Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘ลอรี่ พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ’ ติง!! สส.ฝ่ายค้าน ฉาวคนเดียว ระวังเหม็นทั้งประเทศ จี้ให้!! ลาออก ก่อนกระทบ ‘การทูต-การท่องเที่ยวไทย’ เสียหายถึงความสัมพันธ์

(8 ก.พ. 68) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีศาลออกหมายจับ สส.ฝ่ายค้านคดีล่วงละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน ว่า

ในขณะนี้ สื่อต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศจีนและไต้หวัน ประโคมข่าวใหญ่ 'สส.ฝ่ายค้านไทย' ขืนใจนักท่องเที่ยวไต้หวัน เรื่องดังกล่าวแม้จะเป็นเรื่องผิดส่วนตัว แต่ส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบต่อการท่องเที่ยวที่ทุกภาคส่วนร่วมกันช่วยฟื้นฟูกันอย่างแข็งขัน กลับต้องมาเสียหายเพราะผู้แทนของประชาชน ที่กระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายพงศ์พล กล่าวต่อไปว่า พรรคการเมืองไหนยังให้การสนับสนุนถือหางได้ก็ถือไป แต่ไม่ใช่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ พวกเราขอไม่ทนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ สส. คนดังกล่าวพิจารณาตนเองและงดใช้เอกสิทธิ์ สส.ไปพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ก่อนประเทศเสียหายกว่านี้

"ผมเสนอให้สภามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ไม่ให้มีการใช้อิทธิพลพรรคใหญ่เข้าแทรกแซง พร้อมทั้งเยียวยาเหยื่อ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ" นายพงศ์พล กล่าวทิ้งท้าย

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเพิกถอนวีซ่าชาวญี่ปุ่น 4 ราย ลักลอบข้ามแดนไปฝั่งเมียวดี พบมีหมายจับคดีอาญาและยาเสพติดของญี่ปุ่นหลายคดี  

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ตาม 7 มาตรการเข้มข้น ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ เน้นการสกัดการเคลื่อนย้ายข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามแดนต่าง ๆ 

ล่าสุดพบมีกรณีนักท่องเที่ยวสัญชาติญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย ที่เดินทางด้วยรถยนต์ตู้โดยสารเข้ามาในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.อินทรคีรี ต.แม่สอด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 19.17 น. ต่อมาสืบสวนทราบว่าได้เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และมีรถแท็กซี่มารับคนต่างด้าวทั้ง 4 ราย จากโรงแรมดังกล่าว พาไปส่งถึงที่บริเวณตลาดริมเมย ข้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 1 เวลาประมาณ 12.00 น. และได้เดินดูของที่ตลาดริมเมยเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปก่อนหายตัวไป โดยในวันเดียวกันนั้น เวลา 11.00 น. ได้มีนายไหน่ สัญชาติเมียนมา เดินทางโดยรถยนต์จากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา มายังประเทศไทย ผ่านสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 1 เพื่อมารับกระเป๋าของคนต่างด้าวทั้ง 4 ราย ที่โรงแรม และเดินทางกลับไปฝั่งประเทศเมียนมาโดยไม่ผ่านการตรวจศุลกากรประเทศไทย 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณามีความคาดว่านักท่องเที่ยวสัญชาติญี่ปุ่นจำนวน 4 รายดังกล่าว น่าจะลักลอบข้ามแดนไปฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว และน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการหลอกลวง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จะหลอกลวงคนญี่ปุ่น ประกอบกับประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมของคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย จากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พบว่ามีประวัติอาชญากรรมและมีหมายจับคดียาเสพติดของทางการญี่ปุ่นหลายคดี ทั้งนี้ คนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยการอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากพิจารณาแล้วเห็นว่าคนต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่นทั้ง 4 ราย มีพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นบุคคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร จึงเสนอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีชาวญี่ปุ่นทั้ง 4 รายดังกล่าว พบว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม และมีแนวโน้มเป็นกลุ่มแก๊งที่เข้าร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงสั่งเด็ดขาดเพิกถอนวีซ่าทั้ง 4 ราย และขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเข้าไทย ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าเต็มกำลังปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งขบวนการ โดยดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพอใจ 7 มาตรการเข้ม สั่งรุกปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ย้ำเดินหน้าไม่แผ่ว ไม่ให้พื้นที่แก๊งอาชญากรรม

