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีไม่มีเจตนาขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานสอบสวน แต่การถอดถอนประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อลได้ผ่านมติของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

พัคชองจุน ยืนยันว่า ยุนซอกยอล ยังคงเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนผู้ทรงอำนาจอธิปไตยของเกาหลีใต้ และยุนยังคงได้รับการอารักขาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามบทบัญญัติของกฎหมาย

‘พีระพันธุ์’ กับปรากฏการณ์ ‘พีระ...พัง’ บทพิสูจน์ผลงาน...เหนือการเมือง!!

(6 ม.ค. 68) ปี 2567 ต้องยอมรับว่าฉายาที่ผู้สื่อข่าวสายทำเนียบรัฐบาลจัดให้กับนักการเมืองเมื่อ 23 ธ.ค.นั้นแสบสันต์ไม่น้อย..โดยเฉพาะคนการเมืองจากพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)..

พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รองนายกฯและรมว.พลังงาน ได้ฉายา “พีระ..พัง..” /เอกณัฐ  พร้อมพันธ์  รมว.อุตสาหกรรม  ได้ฉายา ”รวม(เพื่อ)ไทยอ้างชาติ” และ สุรชาติ  ชมกลิ่น  รมช.พาณิชย์  ติด1ใน 3 รมต.โลกลืม..

แต่ไม่น่าเชื่อเพียง 1-2 ชั่วโมงหลังวิกฤติจากฉายาร้อนฉายาร้ายนี้สะพัดในโซเชียลมีเดีย  พรรค รทสช. ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยฉับพลันด้วยการ  ทำแบนเนอร์ผ่านเพจพรรค..

“พีระ..พัง...การผูกขาด
พีระ..พัง..ระบบที่เน่าเฟะ
พีระ..พัง..การโกงกินทุกรูปแบบ
#ฉายารัฐบาล67”
และอีกดอก..
“#รทสช.ไม่ใช่แค่พีระพัง..
เอกณัฐ ก็พร้อม “พัง” กากพิษ
ธุรกิจสีเทา สินค้าห่วยข้ามชาติให้หมดสิ้น
#รทสช...พัง..ให้ทุกปัญหา”

ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าคนที่ครีเอทพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เฉียบคมเช่นนี้..สุดยอด  แต่มองให้ลึกแล้วที่สุดยอดยิ่งกว่าก็คือสิ่งที่เรียกว่า “ต้นทุน” ทั้งต้นทุนของพรรคที่มี DNAลุงตู่  ต้นทุนคนชื่อพีระพันธุ์ ชื่อเอกณัฐ..และมวลสมาชิก..

โดยเฉพาะกรณี “พีระพันธุ์” นั้นต้องโฟกัสเป็นพิเศษว่า..ตลอดปีเศษที่ผ่านมาสื่อมวลชนขาใหญ่จำนวนไม่น้อยทำนายทายทักกันว่า  น่าจะต้องจอดป้ายในไม่นานเพราะการชักธงปฏิรูปพลังงานของเขาทำให้หลายฝ่ายเสียประโยชน์..ยิ่งกว่านั้นยังคาดหมายกันว่า  พรรครทสช.เองก็อาจจะถูก “พลังประชารัฐโมเดล” แยกสลาย...

โดยมีพรรคใหม่ที่จะเป็นพรรคสำรองแบบ “กล้าธรรม” คือพรรคโอกาสใหม่..ได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านั้นภาพเมื่อ 22 ธ.ค.ที่สนามกอล์ฟ Stonehill Golf Couse ของเจ้าสัวพลังงาน ”สารัชต์ รัตนวดี” นั้น ทักษิณ  ชินวัตร,อนุทิน  ชาญวีรกูล,คงพระพัน  อินทรแจ้ง ซีอีโอ ปตท.และสารัชต์  ออกรอบเล่นกอล์ฟด้วยกันด้วยความชื่นมื่นรื่นรมย์ ยิ่งตอกย้ำกระแสข่าวความเชื่อว่าพีระพันธุ์จะต้องจอดป้ายเกิดขึ้นแน่

แต่ท่ามกลางกระแสข่าวดังกล่าว  วันที่ 25 ธ.ค.พีระพันธุ์นำทีมรทสช.แถลงข่าวปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป  พร้อมเสนอร่างกฎหมายของพรรคเข้าสภา

ข้ามมาปีใหม่  4 ม.ค.2568 พีระพันธุ์โพสต์ในเฟซบุ๊ก  สรุปการทำงานในรอบปี 2567และสิ่งที่จะทำในปี 2568 อย่างเป็นรูปธรรมที่อ่านแล้วเห็นภาพสัมผัสได้..แต่ไฮไลท์ที่ต้องขีดเส้นใต้สิบเส้นคือ..

“เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงสองสามเดือนก่อนสิ้นปี 2567 ผมถูกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าสื่อบางกลุ่มรุมกระหน่ำปั้นข่าวทุกรูปแบบ  โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเปิดตัวพรรคใหม่ทุนหนา ก็มีบัญชีอวตารเปิดใหม่พรึ่บเพื่อใช้ถล่มผมแบบไม่ยั้งมือ  แต่ผมไม่เคยหวั่นไหวและจะทำในสิ่งที่ต้องทำเสมอครับ..
พอเห็นว่ากลยุทธแบบเดิมทำมาจะเล่นงานไม่ไหว ก็ไปปั้นข่าวว่าผมขัดแย้งกับนายกฯบ้าง ขัดแย้งกับแกนนำรัฐบาลบ้าง  ทั้งๆที่ผมและนายกฯแพทองธารและอดีตนายกฯเศรษฐาไม่เคยมีอะไรขัดแย้งกันเลย  แถมท่านทั้งสองก็สนับสนุนการทำงานของผมตลอดมา  เพราะเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลทั้งสิ้น....”

ล่าสุดของล่าสุด..วันที่ 5 ม.ค.ทักษิณ  ชินวัตร “พ่อนายก” ตอบคำถามนักข่าวชัดว่า..วันก่อนได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์(เรื่องค่าไฟ-พลังงาน)  และบอกว่าข่าวที่จะปรับพีระพันธุ์ออกจากครม.ไม่จริง “อ๋อ!ไม่มีคุยกันรู้เรื่อง ไม่มีอะไรเลย พีระพันธุ์เขาเป็นคนตั้งใจ  รู้จักกันมานาน  เคยมีความคุ้นเคยกัน รู้เรื่องทุกเรื่อง..”

ความจริงจากทักษิณ...เหมือนเกมพลิก สื่อมวลชนขาใหญ่ร้องเอ๊ะ!ไปตามๆ กัน..

นักสังเกตการณ์มองค่อนข้างตรงกันว่า  การชูธงที่จะปฏิรูปพลังงานเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้ “เรตติ้ง” ของพีระพันธุ์และพรรครทสช.พุ่งกระฉูดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  และน่าจะส่งผลให้แนวรบของรทสช.ในมิติความเป็นพรรคทางเลือกของสังคมเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง..

ยิ่งหากปลดล็อกเรื่องโซลาร์รูฟท็อป และเข็นกฎหมายกำกับการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 180 มาตรา ที่ “พีระพันธุ์”ประกาศว่าร่างเองมากับมือออกมาเป็นผลสำเร็จจริงๆ  ก็น่าจะยิ่งทำให้ต้นทุนที่ดีและมีอยู่แล้วของรทสช.ยิ่งแน่นหนึบ มูลค่าการตลาดเพิ่มขึ้นมหาศาล..

ถึงตรงนี้กรณีรทสช.-พีระพันธุ์..ก็น่าจะกล่าวได้ว่า..สุดยอดของการตลาดที่แท้จริงก็คือคุณภาพจริงๆของสินค้า..หาใช่แค่วาทกรรม..

“พีระ..พัง...” ไม่อาจจะฝ่าพายุฝ่าหลุมขวากมาได้ หากไม่มีคำว่า “คุณภาพ” เป็นตัวนำและค้ำยัน

“หากคุณยิ่งลักษณ์กลับมา ผมก็ยังมองไม่เห็นเลยว่า มันจะเสียหายกับบ้านเมืองอย่างไร คนเรา ไม่ว่าใคร หากช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ไม่มีโทษหรอก”

(6 ม.ค. 68) “...บางทีเราอยู่ในสังคมนี้ก็ต้องทำใจ มองกว้าง ๆ ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร ทำแค่นี้เหมาะสมไหม เกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่พอเห็นหน้า ปั๊บ ไอ้นี่ โกรธกันมาทั้งชาติแล้ว มีอะไรต้องล่อมันให้ตาย บ้านเมืองก็ไม่สงบ...”

นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวอิศรา ถึงความเป็นไปได้ในการกลับบ้านของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าท่านผิดท่านก็คงยอมรับผิด (ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนางสาว ยิ่งลักษณ์ 5 ปี คดีจำนำข้าว) ท่านก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เชื่อว่าจะจบลงด้วยดี จบสวย

ส่วนระยะเวลาจะเป็นภายในปีนี้หรือไม่นั้น นายชัยเกษม บอกว่า ระยะเวลาอย่าไปกำหนดเลย ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หลายๆ อย่าง ต้องดูการเมือง ต้องดูหลายๆเรื่อง จะไปบอกว่า วันนี้ ปีนี้ บอกไม่ได้ ถ้าสถานการณ์ดี ผมก็ไม่เห็นว่าท่านจะผิดร้ายแรงอะไร ทุกอย่างเคลียร์ออกมาได้ ทุกคนบอกว่า โธ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้เอง ไปทำอะไรกับท่านมากมาย มันก็จบ คนเราถ้าคิดดีต่อกัน คิดดีต่อบ้านเมือง คิดว่าบ้านเมืองก็ไปได้ ทุกอย่างก็จะราบรื่นเอง

และท่าน (คุณยิ่งลักษณ์) ก็คงรู้ตัวท่านเอง ท่านฟังแล้วประชาชนคิดอย่างไรกับท่าน คิดในทางไม่ดีไหม แต่สำหรับตัวผม ผมไม่รู้สึกว่า ท่านทำอะไรไม่ดีถึงขนาดอยู่เมืองไทยไม่ได้ ทีนี้ ท่านอยู่กับการเมือง ท่านก็ต้องเข้าใจว่า การเมืองนั้น เรื่องเล็กนิดเดียว กลายเป็นเรื่องใหญ่ ต้องยอมรับในสถานะนั้น ถึงเวลาคลี่คลายเรื่องใหญ่ก็จะเหลือเป็นเรื่องเล็ก ก็จะไปได้

ถ้าประชาชนคนไทย รู้จักคิดสักนิดหนึ่ง แล้วมาช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ก็จะมีแต่เรื่องดี ๆ ไม่เห็นมีเรื่องอะไรเสีย ท่านเป็นคนฉลาด ทำคุณกับบ้านเมืองไว้มากมาย หากท่านกลับมา ผมก็ยังมองไม่เห็นเลยว่า มันจะเสียหายกับบ้านเมืองอย่างไร คนเรา ไม่ว่าใคร หากช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติแล้ว เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ไม่มีโทษหรอก

จัสติน ทรูโด จ่อไขก๊อกลาออก หลังเป็นนายกฯ 9 ปี คาดแถลงในสัปดาห์นี้

(6 ม.ค. 68) สื่อรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาจะประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีนิยม ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันนี้ (6 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคที่เพิ่มมากขึ้น

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า จัสติน ทรูโด (Justin Trudeau) นายกรัฐมนตรีแคนาดาจะประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีนิยมโดยเร็วที่สุดในวันนี้ (6 มกราคม) หลังจากดำรงตำแหน่งนี้และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2015 ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคให้ลาออกเพิ่มขึ้น โดยมีการอ้างอิงจากรายงานของเดอะโกลบแอนด์เมลเมื่อวันที่ 5 มกราคม

แหล่งข่าวกล่าวกับเดอะโกลบแอนด์เมล (The Globe and Mail) ว่าสื่อท้องถิ่นว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ทรูโดจะประกาศลาออกเมื่อไร แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนการประชุมใหญ่ของพรรคที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 8 มกราคมนี้ ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของนายทรูโดและอนาคตของพรรค

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทรูโดจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที หรือจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

หลังจากการรายงานของเดอะโกลบแอนด์เมล แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทรูโดกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ทรูโดมีแนวโน้มที่จะประกาศลาออกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

