Monday, 3 August 2026
Hard News Team

25 กุมภาพันธ์ 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 นับเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นอย่างสมพระเกียรติ พระราชพิธีนี้ถือเป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์และแสดงถึงพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ กระบวนการในพระราชพิธีได้รับอิทธิพลจากคติความเชื่อทางศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2468 โดยมีลำดับพระราชพิธีดังนี้ การเตรียมพระราชพิธี, พระราชพิธีเบื้องต้น, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พระราชพิธีเบื้องปลาย และ การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร

สำหรับกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระมหามณเฑียร เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 

ช่วงเช้า (09.15 น.)พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารเรือ ทรงสายสะพานนพรัตนราชวราภรณ์ เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งบรมพิมานโดยกระบวนราบ ประทับพระราชยานกง เสด็จไปยังหมู่พระมหามณเฑียร เพื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พิธีสรงพระมุรธาภิเษก (09.53 น.)ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นพระภูษาเศวตพัสตร์และทรงสะพักขาวขลิบทองคำ ประทับบนตั่งไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาวในมณฑปพระกระยาสนาน พระราชครูวามเทพมุนีและพราหมณ์พิธีกราบบังคมทูลเชิญเสด็จสรงน้ำพระมุรธาภิเษก ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนพระราชสถานะเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์

จากนั้นเสด็จขึ้นประทับ ณ พระที่นั่งอัฐทิศภายใต้พระบวรเศวตฉัตร ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีพิชัยสงครามประจำวันพฤหัสบดี ทรงรับน้ำอภิเษกจากราชบัณฑิตและพราหมณ์ทั้งแปดทิศ ต่อด้วยการเสด็จประทับบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เพื่อทรงรับพระสุพรรณบัฏ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องขัตติยราชูปโภค รวมทั้งพระแสงอัษฎาวุธจำนวน 19 รายการ

เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณของพระมหากษัตริย์ในการครองแผ่นดิน ความว่า

“ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่ง จัดการปกครองรักษาป้องกัน อันเปนธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญฯ”

ในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเป็นพระบรมราชินี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมกับการเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ซึ่งเป็นพระราชพิธีครั้งแรกในรัชกาล

อีกหนึ่งความสำคัญคือ การบันทึกภาพยนตร์ "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" เป็นภาพยนตร์ข่าวที่ผลิตโดยกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ซึ่งจัดทำขึ้นโดยได้รับพระบรมราชานุญาตเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก ภาพยนตร์ชุดนี้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปลายปี พ.ศ. 2468 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพยนตร์ในพระราชพิธีสำคัญที่จัดขึ้นตามโบราณราชประเพณีของไทย

‘ทราเวลโลก้า’ ฉลองครบรอบ!! ทศวรรษแห่งนวัตกรรม มอบดีลสุดพิเศษ!! ให้นักท่องเที่ยวนับล้านทั่วโลก

(24 ก.พ. 68) ในปีพ.ศ. 2568 ทราเวลโลก้า (Traveloka) สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ฉลอง 13 ปีแห่งนวัตกรรมและการเติบโต ทราเวลโลก้าก่อตั้งขึ้นในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีพ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะปฏิวัติวงการการเดินทาง ปัจจุบันเติบโตเป็นแพลตฟอร์มการเดินทางแบบครบวงจร โดยขยายการให้บริการไปประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อให้นักเดินทางได้ท่องเที่ยวทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

ทราเวลโลก้ามอบดีลฉลองวันเกิด พร้อมส่วนลดพิเศษ คูปองจัดเต็ม และแฟลชเซลล์ ครอบคลุม 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมวางแผนการเดินทางแสนสนุกในปีนี้ พร้อมรับประสบการณ์ที่คุ้มค่าและสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย

ซีซาร์ อินทรา (Caesar Indra) ประธานบริษัททราเวลโลก้า ได้กล่าวถึงการเติบโตของบริษัทว่า “ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ทราเวลโลก้าได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการการท่องเที่ยว ไม่เพียงแค่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังรวมถึงตลาดสำคัญทั่วโลก เราได้ผสมผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกในแต่ละตลาด ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม และมุ่งมั่นพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแอปพลิเคชันทราเวลโลก้ามีผู้ใช้งานประจำกว่า 40 ล้านคนและให้บริการใน 8 ประเทศ จนเติบโตเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่ก้าวไปพร้อม ๆ กับนักเดินทาง ด้วยการมอบประสบการณ์ที่สร้างสรรค์และปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล การมอบส่วนลดวันเกิดของทราเวลโลก้าครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการเฉลิมฉลองเส้นทางแห่งความสำเร็จ และโอกาสในการตอบแทนลูกค้า พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น คุ้มค่า และน่าประทับใจ”

มาร่วมทำให้ทุกการเดินทาง คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไปกับทราเวลโลก้า
เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ เราขอมอบส่วนลดพิเศษมากมาย ให้คุณวางแผนการเดินทางปีพ.ศ. 2568 ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ พันกว่าเจ้า ทั้งสายการบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม ให้คุณเดินทางได้อย่างสะดวกและคุ้มค่าที่สุด
•รับส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับเที่ยวบิน โรงแรม และประสบการณ์การเดินทาง ให้ทุกจุดหมายปลายทางในฝันของคุณเป็นจริงในราคาที่คุ้มค่ากว่าที่เคย
•ปลดล็อค Flash Sale รายวัน ทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 09:00 – 11:00 น. และ 21:00 – 23:00 น.
•เสริมด้วย Flash Sale แบบจำกัดจำนวน ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 
•รับ Flash Sale พิเศษ เฉพาะวันที่ 3 มีนาคม เวลา 00:00 – 02:00 น. และ 13:00 – 15:00 น. และวันที่ 4 มีนาคม เวลา 13:00 – 15:00 น.
•พิเศษ! อย่าพลาดโปรโมชันสุดคุ้มในช่วง Birthday Peak ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม
•เที่ยวเกาหลีใต้สุดคุ้มด้วยส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม: ทราเวลโลก้าจับมือกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) มอบโค้ดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเดินทางไปเกาหลีใต้ ดังนี้
oเที่ยวบิน: โค้ด LOVEKOREAFL – ส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท
oที่พัก: โค้ด LOVEKOREAHT – ส่วนลด 400 บาท
oประสบการณ์: โค้ด LOVEKOREATA – ส่วนลด 100 บาท

ทราเวลโลก้าแนะจุดหมายปลายทางยอดฮิต ที่รอให้คุณออกเดินทาง
•ในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ หาดใหญ่ และสงขลา
•ต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย

ทราเวลโลก้ามอบประสบการณ์การเดินทางที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ด้วยบริการที่หลากหลายกว่า 20 รายการ ครอบคลุมทั้งการขนส่ง ที่พัก และแหล่งท่องเที่ยว ล่าสุด แอปพลิเคชัน Traveloka 5.0 ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ทันสมัยและบริการที่ครบครัน รวมถึงแพ็คเกจล่องเรือและทัวร์ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ช่วยให้การวางแผนการเดินทางตั้งแต่การขนส่งไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ด้วยแถบค้นหาแรงบันดาลใจด้านการเดินทาง (Search Bar) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบสะสมคะแนน (Traveloka Points) ที่ได้รับการอัปเกรดให้ได้แต้มมากขึ้น ทำให้ Traveloka 5.0 มอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและตอบโจทย์นักเดินทางได้ดียิ่งกว่าเดิม

การปฏิวัติการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตร
นอกเหนือจากภารกิจในการช่วยให้ลูกค้าหลายล้านคนออกไปเที่ยวในจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ แล้ว เรายังมุ่งมั่นสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น โดยทราเวลโลก้าร่วมมือกับสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) จัดการฝึกอบรมด้านความยั่งยืนให้กับโรงแรมกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนก้าวขึ้นเป็นผู้สนับสนุนระดับแพลตตินัมรายแรกของ GSTC ในปีพ.ศ. 2567 ตอกย้ำบทบาทสำคัญของเราในการส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ โครงการเสริมทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของทราเวลโลก้า (Traveloka Goodwill - Digital Literacy) ยังได้มอบความรู้และทักษะดิจิทัลที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดย่อย (MSME) เจ้าของธุรกิจ และนักศึกษาในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว กว่า 96,000 ราย ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมศักยภาพในการปรับตัวและเติบโตในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ทราเวลโลก้ายังมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติกในประเทศไทย โดยในปีพ.ศ. 2567 ทราเวลโลก้าได้สนับสนุนการเก็บขยะพลาสติกจากมหาสมุทรจำนวน 24,000 กิโลกรัม ผ่านความร่วมมือกับ Second Life กิจการเพื่อสังคมในประเทศไทย ปริมาณขยะที่เก็บได้นี้มากกว่าปริมาณขยะพลาสติกที่บริษัทใช้ในสำนักงานต่อปีถึง 5 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ผ่านมา ทราเวลโลก้ายังคงมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติในระยะยาว และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมการเดินทางในภูมิภาค

ทราเวลโลก้าสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตร เสริมสร้างระบบนิเวศการเดินทางให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทราเวลโลก้าได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับสายการบินกว่า 300 แห่ง ผู้ให้บริการที่พัก กว่า 2.2 ล้านราย และพันธมิตรด้านกิจกรรมด้านการเดินทางกว่า 90,000 ราย ในมากกว่า 100 ประเทศ เรามุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่ครอบคลุมและราบรื่นเพื่อให้ลูกค้าทั่วโลกได้รับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและตอบโจทย์ยิ่งขึ้น

เนื่องจากภูมิทัศน์การท่องเที่ยวยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทราเวลโลก้าจึงร่วมกับ YouGov เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ “การท่องเที่ยวในมิติใหม่: ทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” โดยได้เก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 12,000 คน จาก 9 ประเทศ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลต่อวงการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลการศึกษานี้จะช่วยให้พันธมิตรสามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในประเทศไทย 70% ของนักเดินทางนิยมท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากความสะดวกสบาย ขณะที่ 85% ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดหลัก (72% ชื่นชอบภูเขา และ 65% นิยมชายหาด) นอกจากนี้ ค่าใช้จ่าย (41%) และเครื่องมือดิจิทัล เช่น โซเชียลมีเดีย (46%) และแพลตฟอร์มการเดินทาง (37%) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนถึง ความจำเป็นในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่น ตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงประสบการณ์ที่เน้นความคุ้มค่า การปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้ดีขึ้น และคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

‘อพท.’ ลุย!! เสริมกำลังดัน ‘กระเช้าไฟฟ้า ภูกระดึง’ เตรียมปั้นพื้นที่ท่องเที่ยวยั่งยืน รองรับนักท่องเที่ยว

(24 ก.พ. 68) ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มอบหมายให้ ผู้บริหารสำนักพัฒนาขีดความสามารถการท่องเที่ยว (สพข.) สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน (สทช.) และสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย (อพท.เลย) เดินหน้าลงพื้นที่ จังหวัดเลย เพื่อหารือถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอภูกระดึง โดยเตรียมนำมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Council ไปใช้ในการค้นหาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวตามความบริบทและความเหมาะสมในพื้นที่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบัน และอนาคตที่จะเกิดจากโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร อพท. ได้เข้าพบ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอภูกระดึง พร้อมหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 องค์กร ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน เทศบาลตำบลภูกระดึง องค์การบริหารส่วนตำบลผานกเค้า องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยส้ม และองค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง ถึงแนวทางการการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนเข้าร่วมส่งเสริมมาตรฐาน STMS โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 องค์กร เห็นถึงความสำคัญในการเตรียมมาตรฐานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยินดีเข้าร่วมส่งเสริมมาตรฐาน STMS ของ อพท. และจะร่วมลงพื้นที่สำรวจศักยภาพของพื้นที่ทั้ง 54 หมู่บ้านในโอกาสต่อไป