(8 ก.พ.67) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า หลังจากที่ออกนโยบาย 7 มาตรการเข้มข้น นับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2568 และขีดเส้นตาย 7 วันให้ทุกหน่วยดำเนินการ พบว่าผลการดำเนินงานตาม 7 มาตรการเข้มข้น ทั้งด้านการปราบปราม การป้องกัน การให้ความช่วยเหลือ เห็นผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) และศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิบัติต่อเนื่องอย่างเต็มกำลัง เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป 

ในส่วนของพื้นที่เสี่ยงที่เฝ้าระวังตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่เข้มงวดในการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่จะข้ามแดนไปยังฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา ทั้งทางด่านตรวจ ท่าข้าม และช่องทางธรรมชาติ และยังมีมาตรการในการป้องกันการย้ายฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะฝั่งชายแดนประเทศกัมพูชา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศ และระดับนานาชาติ อาทิ INTERPOL , สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , สถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ เป็นต้น เพื่อบูรณาการเดินหน้าในการปราบปรามอย่างไม่ลดละ 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันหนักแน่นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะลุยต่อไม่แผ่วในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไป มั่นใจการดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่มีพื้นที่ให้มิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนได้อีก ย้ำ “เราทำจริง เอาจริง ประชาชนต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรเหล่านี้อีกต่อไป” 

มั่นใจว่าด้วยความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วน มาตรการต่างๆ จะเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

‘เคทีซี’ ครองตลาด!! ‘บัตรเครดิตค่ายเจซีบี’ ในไทย เผย!! ‘ยอดใช้จ่าย-ปริมาณสมาชิกใหม่’ สูงสุด!!

(8 ก.พ. 68) เคทีซีเผยยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ในปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15% จำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 20% ขึ้นแท่นบัตรเครดิตเจซีบีอันดับหนึ่งที่มีจำนวนทั้งสมาชิกใหม่และยอดรวมการใช้จ่ายมากที่สุดในประเทศไทย โดยสมาชิกนิยมใช้จ่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นยอดใช้จ่ายก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 18% สอดรับกับเทรนด์นักท่องเที่ยวไทยที่ยังนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเป็นอันดับต้น ๆ เคทีซีจึงได้ร่วมกับเจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ออกแคมเปญ ‘JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN’ หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี เจซีบี ตลอดแคมเปญปรับตัวสูงขึ้น 15% นอกจากนี้ ยังขยายฐานสมาชิกใหม่ ด้วยแคมเปญแจกโค้ดส่วนลดค่าอาหาร GrabFood คาดผลตอบรับดี มียอดสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 35 %

นายธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกที่ถือบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี แพลทินัม และบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี อัลติเมท รวมกันทั้งสิ้นกว่า 300,000 ใบ สมาชิกนิยมใช้จ่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมียอดใช้จ่ายอยู่ 15,000 ล้านบาท สำหรับในประเทศบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี มีความโดดเด่นเรื่องโปรโมชันในหมวดร้านอาหารสไตล์โอมากาเซะ (Omakase) และห้างสรรพสินค้า ส่วนการใช้จ่ายที่ต่างประเทศ ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด โดยมียอดใช้จ่ายอยู่ที่กว่า 1,180 ล้านบาท ในปี 2568 นี้ เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับเจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ออกแคมเปญ 'JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN' ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - วันที่ 30 เมษายน 2568  สมาชิกลงทะเบียนและใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ทุกประเภทตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป / เซลส์สลิป รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลดังนี้ 1) แพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น 6 วัน 4 คืน จำนวน 2 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) มูลค่ารางวัลละ 265,000 บาท รวมมูลค่า 530,000 บาท หรือ 2) จี้ทองคำรูปดอกซากุระน้ำหนัก 2 สลึง จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 22,800 บาท รวมมูลค่า 114,000 ระหว่าง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/overseas-privilege/asia/jcb-lucky-draw-x-japan