เสียงเรียกร้องให้ทรูโดลาออกเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีทรูโดพยายามปลดคริสเทีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดในคณะรัฐมนตรีของเขาออกจากตำแหน่ง เมื่อเธอคัดค้านข้อเสนอของเขาที่จะเพิ่มการใช้จ่าย ต่อมา ฟรีแลนด์ลาออกและเขียนจดหมายกล่าวหาทรูโดว่ามีกลอุบายทางการเมืองแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

แม้ว่ารัฐบาลแคนาดาจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อปกป้องผู้บริโภคและธุรกิจจนทำให้ขาดดุลงบประมาณเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความโกรธแค้นของประชาชนหายไปได้ เนื่องจากราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งนโยบายผู้อพยพที่ล้มเหลวทำให้มีผู้คนหลายแสนคนอพยพเข้ามา ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยที่ร้อนแรงอยู่แล้วตึงเครียด

ทรูโด อายุ 53 ปี ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเสรีนิยมในปี 2013 เมื่อพรรคเผชิญปัญหาหนักและถูกลดที่นั่งในสภาสามัญชน หรือสภาล่าง เหลือสถานะเพียงพรรคอันดับสามเป็นครั้งแรก จนกระทั่งสามารถนำพรรคขึ้นสู่อำนาจในฐานะพรรครัฐบาลได้สำเร็จเมื่อปี 2015 และทรูโดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคำมั่นสัญญาตามแนวทางนโยบายก้าวหน้าที่ส่งเสริมสิทธิสตรี

การลาออกของทรูโดจะทำให้พรรคเสรีนิยมไม่มีหัวหน้าพรรคถาวรในช่วงเวลาที่โพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนแสดงให้เห็นว่า สมาชิกพรรคเสรีนิยมจะพ่ายแพ้ให้กับพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะจัดขึ้นภายในปลายเดือนตุลาคมนี้

การลาออกของทรูโดอาจกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้รัฐบาลสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของรัฐบาลสหรัฐในยุคโดนัลด์ ทรัมป์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ทรูโดได้หารือกับนายโดมินิก เลอบลองค์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ถึงการที่จะให้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชั่วคราวและนายกรัฐมนตรี หรือไม่ โดยเสริมว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ หากนายเลอบลองค์มีแผนที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำ

ยักษ์ธุรกิจการศึกษาจีน ขายมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด หลังซื้อหุ้นเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ไม่ทำกำไรตามคาด

(6 ม.ค. 68) เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2024 บริษัทการศึกษาเอกชนยักษ์ใหญ่ของจีน "อวี่หัว เอ็ดดูเคชัน" (Yuhua Education) ได้ประกาศขายมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดในไทย มูลค่า 240 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1,060 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการชำระหนี้จากหุ้นกู้แปลงสภาพที่ค้างชำระ

อวี่หัว เอ็ดดูเคชัน (China YuHua) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเจิ้งโจว ดำเนินธุรกิจโรงเรียน 9 แห่งในจีน โดยบริหารงานโดยพ่อลูกตระกูลหลี่ - หลี่ กวงอวี่ และหลี่ ฮว่า

การขายมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของบริษัท หลังจากเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่ทวีความรุนแรง

การตัดสินใจขายมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรธุรกิจและการโรงแรมทั้งระดับปริญญาตรีและโท เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทซื้อมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ 5 ปีก่อนในราคาที่สูงกว่ามูลค่าเดิมถึง 120 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

โดย China YuHua ยักษ์ธุรกิจการศึกษาจากจีนเข้าซื้อมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด 2019 โดยได้เข้าถือหุ้นใหญ่ประมาณ 49% สำหรับมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดในประเทศไทย ประกอบด้วย วิทยาเขตพระรามเก้า, ศูนย์การศึกษาอโศกแคมปัส และวิทยาเขตหัวหิน มีนักศึกษาราว 5,000-6,000 คน ซึ่งเดิมเป็นของเครือลอรีเอท (Laureate International Universities) โดยทางการจีนได้ส่งทีมผู้บริหารจากจีนคุมการบริหารของมหาวิทยาลัยแบบเบ็ดเสร็จ

อย่างไรก็ตาม ไม่ชัดเจนถึงรายละเอียดถึงเหตุผลการข่ายมหาวิทยาลยดังกล่าว แต่รายงานข่าวระบุว่า มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดสร้างรายได้สุทธิ 31.66 ล้านบาทในปีการศึกษา 2023-2024 แต่เนื่องจากรายได้ที่ไม่สูงมาก การขายในครั้งนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักของอวี่หัวมากนัก

