Monday, 3 August 2026
Hard News Team

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท
847377

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
268  613

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
652  001

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
50

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
847376  847378

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
464953  822419  572417  403022  234582

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
497867  405988  424303  645024  273711  
467127  126320  907658  657401  642152  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
139733  706119  785084  077913  376516  
724366  575954  173448  742179  293096  
940805  325152  870601  735617  731665  
073045  021660  403627  638899  037244  
099058  560894  322129  855651  404509  
179357  696028  467561  824459  366488  
344581  913399  085810  228271  164088  
642332  151964  100287  797797  248640  
231605  439018  803962  478552  094541  
168378  192006  573676  256518  100051  

‘โรม’ ไล่!! ‘ป.ป.ช.’ ให้ไปเคลียร์ตัวเอง ก่อน!! แจ้งข้อกล่าวหา 44 สส. เสนอแก้ 112

(16 ก.พ. 68) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ  รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกหนังมือเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหากรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ว่า ตอนนี้น่าจะได้รับหนังสือเรียกกันหมดแล้ว แค่ติดอยู่ที่ความล่าช้าในการส่งไปรษณีย์ ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่เราต้องรับมือกันต่อไป แต่ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของพวกเรา เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

“วันนี้คุณอ้างเรื่อง ม.112 วันนี้หน้าคุณก็อ้างเรื่องอื่นมาทำลายพรรคการเมืองที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ก้าวหน้าเพิ่มขึ้น มันไม่มีกฎหมายห้ามในการเสนอแก้เรื่องดังกล่าว ก็ต้องยืนยันในการทำหน้าที่ของเรา”

นายรังสิมันต์ ถามกลับว่า อะไรคือภารกิจเร่งด่วนของ ป.ป.ช. ซึ่งภารกิจเร่งด่วนของ ป.ป.ช.คือการเคลียร์ตัวเอง วันนี้ตัวเองยังเคลียร์ไม่ได้ และอาจจะมีความผิดต่างๆ นาๆ เกี่ยวเรื่องทุจริต ดังนั้นมีความชอบธรรมอะไรมาทำหน้าที่ตรงนี้

”ประทานโทษ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ท่านเป็นถึงประธาน ป.ป.ช. ตัวท่านเองจะอยู่แบบนี้เงียบๆ ต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเองหรือไม่ ผมคิดว่าต้องฝากพี่น้องสื่อมวลชนในการติดตาม ประธาน ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ช.ท่านเป็นองค์อิสระ ใช้เงินภาษีของประชาชน เมื่อมีเรื่องที่เป็นข้อกล่าวหาต่างๆ มากมายไปสู่ท่าน ท่านมีหน้าที่สร้างความกระจ่างให้กับประชาชน ถ้าท่านไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ ท่านต้องสังวรณ์ว่าท่านกินภาษีของประชาชนอยู่ ต้องตอบคำถาม“ นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ทำให้เสียสมาธิหรือไม่ เพราะใกล้ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม ป.ป.ช.ต้องรีบขนาดนี้ เรื่องชี้แจงเราพร้อมจะไปชี้แจงอยู่แล้ว เราในฐานะที่ต้องเตรียมชี้แจง ก็ยอมรับว่าเสียสมาธิในการเตรียมอภิปราย เพราะต้องมานั่งคิดเรื่องคดีความ รวมถึงบางคนก็ต้องถอนตัวจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศนี้ต้องการฝ่ายค้านที่มีคุณภาพในการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่าจะกระทบเสถียรภาพของฝ่านค้านหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนประเมิน พวกเราต้องโฟกัสเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โฟกัสเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ และคดีความอีกมันก็กินพลังไปมากแล้ว แต่ถ้าตัวเลขฝ่ายค้านลดลงก็ยอมรับว่ามีผลต่อการตรวจสอบอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าจะกระทบไปถึงเลือกตั้งปี 2570 หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากประเมิน ยังไม่รู้ผลจะจบอย่างไร พร้อมยิ้ม และกล่าวว่า ตอนนี้ยังทำหน้าที่อยู่

‘เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช.!! สอบ ‘ปูอัด’ พ่วง!! ‘วันนอร์-สุชาติ’ ฝ่าฝืนจริยธรรมฯ

