Monday, 27 July 2026
Hard News Team

"ชัยวุฒิ" จับตาพนันออนไลน์ช่วงฟุตบอลยูโร-โคปาฯ ลั่นเอาจริงจับทุกเว็บ ฮึ่ม “พริตตี้-คอลัมนิสต์-เน็ตไอดอล” โฆษณาแอบแฝงโดนด้วย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตนได้ประสานงานศูนย์ปราบการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิด ลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ทุกประเภท โดยเฉพาะการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยม และพบว่ามีการเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนันแพร่ระบาดอย่างหนัก ที่ผ่านมากระทรวงดีอีเอส และ ศปอส.ตร.ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเป็นจำนวนมาก ตลอดจนการประสานกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปยังโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายในการร่วมมือกันเฝ้าระวังและรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์พนันต่างๆ

“ผมกำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปราบปรามการพนันทุกรูปแบบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการพนันถือเป็นปัญหาระดับชาติ และส่งผลไปสู่ปัญหาในครอบครัว เนื่องจากมีการมอมเมาประชาชนทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน สร้างความเสียหายมากมายทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสังคม” นายชัยวุฒิ กล่าว

รมว.ดีอีเอส กล่าวด้วยว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ยอดการเล่นพนันทั้งออฟไลน์ และออนไลน์จะสูงมากขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันทัวนาเมนทร์สำคัญ ดังนั้นช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลแห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ รวมถึงรายการโกปาอาเมริกา 2021 หรือฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ ที่จะเริ่มในช่วงไล่เลี่ยกัน ตนจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบ และค้นหาเว็บไซต์ที่กระทำผิดทั้งในลักษณะการพนัน หรือการแอบแฝงโดยการทายผลการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งหากพบการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินปิดทุกเว็บไซต์

“ผมไม่ได้ขู่ ผมทำจริง เพราะมีสถิติบ่งบอกว่าในช่วงที่มีมหกรรมการกีฬาใหญ่ๆ จะมีพวกที่อาศัยจังหวะมอมเมาประชาชนด้วยการจัดให้มีการทายผลการแข่งขัน เรื่องนี้ผมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะต้องการให้ใช้โลกโซเชียล สังคมออนไลน์ กันอย่างสร้างสรรค์ และมีประโยชน์ให้มากที่สุด" นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังผู้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียโฆษณาให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนัน ไม่ว่าจะเป็นพริตตี้ คอลัมนิสต์ หรืออินฟูลเอนเซอร์ทั้งหลาย หากพบว่าเข้าข่ายเชิญชวนให้เล่นการพนัน ถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน จึงขอให้งดการกระทำที่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อในทุกประเภท ทั้งนี้ผู้ที่มีเบาะแสพนันออนไลน์สามารถแจ้งได้ที่เพจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม https://www.facebook.com/prmdes.official/ และสายด่วนกระทรวงดีอีเอส 1212 ตลอด 24 ชม. โดยข้อมูลจะถูกปกปิดเป็นความลับ

“ประยุทธ์” หารือเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เร่งยกระดับการค้าและการลงทุน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายรัคมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าอินโดนีเซียเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นมาอย่างต่อเนื่อง มีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ หวังว่าความรู้และประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย จะช่วยกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังฝากความปรารถนาดีไปยังประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และภริยา พร้อมขอบคุณรัฐบาลอินโดนีเซียที่ให้การสนับสนุนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ในการอำนวยความสะดวกในการนำคนไทยกลับประเทศไทยตลอดช่วงสถานการณ์โควิด-19 

เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย กล่าวแสดงความรู้สึกยินดีที่ได้มาดำรงตำแหน่งในไทย พร้อมยืนยันจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อินโดนีเซีย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในระดับทวิภาคีและอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากกลไกทวิภาคีและกรอบความร่วมมือในอาเซียนและพหุภาคีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองฝ่าย ทั้งความร่วมมือในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความร่วมมือด้านการประมง ความมั่นคง การศึกษา รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมและดนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยต่างเห็นพ้องว่า ทั้งสองประเทศมีศักยภาพที่จะต่อยอดจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ และขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนให้เพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ผ่านการส่งเสริมการค้า และหาแนวทางลดอุปสรรคทางการค้าในสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน อาทิ สินค้าเกษตร และประมง โดยนายกรัฐมนตรียินดีสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนไทยในอินโดนีเซีย และขอให้อินโดนีเซียช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนไทยในอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยเชิญชวนให้มีการลงทุนในไทย เพิ่มเติม ซึ่งเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียกล่าวว่ายินดีสนับสนุนการลงทุนในไทย และมีภาคเอกชนของอินโดนีเซียหลายแห่งสนใจ 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ยังหารือถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยหวังว่าเมื่อสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย ทั้งสองฝ่ายจะขับเคลื่อนกิจกรรมและความร่วมมือต่าง ๆ เช่น การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การศึกษาและการฝึกอบรมด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศ รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติด ให้มีความคืบหน้าต่อไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันความร่วมมือกับอินโดนีเซียและอาเซียนในการแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา โดยไทยสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และหวังว่าปัญหาในเมียนมาจะสามารถแก้ไขด้วยสันติวิธี