อวี่หัวมีหนี้สินจากหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกในปี 2019 มูลค่า 2.088 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมีกำหนดชำระในเดือนธันวาคม 2024 การขายมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดจึงช่วยลดภาระหนี้บางส่วนได้ แต่บริษัทยังคงต้องการการปรับโครงสร้างทางการเงินเพิ่มเติม

แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านการเงิน อวี่หัวยังคงตั้งเป้าหมายในการขยายธุรกิจการศึกษาในระดับสากล โดยมีแผนจะดำเนินกิจการต่อไปเมื่อสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทมีความมั่นคงขึ้น

จีนยืนยัน 'HMPV'ไม่ใช่โรคใหม่ แจงพบป่วยเพิ่มจริง แต่ไม่น่ากังวล

(6 ม.ค. 68) ทางการจีนรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสฮิวแมนเมตานิวโมไวรัส (HMPV) เพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2024 ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสชนิดใหม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขย้ำว่า HMPV เป็นโรคทางเดินหายใจที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นภัยคุกคามใหม่

เจิ้ง ลี่ชู นักวิจัยจากสถาบันไวรัสวิทยาแห่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคจีน (China CDC) อธิบายว่า HMPV เป็นไวรัสที่พบมานานกว่า 60 ปี แต่เพิ่งถูกนักวิทยาศาสตร์ระบุในช่วงต้นปี 2000 เนื่องจากลักษณะการเจริญเติบโตที่ช้าและอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง

“สำหรับคนส่วนใหญ่ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์” เจิ้งกล่าว

หร่วน เจิ้งซ่าง รองหัวหน้าแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลซินหัว เซี่ยงไฮ้ เตือนว่าไม่ควรวินิจฉัยโรคเองจากอาการ เช่น ไข้หรือวิงเวียนศีรษะ เพราะอาการของ HMPV คล้ายกับโรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไอ คัดจมูก อ่อนเพลีย หรือไข้สูง

ถัง หลานฟาง หัวหน้าแผนกโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเด็กแห่งมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง กล่าวว่ากลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูงต่อเนื่อง ซึมเศร้า ไอมาก หรือหายใจถี่ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัส HMPV โดยเฉพาะ แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

ในอินเดีย ดร.อตุล โกเอล อธิบดีกรมบริการสุขภาพ ยืนยันว่าไม่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในฤดูหนาวนี้ โรงพยาบาลในอินเดียพร้อมรับมือการเพิ่มขึ้นของโรคทางเดินหายใจตามฤดูกาล

ขณะที่ในมาเลเซีย มีรายงานผู้ติดเชื้อ HMPV จำนวน 327 รายในปี 2024 เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัดหรือปิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขย้ำว่า แม้ HMPV จะไม่ใช่ไวรัสใหม่ แต่ประชาชนควรระมัดระวังและดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในวงกว้าง

ม็อบหนุน-ต้านยุนซอกยอล ชุมนุมกลางโซลแม้อากาศหนาวจัด

(6 ม.ค. 68) ผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านประธานาธิบดียุนซอกยอล ของเกาหลีใต้ รวมตัวชุมนุมในเช้าวันนี้ ท่ามกลางอากาศหนาวจัด หิมะตกหนัก และสภาพถนนเปียกชื้นในกรุงโซล  

ชาวเกาหลีใต้นับหมื่นคนฝ่าหิมะตกหนักในวันอาทิตย์นี้ (5 ม.ค.) เพื่อแสดงจุดยืนทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านการควบคุมตัวนายยุน ซ็อกยอล ซึ่งถูกถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากที่เขาประกาศกฎอัยการศึกโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ  

ผู้ชุมนุมจำนวนมากต้องใช้ผ้าห่มฟอยล์เพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดยกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านได้ชุมนุมกันในจุดต่าง ๆ บนถนนใกล้เคียงในย่านฮันนัม กรุงโซล ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักประธานาธิบดี ที่นายยุนยังพำนักอยู่ระหว่างกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่ง เนื่องจากกรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567  

