Tuesday, 3 November 2026
Hard News Team

แรงงานชาวกัมพูชานับสิบ ในญี่ปุ่น ป่วนไม่เลิก นัดรวมตัวทวงคืนเกาะกูด อ้างทุกอย่างเป็นของกัมพูชา

(10 ก.พ. 68) เพจ ASEAN “มอง” ไทย ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า แรงงานชาวกัมพูชาในประเทศญี่ปุ่น รวมตัวทวงคืนเกาะกูด จ.ตราด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้รัฐบาลกัมพูชาเอาเกาะกูดคืนมาจากประเทศไทยให้ได้ รวมถึงพื้นที่พิพาทในทะเลอ่าวไทย ผู้ชุมนุมชาวกัมพูชากล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นของกัมพูชา”

ลาวลดจ่ายไฟให้ท่าขี้เหล็กเหลือ 13 เมกะวัตต์ สกัดแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ

เมื่อวันที่ (7 ก.พ.68) รัฐบาลลาวประกาศมาตรการจำกัดการจ่ายไฟฟ้าไปยังเมืองท่าขี้เหล็กในรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมา พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมข้ามชาติ

โพไซ สายะสอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ลาว กล่าวระหว่างการหารือกับฟางหง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศลาวว่า ลาวได้ดำเนินมาตรการจำกัดการจ่ายไฟฟ้าไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก และยืนยันว่าจะไม่ยินยอมให้มีการใช้ไฟฟ้าของลาวเพื่อกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในการก่ออาชญากรรม เช่น การฉ้อโกง

โพไซกล่าวเพิ่มเติมว่า ลาวจะทำงานร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในประเด็นนี้ และจะดำเนินการเพิ่มเติมหากจำเป็น พร้อมเน้นย้ำว่าการต่อสู้กับการทุจริตทางไซเบอร์ข้ามชาติเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในภูมิภาค

ฟางหงได้กล่าวเสริมว่า จีนจะเสริมสร้างการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับลาวและประเทศอื่น ๆ โดยใช้มาตรการที่เด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ รัฐบาลไทยได้ตัดการจ่ายไฟฟ้าไปยัง 5 พื้นที่ในเมียนมา รวมถึง เมียวดีและท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมที่มีการซ่องสุมในพื้นที่ดังกล่าว โดยหลังจากที่ไทยตัดไฟฟ้า เมืองท่าขี้เหล็กได้ประกาศว่าจะนำเข้าไฟฟ้าจากลาวมาแทน

ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว Tachileik News Agency ของเมียนมา รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ที่เมืองท่าขี้เหล็ก หลังจากไทยตัดการจ่ายไฟฟ้าไปยังเมียนมา ระบุว่า ลาวได้ลดการจ่ายไฟฟ้าให้เหลือ 13 เมกะวัตต์ ส่งผลให้เมืองท่าขี้เหล็กต้องจัดลำดับความสำคัญในการจ่ายไฟฟ้าใหม่

ก่อนหน้านี้ เมืองท่าขี้เหล็กเคยตกลงซื้อไฟฟ้าจากลาวจำนวน 30 เมกะวัตต์ แต่เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทางฝั่งลาวได้แจ้งว่าจะลดปริมาณไฟฟ้าที่จ่ายให้เหลือ 13 เมกะวัตต์ โดยไม่ได้ระบุเหตุผลที่ชัดเจน

‘ทักษิณ’ ดึง ‘นาโอมิ’ ที่ปรึกษาทีมซอฟต์พาวเวอร์ ขับเคลื่อนอุตฯแฟชั่น - ปั้นนางแบบไทยสู่เวทีโลก

เมื่อวันที่ (9 ก.พ.68) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีจดหมายเปิดผนึกกลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม คัดค้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ว่า ยังไม่เห็นเนื้อหาที่ชัดเจน แต่รู้สึกว่าจะมีการตำหนิผู้นำ เท่าที่ได้สอบถามนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องการตั้งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ คาดว่าอีก 2 วันคงจะลงตัว ซึ่งเป็นกลไกที่แบงก์ชาติ และกระทรวงการคลังเสนอ และให้คณะกรรมการสรรหาไปเลือก การเป็นประธานต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี และมีความรู้ จึงไม่ทราบเหมือนกันว่านายพิชัยเสนอใคร