(16 ก.พ. 68) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ทำการตรวจสอบนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่ โดยมีข้อเท็จจริงข้อกฎหมายเป็นตัวอย่างในคำร้องดังนี้

ข้อ 1.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1) และมาตรา 87 บัญญัติว่า มาตรา 28 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมาตรา 87 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย การเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง และการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ซึ่งต้องกำหนดให้ใช้ระบบไต่สวนและให้ดำเนินการโดยรวดเร็ว ให้นำความในมาตรา 81 และมาตรา 86 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

การเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจมอบหมายให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการในศาลแทนได้”

ข้อ 2. มาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 กำหนดไว้ดังนี้ ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 3. ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เรื่องด่วน ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจับกุมตัว นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ

ข้อ 4. เอกสารแนบระเบียบวาระดังกล่าว แนบหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตช 0011.25/537 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นหนังสือการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญาที่ 95/2568 กรณี นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงอาจเข้าข่ายอันควรตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่

ข้อ 5. ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ข้อ 6. ข้อเท็จจริงตามข่าวที่ปรากฏ กรณี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กับ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ควรถือเป็นความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ตามมาตรา 48 วรรคหนึ่งแล้ว จึงมีเหตุอันควรขอให้ตรวจสอบบุคคลทั้ง 3 แล้วแต่กรณี ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่

“เรื่องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยตรง จึงไม่ควรไปร้องหน่วยงานอื่น” นายเรืองไกร กล่าว

‘สนธิ’ แจง!! ไม่เคยพูดว่า ‘พีระพันธุ์’ เกี่ยวข้องกับคนบนเรือในคดีแตงโม แต่เชื่อ!! รู้จักกับ ‘ปอ ตนุภัทร’ สนิทถึงขั้นให้เรียก ‘อาตุ๋ย’ อย่างเป็นกันเอง

(16 ก.พ. 68) นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส และเจ้าของสื่อในเครือผู้จัดการ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ขอชี้แจงเรื่องคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

ผมขอชี้แจงเรื่องที่ผมพูดไปใน "สนธิเล่าเรื่อง" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา(12ก.พ.) ว่า คุณปอ ตนุภัทร หนึ่งในคนบนเรือ ได้มีการโทรศัพท์คุยกับคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นั้น ผมยืนยันว่าไม่ได้เป็นข้อมูลที่มาจาก DSI เลย และไม่มีทางที่ DSI จะส่งข้อมูลนี้มาให้ผม แต่ผมได้ข้อมูลและการวิเคราะห์จากแหล่งข่าวของผมเอง

ข้อแรก เมื่อคืนวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จัดรายการ "โคนันเมืองไทย" แล้วใบ้คำถึงคนบนเรือ โทรคุยกับนักการเมืองคนหนึ่ง แล้วใบ้คำว่าหนึ่ง เป็นรัฐมนตรีในชุดที่แล้วและรัฐมนตรีชุดนี้ สอง เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง สาม เป็นคนดูแลกระทรวงสำคัญ และสี่ เป็นผู้ที่จบและมีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ผมเห็นข้อมูลแล้ววิเคราะห์ได้ว่าน่าจะหมายถึงคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และไม่ใช่ผมคนเดียว เพราะคอมเมนต์ในคลิปคุณอัจฉริยะ ก็มีคนคิดแบบผมพิมพ์เข้ามาเยอะมาก ในที่สุดผมก็เลยต้องให้ทีมงานไปค้นรูปเก่าๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพีระพันธุ์ กับคนบนเรือ ว่ามีหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณปอ ซึ่งเป็นคนค้าขายเรือและรถหรู น่าจะรู้จักนักการเมืองเยอะ ผมก็เลยเจอรูปจริงๆ ผมเลยเชื่อว่าคุณปอ จะต้องโทรหาคุณพีระพันธุ์ 

ประกอบกับผมมีพยานกลับใจคนหนึ่งมาบอกว่า คุณปอ โทรหาคุณพีระพันธุ์ และมีการพูดคุยกันจริง แล้วผมก็วิเคราะห์และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผมยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้ นอกจากสื่อมวลชนและ DSI ต้องไปสอบคุณพีระพันธุ์ เอาเอง ผมแค่ยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ได้รับข้อมูลจากที่ไหนเลย แต่ได้มาจากแหล่งข่าวและการวิเคราะห์ของผมเอง