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องการสร้างกระเช้าภูกระดึงนั้น ทางจังหวัดเลยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความยินดีและพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกัน เพราะเป็นโครงการที่รอมานาน และได้ให้ข้อเสนอแนะในการสร้างการรับรู้และสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้กับท้องถิ่นและชุมชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงต่อไป โดยขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปของ อพท. คือ การพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 5 องค์กร ตามมาตรฐาน STMS และการพัฒนาศักภาพด้านการท่องเที่ยวของ 54 หมู่บ้าน เพื่อให้ได้แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว เรื่องราวท้องถิ่น อาหารท้องถิ่น เครื่องดื่มท้องถิ่น ของฝากและของที่ระลึก ที่พักและผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

‘ศาลฎีกา’ ยืน!! ตามคำตัดสินของศาลล่าง ที่ปฏิเสธการออกวีซ่าระยะยาว ให้แก่ชายชาวอเมริกัน ที่แต่งงานกับ ‘คู่รักเพศเดียวกัน’ ชาวญี่ปุ่นในสหรัฐฯ

(24 ก.พ. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ศาลฎีกาของญี่ปุ่นยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นล่างที่ปฏิเสธการออกวีซ่าพำนักระยะยาวให้แก่ชายชาวอเมริกันที่แต่งงานกับคู่รักเพศเดียวกันชาวญี่ปุ่นในสหรัฐฯ

ศาลยืนยันคำตัดสินของศาลชั้นสูงโตเกียวในปี 2023 ซึ่งระบุว่าคู่รักเพศเดียวกันในญี่ปุ่นไม่มีสถานะทางกฎหมายเท่ากับคู่รักต่างเพศ แอนดรูว์ ไฮ ผู้ฟ้องคดีโต้แย้งว่าคำตัดสินดังกล่าวละเมิดการรับรองความเท่าเทียมกันตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นไม่รับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันตามกฎหมาย และวีซ่า "คู่สมรสหรือบุตรของพลเมืองญี่ปุ่น" มีไว้สำหรับคู่รักต่างเพศเท่านั้น แม้ว่าในตอนแรก High จะได้รับวีซ่าชั่วคราวเท่านั้น แต่ในปี 2022 ศาลแขวงโตเกียวได้แนะนำให้เขาได้รับวีซ่า "กิจกรรมที่กำหนด" ซึ่งเขาได้รับในเดือนมีนาคม 2023

แม้จะเป็นเช่นนี้ ไฮก็ยังพยายามขอวีซ่าพำนักระยะยาวที่มั่นคงกว่า ซึ่งให้ความปลอดภัยที่มากกว่าและมีข้อจำกัดในการทำงานน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม คำร้องของเขาถูกปฏิเสธ ซึ่งยืนยันถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่คู่รักเพศเดียวกันในญี่ปุ่นต้องเผชิญ

‘ลอรี่ พงศ์พล’ แจง!! การขนย้ายกากพิษ ‘วินโพรเสส’ เป็นผลงาน ‘รมว.เอกนัฏ’ พร้อมแบ่งปัน!! หาก ‘สส.ฝ่ายค้าน’ ต้องการเคลม แค่ให้เป็นประโยชน์กับปชช.

(24 ก.พ. 68) จากกรณีการอ้างถึงการขนย้ายอลูมิเนียมดรอสในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย ว่าเป็นผลงานของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สส.ฝ่ายค้านในพื้นที่ ตามที่มีการกล่าวอ้างนั้น นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด เพื่อคุมเข้มและติดตามการขนย้ายตะกรันอลูมิเนียมหรืออลูมิเนียมดรอส ล็อตแรกทั้ง 7,000 ตัน ในทุกขั้นตอน 

โดยได้เริ่มขนย้ายเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา นำไปบำบัดกำจัดอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการโดยบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ใช้อำนาจทางกฎหมายตามอำนาจศาลเบิกเงินประกันของโรงงาน จำนวน 4 ล้านบาท มาดำเนินการขนย้ายอลูมิเนียมดรอส จำนวน 7,000 ตัน ซึ่งปัจจุบันมีการขนย้ายไปแล้วกว่า 4,600 ตัน และมีแผนระยะยาว โดยจะดำเนินการของบกลาง จำนวน 40 ล้าน เพื่อขนย้ายกรดพิษอื่นๆ อีกกว่า 23,000 ตันออกจากพื้นที่ให้ครบถ้วน 

