Monday, 27 July 2026
Hard News Team

สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานในการประชุม มีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ต่อเป็นวันที่ 2 ภายหลังนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายปิด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงเสร็จเรียบร้อย จากนั้นเวลา 10.35 น. ที่ประชุมได้ส่งมติอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 270 ต่อ 196 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง

จากเฟซบุ๊ก 'เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้' ของคุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคนไทยในอเมริกา ได้โพสต์แชร์ประเด็นความจริง กรณีแผ่นป้ายแสดงรายได้ของคนไทยที่ทำงานขับรถบรรทุกในสหรัฐฯ อ้างมีรายได้หลักล้านต่อเดือนว่า...

จากเฟซบุ๊ก 'เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้' ของคุณเจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้ นักเขียน และคนไทยในอเมริกา ได้โพสต์แชร์ประเด็นความจริง กรณีแผ่นป้ายแสดงรายได้ของคนไทยที่ทำงานขับรถบรรทุกในสหรัฐฯ อ้างมีรายได้หลักล้านต่อเดือนว่า...

แผ่นป้ายนี้ไม่อยู่บนฐานความจริง หรือนำเสนอความจริงครึ่งเดียว

1.) ที่บอกว่าอาชีพขับรถรายได้ต่อสัปดาห์ อาทิตย์ละ 15-20 K อาจจะเขียนผิดว่า รายได้นี้น่าจะรายได้ต่อเดือนหรือต่อปี มากกว่าต่ออาทิตย์เพราะไม่มีงานขับรถงานไหนจ่ายขนาดนี้

2.) ต่อให้ทำงานชั่วโมงละ $10 ที่อ้างว่าคืออัตราแรงงานขั้นต่ำ (บางรัฐอัตราค่าแรงต่ำกว่านี้ คือ 7 หรือ 8 ดอลล์) ก็มีเงินผ่อนรถหรือช้อปของแบรนด์ การผ่อนรถในอเมริกาง่ายมาก คนที่นี่ใช้รถมือสองกันส่วนใหญ่ เพราะถ้าซื้อรถใหม่เอี่ยมอ่องป้ายแดง ภาษีจะแรงมากเลยทำให้คนเลี่ยงไปซื้อมือสอง

เต็นท์รถมือสองขายไม่แพง บางคันสภาพพอใช้ ขายแค่สามสี่หมื่นบาทยังมี บางคันขายแค่ $500 หรือ $1000 ตกประมาณไม่เกินสามหมื่นบาท หมายถึงรถที่สภาพเก่าหน่อยประมาณนั้น ถ้าสภาพดีหน่อยก็ราคาสูงหน่อย

การมีรถขับของอเมริกัน ไม่ได้เป็นเครื่องหมายวัดสภาพความรวย หากไม่ได้อยู่เมืองใหญ่ที่มีระบบขนส่งมวลชนดี ทุกคนในเมืองขนาดกลางขนาดเล็กต้องมีรถ เพราะต้องใช้ขับไปทำงานไปซื้อของ รอรถเมล์ประจำเมืองไม่ไหว เพราะนานมากกว่าจะมาคันหนึ่ง แถมบางรัฐหิมะตกยืนรอไม่ได้กลางหิมะ

ส่วนเรื่องช้อปของแบรนด์เนม เมืองไหนมีห้างแบบ Outlet จะเอาของแบรนด์ดังลด 50-75 % มาขาย หรือที่นี่มีร้านแนวแบรนด์เนมครึ่งราคา อย่าง TJ Maxx , Ross และอีกหลายห้าง หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่าง Macy's ที่จะลดกระหน่ำเรื่อยๆ ตามวาระ เวลาลดราคาลดหนักลดจริง เผลอๆ ราคาถูกกว่า สินค้ายี่ห้อโนเนมในวอลมาร์ท

การอวดเรื่องซื้อแบรนด์เนม จึงเป็นเรื่องความจริงแค่ครึ่งเดียว ของแบรนด์เนมที่ตกรุ่นแต่สภาพดี ใครๆ ก็สามารถหาซื้อได้ ในราคาพอสมควรหากนิยมแบรนด์เนม

บอกว่าขับรถหาเงินได้เท่านั้นเท่านี้ แต่ไม่บอกว่าจ่ายภาษีเท่าไหร่ สมทบเมดิแคร์เท่าไหร่ หักประกันสังคมเท่าไหร่ ค่าครองชีพเท่าไหร่ ค่าผ่อนบ้านหรือเช่าบ้านเท่าไหร่ เหลือจริงเท่าไหร่ต่อเดือน แบบนี้คือพูดไม่หมด เพื่อหวังผลในการปั่นหรือโฆษณาชวนเชื่อ แล้วจำเป็นไหมที่ต้องด้อยค่าประเทศไทย