และผมก็ได้ข่าวว่า คุณปอเรียกคุณพีระพันธุ์ว่า "อาตุ๋ย" ทุกคำ เพราะช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2566 นายปอ เข้าไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ มานำเสนอโปรแกรมระบบไอที ตอนนั้นในพรรคก็ต่อต้าน เพราะกลัวนายปอ จะแย่งงาน แสดงว่านายปอ กับคุณพีระพันธุ์ รู้จักและสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง ส่วนจะโทรและคุยกันเรื่องอะไร ไม่ทราบ เพียงแต่ว่าในวันที่โทรนั้นเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พบว่าแตงโม ได้เสียชีวิตไปแล้ว ให้ผมเดา ผมไม่กล้าเดา ก็เป็นไปได้ว่าจะโทรไปปรึกษาหารือเรื่องคดีความ แต่จะเป็นอะไรนั้น ผมไม่รู้จริงๆ เอาเป็นว่า ข้อแรก ความจริงก็คือว่า ทั้งคุณพีระพันธุ์ และคุณปอ รู้จักกันดี ถ้าไม่รู้จักกันดีจะเรียกว่า อาตุ๋ย ได้อย่างไร และสอง ได้มีการโทรไปจริง นี่ผมวิเคราะห์จากสิ่งแวดล้อมแล้ว

‘นิพนธ์’ เสนอ ‘นายกฯ-ครม.’ เร่งผลักดันงบ ‘Hatyai Monorail’ หวั่นล่าช้า ทำต้นทุนพุ่ง ชี้!! เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของหาดใหญ่

(16 ก.พ. 68) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8 สมัย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันโครงการ Hatyai Monorail พร้อมเร่งรัดการพิจารณางบประมาณโดยสำนักงบประมาณ เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว ลดต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต  

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งสาธารณะของอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเชื่อมต่อ สถานีคลองหวะ – สถานีรถตู้ โดยโครงการดังกล่าวผ่านการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว และมีศักยภาพสูงในการพัฒนา  

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการต้องรอการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ ว่า จะจัดสรรงบประมาณให้เท่าใด ซึ่งหากกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ลดปัญหาการจราจร และสามารถควบคุมต้นทุนโครงการได้ แต่หากล่าช้า ต้นทุนก่อสร้างจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการ  

“Hatyai Monorail ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของหาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นตัวแบบของความร่วมมือระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น โดยอบจ. สงขลาได้ศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบพร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วรอการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ จากสำนักงบฯ พร้อมเป็นการกระตุ้นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลาง กับท้องถิ่น และภาคเอกชน  ซึ่งการดำเนินโครงการที่รวดเร็วจะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็วที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว  

นายนิพนธ์ ย้ำว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงการนี้ และพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นจริง รองรับการขยายตัวของเมืองหาดใหญ่ และปริมณฑลและเป็นต้นแบบของระบบขนส่งสาธารณะในภูมิภาคอื่นของประเทศต่อไป

‘อิ๊งค์’ ออกรายการ สรุปผลการเยือนจีน ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งข้อมูลแลนด์บริดจ์เพิ่มเติมให้ เผย!! เจอกันอีกเทปต้นเดือน มี.ค.

(16 ก.พ. 68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ตอนพิเศษ การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ในโอกาส 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD และวิทยุเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในช่วงการเยือนยังได้พบผู้นำจีนทั้ง 3 ระดับ คือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายจ้าว เล่อจี้ และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง  ซึ่งเป็นเรื่องน่าภูมิใจ เพราะการได้พบผู้นำประเทศจีนทั้ง 3 ระดับในการเยือน 1 ครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย โดยได้หารือถึงการส่งมอบหมีแพนด้ายักษ์ 2 ตัว มาไทย ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ ไทยเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อย เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น

