Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

ดาราจีน พาเหรดแฉขบวนการค้ามนุษย์จับตัวเรียกค่าไถ่ ชี้ กรณี ‘ซิงซิง’ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้ามีเหยื่อแล้ว 3 คน

(7 ม.ค. 68) หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวของ “ซิงซิง” นักแสดงหนุ่มชาวจีน ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-พม่า ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกับขบวนการค้ามนุษย์ ก็มีนักแสดงหลายคนออกมาเปิดเผยว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน!

โดยนักแสดงที่ชื่อ "เติ้งโหย่ว"ได้โพสต์ว่า เขาก็ถูกชักชวนจากบุคคลที่ใช้ชื่อวีแชตว่า "GMMGrammy~十六" ติดต่อให้มาทำงานที่ไทยเช่นเดียวกันกับซิงซิง แต่เขารู้สึกแปลกๆ และได้เตือนนักแสดงคนอื่นๆ ให้ระวังคนคนนี้เอาไว้ด้วย

ด้านนักแสดงที่ชื่อ "ฟ่านหู่" ก็ออกมาเปิดเผยประสบการณ์โดนแก๊งหลอกลวงระดับมืออาชีพ หลอกมาไทยพร้อมกับนักแสดงอีกหลายคน ทว่าโชคดีที่เขาพบพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ และทำการส่งข้อความไปหาผู้กำกับชาวไทยที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้าง ก่อนที่จะได้รู้ความจริงว่าตนเองกำลังโดนหลอก และวางแผนหลบหนีมาได้สำเร็จ

ขณะที่นักแสดงอีกคน ที่ชื่อ "สี่ว์ต้าจิ่ว" ได้โพสต์ว่า เขาถูกหลอกเหมือนกัน และได้นั่งเครื่องบินมาที่ไทยด้วย แต่เขาเอาตัวรอดมาได้และเดินทางกลับจีนแล้ว โดยซิงซิงน่าจะอยู่ในล็อตที่ 3 ส่วนเขาเป็นล็อตที่ 2 หรือกล่าวคือ ขณะนี้มีคนอย่างน้อย 3 กลุ่มที่ถูกหลอกลวง โดยมีเหยื่อมากกว่า 1 ราย

รายงานระบุว่า นี่เป็นวิธีการตกเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมีการแทรกซึมเข้าไปตามกลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มหางานในวีแชต ชักจูงและหว่านล้อมให้ผู้คนหลงเชื่อ พร้อมกับเสนอค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง เพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งคล้ายกับกรณีของ "สี่ว์ป๋อชุน" ในปี 2023 ที่เขาเห็นประกาศรับสมัครนักแสดงในกลุ่มพาร์ทไทม์ โดยบอกว่าเป็นโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ ต้องเก็บเป็นความลับ

หลังจากพูดคุยและตกลงกันเรียบร้อย สี่ว์ป๋อชุนก็เดินทางไปยังแคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา กลุ่มชาติพันธุ์ไท มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) จากนั้นก็ถูกพาตัวไปยังพม่า และถูกกักตัวไว้ เพื่อเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว ถึง 620,000 หยวน (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) และถึงแม้จะได้เงินไปแล้วแต่เขาก็ต้องรออีก 100 กว่าวันถึงจะถูกปล่อยตัวกลับจีน

GMM ยันไม่เกี่ยวข้องกรณี 'ซิงซิง' หลังถูกแอบอ้างพัวพันดาราจีนหายตัว

(7 ม.ค. 68) จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหลอกลวง ซิงซิง นักแสดงจีน แจงกระบวนการคัดเลือกศิลปินโปร่งใส ขอ ปชช.อย่าเชื่อข่าวปลอม

จากกรณีหญิงรายหนึ่งระบุใน weibo ของจีน ว่าแฟนหนุ่มของเธอคือ ซิงซิง หรือ หวังซิง นักแสดงจีน หายตัวไปที่ชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากเดินทางมาเพื่อถ่ายทำงานในประเทศไทย โดยมีการกล่าวอ้างถึงค่ายศิลปินยักษ์ใหญ่

ทางด้านบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GMM Grammy ออกแถลงการณ์ผ่าน Weibo ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณีนักแสดงชาวจีนหายตัวที่แม่สอด

" บริษัทขอย้ำว่ากระบวนการคัดเลือกศิลปินและนักแสดงของเรามีความโปร่งใส และปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เราจะไม่ติดต่อบุคคลใดๆ ผ่านช่องทาง ส่วนตัว และจะไม่ขอให้ผู้สมัครรายใดจ่ายค่าธรรมเนียมใดๆ

บริษัทขอแนะนำให้ประชาชนไม่เชื่อในข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของบริษัทเท่านั้น"

'พล.ต.อ.กรไชยฯ' ตรวจสถานที่เกิดเหตุ และเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้แฟลตตำรวจวิภาวดี 