“แรมโบ้” ยัน ไร้สัญญาณยุบสภาฯ แย้ม เงื่อนไขเดียวแยกทาง “พรรคร่วมทำงานไม่ได้” 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยุบสภาว่า ยืนยันว่ายังไม่มีสัญญาณยุบสภาฯจากนายกรัฐมนตรี ตามที่มีกระแสข่าวแน่นอน และการทำงานในสภาฯ ยังเป็นไปได้ด้วยดี เห็นได้จากสภาฯ เห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 65 วาระแรกและพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านบางส่วนโหวตเห็นชอบด้วย และเวลา 1 ปีที่เหลือของรัฐบาลยังต้องเร่งรัดทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน หากไม่มีผลงานประชาชนจะไม่ไว้วางใจ และมั่นใจว่านายกฯจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะสภาฯ ไม่ได้มีความผิด และพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีสัญญาณถอนตัว ทุกนโยบายของพรรคร่วมที่หาเสียงไว้ หากเป็นนโยบายที่ดีประชาชนได้ประโยชน์ก็ผลักดันเป็นนโยบายรัฐบาล

นายเสกสกล กล่าวว่า เงื่อนไขเดียวหากจะยุบสภาฯคือพรรคร่วมทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะมองแต่ผลประโยชน์ของตนเองหรือพรรค มากกว่าประชาชน แต่ตอนนี้ทำงานร่วมกันได้ดีมีเอกภาพ ความคิดเห็นที่แตกต่างถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่รัฐมนตรีทุกคนของพรรคร่วมรัฐบาล คิดถึงแต่ประชาชนและประเทศชาติ เหมือนกับฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลยังทำงานร่วมกันได้ สามารถเสนอแนะรัฐบาลผ่านเวทีสภาฯ หรือกรรมาธิการได้ แต่อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือโจมตีใส่ร้ายป้ายสีนายกฯ และครม. ทำลายขัดขวางการทำงานของรัฐบาล มากเกินไปเพราะประชาชนอาจจะเสียโอกาสได้

คอบอลชาวไทยเฮ!! หลัง 'รองเท้าแอร์โร่ซอฟ' ทุ่ม 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ยิงสด NBT2HD SPORT ครบ 51 นัด เริ่มคิกออฟคู่แรก อิตาลี VS ตุรกี คืนนี้ (ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564)

หลังจากมีคำถามกันหนาหูในหมู่คนไทยว่า 'ยูโร 2020' รอบนี้จะมีโอกาสได้รับชมกันทางฟรีทีวีหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนจากหน่วยงานใดๆ ว่าจะมีการนำลิขสิทธิ์สัญญาณการถ่ายทอดสด 'ฟุตบอลยูโร 2020' มาเผยแพร่

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเพราะในสถานการณ์นี้ ทางภาครัฐบาลอาจจะไม่สามารถนำงบภาษีที่เก็บจากประชาชนมาคืนความสุข ด้วยการไปร่วมประมูลซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล) หรือผ่านช่องทางอื่นได้ ต้องเป็นช่องทีวีเอกชนเท่านั้น ถึงจะสามารถประมูลฟุตบอลยูโร มาถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ดูกัน เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาก็ยังไม่มีเอกชนรายใดขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาถ่ายทอด จนคนไทยส่วนใหญ่น่าจะไปหวังพึ่งลิงก์เถื่อนที่ดูไปสะดุดไป อย่างไร้อรรถรส

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 มิถุนายน 2564 ที่สังเวียนแข้งยูโร 2020 พร้อมคิกออฟนั้น คอบอลชาวไทยก็ยิ้มได้ถ้วนหน้า หลังจากมีการประกาศชัดถึงการถ่ายทอดบอลยูโร2020 ลงหน้าจอฟรีทีวีเมืองไทยเป็นที่แน่นอนแล้ว

ทั้งนี้การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 ตลอด 51 นัดในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากผู้สนับสนุนหลักอย่างบริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย รองเท้ายี่ห้อ 'แอร์โร่ซอฟ' ภายใต้ ‘นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ประธานกรรมการ ผู้ที่ตั้งใจจะมอบความสุขให้แก่คนไทยในยามโรคระบาดยังไม่จางหาย ได้รับชมกันเต็มอิ่มทุกนัดแบบไม่สะดุด

ในส่วนของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในครั้งนี้ ทางแอร์โร่ซอฟ เป็นภาคเอกชนรายเดียวในการทุ่มงบ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อสิทธิ์การถ่ายทอดสดจากทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือ 'ยูฟ่า' เพื่อให้คนไทยได้รับชมการถ่ายทอดสดฟรีทุกนัดตลอด 1 เดือน (11 มิ.ย. - 11 ก.ค.64) ทางช่อง NBT2HD SPORT

สำหรับ ‘นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ ประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย รองเท้ายี่ห้อ 'แอร์โร่ซอฟ' ถือเป็นอีกผู้ใหญ่ใจดีของสังคมไทย และเป็นบุคคลที่มักเข้ามาช่วยเหลือเรื่องใหญ่ๆ ในสังคมไทยแบบไม่ออกหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้บริจาคเงิน จำนวน 100 ล้านบาท พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและตา (Face Shield) จำนวน 3,000 ชิ้น และเครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ (Airvo 2) จำนวน 10 ชิ้น ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ใช้ในการรักษา