การชุมนุมบางส่วนเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคืนในพื้นที่ดาวน์ทาวน์ของกรุงโซล ก่อนจะมีการเคลื่อนไหวต่อในเช้าวันนี้ใกล้บ้านพักประธานาธิบดี โดยสภาพอากาศในพื้นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -5 องศาเซลเซียส และมีหิมะหนากว่า 5 เซนติเมตรในบางเขต ทางการจึงได้ออกคำเตือนเรื่องหิมะตกหนัก  

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ต้องระงับความพยายามในการจับกุมตัวนายยุน หลังเกิดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนกับหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดี ซึ่งยืดเยื้อหลายชั่วโมง  

อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนระบุว่าจะพิจารณาขั้นตอนดำเนินการต่อไป โดยหมายจับที่ออกให้มีกำหนดหมดอายุในวันจันทร์นี้  

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลอนุมัติหมายจับนายยุนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเขาปฏิเสธหมายเรียกสอบปากคำถึงสามครั้ง ซึ่งทำให้ยุนซอกยอล มีแนวโน้มเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกจับกุมในระหว่างดำรงตำแหน่ง  

เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านนายยุนได้ปิดถนน 8 เลน ส่งผลให้การจราจรติดขัดทั้งสองฝั่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเรียงแถวเพื่อควบคุมสถานการณ์ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนนายยุนได้จัดการชุมนุมใกล้เคียงในจุดอื่น ๆ ของพื้นที่เดียวกัน

'ทักษิณ' ดับกระแส ปลด 'พีระพันธุ์' พ้น ครม. ย้ำ เป็นคนตั้งใจทำงาน - คุยกันรู้เรื่อง เล็งรีดไขมันลดค่าไฟ

(6 ม.ค. 68) ‘ทักษิณ’ ยัน ไม่มีการปรับ ‘พีระพันธุ์’ ออกจากครม. บอกวันก่อนคุยกันเรื่องลดค่าไฟ คุยกันรู้เรื่อง เล็งเดินหน้าปรับลดค่าไฟให้เหลือ 3.70 บาท

ที่จ.เชียงราย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการปราศรัยหาเสียงเพื่อช่วยนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัคร นายก อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย หาเสียงเลือกตั้ง ถึงการลดค่าไฟให้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วยว่า ตนดูแล้วว่าสามารถรีดไขทันจากค่าไฟได้ และสามารถลดค่าไฟได้อีก ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ พิจารณาแล้วและจะเรียกทุกคน รวมถึงภาคเอกชน ประชุม เพื่อให้ทุกคนเต็มใจยอมรับกับการรีดไขมันครั้งนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกัน หากประชาชนจน เอกชนไม่มีรวย ถ้าอยากรวย ต้องให้ชาวบ้านหายจน ทั้งนี้ตนได้นั่งคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงานแล้วเมื่อวันก่อนเพื่อหาทางช่วยกัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายพีระพันธุ์จะถูกปรับออกจากรัฐบาล นายทักษิณ กล่าวว่า  "อ๋อ ไม่มี คุยกันรู้เรื่องไม่มีอะไรเลย พีระพันธุ์เขาเป็นคนตั้งใจ รู้จักกันมานาน เคยมีความคุ้นเคยกัน รู้เรื่องทุกเรื่อง"

เมื่อถามย้ำว่า น.ส.แพทองธาร เปรยเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี ในช่วงนี้ใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า "ไม่มีเลย วันนั้นคุยกัน เขาบอกว่า อิ๊งค์ ยังสบาย ๆ ถ้าทำงานกับ ครม. ชุดนี้ ไม่มีปัญหา ยังไปกันได้ดี"

เมื่อถามว่ายังอยู่ยาวได้ใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ยังไม่มีเหตุปัจจัย

นายทักษิณ ยังกล่าวย้ำด้วยว่าในปี2568 รัฐบาลต้องทำงานอย่างหนัก โดยต้องมองโครงสร้างของปัญหาเศรษฐกิจ และเร่งแก้ไข เช่นเม็ดเงินที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ทำให้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไม่ได้ ขณะเดียวกันต้องพัฒนาคนในระบบเศรษฐกิจว่าจะส่งเสริมความรู้ความสามารถ ที่มีอยู่ รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