วันนี้ (7 ม.ค. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุและเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ อาคารบ้านพักส่วนกลาง ตร. (วิภาวดี) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ แฟลตตำรวจส่วนกลางวิภาวดี อาคาร 2 แขวงลาดยาว  เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้ความใส่ใจด้านการดูแลสวัสดิการตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถานที่พักอาศัย ความเป็นอยู่และสวัสดิการขั้นพื้นฐานของข้าราชการตำรวจ เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและมีความสุขในชีวิตการทำงาน  โดยมี พล.ต.ต.สมิทธิ สุวรรณสุขโรจน์ ผบก.ยธ., พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ รอง ผบก.สก.,  พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน, พ.ต.อ.หญิง ประติชญา อินทรสุขศรี ผกก.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพัก และ พ.ต.ต.อาทิตย์ บือซา สว.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพัก /ผู้ปกครองอาคารบ้านพัดส่วนกลาง (วิภาวดี) ร่วมให้การต้อนรับ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางสันนิษฐานว่าเกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใด จึงเก็บหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ต่อไป โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นมีข้าราชการตำรวจและครอบครัวได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ครัวเรือน ซึ่งกองสวัสดิการได้จัดห้องพักอาศัยชั่วคราวเพื่อให้ความช่วยเหลือ และกองโยธาธิการได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อประมาณการความเสียหายและการซ่อมแซมอาคารที่พัก

พล.ต.อ.กรไชยฯ ได้สั่งการให้มีการติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ ทั้งหัวและท้ายอาคารที่พัก เพื่อตรวจจับควัน หรือความร้อน อันจะลดการสูญเสียหรืออันตรายจากการสำลักควันหรือถูกไฟคลอก ที่อาจเกิดขึ้นได้และ กำชับฝ่ายโยธาธิการตำรวจ ให้เร่งรัดการซ่อมแซมอาคารที่พักด้วยความมั่นคงและแข็งแรง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ได้มอบเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเบื้องต้นให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว โดยหนึ่งในครอบครัวของข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ มีบุตรชาย อายุ 7 ปี ซึ่งพิการป่วยติดเตียงรวมอยู่ด้วย

‘พระพยอม’ ชี้ คนไทยไม่ควรบล็อกสมอง ‘ทักษิณ’ แนะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ต่อยอดช่วยชาติ

(7 ม.ค. 68) พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์ในรายการเอื้อย talk ทางมติชนทีวี โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวฝากปริศนาทางธรรม ถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เดิมบอกจะกลับมาเลี้ยงหลาน แต่ดูเหมือนว่าระยะหลังจะทำหน้าที่หลากหลาย ว่า จะไปบล็อกสมองคนพรรค์นี้ไว้เพื่ออะไร?  คนพรรค์นี้มีสมอง จะเอาสมองคนพรรค์นี้ไว้แค่เลี้ยงหลานเหรอ? จ้างใครก็ได้มาเลี้ยงหลานได้ตั้งหลายคน

ส่วนคนอย่างทักษิณ ต้องเค้นสมองออกมาทำงาน ส่วนเวลาพักผ่อนก็แค่ไปเล่นกับหลานบ้าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ขอคนไทยอย่าไปบล็อกสมองคนแบบนี้ ในอดีตเคยมีมาแล้วหลายยุคหลายสมัยที่เสียคนแบบนี้ไป ยกตัวอย่างเช่น ท่านปรีดี (พนมยงค์) และอีกหลายท่าน 

ต่อคำถามที่ว่า นายกรัฐมนตรี ถูกพ่อควบคุมนั้น พระพยอม กล่าวว่า ถ้าสมมติว่า พ่อเป็นอันธพาล สันดานไม่ดี เป็นคนชั่วร้าย แล้วมาสอนมาตักเตือนลูก ถ้าเป็นเช่นนี้ ลูกไม่ควรเชื่อฟัง แต่ถ้าพ่อเป็นผู้มีประสบการณ์ที่ดี อย่างที่นายกรัฐมนตรี บอกว่า อยากเอาประสบการณ์ของพ่อที่ประสบความสำเร็จ เมื่อครั้งเป็นพรรครัฐบาล ที่ช่วยปลดหนี้ ปลดสิน ชาวไร่ชาวนา ถ้าเอาสมองส่วนนี้มา แล้วลูกเอาไปผลักดันต่อ นำไปต่อยอด มันจะเสียหายอะไร?

