Monday, 3 August 2026
Hard News Team

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ‘บ้านหมีเนย’ ทอดพระเนตร 'โลกแห่งบัตเตอร์แบร์' เป็นการส่วนพระองค์

(27 ก.พ.68) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปยังงาน 'Buttery World Presented by 7-11' ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน  

ในการนี้ ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์ และ ธนาภา ปางพุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งร้าน Butterbear รวมถึง ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ ผู้ก่อตั้งร้าน COFFEE BEANS by Dao ได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ  

งานดังกล่าวนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษในธีม 'A Magical Journey to Our Buttery World' โดยมีไฮไลต์เป็น 'บ้านหมีเนย' ที่ตกแต่งอย่างอลังการผ่าน 7 ห้องธีมพิเศษ พร้อมสวนดอกไม้ที่ผสมผสานเทคนิคสุดสร้างสรรค์ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมหัศจรรย์

‘พีระพันธุ์’ ยันไม่ทิ้งโครงการสูบน้ำด้วยแสงอาทิตย์จากเหมืองเก่าลำพูน เผยบรรจุไว้ในงบปี 69 แล้ว - เพิ่มพื้นที่เกษตรใช้ประโยชน์เป็น 600 ไร่

(27 ก.พ. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ถามทั่วไปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเรื่อง ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการเหมืองถ่านหินเก่า ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ว่า

ในลำดับแรก ตนขอนำเรียนว่าสำหรับโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการเหมืองถ่านหินเก่า ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ควรเป็นโครงการที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ต่อปี 2565 ในส่วนของกระทรวงพลังงานนั้นได้รับการติดต่อขอความร่วมมือจากสำนักงานประสานงานโครงการพระราชดำริ เนื่องจากมีราษฎรได้ยื่นฎีกาเพราะต้องการน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการสำรวจพื้นที่ ตรวจข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ และนำมาสู่การที่จะต้องบรรจุในเล่มงบประมาณ ในส่วนของกระทรวงพลังงานไม่ได้มีปัญหาหรือข้อขัดข้องแต่อย่างใด ซึ่งได้มีการนำมาบรรจุงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 

แต่โครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่ได้เริ่มต้นจากกระทรวง เมื่อมีการสำรวจพื้นที่ ฯลฯ ทำให้ไม่ทันที่จะบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ต่อมาเมื่อทำใหม่ในปีงบประมาณปี 2567 ซึ่งเกิดการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ทำให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ขาดช่วงและล่าช้ามาจนถึงปลายปี ขณะเดียวกันก็ต้องมีการจัดทำงบประมาณปี 2568 ต่อกันไป เมื่อได้มีการบรรจุโครงการในงบประมาณปี 2567 เรียบร้อยแล้วจึงไม่มีการบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 อีกต่อไป ปรากฏว่าในชั้นกรรมาธิการงบประมาณได้มีการตัดลดงบประมาณของกระทรวงพลังงานและได้มีการตัดโครงการนี้ออกไป 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจากการตัดลดงบประมาณที่เกิดขึ้น จึงได้มีการบรรจุโครงการนี้ในปีงบประมาณ 2569 เรียบร้อยแล้วและยังได้มีการขยายพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว จาก 533 ไร่ เป็น 600 ไร่ อีกด้วย

ทรัมป์คุมสื่อ!! จำกัดนักข่าว AP-Reuters-Bloomberg อ้างปรับสมดุล แต่สื่อใหญ่ฟาดกลับ คุกคามเสรีภาพ

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มใช้มาตรการใหม่ในการควบคุมการเข้าถึงของสื่อมวลชนภายในทำเนียบขาว โดยการจำกัดการเข้าร่วมของนักข่าวบางสำนักในกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ AP, Reuters และ Bloomberg ออกแถลงการณ์ประณามว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่อและขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ (26 ก.พ.68) ตามเวลาท้องถิ่น การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของรัฐบาลทรัมป์มีการเลือกสำนักข่าวที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในทำเนียบขาว โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้คัดเลือกสื่อที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม ซึ่งนักข่าวจาก AP, Reuters, HuffPost และ Der Spiegel ถูกปฏิเสธ ไม่ให้เข้าร่วมงาน ในขณะที่สำนักข่าวที่ได้รับอนุญาตกลับเป็น ABC News, Newsmax, Axios, Bloomberg และ NPR