นอกจากนี้ จีนตื่นเต้นกับเรา คือ ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน มีการสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา ในหลวง ตนเชิญชวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาชมความสวยงามของซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย.ที่มีเทศกาลสงกรานต์โดยนายกฯได้เน้นย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจท่องเที่ยวจะดูแลพี่น้องนักท่องเที่ยวจีนเป็นอย่างดี และได้เล่าเรื่องพระเขี้ยวแก้วให้กับสื่อมวลชนจีนรับทราบ ต่างฝ่ายชื่นชมซึ่งกันและกัน รวมถึงแผนงานความสัมพันธ์ระหว่างกันในอีก 50 ปีต่อจากนี้ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบนี้ นี่คือธีมที่ 2 ประเทศได้คุยกัน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์นั้นทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุยอย่างจริงจัง ซึ่งประธานาธิบดีจีนชื่นชมไทยที่มีการจัดการเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด และจะตั้งทีมทํางาน 2 ทีม เพื่อช่วยกันในเรื่องนี้  โดยจีนประสงค์จะช่วยมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ได้ขอแค่การตั้ง 2 ทีม ที่จะสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็ว โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศช่วยกํากับดูแลในการพูดคุยของทั้ง 2 ทีม ให้พูดคุยแล้วสามารถหาข้อสรุปได้ทันที นับว่าเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ 

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือด้าน “ซอฟต์พาวเวอร์” ระหว่างกัน เช่น มวยไทย ร้านอาหารไทย ว่าจะทำอะไรกับจีนได้บ้าง โดยจะมี working team มาติดต่อกันอีกครั้ง ส่วน สินค้าเกษตรของไทยนั้น จะให้จีนกับไทยร่วมกันกําหนดมาตรฐาน เพื่อให้มีมาตรฐานเท่ากัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะรับไปดำเนินการต่อ เพื่อให้ผู้ประกอบการเสียต้นทุนน้อยที่สุด มีกำไรมากขึ้น เกิดความสะดวกเพิ่ม เป็นการเปิดช่องทางสินค้าเกษตรไทย ซึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้กล่าวว่า ชอบทุเรียนหมอนทอง และมะม่วง พอได้ยินอย่างนั้น ก็ดีใจ

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงรถไฟความเร็วสูง และ โครงการแลนด์บริดจ์  รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 และ 2 ยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง หากเสร็จแล้วทั้งจีน ลาว ไทย จะสามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถส่งทุเรียนหมอนทองไปมอบให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ เป็นการลดต้นทุน เพิ่มโอกาส SME และเกษตรกรไทย และยังเป็นอีกช่องทางสำหรับผู้ที่จะทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาก และขอให้ไทยเร่งดำเนินการ ซึ่งได้สั่งการกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดเรื่องนี้แล้ว

จีนยังให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์มากเช่นกัน และต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น หากโครงการเกิดขึ้น จะมีการเชื่อมกันและจีนได้ขอข้อมูลผลการศึกษาโครงการเนื่องจากจีนเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าว ซึ่งจะเกิดผลดีทั้งจีนและประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะมอบหมายให้ทีมที่ทำการศึกษาโครงการดังกล่าว ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้ รวมทั้งการเชิญชวนมาลงทุนด้วย

การมีแลนด์บริดจ์จะช่วยลดเวลาการส่งออกได้ 4 วัน สามารถประหยัดต้นทุนของผู้ประกอบการได้ 15 %  ช่วยประหยัดน้ำมัน ทำให้ต้นทุนถูกลง ผู้บริโภคก็ซื้อของในราคาที่ถูกลงด้วย ได้ผลดีทั้งระบบ โดยจะดำเนินการควบคู่กับเรื่อง Green Energy ประหยัดพลังงานด้วย นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นฮับโลจิสติกส์  สร้างโอกาสการจ้างงาน และการซื้อขายสินค้า

นายกฯ ยังกล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนว่า ได้เชิญชวน บริษัท Xiaomi ให้มาสร้างโรงงานผลิตรถ EV ที่ประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานในประเทศ ซึ่งไทยได้พูดคุยกับประเทศในอาเซียน และมีบทบาทในเวทีอาเซียน ก็จะเป็นอีกข้อเสนอสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศ

ทั้งนี้ ได้มีการเซ็น MOU 14 ฉบับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อจีนให้ความสนใจ และได้ประโยชน์ อาทิ ข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ ที่จะแชร์ร่วมกันระหว่างไทยกับจีน สแกมเมอร์ ข้อมูลการพัฒนาต่าง ๆ เช่น เครื่องมือทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งจะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการพบภาคเอกชนและสื่อมวลชนจีน เป็นการพบกับและพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์ อย่าง POP MART Xiao Hong Shu Meitu Dianping เรื่องการนำร้านอาหารไทย ขึ้นบนแพลตฟอร์มจีน โดยได้แนะนำ แอปฯ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ตำรวจไทยจัดทำขึ้น เพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวใช้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้นำไปไว้บนแพลตฟอร์มจีน และขอขอบคุณที่มาช่วยกันสื่อสารให้กับประชาชนจีนทราบ

นายกฯ ยังกล่าวถึงการร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ได้พบนักกีฬาไทย รู้สึกดีใจมาก ได้ร่วมชมและเชียร์การแข่งขัน Ice Hockey ชายทีมชาติไทย และคิดว่าน่าจะนำกองเชียร์ไทยไปร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาที่ร่วมแข่งขันและรู้สึกประทับใจนิทรรศการน้ำแข็งที่มีสวยงามมาก รวมถึงพิธีเปิดการแข่งขัน อีกทั้ง ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จของ นายปอล ฮองรี วิเยอร์ต๊องส์ นักกีฬาเอเชียนวินเทอร์เกมส์ ที่คว้าเหรียญทองแดงแรกจากกีฬา Freestyle skiing

ในช่วงท้ายรายการ นายกฯ ได้สรุปผลการเยือนจีนว่า เรื่องแรก ความมั่นคง ได้ความร่วมมือการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะต้องลดลงและเห็นผลอย่างรวดเร็ว  เรื่องที่สอง คือ การค้า Landbridge การตรวจสอบคุณภาพ (QC) สินค้าที่จะส่งออก จะสามารถส่งออกสินค้าได้เร็วขึ้น ไม่เสียต้นทุนมาก โดยเฉพาะ Landbridge เมื่อเกิดขึ้น ช่วยประหยัดพลังงาน มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มีการจ้างเพิ่ม สินค้าเกษตรที่ล้นตลาดก็จะไม่ล้น และสาม คือ ความสัมพันธ์ระดับประชาชน-ประชาชน (People to people) เชื่อมสัมพันธ์ของไทย-จีน ที่มีต่อไปในอีก 50 ปีข้างหน้า ซึ่งต่างเห็นพ้องว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบนี้ให้ยาวนานต่อไป

นายกฯ ยังเปิดเผยด้วยว่า อย่าลืมติดตามอีกเทปประมาณช่วงต้นเดือน มี.ค.68

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ จับมือ ‘AFD’ จากฝรั่งเศส เดินหน้า!! แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อให้คนไทย มีลมหายใจที่สะอาด

(16 ก.พ. 68) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ ได้ร่วมกับ AFD หน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส เดินหน้าทำโครงการร่วมพัฒนาคุณภาพอากาศในอาเซียน โดยนำคณะทำงานของอาเซียนมาร่วมกันศึกษาการพยายามแก้ไขมลพิษทางอากาศในไทย ร่วมงานกับทั้งหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคม อย่างสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้มีอากาศสะอาด

‘ซาบีดา’ รมช.มหาดไทย เปิดงานสัญลักษณ์เมืองเลิงนกทา จ.ยโสธร ระทึกเวทีถล่ม เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย โชว์สปิริต!! เปิดงานต่อ ขณะ ‘สส.ยโสธร’ เจ็บหนัก

(16 ก.พ. 68) เกิดเหตุ ฉากราวเหล็กเวที งาน “สัญลักษณ์เมืองเลิงนกทา” จ.ยโสธร ถล่มลงมา ในระหว่าง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เปิดงาน เบื้องต้นเจ้าตัวโดนแผงเหล็กบริเวณศีรษะ บาดเจ็บเล็กน้อย สามารถเปิดงานต่อได้ และถ่ายรูปร่วมกับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะเดินทางไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกาย ล่าสุดได้ทำ CT สแกน ผลปกติ ขณะนี้เดินทางกลับแล้ว