มิสเตอร์โคเฮ ฟุคามิ รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายออกบัตรเครดิต “เจซีบี” หรือ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เคทีซีเป็นพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่ง ด้วยจำนวนสมาชิกผู้ถือบัตรใหม่และยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง สำหรับในปี 2568 เจซีบียังคงเดินหน้ามอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบีอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสิทธิพิเศษด้านการเดินทางที่ประเทศญี่ปุ่น และยังคงเน้นความพิเศษให้กับสมาชิกเมื่อใช้จ่ายในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะหมวดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารญี่ปุ่น และโรงภาพยนตร์ชั้นนำ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกที่มีความหลากหลาย นอกเหนือจากการร่วมกันออกแคมเปญ ‘JCB ลุ้นเปย์ไป JAPAN’

นายธศพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 นี้ เคทีซียังมุ่งขยายฐานสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี โดยมีเป้าหมายสมาชิกเพิ่มขึ้น 35% ด้วยการมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี (บัตรหลักใหม่) ซึ่งได้รับอนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติบัตร จะได้รับโค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่ารวม 500 บาท (โค้ดส่วนลดใบละ 100 บาท จำนวน 5 ใบ) ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม 2568 - วันที่ 31 มีนาคม 2568 และระยะเวลาอนุมัติบัตร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 - วันที่ 30 เมษายน 2568 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/online/dining/grabfood-x-ktcjcb

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์ https://ktc.cards/apply-pop-jcb หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก ‘เคทีซี ทัช’ ทุกสาขาทั่วประเทศ

‘Pocky x Butterbear’ ชวนแชร์รักด้วย ‘ป๊อกกาแลต’ บอกรักแบบใหม่ ‘I Pocky U’ กับน้องเนย สุดคิวท์

(8 ก.พ. 68) วาเลนไทน์ปีนี้ มัมหมี-พ่อหมี เตรียมมาอัปเลเวลความหวาน ในงาน Pocky X ButterBear Event กับการคอลแลปสุดปังครั้งแรกในไทย! ระหว่างกูลิโกะ ป๊อกกี้ และไอดอลสาววัย 3 ขวบ ‘น้องหมีเนย’ (Butterbear) ที่จะมาเสิร์ฟความน่ารัก ซุกซน ในวันเสาร์ ที่ 8 ก.พ.นี้ เวลา 14.00 น. ณ ชั้น 1 ร้าน Butterbear ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ – รอติดตามได้เลย ^^

นอกจากนี้ ยัยหนูยังชวนชาวด้อม ร่วมแชร์รักด้วยป๊อกกาแลตกับ Premium Set สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากป๊อกกี้ ที่มาพร้อมกระเป๋าและผ้าห่มสุดคิวท์ ให้เก็บสะสมหรือจะส่งต่อความน่ารัก เซอร์ไพร์สคนรู้ใจรับวันวาเลนไทน์ ก็ใจฟูไม่ไหว พร้อมประโยคบอกรักแบบใหม่สไตล์ GEN Z แค่ตะโกน 'I Pocky U' เหมือนเป็นการบอกความในใจให้คนพิเศษได้รู้ เตรียมเอฟจับจองเป็นเจ้าของพร้อมกันได้ตั้งแต่วันนี้  – 31 มีนาคม จำนวนจำกัด!!

สำหรับ Pocky x Butterbear เซตพิเศษเฉพาะวาเลนไทน์นี้ นำความน่ารักของน้องหมีเนยมาสร้างสรรค์ โดยถ่ายทอดคาแรคเตอร์ความสดใสแต่ละลายมาแบบจัดเต็ม ได้แก่

1. Valentine’s Gift Set เซตพิเศษเฉพาะช่วงวาเลนไทน์ ให้ฟินกับทั้งป๊อกกี้และหมีเนย ประกอบด้วย ป๊อกกี้รสช็อกโกแลต 1 แพ็ก ป๊อกกี้รสนม 1 แพ็ก และกระเป๋าปิกนิก Pocky x Butterbear มี 3 แบบให้สะสม Exclusive ตามแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย ถึง 28 ก.พ.นี้ (ขณะนี้มีจำหน่ายเพียง 2 แบบเท่านั้น สำหรับแบบโปรโมชั่นพิเศษ โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม) 

2. กระเป๋าถือ Pocky x Butterbear เมื่อซื้อสินค้ากูลิโกะที่ร่วมรายการกลุ่มขนมทั้งบิสกิตและช็อกโกแลตรสชาติใดขนาดใดก็ได้ครบ 159 บาท รับกระเป๋าถือ 1 ใบ ถึง 28 กุมภาพันธ์นี้