 "การแก้ไขมหากาพย์กากอุตสาหกรรม ที่วินโพรเสสที่ยืดเยื้อมายาวนานเป็นสิบปี ทำให้คลี่คลายในเวลาแค่ 5 เดือนแรก หลังจาก รมว.เอกนัฏ เข้ามารับช่วงตำแหน่ง ย่อมสะท้อนการขับเคลื่อนโดยภาครัฐที่เอาจริงเอาจัง ซึ่งประชาชนนั้นคงจะทราบดี ซึ่งไม่ว่า สส. ฝ่ายค้านในพื้นที่ ต้องการเคลมอ้างถึงการลงมาจัดการขนกากดังกล่าว ทางกระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีปัญหา แค่ให้ผลลัพธ์เป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด การบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์สามารถเข้ามาพบปะหารือกันได้ แต่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมต่างๆ ควรนำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานขั้นตอนอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดกระแสความไม่พอใจได้ 

ซึ่งหาก สส. ฝ่ายค้านในพื้นที่ท่านใด อยากมีส่วนร่วมในการทำงานในหลายๆจังหวัดที่กระทรวงอุตสาหกรรม ลงไปพังทุนสีเทา ปราบสินค้าไม่ได้มาตรฐานปราบโรงงานเถื่อน ก็สามารถแจ้งมากับ ทีมชุดตรวจการสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสมอ" นายพงศ์พล กล่าวทิ้งท้าย

ตำรวจจีน ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีอาญา บนเครื่องบินเช่าเหมาลำ มุ่งหน้าสู่จีน ฟันโทษ!! 'จำคุกตลอดชีวิต' 4 คนสำคัญ คดีฉ้อโกง โทรคมนาคมข้ามพรมแดน

(24 ก.พ. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลประชาชนสูงสุดของจีนรายงานการตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 4 บุคคลสำคัญในคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคมข้ามพรมแดน โดยบุคคลทั้งสี่ได้เดินทางออกนอกจีนเพื่อจัดตั้งองค์กรฉ้อโกงทางโทรคมนาคม ซึ่งบุคคลหนึ่งที่มีแซ่อวี๋เป็นผู้จัดหาคนจำนวนมากออกจากจีนมาก่ออาชญากรรมดังกล่าว

คดีความอีกคดีหนึ่งเกี่ยวข้องกับจำเลยแซ่หยาง ผู้เคยถูกตัดสินโทษฐานพัวพันกับการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมมาก่อน ได้ถูกลงโทษสถานหนักฐานกระทำความผิดซ้ำ ส่วนจำเลยอีกสองรายในคดีความอีกคดีหนึ่งถูกลงโทษสถานหนักแม้เป็นเพียงผู้สมรู้ร่วมคิดและรับสารภาพความผิดแล้ว เนื่องจากมีความผิดฐานชักจูงผู้เยาว์เข้าร่วมการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม

ทั้งนี้ ศาลจีนยังสั่งให้กลุ่มผู้กระทำความผิดคืนเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกง และรับรองว่าเหยื่อจะได้รับเงินที่ยึดคืนมาอย่างทันท่วงที

‘สีจิ้นผิง’ แอบยิ้ม!! ‘ทรัมป์’ กลับมาเป็น ปธน. เข้าทางจีน หลังจัดการ!! ลงดาบ ‘USAID’ ฐานที่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน

(24 ก.พ. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn เกี่ยวกับ สีจิ้นผิง และทรัมป์ โดยมีใจความว่า ...

#สีจิ้นผิง แอบอมยิ้ม  อีกปรากฏการณ์ที่ช่วยอธิบายว่า ทำไม #ทรัมป์ กลับมา คือ #เข้าทางจีน  #Trump  

พรรคฝ่ายค้านของ #ฮ่องกง คือพรรคประชาธิปไตยแห่งฮ่องกง (Democracy Party of Hong Kong) เตรียมจะยุบพรรคด้วยตัวเอง !! (สีจิ้นผิงไม่ได้สั่งนะ) 

โปรดสังเกตว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ โดยอิลอน มัสถ์ จัดการลงดาบกับ  #USAID ที่ละเลงงบประมาณไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน 
#ท่อน้ำเลี้ยงจากต่างประเทศ แห้งเหือดลง แก๊งการเมืองไม่ถูกใจสีจิ้นผิงใน #ฮ่องกง ก็คงไปต่อยากนะคะ  #HongKong