ขณะที่เพจ 'ไม่น่าจะมีคนอ่าน' ได้โพสต์ลิงก์พร้อมภาพข้อมูลตัวเลขรายได้คนขับรถบรรทุก ปี 2021 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรายละเอียดแบบต่ำสุด สูงสุด ค่าเฉลี่ยเป็นรายปี เดือน สัปดาห์ ชั่วโมงรวมถึงมีให้ดูแยกเป็นรัฐๆ อีกด้วย >> https://www.talent.com/salary?job=truck+driver

 

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10219668619089499&id=1337643342


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“หมอวรงค์” บี้ “นายกฯ” เลิก ประมูลก่อสร้างรถไฟรางคู่สายเหนือ-อีสาน ชี้! เอื้อประโยชน์​ 5 บริษัท แนะเปิดช่องให้มีการแข่งขันหลากหลาย​

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี และตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​นายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.กลาโหม​ผ่านนายเสกสากล อัตถาวงศ์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยกเลิกโครงการ รถไฟฟ้าทางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เขียงของและสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่- มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการประมูล เนื่องจากพบว่าราคาที่ได้จากการประมูลต่ำกว่าราคากลางเล็กน้อย โดยมีสัดส่วนที่เท่ากันแค่ร้อยละ 0.08  

นพ.วรงค์​ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเพียง 5 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติ​สามารถประมูลได้จาก 5 สัญญา​ จึงตั้งข้อสังเกต​ชัดเจนว่าอาจเอื้อประโยชน์​หรือไม่ และเหตุผลที่ทำให้ผลการประมูลเป็นเช่นนี้ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ​ไม่นำทีโออาร์ ที่เคยใช้ในการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์​-ชุมพร ในปี 2560 สมัยรัฐบาล คสช. ที่สามารถประหยัดงบประมาณ 2,039 ล้านบาท จากวงเงิน 36,100 ล้านบาท แต่ ร.ฟ.ท. กลับเปลี่ยนทีโออาร์​ ส่งผลให้เสียโอกาสที่จะประหยัดงานค่าก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท จึงขอให้ทบทวนการประมูลดังกล่าวและตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของประเทศ 

“บิ๊กตู่” สั่งเร่งปรับกฎระเบียบหนุนรัฐบาลดิจิทัล

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ โดย สศช. เสนอให้เร่งรัดการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้าของภาครัฐต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการและหน่วยงานรัฐ ไปปรับปรุงข้อกฎหมายและระเบียบโดยเร็วเพื่อสนับสนุนการเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สศช. ได้รายงานว่าจากการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐในระยะที่ผ่าน เช่น กรณีการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (ทีพีแม็ป) พบว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐยังมีข้อจำกัด เป็นอุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อนรัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยประเด็นปัญหาหลักคือ แม้ว่าจะมีกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการข้อมูลและพัฒนารัฐบาลดิจิทัลแล้ว เช่น พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 แต่กฎหมายและระเบียบภายในของหน่วยงานต่างๆ ยังเป็นข้อจำกัดในการเชื่อมโยงและเผยแพร่ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ดังนั้น สศช.จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบภายในหน่วยงานให้รองรับและสนับสนุนการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น ให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรทุกหน่วยงานให้มีทัศนคติที่เอื้อต่อการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยชี้ให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการบูรณาการข้อมูลเพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนานโยบายและการปฏิบัติงานด้วยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในสภาพแวดล้อมของประเทศที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์' เผยขั้นตอนการจอง 'ซิโนฟาร์ม' สำหรับองค์กรและหน่วยงาน เริ่ม 14 มิ.ย.นี้

10 มิถุนายน 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เปิดเผยขั้นตอนการจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 สำหรับองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

1.) องค์กรและหน่วยงานลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีนโควิดตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ผ่านระบบออนไลน์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ที่ https://vaccine.cra.ac.th ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป

เอกสารนิติบุคคลประกอบการยื่นแจ้งความประสงค์ขอรับจัดสรรวัคซีนตัวเลือกผ่านระบบออนไลน์