3. ผ้าห่มขนนุ่ม Pocky x Butterbear ขนาด 40*60 นิ้ว มีให้เลือก 2 ลาย คือ ลายหมีเนยสีชมพูและสีเหลือง เมื่อซื้อสินค้ากูลิโกะที่ร่วมรายการรสชาติใดขนาดใดก็ได้ ครบ 699 บาท ก็เป็นเจ้าของผ้าห่มสุดน่ารักได้แล้ว เริ่มจับจองได้ 24 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคมนี้

ห้ามพลาด!! จับจองเป็นเจ้าของพร้อมกันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำและร้านค้าทั่วไปที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ โดยแต่ละช่องทางมีสินค้าและช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปที่แตกต่างกันไป 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage ของ https://www.facebook.com/PockyThailand และ https://www.facebook.com/GlicoTH 

10 อันดับ ประเทศในอาเซียนที่เป็นผู้นำด้านระบบจ่ายเงินดิจิทัล

เข้าใกล้สังคมไร้เงินสด!!

ส่อง 10 อันดับ ประเทศในอาเซียนที่เป็นผู้นำด้านระบบจ่ายเงินดิจิทัล มีประเทศไหนบ้าง และประเทศไทยอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ไปติดตามได้เลย

ยูเครนยอมรับแพ้รัสเซียแน่ หากสหรัฐระงับความช่วยเหลือ

(7 ก.พ.68) โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยอมรับว่าสถานการณ์ของประเทศอาจย่ำแย่ลงอย่างมาก หากสหรัฐฯ ยุติการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการเงิน

คำกล่าวของเซเลนสกีมีขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อยูเครน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งระงับโครงการสนับสนุนเงินทุนสำหรับต่างประเทศเกือบทั้งหมด

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักของยูเครนตั้งแต่เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ ได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนยูเครน อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีโต้แย้งว่าตัวเลขที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 76,000 ล้านดอลลาร์

ระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เซเลนสกียืนยันว่าความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในขณะนี้ยังคงดำเนินต่อไปและยังไม่ถูกระงับ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กล่าวถึงแนวโน้มของมาตรการช่วยเหลือในอนาคต

“ผมไม่อยากคิดเลยว่าหากเราไม่ได้รับการสนับสนุนต่อไป สถานการณ์จะเป็นอย่างไร” เซเลนสกีกล่าว “แน่นอนว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการป้องกันประเทศของเราอย่างรุนแรง และผมไม่มั่นใจว่าเราจะสามารถรับมือได้หรือไม่”

เปิดเบื้องหลังสายลับจอเงิน ฮีโร่จริง หรือแค่โฆษณาชวนเชื่อ

(7 ก.พ.68) นับตั้งแต่การเข้ามามีบทบาทอีลอน มัสก์ ในฐานะผู้นำหน่วยงาน DOGE ประสิทธิภาพของรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีการออกมาพูดถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของหน่วยสืบราชการลับสหรัฐ (CIA) ในการเข้าไปมีบทบาทในหลายแวดวงการ ตั้งแต่การออกมาแฉเบื้องหลังของสำนักข่าว Politico จนถึง การออกมาพูดถึงประเด็นผู้อพยพ

ล่าสุดมีการพูดถึงวงการภาพยนตร์สหรัฐฯ และเหล่าดาราฮอลลีวูด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ให้ดูเป็นฮีโร่ผู้เสียสละ ซึ่งบางครั้งต้องใช้มาตรการรุนแรงเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

สำนักข่าวสปุตนิกของรัสเซีย ตั้งข้อสังเกตว่า หนึ่งในดาราสาวชื่อดังอย่าง แองเจลินา โจลี นักแสดงชื่อดังเคยเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของ CIA เพื่อรับคำปรึกษาสำหรับบทบาทของเธอในภาพยนตร์สายลับ Salt (2010) อย่างไรก็ตาม ด้วยบทบาทนักเคลื่อนไหวระดับโลกของเธอ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับหน่วยงานดังกล่าว

ไม่เพียงแค่นั้น นักแสดงสาวอย่าง เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ จากซีรีส์ Alias ซึ่งรับบทเป็นสายลับ CIA เคยได้รับเชิญไปยังสำนักงานใหญ่ของ CIA ในเมืองแลงลีย์ และในปี 2004 เธอยังได้ร่วมแสดงในวิดีโอรับสมัครงานของหน่วยข่าวกรองนี้ด้วย