มุกดาหาร​ -​ฉก.ทพ.2105 จับ 2 นักค้า พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ล่า "ไอ้พล"ต่อ หลังถูก M-16 ยิงจนรถพรุนแต่ยังหนีไปได้

เมื่อวันที่ (7 ม.ค. 68)​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 (ร้อย.ฉก.ทพ.2105) มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับขบวนการค้ายาเสพติด ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 2 คน 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม  พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะบรรทุกจะเข้ามารับยาเสพติดในพื้นที่บ้านท่าไค้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ พ.ต.คำรณ คุ้มเขต​ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.ที่2105​ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดปฏิบัติการข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุกอีซูซุ  4 ประตู ๆสีขาว หมายเลขทะเบียน  ขฉ 3269 สุราษฏร์ธานี วิ่งนำหน้าโดยมีรถกระบะบรรทุกโตโยต้าหมายทะเบียน บฉ 6208 นครพนม ซึ่งบรรทุกยาบ้าแล่นตาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถขับรถเข้าสกัดกั้นรถกระบะบรรทุกอีซูซุซึ่งเป็นรถนำทางไว้ได้ 1 คัน มีนายจิรายุทธ หรือ หนุ่ม   อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.4 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร เป็นคนขับโดยมี น.ส.ปัทมา หรือ หมิว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.10 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถกระบะบรรทุกโตโยต้าที่บรรทุกยาบ้าได้พุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เพื่อขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดแต่รถคันดังกล่าวก็ยังคงสามารถวิ่งฝ่าออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปถึงถนนบ้านสงเปือย ม.5 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายก็ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจนสามารถหลบหนีไปได้ โดยทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า คือ นายวีระพล หรือ พล  ภูมลา อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี จากการตรวจค้นรถยนต์กระบะบรรทุกโตโยต้า  พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้ากระสอบละ 200,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1,200,000เม็ด จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

‘รองนายกฯ ประเสริฐ’ นำคณะ ‘คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ’ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีส้ม (ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี) ลดผลกระทบประชาชน-สิ่งแวดล้อม 

(7 ม.ค. 67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล. ) พร้อมด้วย ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายสิทธิชัย เสรีสงแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม , ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำคณะลงพื้นที่ติดตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ) และสายสีส้ม (ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี) บริเวณสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรการปองกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดลอม ซึ่ง กก.วล. เห็นชอบเมื่อเดือนเมษายน  2562 และเดือนธันวาคม 2564 รวมทั้งให้ความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีนายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ 

นอกจากจะเป็นการติดตรวจเพื่อรับทราบข้อมูลผลกระทบที่มีต่อประชาชน ผลกระทบต่อการจราจร การท่องเที่ยวและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนจากการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว ประธาน กก.วล. ยังได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญและความจำเป็นที่ผู ้รับเหมาโครงการต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันผลกระทบในระยะการก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าทั้งสองโครงการอย่างเคร่งครัด เช่น การป้องกันปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่น เสียง การสั่นสะเทือน การคมนาคมขนส่ง การโยกย้าย การเวนคืนและชดเชยที่ดิน ทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง ให้ดำเนินการแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ อย่างครบถ้วน 

รวมถึงขอความร่วมมือในการบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้างให้มีความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกต่อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งได้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับแหล่งโบราณคดี ประวัติศาสตร์และศาสนสถานในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ ที่ต้องมีการดำเนินการก่อสร้างด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามมติคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าในเรื่องรูปแบบและตำแหน่งสถานีให้สอดคล้องกลมกลืนกับอารยสถาปัตย์ของพื้นที่โดยรอบการก่อสร้างโครงการ 

จเรตำรวจแห่งชาติรับตัวแล้ว "หวังซิง" ดาราจีน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก เข้าสู่กระบวนการคัดกรองต่อไป

(7 ม.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และคณะเดินทางไปดูจุดที่ทหารกะเหรี่ยงมารับตัว นายหวังซิง ที่บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นเดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวดตาก พร้อมด้วย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เพื่อรับตัว นายหวังซิง 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้ร่วมซักถาม นายหวังซิง ด้วยตัวเอง เบื้องต้นจาการสอบถาม นายหวังซิง ให้การว่าถูกชาวจีนด้วยกันพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันวีแชต ใช้ชื่อเป็นบริษัทบันเทิงชื่อดังของไทยทักมาติดต่อให้ทำงาน จึงหลงเชื่อ ก่อนเดินทางทางยังประเทศไทยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นนั่งรถที่ถูกส่งมารับที่สนามบินพาไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนจะมีคนมารับข้ามแดนทางเรือที่บริเวณชายแดน อ.แม่สอด นายหวังซิง ระบุว่ารู้ตัวว่าถูกหลอกเมื่อถูกพาข้ามแดนแต่ไม่กล้าขัดขืน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการสอบสวน ซักถาม และตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การดำเนินการช่วยเหลือ นายหวังซิง นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานให้ความช่วยเหลือจนประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการร่วมมือช่วยเหลือทางการจีนตามที่ได้ประสานมา หลังจากนี้จะได้เข้าสู่กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) หากพบว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ก็จะเข้าสู่กระบวนการคุ้มครอง และประสานส่งตัวกลับประเทศตามกระบวนการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และประสานญาติมารับตัว หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดลักษณะใด ก็จะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

จีนเปิดตัวไฮสปีดเทรน 'ซีอาร์450' จ่อขึ้นแท่นเร็วสุดในโลก 450 กม./ชม.

