Monday, 27 July 2026
Hard News Team

วันนี้เมื่อ 57 ปีก่อน เป็นวันถึงแก่อสัญกรรมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศไทย สิริอายุ 67 ปี

จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีนามเดิมว่า แปลก ขีตตะสังคะ เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2440 เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี จนเมื่ออายุ 12 ปี ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนนายร้อยทหารบก จนได้เป็น ‘ว่าที่ร้อยตรี’ สังกัดเหล่าปืนใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2458

จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นหนึ่งในคณะเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม พ.ศ.2475 ต่อมาในปี พ.ศ.2481 ก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย โดยเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงประเทศหลายประการ อาทิ การเปลี่ยนชื่อจากประเทศ ‘สยาม’ เป็น ‘ไทย’ รวมถึงการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่ 1 มกราคม หรือการให้ใช้คำว่า สวัสดี เป็นการกล่าวทักทายกัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแบบวัฒนธรรมตะวันตก และทำให้ประเทศมีความทันสมัยยิ่งขึ้น

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2487 เนื่องจากแพ้เสียงส่วนใหญ่ในการร่างกฎหมายสำคัญในสภา แต่ต่อมาในปี พ.ศ.2490 หลังการทำรัฐประหาร เขาก็ได้รับการทาบทามให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง กระทั่งในปี พ.ศ.2500 เกิดการรัฐประหาร นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นเหตุให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ชื่อว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด เป็นระยะเวลารวม 14 ปี 11 เดือน ต่อมาเจ้าตัวได้ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2507 ณ บ้านพักส่วนตัว ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สิริอายุ 67 ปี โดยมีการจัดพิธีฌาปนกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะมีการนำอัฐิกลับสู่ประเทศไทยในวันที่ 27 มิถุนายน ปีเดียวกัน พร้อมพิธีต้อนรับจากทั้งสามเหล่าทัพ
 

ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/แปลก_พิบูลสงคราม


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โควิดทุบความเชื่อมั่นเอกชนหดตัว 2 เดือนติด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนพ.ค. 2564 ว่า ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 24.7 หลังจากภาคธุรกิจยังคงมีความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รวมถึงได้รับผลกระทบจากการที่ภาครัฐออกมาตรการควบคุมการระบาดของโรค ทำให้มีการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สั่งปิดกิจการหลายประเภท ธุรกิจเริ่มขาดสภาพคล่องและปิดกิจการ ส่งผลให้มีการปลดคนงานเพิ่มขึ้นหรือมีการลดเงินเดือน 

ส่วนดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิตปัจจุบันมีค่าดัชนี 27.7 ลดลงจากเดือนเม.ย. อยู่ที่ 30.6  ต่ำที่สุดในประวัติการณ์นับตั้งแต่สำรวจมาเดือน พ.ค. 49 หรือ 193 เดือน หรือ 16 ปี 1 เดือน สอดคล้องกับความคาดหวังความสุขในการดำเนินชีวิตในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (มิ.ย. – ส.ค.) ต่ำเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความกังวลความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด -19 

“ภาคธุรกิจอยากเห็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในเรื่องของการกระจายวัคซีนในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงเพื่อให้มีเพียงพอกับจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนไว้ ทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง รวมถึงเร่งการหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในคลัสเตอร์ต่างๆหลายพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว และเร่งขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศเพื่อเพิ่มระดับการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมามีรายได้ทันทีเมื่อประชาชนได้รับวัคซีนและมีภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ”

สังคม VIP กลบทุกข่าวดี ‘วัคซีนไทย’ | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

สังคม VIP ความเสื่อมแห่งสังคมไทย
กลบทุกข่าวดี ‘วัคซีนไทย’ จนดับวูบ

NEWS GEN TIMES  ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย​ อ.ต้อม -​ กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง 

.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘บิ๊กตู่’ สั่งปรับเกณฑ์ระเบียบ เชื่อมข้อมูลหนุนรัฐบาลดิจิทัล