ขณะที่ ฌอน เพนน์ หลังจากที่เขาได้สัมภาษณ์เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน "เอล ชาโป" (วาคีน กุซมาน) ซึ่งไม่นานต่อมาถูกจับกุม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเพนน์อาจเป็นหนึ่งในทรัพย์สินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

ส่วน เบน แอฟเฟล็ก นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังเคยรับบทเป็นรองผู้อำนวยการ CIA แจ็ค ไรอัน ในภาพยนตร์ The Sum of All Fears (2002) นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้อำนวยการสร้างและนักแสดงนำใน Argo (2012) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ยกย่องภารกิจช่วยเหลือนักการทูตสหรัฐฯ ระหว่างวิกฤติการณ์ตัวประกันในอิหร่าน

สื่อรัสเซียยังระบุว่า มีข้อกล่าวอ้างว่าวอลต์ ดิสนีย์เคยร่วมมือกับ CIA ในการสนับสนุนแผนต่อต้านคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น นอกจากนี้ ในช่วงปี 1990 CIA ได้จัดตั้งสำนักงานประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้สร้างภาพยนตร์และนักเขียนบทในฮอลลีวูด เพื่อมีอิทธิพลต่อการนำเสนอภาพลักษณ์ของหน่วยงานข่าวกรองในสื่อบันเทิง

โดยตัวอย่างภาพยนตร์และซีรีส์ที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ของ CIA อาทิ 

Zero Dark Thirty (2012) ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวการตามล่าตัวโอซามา บิน ลาเดน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการทรมานผู้ต้องสงสัยของ CIA

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายของทอม แคลนซี เช่น The Sum of All Fears และ Clear and Present Danger ซึ่ง The Atlantic เคยระบุว่าเป็น "หัวใจสำคัญของโฆษณาชวนเชื่อของ CIA ในช่วงทศวรรษ 1990"

Homeland ซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของ CIA ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมแต่ก็ถูกวิจารณ์ว่าช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับหน่วยข่าวกรองแห่งนี้

การมีส่วนร่วมของ CIA กับฮอลลีวูดยังคงเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม ว่าภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นบนจอเงินนั้นสะท้อนความเป็นจริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนอิทธิพลของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ กันแน่

เวียดนาม-มาเลเซีย เร่งสปีดส่งออก ไทยเสี่ยงเสียแชมป์ทุเรียนตลาดจีน

(7 ก.พ.68) รายงานการวิจัยความเสี่ยงของประเทศและอุตสาหกรรมของบีเอ็มไอ (BMI Country Risk and Industry Research) หน่วยงานในเครือสถาบันวิจัยฟิทช์ (Fitch) คาดการณ์ว่าความต้องการทุเรียนที่เพิ่มมากขึ้นในจีนจะผลักดันการส่งออกทุเรียนของผู้ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เติบโต

สถาบันฯ คาดว่าการแข่งขันในตลาดทุเรียนจะดุเดือดมากขึ้น โดยการส่งออกจากเวียดนามและมาเลเซียจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าจะท้าทายสถานะของไทยในการเป็นผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่ที่สุดในโลกมากยิ่งขึ้น

สถาบันฯ มองว่ามาเลเซียจะกลายเป็นผู้ส่งออกทุเรียนสดป้อนตลาดจีนที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากข้อตกลงเมื่อปี 2024 ที่รัฐบาลจีนบรรลุข้อตกลงกับมาเลเซียในการอนุญาตการส่งออกทุเรียนสดเข้าสู่จีน โดยในช่วงเวลานั้นมาเลเซียได้ส่งออกทุเรียนแช่แข็งทั้งเปลือกและเนื้อทุเรียนแช่แข็งไปยังจีนอยู่แล้ว

ส่วนการผลิตและการส่งออกทุเรียนของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักบางประการที่ผลักดันการเติบโต ส่วนใหญ่คือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในไทยที่กระทบการส่งออก และข้อตกลงที่กระทรวงเกษตรของเวียดนามและสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปจีนบรรลุร่วมกันในปี 2022 ซึ่งอนุญาตการส่งออกทุเรียนสดไปยังจีน

นอกจากนี้ เวียดนามยังได้รับประโยชน์จากการมีพรมแดนทางบกติดกับจีน และการผลิตทุเรียนนอกฤดูกาล สิ่งนี้เป็นพัฒนาการสำคัญที่จะเพิ่มรายได้จากการส่งออกของเวียดนาม ควบคู่กับการเพิ่มการแปรรูปและลดแรงกดดันในการเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล

ด้านรัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเร่งทำงานเพื่อให้สามารถส่งออกทุเรียนสดไปยังจีน ขณะที่ลาวเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สถาบันฯ คาดว่าจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานทุเรียน

สถาบันวิจัยฟิทช์เผยว่าจีนนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสิบปีมานี้ พร้อมคาดการณ์ว่าความต้องการทุเรียนจากจีนจะแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยคาดว่าในระยะสั้นถึงระยะกลางจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในภาคส่วนนี้

บีเอ็มไอคาดว่าการเติบโตจะดำเนินต่อไปในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากตลาดยังคงห่างจากช่วงอิ่มตัว และผลไม้ชนิดนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ทุเรียนเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีราคาแพงที่สุด และมักถูกมองว่าเป็นสินค้าแปลกใหม่ที่มักรับประทานในโอกาสพิเศษ บีเอ็มไอจึงเชื่อว่าทุเรียนเป็นสินค้าที่จะมีศักยภาพทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงในแง่อำนาจซื้อของผู้บริโภค

ปธ.วิปรัฐบาล รับไม่ได้พฤติกรรม ‘สส.ปูอัด’ ข่มขืน นทท.สาว ลั่น พร้อมยกมือโหวตให้ตำรวจรวบตัวไปดำเนินคดี

’ปธ.วิปรัฐบาล‘ กระทืบซ้ำ ’สส.ปูอัด‘ ซัดทำผิดซ้อน ทำประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมยกมือโหวตไฟเขียวเปิดทาง ‘ตำรวจ’ รวบตัวไปดำเนินคดี ลั่นใครจะปกป้องก็แล้วแต่ เตรียมชงเข้า ‘คกก.จริยธรรม’ เร่งด่วน ฟันดาบสอง

(7 ก.พ.68) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีตำรวจ สภ.เชียงใหม่ ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขออนุญาตจับตัวนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า หลังศาลเชียงใหม่อนุมัติหมายจับ เป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันว่า เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นพฤติกรรมที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทราบข่าวมา เราก็ไม่ได้ไปว่าเขาผิด ครั้งที่แล้วยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ครั้งนี้ไปก่อเหตุซ้ำและยังก่อเหตุกับคนต่างชาติ ทำให้ประเทศชาติเราเสียชื่อเสียง

“ในสถานะสมาชิกรัฐสภามันรู้สึกอายเขานะ ถ้าเป็นคนธรรมดาก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ยังไม่พอ ตัวเองเป็นผู้ทรงเกียรติไม่ควรทำอย่างนี้ ผมคิดว่าสภาก็น่าจะให้ตัวไปครับ หลังจากนั้นคณะกรรมการจริยธรรมอย่างพวกผมก็ต้องทำหน้าที่ต่อเลย” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องเอาเข้าคณะกรรมการจริยธรรมเป็นวาระเร่งด่วน ตนเกรงว่า จะเป็นความเสียหายกับประเทศ ถ้าเขาไปโพสต์ไปว่าอะไร ประเทศชาติจะเสีย ในฐานะสภาผู้ทรงเกียรติทำแบบนี้ไม่ได้ มันซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่จบไม่สิ้น

เมื่อถามว่าจะกลายเป็นปัญหาหรือไม่เพราะยังไม่เคยมี สส.ที่สมาชิกโหวตให้ตำรวจดำเนินคดี นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนคดีที่ไปก่ออาชญากรรมเรายังรับได้ แต่เรื่องนี้หมายถึงต่างประเทศด้วย ชื่อเสียงบ้านเรา รายได้เยอะมากจากการท่องเที่ยว ถ้าผู้แทนที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย มีพฤติกรรมอย่างนี้ มันก็จะเสียหายเยอะ ตนคิดว่าเสียหายมากที่สุด

“ผมคิดว่าเป็นดุลยพินิจของ สส.แต่ละพรรค แต่ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องในประเทศ แค่คนไทยไปทำกับเขาก็เสียหายแล้ว แต่นี่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมันไม่ควรทำ ด้วยจิตสำนึก ใครจะปกป้องก็แล้วแต่ ผมคนหนึ่งที่จะโหวตให้ส่งตัว” นายวิสุทธิ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top