- หนังสือรับรองนิติบุคคล หุ้นส่วนบริษัทกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์ ที่ออกให้ไว้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้มีอำนาจลงนาม

หมายเหตุ : สำหรับองค์กรที่เคยส่งหนังสือแจ้งความประสงค์มาแล้วก่อนหน้านั้น ขอให้ท่านดำเนินการลงทะเบียนเข้าระบบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลำดับจัดสรรโควตาต่อไป

2.) คณะกรรมการบริหารวัคซีนตัวเลือก ตรวจสอบคุณสมบัติและการจัดสรรโควตาการกระจายวัคซีนตัวเลือก โดยใช้ระยะเวลา 5 วันทำการ นับจากวันที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์

3.) คณะกรรมการบริหารวัคซีนตัวเลือก อนุมัติแจ้งจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร ระบบจะส่งอีเมล์แจ้งรหัสให้องค์กรหน่วยงานเข้าล็อกอินเพื่อรับทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร วิธีการชำระเงิน รอบการจัดส่งวัคซีน และสถานพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีน

4.) องค์กรและหน่วยงาน ทำสัญญาพร้อมชำระเงิน ตามเงื่อนไขข้อตกลง

5.) องค์กรและหน่วยงาน อัพโหลดรายชื่อผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข้าสู่ระบบของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และรอการกระจายวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ไปยังสถานพยาบาลที่ได้เลือกไว้ตามรอบการจัดส่งที่กำหนด

การเตรียมข้อมูลลงทะเบียนก่อนฉีดสำหรับองค์กรและหน่วยงาน

- เตรียมไฟล์รายชื่อผู้รับวัคซีนตาม Format ที่ได้รับแจ้งจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

- อัพโหลดรายชื่อผู้ฉีดเพื่อลงทะเบียนเข้าระบบตามโควตาวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรในบัญชีของบริษัท

6.) ผู้ที่มีรายชื่อในระบบเข้ารับการฉีดวัคซีนกับโรงพยาบาลที่องค์กรได้เลือกประสานไว้ตามวันเวลาที่กำหนด

วันที่ให้บริการฉีดวัคซีน

- สถานพยาบาลบันทึกข้อมูลผู้เข้าฉีดวัคซีนโดยใส่รหัสบัตรประชาชนหรือสแกนคิวอาร์โค้ดเข้ามาในระบบราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

- สถานพยาบาลสแกนบาร์โค้ดวัคซีนเพื่อบันทึก lot number ยาให้กับผู้เข้ารับการฉีด

ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะสามารถเช็กข้อมูลการได้รับวัคซีนตัวเลือก ผ่านระบบหมอพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขได้เช่นกัน

 

ที่มา : https://www.facebook.com/309713019886908/photos/a.334788574046019/871308397060698/

https://www.naewna.com/local/579179


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านผ่านสภา หลังวานนี้กินดีหมีโต้ฝ่ายค้านดุเดือด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยไม่มีวาระงานหรือกำหนดการอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 หรือพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ในวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการลงมติในวันเดียวกันนี้ (10 มิ.ย. 64)​ หลังจากวานนี้ นายกรัฐมนตรี รุดเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาอย่างดุเดือดและโต้ฝ่ายค้านในหลายประเด็นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

เข่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร ววษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบฯ โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์โดยแจ้งผ่านทีมงานว่าจะให้สัมภาษณ์ตอนขาลง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบ Video Conference ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบฯ

ราเมศ เผย “จุรินทร์ ออนทัวร์” 11-12 มิ.ย. นี้ รุก บูรณาการท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ พบปะ ปชช  สวนปาล์ม สวนยาง  ราคาพุ่ง ดีทุกชนิด

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ ในวันศุกร์ที่ 11 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2564 ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการลงพื้นที่ทำกิจกรรม “จุรินทร์ ออนทัวร์” จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ เพื่อบูรณาการการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่หลายครั้งที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่อันดามัน และจะมีการพบปะพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนปาล์มเขตพื้นที่อำเภออ่าวลึก อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันใน และมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการระบบผลิตน้ำประปาที่ตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามการผลิตน้ำประปา ให้ประชาชนได้ใช้น้ำในพื้นที่

นายราเมศ กล่าวต่อว่า การท่องเที่ยวฝั่งอันดามันจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ถือได้ว่าเป็นพื้นที่สำคัญ เป็นเครื่องยนต์ด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนเพื่อเตรียมการกำหนดมาตรการต่างๆ สำหรับภาคปฏิบัติเพื่อรองรับแผนการท่องเที่ยว