เมื่อถามว่า มองว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ นายทักษิณ กล่าวว่า พูดตรงๆ คนจะมาทำงานให้กับประเทศโดยส่วนรวมหายาก เพราะต้องมีความพร้อม และต้องมีความเสียสละ บางคนอาจจะพร้อม แต่ไม่เสียสละ บางคนอยากเสียสละ แต่ไม่พร้อมมาช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง หรืออาจเพราะตนแก่ไปแล้ว ไม่รู้จักคน เพราะหายไป 17 ปี แต่ก็ช่วยกันมองอยู่

นายทักษิณ กล่าวกรณีเชิญ นาโอมิ แคมป์เบลล์ นางแบบระดับโลก หารือว่า เมื่อคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้พูดคุยเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ กับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มี น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลเรื่องการพัฒนาชุมชนและกองทุนหมู่บ้าน จะให้เด็กรุ่นใหม่อยู่ในชนบท หรือครอบครัวคนที่ไม่ค่อยมีฐานะในการเปลี่ยนแปลง หรือไปศัลยกรรมได้มีโอกาสเข้ามา เท่าที่คุย นาโอมิเห็นด้วย เพราะเขาเองก็มาจากครอบครัวจาไมก้า และได้พูดคุยกันถึงแนวทางการจะคัดคนให้นางแบบประเทศไทยเทรนก่อน แล้วจะส่งไปเรียนต่างประเทศ เพื่อให้มีโอกาสมากขึ้น

“ส่วนจะเชิญนาโอมิมาเป็นทูตวัฒนธรรม หรือเป็นแค่ที่ปรึกษานั้น ผมเชิญมาเป็นที่ปรึกษาในฐานะที่รู้จัก และเขามีประสบการณ์เยอะ อยู่ในวงการนี้มานาน มีสายสัมพันธ์มาก เลยขอคำปรึกษา คำแนะนำ” นายทักษิณกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นาโอมิมีกำหนดการเข้าพบหารือนายกฯ เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่น ในโอกาสเยือนประเทศไทยด้วย ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น.

สมุทรปราการ-เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ทำบุญเลี้ยงพระบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว อายุร่วม 100 ปี

เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของนาย อำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อโคกพร้าวเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 นี้ มีนายบุญธรรม อินทรแย้ม รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่

พร้อมด้วย นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมทั้งบวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ประจำปี 2568

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากนายรัฐพล ลี้สกุล ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ประธานจุดธูปเทียน ในพิธีทำบุญและบวงสรวงศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว โดยมี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวมณิฐกานต์ บุญริ้ว ว่าที่ สจ.สมุทรปราการ นายธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่และกลุ่มพัฒนาเเพรกษาใหม่ร่วมในพิธีครั้งนี้

โดยในปีนี้มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากทั้งในเขตพื้นที่รวมถึงประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ต่างเดินทางมาร่วมในพิธีกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

พร้อมทั้งได้นำอาหาร คาวหวาน มาจัดตั้งโรงทาน นำอาหาร เครื่องดื่ม ไอศครีม นำมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่เดินทางมาร่วมในพิธีอีกด้วย โดยศาลเจ้าพ่อโคกพร้าวตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ข้างสำนักงานเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ เดิมนั้นเป็นศาลไม้ และมีสภาพชำรุดผุพัง โดยได้ทางกำนันบุญธรรม อินทรแย้ม เป็นผู้นำร่วมกับชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธา 

ได้รวบรวมเงินบริจาค นำมาทำการปรับปรุงก่อสร้างศาลเจ้าพ่อโคกพร้าวขึ้นมา ราวปีพุทธศักราช 2540 เป็นต้นมา จากนั้นก็ได้มีการจัดพิธีทำบุญเป็นประจำทุกปี ซึ่งเงินจากการทำบุญที่ได้ในแต่ละปี ได้นำไปใช้ในการดูแลรักษาสถานที่ และทำประโยชน์ต่างๆ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้แจกเหรียญเจ้าพ่อโคกพร้าวที่ผ่านการปลุกเสกโดยเกจิชื่อดังอย่างหลวงปู่ศิลา และเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆ ถึง 5 วาระด้วยกัน นำมาแจกให้กับผู้ที่นำอาหารมาออกร้านโรงทาน รวมถึงแจกให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมในงานอีกด้วย

เปิดประวัติบอดี้การ์ดสาวจีน อารักขานายกฯแพทองธารระหว่างเยือนปักกิ่ง

(10 ก.พ.68) เพจเฟซบุ๊กลึกชัดกับผิงผิง สื่อมวลชนจากจีน ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเยือนจีนของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย โดยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ การมาถึงของนายกรัฐมนตรีไทยได้รับความสนใจจากชาวจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะได้รับการชื่นชมในความสวยและท่าทางที่พูดจาดีแล้ว ยังมีบอดี้การ์ดหญิงที่จีนจัดให้คอยอารักขานายกรัฐมนตรีไทยก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน

บอดี้การ์ดหญิงที่กล่าวถึงคือ เหยียน เยว่เสีย (严月霞) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดหญิงชื่อดังของจีน โดยเธอเกิดในครอบครัวที่มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกอูซูจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีความสามารถสูงในหลายด้าน ทั้งในด้านการยิงปืนและมวยจีน อีกทั้งยังเคยแสดงความสามารถโดยการเอาชนะนักคาราเต้ห้าคนในเวลาเดียวกันด้วยมือเปล่า นอกจากนี้ เธอยังมีความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยทางไซเบอร์ สามารถรับมือกับการโจมตีจากแฮกเกอร์ในด้านความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ตได้อย่างดีเยี่ยม

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยและความสามารถในการป้องกันภัยที่โดดเด่น จึงไม่แปลกใจที่เธอได้รับการขนานนามว่าเป็น 'บอดี้การ์ดหญิงอันดับ 1 ของจีน'

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา หากพบฝ่าฝืนดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมเข้มงวดดูแลความปลอดภัยประชาชนโดยเฉพาะศาสนสถานทั่วประเทศ

(10 ก.พ.68) พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองสารนิเทศ (รอง ผบก.สปพ.รรท.ผบก.สท.) กล่าวว่า วันมาฆบูชาซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพุทธศาสนา ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งตามประกาศราชกิจจานุเบกษา กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา 5 วัน ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นการขายในอาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศนั้น 

กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำเตือนร้านค้าและผู้ประกอบการให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่หลังเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 (ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ) หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 

นอกจากนี้ พ.ต.อ.วรศักดิ์ฯ กล่าวว่า ในวันมาฆบูชาจะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางไปทำบุญ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดหรือศาสนสถานต่างๆ ทั่วประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการร้านค้า พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความปลอดภัยตามมาตรการด้านต่างๆ อย่างเข้มงวด โดยสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตราตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา และกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เรียบร้อย พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ทางสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วม กสทช. เปิด “ยุทธการ อรัญ 68 Seal Border ระเบิดสะพานโจร Call center ทลายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์” ปิดสวิตช์ซิมบ็อกซ์ ตัดเส้นเลือดใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

(10 ก.พ.68) เวลา 10.00 น. ที่ สภ.คลองลึก อ.อรัญ จว.สระแก้ว ตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) นำโดย พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง จตร.รรท.รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (ผบก.สส.ภ.2) ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิด “ยุทธการ อรัญ 68 Seal Border ระเบิดสะพานโจร Call center ทลายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์” ตัดเส้นเลือดใหญ่ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ร่วมกันตัดสัญญาณฯ ในจุดสำคัญแนวชายแดนอรัญประเทศ – ปอยเปต ประเทศกัมพูชา หลังข้อมูลการสืบสวนสอบสวนพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานฝั่งปอยเปตใช้สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน “ยุทธการ อรัญ 68 Seal Border” ที่ตำรวจภาค 2 เปิดปฏิบัติการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2568 กดดันจับกุมขบวนการนำพาคนลักลอบเข้าเมืองเพื่อเป็นแอดมินหลอกลวง และบัญชีม้า ซึ่งเป็นหัวใจของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ยุทธการอรัญ 68 ระเบิดสะพานโจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทลายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสัญญาณโทรศัพท์ เกิดจากความร่วมมือของตำรวจภูธรภาค 2 และ กสทช. ได้สืบทราบว่าที่ฝั่งปอยเปต เป็นศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์และพบว่ามีสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งสถานที่ สัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นของไทยถูกนำไปใช้ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการหลอกลวงประชาชน ตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้ประสานงานกับ กสทช. ดำเนินการ “ระเบิดสะพานโจร” ใน 2 ส่วนคือ อินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์