‘เอ็มจี’ ทยอยนำเข้า!! ‘NEW MG IM6’ ล็อตแรก เตรียม!! เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มี.ค.นี้

(24 ก.พ. 68) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG IM6 จำนวนกว่า 300 คัน จากท่าเรือ เซี่ยงไฮ้สู่ประเทศไทย โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เริ่มนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จาก SAIC MOTOR CORPORATION โดยรถรุ่นนี้มีแผนเตรียมนำเข้ามาในประเทศไทยต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก และมีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม 2568 

NEW MG IM6 มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะการขับขี่ และนวัตกรรมล้ำสมัย โดย NEW MG IM6 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในจีน นอกจากนี้ ช่วงปีที่ผ่านมา IM6 ยังสามารถคว้ารางวัลมากมายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Red Dot Design Award ปี 2021 และ 2024 ประเทศเยอรมนี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ  IM OS  ในสาขา Brand & Communication Design และ รางวัล Product Design Award จาก IM6 ตามลำดับ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการออกแบบ สะท้อนความหรูหรา และตอกย้ำความมั่นใจในระบบความปลอดภัย ด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก C-NCAP (China-New Car Assessment Programme) อีกด้วย ด้วยจุดเด่นที่ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น รวมถึงแพลตฟอร์มช่วงล่าง Digital Chassis ที่เน้นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม การออกแบบภายในระดับพรีเมียม 

สำหรับในประเทศไทย NEW MG IM6 ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้ในประเทศมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เข้ากับสภาพถนนและพฤติกรรมของผู้บริโภค ชาวไทย โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) การตัดสินใจของ เอ็มจี ในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจในระดับสากลนั้นเป็นเพราะศักยภาพของตลาดที่แข็งแกร่ง นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล และการต้อนรับที่ดีจากผู้บริโภคต่อรถยนต์พลังงานสะอาด การเปิดตัว NEW MG IM6 ในประเทศไทยในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ SAIC MOTOR CORPORATION ในการรุกตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีแผนส่งออก NEW MG IM6 ไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2025 พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์การเดินทางอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

‘การไฟฟ้า-ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว’ บุกทลาย!! เหมืองบิตคอยน์รายใหญ่ ย่านปทุมธานี ขโมยไฟฟ้าหลวงใช้!! สูญปีละกว่า 40 ล้านบาท ผงะ!! พบกำลังขุดอยู่ มากถึง 440 เครื่อง

เมื่อวันที่ (21 ก.พ. 68) นายธนิต เหมือนทอง ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอ ลาดหลุมแก้ว พ.ต.ต.ณัฎพล อุดน้อย สว.(สอบสวน)สภ.ลาดหลุมแก้ว พร้อมด้วยกำลังฝ่ายปกครองอำเภอลาดหลุมแก้ว และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าทำการตรวจค้นโกดังให้เช่าเลขที่ 34/7 ซอยโรงเชือดไก่ ม.2 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่ามีการขโมยไฟฟ้าใช้อย่างผิดกฎหมาย

จากการเข้าตรวจค้นโกดังลักษณะโครงสร้างเหล็กยกสูง เนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. ภายในพบเครื่องขุดบิตคอยน์ใช้งานอยู่จำนวน 440 เครื่อง พัดลมระบายความร้อน หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 1500KVA3 เฟส ซุกซ่อนอยู่ด้านหลัง 1 ตัว พัดลมระบายอากาศทำงานอยู่จำนวนหลายเครื่อง โน๊ตบุ๊ก เครื่องระบายความร้อน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องขุดบิทคอยน์ใช้แล้วจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ใดทำงานอยู่ภายใน แต่มีการเดินเครื่องบิตคอยน์อยู่ตลอดเวลา มีการระบายความร้อนของห้องขุดบิตคอยน์คล้ายระบบชิลเลอร์เครื่องปรับอากาศ