ขณะที่ นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สส.ยโสธร จาก x-ray และ CT แสกน พบกระดูกสันหลัง T3 แตกจึงส่งต่อไป รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

ด้าน นายสุทธิชัย จรูญเนตร สส.อุบลราชธานี อาการบาดเจ็บเล็กน้อย รักษาต่อที่ รพ.เอกชน

‘รมว.ศธ. เพิ่มพูน’ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้น้องนักเรียนไทย!! ผู้ชนะโอลิมปิควิชาการ

(16 ก.พ. 68) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่นักเรียนผู้แทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ ASMOPSS Thailand เพื่อไปแข่งขันต่อระดับนานาชาติใน โครงการ Asian Science & Mathematics Olympiad for Primary and Secondary School (ASMOPSS) รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า “นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรียนดี มีความสุข มีเป้าหมายการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต การส่งเสริมให้นักเรียนมีความเป็นเลิศด้านวิชาการ มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จนสามารถร่วมการแข่งขันและได้รับการรางวัลการันตีในระดับนานาชาตินั้น แสดงว่านักเรียนแต่ละคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจพยายามฝึกฝนเรียนรู้และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ และยังได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ปกครอง ครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน สิ่งที่อยากฝากให้ทุกคนนำไปปรับใช้นั่นคือ ความฉลาดรู้ ฉลาดคิด และฉลาดทำ”

นางสาวพรพัชร แผลงเดช ประธานโครงการ ASMOPSS THAILAND กล่าวว่า “ถือเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะนักเรียนผู้แทนที่เข้าแข่งขันได้รับรางวัลกลับมาให้คนไทยชื่นชมทุกคน รู้สึกภูมิใจมากเพราะเราคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้นักเรียนที่มีความสามารถมากที่สุดมาเป็นตัวแทนประเทศไทย และนอกจากนี้ทาง บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป ได้รับสิทธิ์และความไว้วางใจในการจัดสอบแข่งขันระดับนานาชาติในปีนี้หลายรายการอีกด้วย

นายธนากร แผลงเดช นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ กล่าวถึงการสนับสนุนและผลักดันโรงเรียนเอกชนนอกระบบว่า “เราพร้อมที่จะสนับสนุน ผลักดันทั้งโรงเรียนกวดวิชา สอนภาษา ดนตรี กีฬา เสริมทักษะชีวิต บริบาล และโรงเรียนสอนอาชีพ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ ศธ. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัยและพร้อมที่จะเติบโตไปเป็นพลังที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคมต่อไป”

สำหรับโครงการ ASMOPSS THAILAND เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกวดวิชาเอซายน์ และ บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์ให้จัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักเรียน ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

และยังเป็นการสนับสนุนเวทีให้เด็กไทยแสดงความสามารถด้านวิชาการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนความสำเร็จของเด็กไทยใน Gen นี้ เน้นทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นฐาน โดยมีประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ทาจิกิสถาน กัมพูชา ปากีสถานชาอุดิอาระเบีย และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ มีนักเรียนผู้แทนจากประเทศไทยได้รับรางวัลทั้งหมด 36 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลประเภทบุคคล 28 รางวัล (10 เหรียญทอง, 12 เหรียญเงิน, 6 เหรียญทองแดง) และ รางวัลประเภททีม 8 รางวัล (รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1รางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 3 รางวัล) โดยมีนักเรียนจากทั่วประเทศผ่านการคัดเลือกจากโครงการ ASMOPSS THAILAND เข้าร่วมแข่งขัน ASMOPSS 14 จำนวน 28 คน จากผู้เข้าแข่งขันประเภทบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนจากประเทศอื่นทั้งหมด 136 คน และประเภท ทีมทั้งหมด 37 ทีม จาก 10 ประเทศ

นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เปิดบูธให้ความรู้และแนะนำหลักสูตรต่างๆเพื่อเป็นทางเลือกในการศึกษาเพิ่มเติม และสร้างพลังสนับสนุนเยาวชนไทยใส่ใจการศึกษา อาทิ บูธ Coaching English การใช้ Smart Learning App สอนภาษาอังกฤษ, บูธ Talent Detective โปรแกรมค้นหาตัวตนจากลายนิ้วมือด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัย, บูธ JCS แนะนำการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และบูธสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกขนนอกระบบ (APANE) เป็นต้นการแข่งขันวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ASMOPSS (แอสมอพส์) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยโครงการ ASMOPSS THAILAND เป็นผู้จัดสอบเพื่อคัดเลือกนักเรียน จัดสอบรอบแรก (รอบประเทศ) ในเดือนสิงหาคม ส่วนรอบสอง (รอบคัดเลือกผู้แทนประเทศ) ช่วงต้นเดือนตุลาคม จะคัดเลือกนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบตามเกณฑ์มาตรฐานระดับนานาชาติของ ASMOPSS เท่านั้น เพื่อคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศไทย

สมุทรปราการ-เฮลั่น!! อรัญญา สุวรรณบุตร แชมป์เก่า!! เขี่ยสัมล่วงแบบขาดลอยเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อวันที่ (16 ก.พ. 68) ได้มีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ โดยมีผู้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จำนวน 2 ราย ได่แก่

นางอรัญญา สุวรรณบุตร อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ผู้สมัครหมายเลข 1 และนางสาวจริยา หลงน้อย พรรคประชาชน ผู้สมัครหมายเลข 2 โดยในวันเลือกตั้งทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้จัดเตรียมสถานที่ลงคะแนนการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จำนวน 36 หน่วยด้วยกัน ซึ่งหลังจากเปิดให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และหลังจากที่ปิดหีบการเลือกตั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา

ทาง กกต.และคณะเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทยอยนับคะแนนผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ซึ่งผลจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง 36 หน่วย ปรากฎว่าทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร ผู้สมัครหมายเลข 1  ได้ 6706 คะแนน และ นางสาวจริยา หลงน้อย ได้ 2397 คะแนน นับได้ว่าผลคะแนนรวมชนะแบบขาดลอยทุกหน่วยเลือกตั้งและเป็นไปตามคาดว่าฐานคะแนนเสียงของทางนายกอรัญญา สุวรรณบุตร นั้น ยังคงแข็งโป๊ก แบบว่าหาคู่เปรียบยาก คงเป็นเพราะนางอรัญญา สุวรรณบุตร นั้น เป็นที่รักและศรัทธาของทางพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดอย่างแท้จริง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นประจักษ์แล้วว่าต่อให้เป็นพรรคไหนจะส่งใครลงแข่งในเขตนี้คงต้องคิดหนักและเหนื่อยแน่นอนเพราะฐานเสียงที่แข็งแกร่งจริงๆ ดั่งคำที่ว่า นกมีขน คนมีพวก ย่อมบินขึ้นที่สูงได้ แต่ถ้านกมีขน แต่ไม่เอาพวกก็บินขึ้นที่สูงไม่ได้

นอกจากนี้ ทางเทศบาลตำบลแพรกษา ภายใต้การบริหารของนาง อรัญญา สุวรรณบุตร ยังมีผลงานที่โดดเด่นทั้งทางด้านการพัฒนาด้านการศึกษา ภาษา การดูแลฝึกอาชีพแก่กลุ่มผู้สูงอายุ และการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องแบบใจแลกใจ จึงทำให้สามารถรักษาเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาได้อีกสมัย

โดยทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีฯ กล่าวว่า ตนเองต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาที่มอบให้ และไว้วางใจให้ตนกับมาทำหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาอีกสมัย โดยหลังจากที่คะแนนเสียงมีมติเป็นเอกฉันท์แล้ว และได้มีการรับรองตามข้อกฎหมายกำหนดเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นคงจะมีการเปิดประชุมสภาโดยท่านประธานสภา พร้อมทั้งแถลงนโยบายการขับเคลื่อนแผนพัฒนาบริหารท้องถิ่นต่อที่ประชุมสภา รวมถึงกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นในด้านอื่นๆ ต่อไป หลังจากนี้ตนเองจะขอทำหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ พร้อมทั้งจะพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top