"เมื่อเม็ดเงินมีคนรองรับ ระบบไปได้ ก็ต้องทำพร้อม ๆ กัน พร้อมยอมรับว่าอาจจะต้องมีเรื่องของการใช้จ่ายภาครัฐเมกกะโปรเจคบ้าง โดยนายกฯกำลังเรียกประชุมหลายฝ่าย เพื่อที่จะตกผลึกในวิธีการทำงาน ให้บรรลุเป้าหมาย และต้องยอมรับว่ากลไกของรัฐปัจจุบัน เปลี่ยนไปจากเดิมอุ้ยอ้ายขึ้น และอำนาจไปอยู่กับราชการ ต้องอาศัยความร่วมมือ" นายทักษิณ กล่าว

ขณะที่ในช่วงกล่าวปราศรัยหาเสียงบนเวที นายทักษิณ กล่าวว่า เดิมตนไม่ค่อยเท่าไหร่กับการเมืองท้องถิ่นเพราะเคยเป็นรัฐบาลจากพรรคการเมืองใหญ่ แต่เมื่อได้กลับมาก็มุ่งจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชน จึงอยากให้ประชาชนเลือกนางสลักจฤฎดิ์ให้เข้าไปทำงานประสานกับนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของรัฐบาลจะมีการจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปทั่วประเทศประมาณ 3 ล้านคน คนละ 10,000 บาทในวันที่ 29 ม.ค.นี้ ใช้งบประมาณ 30,000 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งยังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการผ่อนบ้านและรถด้วย

อดีตนายกรัฐมนตรีที่พ้นโทษกลับประเทศไทยกล่าวต่อว่าตนไม่อยู่บ้านนานถึง 17-18 ปี เมื่อกลับมาพบว่าระบบที่เคยทำไว้เสียหายหมด จึงกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรและเห็นว่าการฟื้นเศรษฐกิจต่างจังหวัดสำคัญ ถ้าคนชนบทมีกินมีใช้เศรษฐกิจประเทศก็จะเดินหน้า เพราะทุกวันนี้ประชาชนไม่มีเงินใช้ ขาดสภาพคล่อง ร้านค้าปลีกต่างจังหวัดก็แย่ เพราะมีแต่ห้างสรรพสินค้าหรือร้านใหญ่ที่มาจากกรุงเทพฯ เงินก็ไหลเข้าสู่ส่วนกลางหมด สินค้าเกษตรขายไม่ได้ ฯลฯ

ดังนั้นตนจึงตั้งใจแก้ปัญหาโดยพัฒนาในสิ่งที่ชาวบ้านเก่งอยู่แล้ว เช่น งานหัตถกรรม ดนตรี เกษตรกรรม ฯลฯ รัฐบาลจะนำมหาวิทยาลัยเชื่อมกับ อบจ.สร้างงานสร้างรายได้ จะมีการเจียระไนหาคนไทยที่เก่งๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่มีบุคลิกเป็นนางแบบ ทำอาหารเก่ง เป็นนักศิลปะ มีฝีมือหัตถกรรม ฯลฯ สิ่งนี้เกิดขึ้นในปีนี้ ปี 2568 นี้ กลไกสำคัญอยู่ที่ อบจ. จึงขอให้เลือกนางสลักจฤฎดิ์เพื่อให้ค้นหาเพชรเม็ดงามในเชียงรายต่อไป

นายทักษิณกล่าวว่ายามว่างได้เข้าไปดูโซเชียลมีเดียได้เห็นบางคนชีวิตน่าจะเหลือน้อยลงไปทุกที เดี๋ยวก็จะแขวนคอตายแล้ว เพราะชีวิตมองโลกแย่หมด อีกไม่กี่วันตนจะเอาเชือกไปให้มัน เพราะเช้าและสายก็ด่ารัฐบาลหมด มีอยู่แค่ 4-5 ตัว พวกนี้สงสัยอยากได้เชือก

อย่างไรก็ตาม เราจะทำในสิ่งสร้างสรรค์มากกว่าโดยใช้โซเชียลอย่างติ๊กต็อกมาขายของให้ชาวบ้าน โซเชียลจึงควรใช้ในทางสร้างสรรค์ แต่มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่เข้ามาแล้วก็ด่าอย่างเดียวทำไมไม่ด่าพ่อแม่มันบ้าง ตนจึงรู้สึกสมเพชเพราะลักษณะพวกนี้เหมือน "แตงไม่ขึ้นซ้าง" (แตงไม่เลื้อยขึ้นนั่งร้าน)