(7 ม.ค. 68) บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด ได้เปิดตัวต้นแบบรถไฟหัวกระสุน ซีอาร์450 (CR450) ที่จะวิ่งด้วยความเร็ว 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในกรุงปักกิ่ง

รายงานระบุว่ารถไฟหัวกระสุน ซีอาร์450 สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 450 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการทดสอบหลายรอบ ซึ่งตอกย้ำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีรถไฟของจีน

รถไฟรุ่นใหม่จะมีความเร็วในการเดินรถมากกว่ารถไฟความเร็วสูงฟู่ซิง ซีอาร์400 ที่ให้บริการในปัจจุบันอย่างมาก โดยรถไฟฟู่ซิง ซีอาร์400 วิ่งด้วยความเร็ว 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บริษัทฯ จะจัดการทดสอบรถไฟต้นแบบบนทางรถไฟเส้นทางต่างๆ และปรับปรุงตัวชี้วัดทางเทคนิค เพื่อรับประกันว่าซีอาร์450 จะได้ให้บริการเชิงพาณิชย์โดยเร็วที่สุด

คาสซิม โจมาร์ต โตกาเยฟ ให้คำมั่นสร้างประเทศ สู่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและอธิปไตยในปี 2025

(7 ม.ค.68) ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ได้กล่าวในตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ Ana Tili เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2025 โดยในบทสัมภาษณ์ที่สะท้อนความสำเร็จและมองไปข้างหน้า ประธานาธิบดีคาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่สำคัญของคาซัคสถานในปี 2024 พร้อมทั้งแผนงานที่มุ่งมั่นสำหรับปีต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคี ความยืดหยุ่น และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปี 2024 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของคาซัคสถาน รัฐบาลได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโดยก่อสร้างที่อยู่อาศัย 18 ล้านตารางเมตร และซ่อมแซมถนนกว่า 7,000 กิโลเมตร อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ปิโตรเคมี และการผลิตได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมบันทึกผลผลิตข้าวที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ

นโยบายสังคมยังคงเป็นลำดับความสำคัญ โครงการกองทุนแห่งชาติสำหรับเด็กได้เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือ เงินบำนาญและเงินเดือนข้าราชการได้รับการเพิ่มขึ้น รวมถึงการก่อสร้างโรงเรียนและศูนย์กีฬาจำนวนมาก โตกาเยฟเน้นว่านโยบายเหล่านี้เป็นการลงทุนในศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของประชาชน

ในเวทีระหว่างประเทศ คาซัคสถานยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะประเทศผู้ประสานงานเพื่อสร้างสันติภาพ ท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน

น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในปีที่ผ่านมาได้เปิดเผยข้อบกพร่องของระบบโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีแผนที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำกว่า 40 แห่ง และปรับปรุงคลองชลประทานกว่า 14,000 กิโลเมตรภายในปี 2030 โตกาเยฟยังชื่นชมการร่วมมือจากอาสาสมัครทั่วประเทศในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

แม้จะมีความก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจ โตกาเยฟยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่กล้าหาญมากขึ้นเพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืน การกระจายภาคอุตสาหกรรมและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งเป็นหัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ โดยโครงการขนาดใหญ่ เช่น การขยายเส้นทางรถไฟและพลังงานสีเขียว จะเปลี่ยนแปลงระบบการเชื่อมโยงของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ย้อนถึงเหตุการณ์เดือนมกราคมเมื่อสามปีที่ผ่านมา โตกาเยฟย้ำถึงความสำคัญของความยุติธรรมและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ พร้อมทั้งเน้นว่าการเสริมสร้างหลักนิติธรรมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศและสร้างเสถียรภาพ

การเสริมศักยภาพเยาวชนยังคงเป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของโตกาเยฟ เขาเรียกร้องให้เยาวชนให้ความสำคัญกับการศึกษา ความเป็นมืออาชีพ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกัน ภาษาและวัฒนธรรมคาซัคที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่สะท้อนถึงการเติบโตทางวัฒนธรรมของประเทศ

เมื่อเข้าสู่ปี 2025 วิสัยทัศน์ของโตกาเยฟชัดเจน เพื่อการเสริมสร้างอธิปไตย ดำเนินการปฏิรูป และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการเน้นโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และบริการสังคม รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

ด้วยความเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คาซัคสถานพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและพลังกลางในเวทีโลก เพื่อเชื่อมโยงความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top