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ โดย สศช. เสนอให้เร่งรัดการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้าของภาครัฐต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการและหน่วยงานรัฐ ไปปรับปรุงข้อกฎหมายและระเบียบโดยเร็วเพื่อสนับสนุนการเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สศช. ได้รายงานว่าจากการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐในระยะที่ผ่าน เช่น กรณีการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (ทีพีแม็ป) พบว่าการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐยังมีข้อจำกัด เป็นอุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อนรัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยประเด็นปัญหาหลักคือ แม้ว่าจะมีกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการข้อมูลและพัฒนารัฐบาลดิจิทัลแล้ว เช่น พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 แต่กฎหมายและระเบียบภายในของหน่วยงานต่างๆ ยังเป็นข้อจำกัดในการเชื่อมโยงและเผยแพร่ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ดังนั้น สศช. จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบภายในหน่วยงานให้รองรับและสนับสนุนการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น ให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรทุกหน่วยงานให้มีทัศนคติที่เอื้อต่อการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยชี้ให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการบูรณาการข้อมูลเพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนานโยบายและการปฏิบัติงานด้วยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในสภาพแวดล้อมของประเทศที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กองทัพบกพร้อมหนุนทุกส่วน ร่วมคลี่คลายโควิดระยะต่อไป หลังผลสำรวจชี้ประชาชน พอใจบทบาททหารช่วยโควิด

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตามที่สวนดุสิตโพลได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อบทบาทของกองทัพบกในสถานการณ์ COVID-19 ช่วง 26 พ.ค.-4 มิ.ย. 2564 ซึ่งผลสำรวจระบุว่าประชาชนรับรู้ในบทบาทของกองทัพบกที่ได้มีการตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ติดเชื้อ, ภารกิจสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง ผิดกฎหมาย และการส่งกำลังพลช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามให้กับรัฐบาล

นอกจากนี้โพลยังระบุว่าประชาชนพึงพอใจเรื่องการบริจาคโลหิตของหน่วยทหาร ที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนโลหิต และบทบาทในการช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลประชาชน

ซึ่งถือว่าผลการสำรวจดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจหรือความรู้สึกของประชาชน รวมถึงมุมมองที่มีต่อกองทัพบกในสถานการณ์วิกฤตของประเทศได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามบทบาทและการนำศักยภาพของกองทัพบกเข้าไปดำเนินการเรื่อง COVID-19 นี้เป็นไปตามนโยบายและเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ รวมทั้งการทุ่มเทเสียสละของกำลังพลในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ มุ่งหวังให้ประชาชนได้บรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้กองทัพบกจะได้นำผลสรุปความคิดเห็นประชาชนดังกล่าวไปปรับเพิ่มแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อใช้สนับสนุนการคลี่คลายสถานการณ์ COVID-19 ในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม การใช้ศักยภาพของกองทัพบกในการดูแลช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนทุกภาคส่วนในสถานการณ์ COVID-19 ได้ดำเนินการในทุกมิติ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรค การบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับประชาชน เกษตรกร การมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อการดำรงชีวิต และการมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ และล่าสุดคือการรณรงค์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเรื่องการฉีดวัคซีน สิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกภารกิจดังกล่าวมีประสิทธิภาพคือ ความเข้มงวดและดูแลให้กำลังพลให้มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีการติดเชื้อ ภายใต้มาตรการพิทักษ์พลเพื่อดำรง ความพร้อมในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ COVID-19 ได้โดยต่อเนื่อง จนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

"น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ" ทำความดี_ช่วยเหลือคนพิการและผู้ป่วยติดเตียง

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญ ญาภาณุพันธุ์ ร่วมกับ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร" (จิตอาสา) ลงพื้นที่มอบ "ที่นอนลม" และเบาะเจลรองนั่ง ให้คนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง โครงการในอุปถัมภ์ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" โดยได้รับมอบมาจาก "นายสายันต์ ดีเลิศ" นายกสมาคมส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือรถเข็นเพื่อคนพิการ (ปทุมธานี) มาส่งต่อให้ถึงมือชาวบ้านโดยมี "นายนิพนธ์ แก้วธรรม" รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และทีมงานจิตอาสา ร่วมกันลงพื้นที่ ไปยังบ้านคนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง ที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ อุปกรณ์ช่วยเหลือ