นายธนิต เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าพบมีความผิดปกติของการเดินสายไฟฟ้าแรงสูง เลยสุ่มวัดค่ากระแสไฟฟ้าแรงสูง พบมีค่าผิดปกติกับหม้อแปลงที่ขนาดใช้อยู่จะใช้ไม่เกิน 6 แอมป์ต่อเฟส แต่วัดได้ 30 แอมป์ต่อเฟส จึงสันนิษฐานว่ามีทำเหมืองบิตคอยน์แน่นอน เพราะกระแสไฟฟ้าสูงขนาดนี้

ในช่วงเช้าวันนี้ตนเองจึงเข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายค้น จึงพบเหมืองขุดบิตคอยน์ขนาดใหญ่มีการลักลอบใช้ไฟฟ้า คือจุดนี้มีการขอใช้ไฟฟ้าขนาด 50KVA แต่จริงแล้วด้านหลังมีการซุกซ่อนติดตั้งหม้อแปลงอีกตัวหนึ่งขนาด 1500KVA โดยการขโมยไฟฟ้าแรงสูงไปเข้าหม้อแปลงและจ่ายแรงต่ำใช้ในการขุดบิตคอยน์ โดยจุดนี้มีการขออนุญาติใช้ไฟฟ้ามาประมาณ 12 เดือน

ขณะเข้าทำการตรวจค้นไม่พบเจ้าของ โดยเครื่องที่ใช้งานอยู่จำนวน 440 เครื่อง และวางกองอยู่อีกจำนวน 100 เครื่อง ความเสียหายของการไฟฟ้าประมาณเดือนละ 3 ล้านบาทเศษ ตกปีละประมาณ 40 ล้านบาท หลังจากนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อใช้ประกอบคดีทั้งหมดแล้ว

‘SPCG’ ประกาศ!! กำไรสุทธิปี 67 ที่ 746.8 ล้านบาท เตรียมจ่าย!! ปันผลครึ่งปีหลัง 0.70 บาทต่อหุ้น

(24 ก.พ. 68) บมจ.เอสพีซีจี หรือ SPCG ประกาศผลการดำเนินงานปี 2567 ทำรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,049.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 746.8 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.70 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจ่ายปันผลอัตรา 1.20 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง รวมถึงมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำ มั่นใจศักยภาพการสร้างรายได้และกำไรในอนาคตของโครงการโซลาร์ฟาร์ม แม้สิ้นสุดระยะเวลาได้รับ Adder บริษัทฯ ยังคงได้รับเงินจากการขายไฟตามปกติ

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4 ปี 2567 บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์ม โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 455.2 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 127.8 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งสิ้นจำนวน 372.5 ล้านหน่วย ส่งผลให้มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 2,049.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 746.8 ล้านบาท ชะลอตัวจากปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 4,125.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,973.9 ล้านบาท เนื่องจากโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 แห่ง ได้สิ้นสุดระยะเวลาได้รับรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่อัตรา 8 บาทต่อหน่วย และรายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟ ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้รับ Adder แต่โครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงมีศักยภาพสร้างรายได้และผลกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง  

จากผลการดำเนินงานปี 2567 ที่สามารถสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 จึงพิจารณาจ่ายเงินปันผลอัตรา 1.20 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,266,948,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 14.90% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น SPCG ที่ 8.05 บาท ณ สิ้นวันทำการของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2567 ไปแล้วในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น คงเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลในงวดนี้ 0.70 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 มีนาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SPCG กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมั่นใจศักยภาพธุรกิจจะสามารถสร้างรายได้และกำไรอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันมีโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการรวม 36 แห่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัดของประเทศไทย อาทิ นครราชสีมา, ขอนแก่น, สกลนคร, นครพนม, บุรีรัมย์ ฯลฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม260 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงยังมีรายได้ธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟสำหรับบ้านพักอาศัย สำนักงาน อาคารธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรมและอื่น ๆ

“แม้ผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมาชะลอตัวลง แต่บริษัทฯ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุน ณ สิ้นปี 2567 อยู่ในระดับต่ำที่ 0.01 เท่า รวมถึงมีกระแสเงินสดอยู่ในระดับที่ดี สามารถจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง” ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SPCG กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top