นายทักษิณยังกล่าวต่อด้วยว่า เมื่อครั้งตนยังไม่เล่นการเมืองก็สบายดีอยู่ กระทั่งปี 2536 ก็มีเงินถึง 6 หมื่นล้านแล้ว พอเล่นการเมืองจึงหมดไปเรื่อย ๆ พวกควายยังมาด่าตนอีก พ่อมึงไม่รู้หรือไง ตนรวยมาตั้งแต่ปี 2535-36 แล้ว ตนคิดแบบคนสมัยใหม่แต่คนรุ่นเก่ากลับด่าตนสารพัด มีอยู่คนบอกว่าตนสร้างความวุ่นวายเพราะแค้นตนมาตั้งแต่ปี 44 ที่บ้านของเขาหน่วยเลือกตั้งมี 450 คน เลือกเขาเพียงแค่ 47 คน ประชาชนยังไม่เลือกเลย

นายทักษิณกล่าวด้วยว่าตนได้ตั้งตำแหน่งให้ตัวเองคือ สทร.หมายถึง “เสือกทุกเรื่อง” เมื่อไปพบปัญหาที่ไหนก็จะส่งให้รัฐบาล พอดีมีนายกรัฐมนตรีที่เคยตามตนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ขณะหาเสียงตอนตั้งพรรคไทยรักไทยก็ยังยืนดูตนอยู่ ตอนไปประชุมเอเปกที่ชิลีก็ไปด้วย ซึมซับการเมืองและรักพี่น้องประชาชน จึงเข้ามาทำงานทั้ง ๆ ที่เขาก็สบายอยู่แล้ว

“ผมจึงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยโดยการนำของนายกฯ อุ๊งอิ๊งจะแก้ไขปัญหาประเทศได้ โดยตั้งเป้าว่าปี 2568 ทุกฝ่ายจะทำงานให้หนักและเศรษฐกิจดีขึ้น และปี 2569 เปรียบเหมือนเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จากนั้นขอเวลาอีก 2 ปีหนี้ประเทศจะลดลง”

นายทักษิณกล่าวถึงเรื่องยาเสพติดว่าเกิดจากในเมียนมามีการสู้รบกัน บางกลุ่มจึงขายยาเสพติดเพื่อนำเงินไปซื้ออาวุธและมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นในปี 2568 นี้จะจัดการให้เรียบ ส่วนเรื่องการพนันออนไลน์นั้นมีคนเข้าไปเล่นมากมาย บางครั้งหลายล้านคนซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคนเหล่านี้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือไม่ ดังนั้นจึงถึงเวลาจะเอาสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ขึ้นมาบนดิน เพราะถ้าถูกกฎหมายจะเก็บภาษีได้ โกงไม่ได้ อายุต่ำกว่า 20 ปีเล่นไม่ได้ คนที่ติดงอมแงมก็ส่งให้หมอบำบัดได้

“ปัญหายาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ การผูกขาด ต้องเอาให้เกลี้ยงหมด”

นายทักษิณพูดถึงเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าว่าในปี 2568 นี้จะต้องเอาตัวเลขการใช้ไฟให้เหลือเลข 3 ดูแล้วน่าจะให้ถึง 3.70 น่าจะได้ ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กผฟ.) เป็นองค์กรผลิตไฟฟ้าเพื่อขายเอากำไรส่วนหนึ่ง และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และเอกชน ก็จะนำมาจ่ายต่อสุดท้ายประชาชนก็ตายกันพอดี จึงต้องแก้ไขปัญหาและยืนยันให้ค่าไฟฟ้าลดลง เมื่อนั้นสินค้าอื่นๆ ก็จะลดลงตาม เพราะธุรกิจย่อมหวังผลกำไรแต่ไม่ใช่ได้กำไรแล้วอยู่อย่างสุขสบาย สุดท้ายขอให้ประชาชนได้เลือกนางสลักจฤฎดิ์เป็นนายก อบจ.เชียงราย และไปบอกคนอื่นๆ ว่าตนขอให้ช่วยเลือกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top