ทั้งนี้นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ยังได้นำกระแสรับสั่ง ความห่วงใยคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ มายังผู้พิการ และขอขอบคุณน้ำใจที่งดงาม ที่ท่านนายกสมาคมฯทั้ง 2 ท่าน และจิตอาสา ได้ร่วมกันทำความดีช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ ความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี และความสามัคคีของประชาชนคนไทย เพื่อประเทศชาติและบ้านเมืองสืบไป ในการนี้ขอน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ซึ่งตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน "วันอานันทมหิดล"

‘บิ๊กป้อม’ สั่งเร่งฟื้น คลองแสนแสบ มุ่งอนุรักษ์-พัฒนาสิ่งแวดล้อม-ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมสั่งการเตรียมรองรับฤดูฝนที่กำลังจะมา

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟู คลองแสนแสบ ครั้งที่ 3/2564 โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าแผนปฏิบัติการ พัฒนา ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม คลองแสนแสบ จำนวน 84 โครงการ โดยกทม.จะเสนอครม.พิจารณาภายในเดือนมิ.ย.ต่อไป พร้อมรับทราบแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นความสำคัญของการร่วมพัฒนา โดยขอให้ทุกหน่วยงาน สร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะชุมชนริมคลอง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรง ให้มีความเข้าใจ และเห็นประโยชน์ร่วมกัน มีความภาคภูมิใจที่จะได้ร่วมพัฒนาเชิงอนุรักษ์คลองแสนแสบให้มีความสวยงามและใช้ประโยชน์ เพื่อการสัญจรได้อย่างปลอดภัยต่อไป

นอกจากนั้น รับทราบแผนเตรียมการรองรับน้ำฤดูฝนในพื้นที่คลองแสนแสบ ตามที่กรมชลประทาน วางแผนร่วมกับ กทม.ในการแก้ไขคุณภาพน้ำ และบริหารจัดการน้ำหลาก ให้มีแผนเผชิญเหตุและแนวทางการป้องกันอุทกภัยและน้ำท่วมในพื้นที่กทม. ที่มีพื้นที่เสี่ยงบริเวณเขตหนองจอก โดยกทม. มีแผนปรับลดระดับน้ำในคลองแสนแสบ เพื่อใช้เป็นแก้มลิงรองรับน้ำฝน หากเกิดมวลน้ำจำนวนมาก เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยให้หน่วยงานรับผิดชอบหลัก อาทิ กทม. กรมธนารักษ์ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรมกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งรัดแผนงาน โครงการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้เสร็จโดยเร็ว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตร.จ่อออกหมายจับ 12 รุ่นพี่อุเทนฯ หลังลงโทษโหดเตะน้องดับ

กลายเป็นเรื่องราวขึ้นมาอีกแล้ว สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา เมื่อนายวีรพัฒน์ ตามกลาง หรือ ปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากถูกย้ายจากโรงพยาบาลหัวเฉียวมารักษาที่นครราชสีมา ด้วยอาการช็อกหมดสติ

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์ระบุว่ามาจากลิ่มเลือดไปอุดตันเส้นเลือดขั้วปอด ซึ่งสาเหตุในการเสียชีวิตที่แพทย์ลงความเห็นนี้ สร้างความข้องใจให้กับญาติเป็นอย่างมาก เพราะผู้เสียชีวิตเป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว

โดยประเด็นนี้ ในรายการโหนกระแสของหนุ่มกรรชัย ได้เผยมูลเหตุการเสียชีวิตจากเพื่อนของน้องผู้เสียชีวิตที่กล่าวในรายการว่า น่าจะมาจากการถูกกลุ่มรุ่นพี่ลงโทษ ด้วยการยืนล้อมแล้วเตะอกผู้เสียชีวิต 12 คน เตะคนละสองที