ส่วนด้านการเกษตร ขณะนี้ถือว่าราคาพืชผลการเกษตรดีเกือบทุกชนิด ยางพาราราคาเกินกว่า 60 บาทมาหลายเดือนแล้ว ปาล์มน้ำมันราคากิโลกรัม (กก.) ละ 5-6 บาทมาเกือบปีแล้ว เป็นราคาที่พี่น้องเกษตรกรกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าสูงกว่าหลายยุคที่ผ่านมา และมีความพอใจเป็นอย่างมาก และก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลมาจากการทำหน้าที่ของนายจุรินทร์ ที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและมุ่งผลสำเร็จและให้เกิดความยั่งยืน

และการลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “จุรินทร์ ออนทัวร์” นั้นหัวหน้าพรรคได้เดินทางไปแล้วมาหลายจังหวัดและจะเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน รับฟังในทุกเรื่อง ทุกข์สุข ปัญหาต่างๆ ร่วมกันคิด และให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ในฐานะที่พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองหลักการสำคัญที่สุดที่ยึดมั่นในการทำงานตลอดมาคือมุ่งทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศในทุกเวลาและทุกสถานการณ์

ครูกัลยา เตรียมลงพื้นที่ วษท. มหาสารคาม ตรวจความพร้อมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรชลกร รุ่น 1 ครั้งแรกในประเทศไทย มีทหารและเกษตรกรในพื้นที่สนใจสมัครเรียนเกินครึ่ง

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า คุณหญิงกัลยาเตรียมลงพื้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ในวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 โดย วษท. มหาสารคามเป็นหนึ่งในวิทยาลัยนำร่องที่จะเปิดการเรียนการสอนหลักสูตร ชลกร เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในปีการศึกษา 2564 ที่จะมีการเปิดเรียนพร้อมกันทั่วประเทศในวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน นี้ เพื่อตรวจความพร้อมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตร “ชลกร” รุ่นที่ 1 สาขาวิชาช่างกลเกษตร สาขางาน “การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร” ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ พร้อมเป็นประธานในพิธีส่งมอบธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบบ่อเปิดของวิทยาลัย

สำหรับการเปิดรับนักศึกษาเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรชลกร ในระดับ ปวส. ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี มีผู้สมัครเข้าเรียนครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ และผู้เข้าเรียนทุกคนจะได้รับทุนในการเรียนฟรี-อยู่ฟรี โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือนอกจากนักเรียนที่จบการศึกษาจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับ ปวช.มาสมัครเข้าเรียนแล้ว ยังมีทหารจาก พล.ร.6 ร้อยเอ็ด และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่มาสมัครเข้าร่วมเรียนด้วย เนื่องจากเห็นความสำคัญในการนำองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำในชุมชนไปขยายผลยังหน่วยงานหรือชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ

การลงพื้นที่ในครั้งนี้คุณหญิงกัลยา จะเป็นประธานในพิธีส่งมอบ ธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบบ่อเปิดของโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามร่วมด้วย โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พ.อ.ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รอง ผบ.พล.ร.6  ดร.ชาติชาย เกตุพรหม ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สนง.คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายพรณรงค์ วรศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกิจกรรมและจะปลูกต้นไม้บริเวณบ่อกักน้ำเพื่อช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวในวิทยาลัยร่วมกันอีกด้วย 

“เป็นที่น่ายินดีว่า โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ภายใต้การนำของคุณหญิงกัลยา ที่ได้ขับเคลื่อนมาตลอดระยะเวลาปีกว่า ประสบความสำเร็จคืบหน้าไปมาก จนสามารถเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรชลกรได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย นับเป็นการปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนโดยตรง ที่จะนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ มีงานทำ สร้างรายได้ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง” นางดรุณวรรณ กล่าว

ทอ.สนับสนุนเกษตรกร โครงการ "เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การเกษตร” ระหว่างจ.ระนอง-บุรีรัมย์ สู้ภัยโควิด-19

พล.อ.ท.ตรีพล อ่องไพฑูรย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้แทนกองทัพอากาศ และหัวหน้าคณะโครงการ “เชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร” ระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกองทัพอากาศให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ในการช่วยลำเลียงสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมคณะร่วมพิธีแลกเปลี่ยนสินค้า ที่ท่าอากาศยานระนอง และนายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะ ร่วมพิธีแลกเปลี่ยนสินค้า ณ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์

สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ จังหวัดระนอง และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยนำสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ระนอง จำกัด ได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปลากระเบนวงขาว ปลาทูมัน ปลาทูหอม ปลาจวดเค็ม กาแฟระนอง น้ำมันพืชตรารินทิพย์ และกาแฟ Drip ปริมาณรวม 1,055 ตัน นำไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จำกัด ได้แก่ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้อง และข้าวหอมมะลิ ตรา สกต.บุรีรัมย์ ปริมาณรวม 9.35 ตัน มาแลกเปลี่ยนกัน 

ซึ่งการแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านกลไกสหกรณ์และการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นการนำกลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ตามหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์ มุ่งเน้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และนำการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์มาดำเนินการ 

พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีนโยบายให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อจะให้ความช่วยเหลือประชาชน ในภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการปฏิบัติภารกิจบินนำส่งแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรและอาหารทะเลแปรรูป ระหว่างจังหวัด จะช่วยให้มีการหมุนเวียนของสินค้าและกระแสเงินสด ช่วยให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล อากาศยาน และทรัพยากรต่างๆ ของกองทัพอากาศ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในภาวะวิกฤต COVID-19 รวมถึงภัยพิบัติต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้โดยปกติสุขโดยเร็ว

นพ.ชลน่าน ส.ส.เพื่อไทย ร้องกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง กรณีไทยขายข้าวให้จีน ส่งผลให้ผู้ปลูกข้าว โรงสีไม่ได้รับความเป็นธรรม เร่งให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เพื่อไทย จ.น่าน เปิดเผยถึงกรณีปัญหาการค้าข้าวระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนส่อถึงความไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรมว่า จากกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงข่าว เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งเป็นการซื้อ-ขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งได้มีประเด็นร้อนแรงขึ้นมาอีก เนื่องมาจากได้มีหนังสือจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา แจ้งให้สมาชิกดำเนินการเกี่ยวกับการส่งออกข้าวในช่วงเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม โดยจะมีการรวบรวมข้าวและส่งข้าวไปยังประเทศจีนจำนวน 20,000 ตัน ซึ่งเป็นสัญญาต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 จากการที่จะต้องส่งข้าวไปยังประเทศจีน 2 ล้านตัน และได้มีการส่งข้าวไปแล้ว 1.7 ล้านตัน

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ภายหลังจากได้มีการแถลงข่าวและได้มีการนำเสนอต่อสาธารณะไปแล้ว ปรากฏว่าประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐต่อรัฐ เป็นการดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยไม่ผ่านขบวนการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ในเรื่องนี้ได้สอบถามไปยังกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการซื้อ-ขายข้าวในครั้งนี้เหมือนกับเป็นการผูกขาด ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยแต่เพียงผู้เดียว ทำไมไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งได้รับคำตอบจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า วิธีการซื้อขายข้าวได้ทำมานานแล้วและถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ

"จากการค้าขายข้าวกันมานาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แล้ว เหมือนกับประเทศไทยซื้อรถไฟจีน และประเทศจีนก็ซื้อข้าวประเทศไทย แต่เมื่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ควรที่จะมีการบังคับใช้ ส่วนที่ทำมานานอดีตก็ว่ากันไปตามกฎหมายเก่า เมื่อมีการซื้อ-ขายข้าวหลังจากที่กฎหมายออกมาแล้วก็ควรดำเนินการตามกฎหมายใหม่ ซึ่งในจุดนี้ไม่มีคำตอบใดๆ ที่ชัดเจน" นพ.ชลน่านกล่าวและว่า เมื่อมีการค้าขายระหว่างประเทศกันแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องควรได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะชาวนา โรงสีข้าว ไม่ใช่เฉพาะสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเท่านั้น

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นการจัดเก็บค่าดำเนินการส่งออกข้าวตันละ 150 บาท ของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้ประกอบการ ได้มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายส่วนใดบ้าง และโปร่งใสหรือไม่ รวมทั้งความต่างของราคาข้าวที่ซื้อมาและส่งออกไปขายซึ่งต่างกันมาก และผลประโยชน์ไปตกกับผู้ใด ซึ่งในเรื่องนี้ตนจะนำปัญหาดังกล่าวส่งให้กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความธรรมกับทุกฝ่าย

ทางด้าน นายมานะ โลหะวณิชย์ ประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และจะเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top