มาตรการนี้เป็นไปตามคำแถลงของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ซึ่งระบุว่า ทำเนียบขาวจะเป็นผู้กำหนดว่าใครสามารถทำข่าวในพื้นที่สำคัญ เช่น ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการบริหารงานของประธานาธิบดี

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานยังเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งให้พนักงานทุกคนยกเลิกการสมัครสมาชิกสื่อที่ถูกมองว่าเป็น 'ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล' เช่น The Economist, New York Times, Politico, Bloomberg, AP และ Reuters ซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าถึงข้อมูลจากสำนักข่าวเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง

ไม่เพียงแค่ทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ก็ได้มีการถอดสำนักข่าวใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ NBC News, The New York Times, NPR และ Politico ออกจากพื้นที่ของเพนตากอน พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อขนาดเล็ก เช่น One America News Network (OAN), New York Post, Breitbart News Network และ HuffPost เข้ามาทำข่าวแทน ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็น 'การปรับโครงสร้างการรายงานข่าว'

การตัดสินใจดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากหลายฝ่ายในวงการสื่อและนักวิเคราะห์ ที่มองว่าเป็นความพยายามในการจำกัดการเข้าถึงของสื่อที่มีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่สนับสนุนทรัมป์มองว่าเป็นการ 'ปรับสมดุล' ให้กับสื่อมวลชนที่มีอคติต่อฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ขณะนี้ยังไม่มีการตอบโต้จากทำเนียบขาวเกี่ยวกับแถลงการณ์ของ AP, Reuters และ Bloomberg แต่คาดว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทรัมป์และสื่อหลักจะทวีความรุนแรงในอนาคต

‘ชาวสงขลา’ วอนเร่งสร้างสะพาน ช่วยยกระดับการเดินทาง หลังแพขนานยนต์เหลือแค่ 1 ลำ ทำชาวบ้านสัญจรลำบาก

(27 ก.พ. 68) สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแพขนานยนต์เหลือเพียง 1 ลำ จากเดิมที่มีถึง 5 ลำ ทำให้ชาวสงขลาต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเดินทางที่เคยสะดวกสบายและรวดเร็วกลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากที่ทุกคนต้องรับภาระ

หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่สร้างสะพานใหม่?" เมื่อแพขนานยนต์ที่ให้บริการแก่ประชาชนได้ลดจำนวนลงอย่างมาก แต่การเดินทางที่ยังคงต้องพึ่งพาแพขนานยนต์นั้นไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อีกต่อไป การขาดแคลนบริการนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความลำบากให้กับชาวบ้าน แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องคิดถึงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากกว่าการพึ่งพาแพขนานยนต์ที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของประชากรและการเดินทางที่เพิ่มขึ้นได้

คำถามที่ชาวสงขลาอยากได้คำตอบคือ "อีกนานแค่ไหนเราจะต้องทนกับสถานการณ์นี้?" ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นว่า "สะพาน" เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน หากต้องรอให้สถานการณ์กลับไปดีขึ้นอีกกี่ปี ความทุกข์ที่พวกเขาต้องเผชิญวันนี้คงไม่สามารถทนไหวอีกต่อไป!

ถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวน และดำเนินการอย่างจริงจังกับโครงการสร้างสะพานที่ทันสมัยและปลอดภัย เพื่อยกระดับการคมนาคมในพื้นที่สงขลา!

สวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นเข้าสวนฟรีทั้งเดือนสำหรับใครที่เกิดเดือนมีนาคม

(27 ก.พ.68) สวนนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่มีวันเกิดเดือน มีนาคม รับบัตรผ่านประตูเข้าชมสวนสวยฟรี ตลอดทั้งเดือนส่วนในเดือนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพียงแสดงบัตรประชาชนแล้วรับสิทธิได้เลยไม่จำกัดจำนวน ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31มีนาคม 2568

ส่วนโปรโมชั่นที่ทางสวนนงนุชพัทยาจัดให้อย่างต่อเนื่องสำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน140 ซม.(ที่มากับครอบครัว) และผู้พิการเข้าฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ (มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)เข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์ ท่านที่สนใจชมการแสดงนงนุชโชว์ และการแสดงของน้องช้างแสนรู้ มีการแสดงวันละ 4 รอบ ณ โรงละครสกาลานงนุชพัทยา 

สวนนงนุชพัทยาเป็นสถานที่ ที่มีความพิเศษในการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ผู้สูงอายุจะได้รับความสะดวกสบายในสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาด,รถชมสวน,ลิฟต์ในสวนลอยฟ้า,ห้องน้ำสำหรับวิวแชร์ และชมสวนที่ติดหนึ่งในสิบสวนที่สวยที่สุดในโลกมากกว่า 60 สวน ในส่วนของเด็กจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ ขนาดเท่าตัวจริงมากกว่า 1,700 ตัว โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น.- 18.00น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

‘หมอเหรียญทอง’ ยกเคส ‘ผู้ป่วย’ ปลื้มใช้บัตรทองแพลตตินั่ม ชูความคุ้มค่าในราคา รพ.รัฐบาล แต่ได้มาตรฐานเอกชน

(27 ก.พ. 68) พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยได้ระบุถึงผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า 'หมอปันปัน ค่ะ' ซึ่ง เป็นอายุรแพทย์สาขาโลหิตวิทยา รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับโรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคเลือดต่างๆ ได้โพสต์ในช่องแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ 'บัตรทองแพลตตินั่ม' เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ.68 เวลา 21.38 น.ว่า

"คนไข้แฮปปี้มากค่ะ รวมค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท คนไข้ฝากขอบคุณพี่ด้วยค่ะ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วย"

นี่คืออีกกรณีหนึ่งที่ผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่ม รพ.มงกุฎวัฒนะ พึ่งตนเอง จ่ายเงินเอง ราคา รพ.รัฐ ไม่ต้องขอใบส่งตัวจากคลินิก ไม่ต้องเดินทางไป รพ.ที่รับการส่งต่อใหม่ตามที่ สปสช. จัดให้ด้วยความยากลำบาก 

ทั้ง รพ.ที่รับการส่งต่อใหม่ ยังอาจจะขาดแคลนแพทย์เฉพาะทาง เช่น อายุรแพทย์สาขาโลหิตวิทยาที่หายาก ดังเช่นคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' อีกด้วย

คิดง่ายๆ นะครับ ผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มของคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' น่าจะมีบ้านอยู่ทางกรุงเทพฯเหนือ อาจจะหลักสี่-ดอนเมือง-บางเขน-จตุจักร ก็แล้วแต่ 

เมื่อมารักษาด้วยโครงการบัตรทองแพลตตินั่มด้วยการจ่ายเงินค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท ก็ยังถูกกว่าค่ารถแท๊กซี่เดินทางไป-กลับ รพ.ที่รับส่งต่อใหม่ที่อยู่ห่างไกล การจราจรติดขัด เสียค่ารถไป-กลับ น่าจะเกือบ 1,000 บาทแล้ว ยังไม่รวมเสียเวลาจากการจราจรติดขัดอีก

มิหนำซ้ำผู้ป่วยบัตรทองยังจะต้องไปที่คลินิกปฐมภูมิล่วงหน้าหลายวันเพื่อทำเรื่องขอใบส่งตัวก่อน หลังจากนั้นอีกหลายวันเมื่อคลินิกอนุมัติใบส่งตัวแล้ว ผู้ป่วยก็ต้องเดินทางไปคลินิกอีกครั้งเพื่อรับใบส่งตัว 