ด้าน ผศ.พรชัย อัจฉริยเมธากร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เปิดเผยภายหลังเดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพ นายวีรพัฒน์ หรือ น้องปลื้ม ที่บ้านเกิดในอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้น ได้ทำการสอบสวนหาข้อมูล จนทราบตัวกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ที่ร่วมกระทำแล้ว มีทั้งหมด 12 คน เบื้องต้น ทั้งหมดให้การรับสารภาพ ซึ่งในกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย ถ้ามีการกระทำรุนแรงขนาดนี้ จะต้องให้ออกสถานเดียว และหากพบผู้กระทำผิดเพิ่มก็จะลงโทษให้ออกเช่นกัน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุดตำรวจสน.ปทุมวันเตรียมออกหมายจับรุ่นพี่อุเทนถวายรับน้องจนเสียชีวิต หลังพบพยานหลักฐานชัดเจนมีผู้หญิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ด้านมหาวิทยาลัยยันไม่มีนโยบายรับน้องและอนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่

โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี นักพันธุ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน นำชุดสืบสวนสน.ปทุมวันกก.สส.บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อุเทนถวาย เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีการเสียชีวิตของน้องปลื้ม ที่ถูกรุ่นพี่รุ่น 88 ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และประชุมหารือกับทางมหาวิทยาลัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยลงพื้นประชุมหารือกันแล้ว เชื่อว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับผู้ก่อเหตุรวม 12 คน ซึ่งหลักฐานประกอบด้วยรถยนต์ที่รุ่นพี่ใช้ กล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบสภาพแวดล้อมจากจุดเกิดเหตุ

โดยตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพยานบางส่วนเพื่อมาประกอบสำนวนการสืบสวน โดยต้องดูว่าใครมีหน้าที่บทบาทอย่างไร ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้ลงมือกระทำ โดยพฤติการณ์เบื้องต้นพบว่า เป็นการที่รุ่นพี่ปี 3 เรียกรุ่นน้องปี 2 มาประชุมเพื่อจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าศึกษาปี 1 และได้ลงโทษให้รุ่นน้องนั่งเรียงกัน และรุ่นพี่หมุนเวียนใช้เท้าเตะ ซึ่งมีรุ่นพี่ผู้หญิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าลงมือกระทำหรือไม่ ส่วนการแจ้งข้อหาจะแบ่งเป็นคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อ และหากรุ่นพี่คนใดที่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายรุ่นน้อง ก็จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตเพิ่มเติมด้วย

 

ที่มา: https://www.posttoday.com/social/general/655076

https://news.ch7.com/detail/491605

พปชร. เย้ยโควิด ยกโขยงประชุมใหญ่ 18 มิ.ย.นี้ จ.ขอนแก่น ยัน! เป็นไปตามมาตรการคุมโควิด-19

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พรรคพปชร. มีมติจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จ.ขอนแก่น ทั้งนี้เป็นไปตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น อนุญาต ภายใต้มาตรการป้องกันโรคและควบคุมโรคติดต่อโควิด-19 

“หน่วยมั่นคง ทหาร-ตร.” พร้อมเข้าควบคุม พื้นที่โดยเฉพาะในแคมป์คนงานก่อสร้าง ห้ามมีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปมาระหว่างแคมป์

พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่าในขณะนี้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้ฝ่ายทหารและตำรวจ บูรณาการความร่วมมือในการการจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงดูแลควบคุมการ เข้า-ออก ของคนงานในบริเวณที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่เขตหลักสี่และชุมชนคลองเตย เพื่อเป็นการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานไปมาระหว่างแคมป์ต่างๆ แล้ว

สำหรับ การเข้าไปควบคุมหรือสั่งปิดพื้นที่นั้น อยู่ในดุลยพินิจและอำนาจของเขต หรือจังหวัด โดยหากมีความจำเป็นที่ต้องใช้กำลังในด้านต่างๆ มากขึ้น จะพิจารณาสนธิกำลังทหาร-ตำรวจ เข้าสนับสนุนการปฏิบัติของ ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ในการควบคุมดูแลพื้นที่ที่อาจมีความสุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top