“จากการสืบสวนพบกลุ่มมิจฉาชีพใช้ซิมบ็อกซ์ และซิมบ็อกซ์ถูกนำมาติดตั้งอยู่ชายแดนฝั่งกัมพูชาในหลายจุด โดยซิมบ็อกซ์จะต้องมีสัญญาณ 2 ส่วน คือ 1.สัญญาณอินเทอร์เน็ต 2.สัญญาณโทรศัพท์ จึงจะนำอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์มาติดตั้งได้ เพื่อให้มีการควบคุมการโทรออกผ่านอินเทอร์เน็ตสั่งมาที่ซิมให้โทรออก โดยใช้สัญญาณโทรศัพท์ของไทยในการโทรหลอกลวงเหยื่อ” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ยุทธการอรัญ 68 Seal Border ระเบิดสะพานโจร Call center ทลายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ ครั้งนี้ปฏิบัติการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสัญญาณโทรศัพท์ 3 จุด ชายแดนอรัญประเทศ - ปอตเปต คือ 1.สถานีรถไฟ  ตำบลอรัญประเทศ 2.เสาโทรศัพท์หลังตลาดเบญจวรรณ ตำบลป่าไร่ และ 3 เสาโทรศัพท์ บ้านโคกสะแบง ตำบลท่าข้าม

ผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้สามารถลดการใช้ซิมบ็อกซ์โทรหลอกลวง  เชื่อว่าจะลดปริมาณคดีและการหลอกลวงของมิจฉาชีพได้ เราพบจุดที่ตั้งซิมบ็อกซ์อยู่หลายจุดเช่นที่ตำบลท่าข้าม ตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ เราพบสัญญาณข้ามไป และมีการใช้อย่างหนาแน่นและพบออฟฟิศ ปล่อยเช่าในปอยเปตจำนวนหลายแห่ง โฆษณาออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์มีสาธารณูปโภคพื้นฐานโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย เมกะบิตละ 3,000 บาท ซึ่งในออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์อาจจะต้องใช้ถึง 100 เมกะบิตต่อเดือน เสียค่าบริการ 300,000 บาท ตรวจสอบแล้วบางส่วนเป็นอินเทอร์เน็ตของไทย จึงประสาน กสทช. เพื่อดำเนินการใน 2 ส่วนทั้งอินเตอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์ โดยทราบว่าทาง กสทช. ได้มีหนังสือสั่งให้โอเปอเรเตอร์หรือผู้ให้บริการลดเสาสัญญาณการส่งสัญญาณทางโทรศัพท์แล้ว

“ขอย้ำเตือนผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนัน ไม่ว่าจะเป็นซิมม้า บัญชีม้า และจะอ้างเหตุของการเป็นเหยื่อเพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดีไม่ได้ ปัจจุบันตำรวจร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างเข้มข้น และเรามีกลไกการคัดกรองเหยื่อ สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหยื่อ หรือจงใจร่วมขบวนการ ทั้งนี้หากไปร่วมกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผบช.ภ.2 กล่าว

ทรัมป์สั่งโรงกษาปณ์หยุดผลิตเหรียญ 1 เซนต์ เชื่อประหยัดงบ ตามคำแนะนำอีลอน มัสก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังสหรัฐหยุดการผลิตเหรียญ 'เพนนี' หรือเหรียญ 1 เซนต์ หลังจากมีการชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายในการผลิตเหรียญดังกล่าวสูงกว่ามูลค่าของมันเอง  

ตามรายงานจากกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ (10 ก.พ.68) ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 'ทรูธ โซเชียล' โดยระบุว่า การผลิตเหรียญกษาปณ์ของสหรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีต้นทุนเกินกว่า 2 เซนต์ต่อเหรียญ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรอย่างมาก  

ในคำสั่งของทรัมป์ เขาได้กำหนดให้กระทรวงการคลังสหรัฐหยุดผลิตเหรียญเพนนีใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อประหยัดงบประมาณให้กับรัฐบาล

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล (ดอจ) ภายใต้การนำของนายอีลอน มัสก์ ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา  

การลดต้นทุนการผลิตเหรียญในสหรัฐเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงกันมานานและเคยมีการนำเสนอร่างกฎหมายหลายฉบับในสภาคองเกรส แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายใดที่ได้รับการอนุมัติจากสภา

'เลขาสภาฯ' คาด 20 ก.พ. เปิดโหวตส่ง ‘ปูอัด’ ให้ตำรวจ ยืนยันไม่ล่าช้า เหตุสัปดาห์นี้มีประชุมร่วม 2 สภา

‘เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร’ คาดบรรจุวาระโหวตไฟเขียวจับ ‘สส. ปูอัด’ ข้อหาข่มขืนสาวไต้หวัน 20 ก.พ.นี้  ยันไม่ล่าช้า เหตุสัปดาห์นี้มีประชุมร่วม