แต่ละครั้งที่ไปคลินิก ผู้ป่วยก็ต้องไปรอคอย มีผู้ป่วยบัตรทองรายหนึ่งบอกผมโดยตรงว่า "เหมือนขอทานเลยค่ะ แค่ไปขอแค่ใบส่งตัวเท่านั้น ยังต้องมีขั้นตอนให้ยุ่งยากลำบากเพื่อจะได้ไม่อยากขอใบส่งตัว"

เมื่อได้ใบส่งตัวแล้ว ผู้ป่วยบัตรทองจึงจะเดินทางไป รพ.ที่รับส่งต่อใหม่ตามที่ สปสช. จัดให้ที่ห่างไกล ต้องเสียค่ารถไป-กลับ น่าจะเกือบ 1,000 บาทอีก 

ยังไม่นับรวมกับปัญหาการเริ่มต้นตรวจรักษากับแพทย์เฉพาะทางขั้นสูงในระดับอายุรศาสตร์สาขาโลหิตวิทยา 

หาก รพ.รับส่งต่อใหม่ ไม่มีแพทย์เฉพาะทางสาขานี้ ก็จะต้องส่งต่อไปยังคณะแพทยศาสตร์ ซึ่ง รพ.รับส่งต่อใหม่ จะส่งต่อผู้ป่วยเองไม่ได้นะครับต้องมีหนังสือแจ้งคลินิกให้ผู้ป่วยนำกลับไปคลินิกเพื่อขอใบส่งตัวไปยังคณะแพทยศาสตร์เสียก่อน ผู้ป่วยบัตรทองจึงจะไปคณะแพทยศาสตร์ได้ 

ทุกขั้นตอนผู้ป่วยต้องเสียเวลาประสบปัญหาความแออัด ทั้งการจะใช้บริการแต่ละครั้งก็ต้องวนเวียน กลับไป-กลับมา ผู้ป่วยเสียโอกาสมากสุดๆ ขาดความต่อเนื่องในการรักษา เสียทั้งโอกาส เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่ายไปๆ มาๆ ที่สำคัญสุ่มเสี่ยงต่อการเสียสุขภาพและชีวิตจากการขาดความต่อเนื่องในการรักษา...เพียงแค่ต้องการรักษาฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินให้ รพ.เท่านั้น ขอพูดตรงๆ ว่า คิดอย่างไรก็ไม่คุ้มค่าเลยนะครับ

ตามที่คุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' โพสต์ในช่องแสดงความเห็นเมื่อคืนนี้ว่า "คนไข้แฮปปี้มากค่ะ รวมค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท คนไข้ฝากขอบคุณพี่ด้วยค่ะ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วย"

คุณพี่ที่คนไข้ฝากขอบคุณนั้นจะเป็นใครก็แล้วแต่ได้ฝากผมให้บอกคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' ว่า "คุณพี่คนนั้นขอฝากบอกผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มว่าขอขอบคุณมากครับ"

หมายเหตุ 

มีผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มรายหนึ่งแจ้งผมว่า แม้แต่คลินิกปฐมภูมิ และสายด่วน สปสช 1330 ก็ยังเชียร์โครงการ 'บัตรทองแพลตตินั่ม' เลย โดยแอบแนะนำให้มาสมัครเป็นสมาชิกบัตรทองแพลตตินั่มแล้วจะได้ไม่ต้องขอใบส่งตัวจากคลินิก ไม่ต้องเดินทางไกลไป รพ.ใหม่ ตามที่ สปสช จัดให้

ขนาดคลินิกปฐมภูมิที่ รพ.ยกเลิกการเป็นแม่ข่ายแท้ๆ ยังเชียร์โครงการบัตรทองแพลตตินั่ม ที่สำคัญ สายด่วน สปสช 1330 ก็ยังแอบเชียร์อีกด้วย

ถ้าโครงการบัตรทองแพลตตินั่ม ไม่ดีจริง ไม่เจ๋งจริง เชิญไปด่า 'ไอ้เฮี่ยตาแป๊ะหลักสี่ ไอ้ตี๋หัวลำโพง' อดีตเสนาธิการฝ่ายยุทธการ กรมแพทย์ทหารบก จอมเผด็จการล้างระบบส่งต่อผู้ป่วยนอก OP refer เฮงซวย ได้ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะกันเลยนะครับ

เปิด 20 อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025

เปิด 20 อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 จากการจัดอันดับโดย QS World University Ranking มหาวิทยาลัยของประเทศใดยืนหนึ่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยของไทย มีที่ใดติดบ้าง และอยู่อันดับเท่าไหร่ ไปส่องกันเลย

เผยภาพ ‘สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์’ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระผู้ปฏิบัติชอบ ขณะนั่งรอรถไฟเข้า กทม. ปฏิบัติศาสนกิจ

เผยภาพ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง นั่งรอรถไฟที่สถานีพัทลุง เพื่อเดินทางเข้าปฏิบัติศาสนกิจที่วัดสามพระยา กทม. ท่ามกลางความคิดเห็นที่ว่าเป็นแบบอย่างให้กับพระสงฆ์ได้เห็นวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สมถะ... 

เมื่อวันที่ (26 ก.พ. 68) เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า มหาศักดิ์ ป่าวัดใหม่ ได้โพสต์รูป สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์  เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง ขณะกำลังนั่งรอรถไฟที่สถานีพัทลุง เพื่อเดินทางเข้าปฏิบัติศาสนกิจที่กรุงเทพฯ 

พร้อมข้อความ ระบุว่า พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ใหญ่ร่มไทรกว้างแห่งดินแดนด้ามขวานทอง สมถะ เรียบง่าย เข้าถึงง่าย กราบได้สนิทใจ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง ขณะนั่งรอรถไฟ ข.32 สถานีรถไฟพัทลุง เดินทางเข้า กทม. เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ งานอบรมสอบความรู้พระอุปัชฌาย์รุ่นที่ 58 ณ วัดสามพระยา กทม.

โดยหลังจากมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวออกไป ก็ได้มีการแชร์ภาพต่อกันไปเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพระสงฆ์ได้เห็นวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สมถะ ของสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์

เปิดประวัติ 'พระชินวงศวชิรเวที' วัดราชบพิธฯ พระราชาคณะชั้นสามัญที่อายุน้อย จบฮาร์วาร์ด-เปรียญ 7

เมื่อวันที่ (26 ก.พ.68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ 'พระครูสุตตาภิรม เตชินท์' จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า 'พระชินวงศวชิรเวที'

ล่าสุด, เพจเฟซบุ๊ก 'ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา' ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับพระชินวงศวชิรเวทีในฐานะพระราชาคณะชั้นสามัญที่มีพรรษาน้อยที่สุดในสังฆมลฑล โดยพระชินวงศวชิรเวที (นามเดิม เตชินท์ จุลเทศ) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2533 เป็นบุตรของนายเลอศักดิ์ จุลเทศ อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนางศิริพร จุลเทศ นับเป็นพระสงฆ์ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มพระราชาคณะชั้นสามัญ โดยมีอายุเพียง 34 ปี และพรรษาเพียง 7 พรรษา

พระชินวงศวชิรเวทีมีการศึกษาที่โดดเด่น ตั้งแต่สมัยเยาว์วัย สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 68 ขณะศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความสนใจด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2550 ณ สหพันธรัฐรัสเซีย และประจำปี พ.ศ.2551 ณ ประเทศฮังการี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา โดยเขาได้รับปริญญาตรี (A.B.) สาขาเศรษฐศาสตร์และสถิติ และปริญญาโท (S.M.) สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์และเศรษฐศาสตร์ในปี พ.ศ. 2556 หลังจากนั้นได้ทำงานในภาคเอกชนระหว่างปี พ.ศ. 2556-2560 ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอุปสมบทเมื่ออายุ 27 ปี

ในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม, พระชินวงศวชิรเวทีสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยคในปี 2567 และได้รับพระอนุญาตให้แสดงพระปาฏิโมกข์ตั้งแต่ปี 2562

พระชินวงศวชิรเวทีดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายสถาบัน รวมถึง รองอธิการบดีด้านแผนพัฒนาและพันธกิจสากล ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และยังได้รับมอบหมายให้ทำงานเกี่ยวกับการต่างประเทศในโอกาสต่าง ๆ รวมถึงบทบาทสำคัญในสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

พระชินวงศวชิรเวทีได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระครูฐานานุกรมชั้นเอก เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 และในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ตามพระบรมราชโองการ

จีนเสนอปรับกม.ใหม่ให้แต่งงานได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี พร้อมสร้างระบบจูงใจ หวังแก้วิกฤตประชากรลดลง

(27 ก.พ.68) ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติของจีนได้แนะนำให้ลดอายุการแต่งงานตามกฎหมายลงเหลือ 18 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตรในสภาวะที่ประชากรลดลงและ 'ปลดปล่อยศักยภาพในการเจริญพันธุ์' โดยเฉพาะในการเผชิญกับการลดลงของประชากรในประเทศ

เฉิน ซงซี สมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติของจีน (CPPCC) กล่าวกับ Global Times ว่า เขามีแผนที่จะยื่นข้อเสนอให้มีการยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดเกี่ยวกับการมีบุตรในจีน และจัดตั้ง 'ระบบจูงใจ' สำหรับการแต่งงานและการมีบุตรในหมู่ประชากรชาวจีนรุ่นใหม่

คำกล่าวของเฉินเกิดขึ้นก่อนการประชุมรัฐสภาประจำปีของจีนในสัปดาห์หน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าจะประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากการลดลงของประชากรในประเทศ

ในปัจจุบัน อายุกฎหมายการแต่งงานในจีนอยู่ที่ 22 ปีสำหรับผู้ชาย และ 20 ปีสำหรับผู้หญิง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในอายุการแต่งงานที่สูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดอายุการแต่งงานตามกฎหมายที่ 18 ปี

เฉินกล่าวว่า อายุการแต่งงานตามกฎหมายของจีนควรลดลงเหลือ 18 ปี "เพื่อเพิ่มฐานประชากรที่มีความสามารถในการมีบุตรและปลดปล่อยศักยภาพในการเจริญพันธุ์" โดยเขาเชื่อว่ามาตรการนี้จะสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

จำนวนประชากรของจีนลดลงเป็นปีที่สามติดต่อกันในปี 2024 ขณะที่จำนวนการแต่งงานลดลงถึง 20% ซึ่งถือเป็นการลดลงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้จะมีความพยายามจากรัฐบาลในการส่งเสริมให้คู่รักวัยหนุ่มสาวแต่งงานและมีบุตร

การลดลงของประชากรในจีนส่วนใหญ่เกิดจากนโยบายลูกคนเดียวที่บังคับใช้ระหว่างปี 1980 ถึง 2015 โดยคู่รักได้รับอนุญาตให้มีบุตรได้สูงสุด 3 คนตั้งแต่ปี 2021

เฉินกล่าวว่า จีนควรยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนบุตรที่ครอบครัวสามารถมีได้ เพื่อให้สามารถตอบสนอง 'ความต้องการเร่งด่วนในการพัฒนาประชากรในยุคใหม่'

อย่างไรก็ตาม จำนวนคนที่เลือกที่จะไม่มีบุตรกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพในการเลี้ยงดูลูกที่สูง หรือการไม่อยากแต่งงานหรือหยุดพักการทำงาน

รัฐบาลจีนได้พยายามออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เช่น การขยายเวลาการลาคลอด, สิทธิประโยชน์ทางการเงินและภาษีสำหรับการมีบุตร รวมถึงการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP ต่อหัวของประชากร ตามรายงานจากสถาบันวิจัยชื่อดังของจีนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้พูดถึงต้นทุนเวลาและโอกาสที่ผู้หญิงต้องสูญเสียในการมีบุตร

CPPCC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาในลักษณะเชิงพิธีการ จะประชุมพร้อมกับรัฐสภา และประกอบด้วยกลุ่มผู้ประกอบการศิลปิน พระภิกษุ และตัวแทนจากสังคมต่าง ๆ แต่ไม่มีอำนาจในการออกกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top