(10 ก.พ.68) เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หมายจับของนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า ข้อหาข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิงชาวไต้หวัน ยังมาไม่ถึงสภาฯ เพราะตามขั้นตอนสภ. เชียงใหม่จะส่ง หมายจับของศาลไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหนังสือเพิ่งถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงคาดว่ามาถึงสภาฯ ไม่วันที่ 10 ก.พ. ก็ 11 ก.พ. นี้ เพราะต้องผ่านขั้นตอนคือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หรือรองผบ.ตร. ก็จะทำหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อขออนุญาต พิจารณาคดีระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรค 1 ทั้งนี้เมื่อหนังสือมาถึงทางสำนักประชุมก็จะนำเสนอประธานสภาฯ เพื่อขออนุญาตบรรจุวาระการประชุมในวันที่ 20 ก.พ.เป็นเรื่องด่วน เพราะวันพุธ เป็นวันพิจารณากฎหมาย 

เมื่อถามว่า หากนายไชยามพวานลาออก ไม่ต้องพิจารณาเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ กล่าวว่า ถ้าลาออกก็ถือว่าขาดสมาชิกภาพทางสภาฯก็ไม่ต้องพิจารณา การคุ้มกันต่าง ๆ จะหมดลง แต่ตอนนี้อยู่ในระหว่างชั้นการสอบสวนยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟ้องศาล แต่ทันทีที่สภาฯอนุมัติให้จับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าควบคุมตัวนายไชยามพวาน ได้ทันที

เมื่อถามว่า มองว่าช้าไปหรือไม่ที่บรรจุวาระดังกล่าวในวันที่ 20 ก.พ. กล่าวว่า เป็นขบวนการตามปกติ เนื่องจากสัปดาห์นี้มีประชุมร่วม ยังไงก็บรรจุไม่ได้อยู่แล้ว ต้องรอสัปดาห์หน้า

'ทรัมป์' ฝากความหวัง 'มัสก์' แฉกลาโหมทุจริตหลายแสนล้าน

(10 ก.พ.68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เขาคาดหวังให้อีลอน มัสก์ เปิดเผยปัญหาการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสมและการทุจริตครั้งใหญ่ภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน)

ทรัมป์กล่าวเรื่องนี้ระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Fox News เนื่องในโอกาสการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ ซึ่งบางส่วนของการสัมภาษณ์ถูกนำมาเผยแพร่เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น

“ผมกำลังจะแจ้งให้เขาทราบภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ให้เริ่มตรวจสอบกระทรวงศึกษาธิการก่อน จากนั้นค่อยตรวจสอบกระทรวงกลาโหม ผมมั่นใจว่าเราจะพบการทุจริตและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่เหมาะสม คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้าน หรืออาจสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์” ทรัมป์กล่าว

ด้านรอยเตอร์รายงานว่า งบประมาณของเพนตากอนอยู่ที่เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี โดยในเดือนธันวาคม 2567 อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามอนุมัติงบประมาณกลาโหมจำนวน 8.95 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2568

มัสก์ ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าเป็น "พนักงานพิเศษของรัฐบาล" ได้รับมอบหมายจากทรัมป์ให้เป็นผู้นำในการปรับลดขนาดกำลังคนของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทีมงานของมัสก์ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลับในระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมาย และมีความกังวลว่าอาจทำให้ข้อมูลลับรั่วไหล อีกทั้งยังอาจเป็นการรื้อโครงสร้างหน่วยงานรัฐโดยไม่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากบริษัทของมัสก์มีสัญญามูลค่ามหาศาลกับเพนตากอน

ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Meet the Press” ของช่อง NBC ว่ากระบวนการต่อเรือของเพนตากอนเป็นจุดอ่อนที่ควรได้รับการตรวจสอบเป็นพิเศษ โดยเสนอให้กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ซึ่งมัสก์เป็นผู้นำ เข้ามาดูแลปัญหานี้

วอลซ์ยังระบุว่า เพนตากอนมีปัญหาด้านความล่าช้าในการจัดซื้อจัดจ้าง และจำเป็นต้องให้ผู้นำจากภาคธุรกิจเข้ามาช่วยปฏิรูป

แม้ว่าปัญหาประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของเพนตากอนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนานจากนักการเมืองทั้งสองพรรค แต่พรรคเดโมแครตและสหภาพข้าราชการพลเรือนยังคงแสดงความกังวลว่า ทีมงานของมัสก์อาจไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการปรับโครงสร้างเพนตากอนอย่างเหมาะสม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top