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เคลียร์ชัดๆ กับคำถามคาใจใครหลายคน ก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด ดื่มชา กาแฟ ได้หรือไม่

เคลียร์ชัดๆ กับคำถามคาใจใครหลายคน ก่อนไปฉีดวัคซีนโควิด ดื่มชา กาแฟ ได้หรือไม่


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รมว.แรงงาน แจงเหตุประกันสังคมยกเลิกคิวฉีดวัคซีนไปเป็น 28 มิ.ย. ยัน ไม่ใช่เพราะวัคซีนไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะข้อมูลจากบริษัทสับสน

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. สำนักงานประกันสังคม ได้มีการส่งหนังสือแจ้งเวียนไปยังสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครฯ ที่ประสงค์ให้ผู้ประกันตน ฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามนัด ว่าจะขอฉีดวัคซีนในวันนี้เป็นวันสุดท้ายเพื่อปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว ทั้งหมด 45 ศูนย์ ตั้งแต่วันที่ 12-27 มิ.ย.นี้ เพื่อขอเคลียร์ยอดพนักงานหรือแรงงานของบริษัทต่างๆ ที่จะขอรับการฉีดวัคซีนโควิดมาให้กับสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากพบปัญหาว่าบางบริษัทส่งยอดพนักงานเข้ามาจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายฉีดวัคซีนจริงกลับมีจำนวนไม่ตรงกับยอดที่แจ้งไว้ และจะเปิดใหม่อีกครั้ง ในวัน 28 มิ.ย.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม จะปิดปรับปรุงศูนย์บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 45 ศูนย์ในวันที่ 12-27 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า การปิดให้บริการฉีดวัคซีนดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะปัญหาได้รับจัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอ เนื่องจากกระทรวงแรงงาน ได้รับการจัดสรรวัคซีน 1 ล้านโดส และเริ่มทยอยจัดส่งมา ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนในระบบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา

 

ที่มา : https://www.posttoday.com/politic/news/655272

https://www.infoquest.co.th/2021/95582


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พาณิชย์ทำดัชนีวัดค่าครองชีพ หวังประชาชนวางแผนใช้จ่าย

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่ 2 ดัชนี ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคกลุ่มค่าบริการ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคบริการ เพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพด้านบริการมากยิ่งขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าการศึกษา เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจในการใช้จ่ายและวางแผนดำเนินชีวิต รวมถึงให้หน่วยงานใช้ประกอบการกำหนดมาตรการและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการได้แม่นยำ มากยิ่งขึ้น

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคกลุ่มค่าบริการ เป็นดัชนีราคาที่คัดเลือกรายการค่าบริการจากดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งมีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมีทั้งสิ้น 87 รายการ จาก 430 รายการ จำนวน 14 หมวด โดยหมวดที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ หมวดกิจกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายสูงที่สุด  54.93% ตามด้วยหมวดข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 15.88% หมวดการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 6.94% หมวดกิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน 6.55% และหมวดการศึกษา  4.22% 

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคบริการ เป็นเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่แสดงถึงความคิดเห็นของผู้ประกอบการภาคบริการที่มีต่อธุรกิจของตนเอง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญเป็นประจำทุกปี อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย รายรับ และสินค้าคงเหลือ รวมทั้งสอบถามความคิดเห็นต่อการดำเนินธุรกิจ

“ประวิตร” เร่ง "แก้น้ำท่วมเมืองพัทยา" ช่วยปชช.เดือดร้อน ชูการท่องเที่ยว-อีอีซี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุม คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 3/2564 โดยขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามแผนงานโครงการฯที่ผ่านความเห็นชอบ นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำทุกมิติและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเค็ม กักเก็บ สำรองน้ำบนดินใต้ดิน ไว้ใช้อย่างเพียงพอและทั่วถึง

ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระยะที่ 1โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะรองรับน้ำฝนครอบคลุมพื้นที่ 15.39 ตร.กม. มีผู้ได้รับประโยชน์ 38,740 ครัวเรือน ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 600 ล้านบาทปี สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

รับทราบความคืบหน้าโครงการขนาดใหญ่ ที่ผ่านคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี 4 โครงการ ได้แก่

1.) อ่างเก็บน้ำ แม่ตาช้าง จ.เชียงราย

2.) อ่างเก็บน้ำ คลองโพล้ จ.ระยอง

3.) อ่างเก็บน้ำ บ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา และ

4.) สถานีสูบน้ำดิบ พร้อมระบบท่อส่งน้ำ เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จ.ปัตตานี และรับทราบผลการติดตามการขอใช้พื้นที่ป่า สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำ 26 โครงการ ให้กรมชลประทาน เร่งจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมให้เป็นฉบับสมบูรณ์ นอกจากนั้นรับทราบความก้าวหน้าโครงการแก้มลิงทุ่งหิน จ.สมุทรสงคราม พื้นที่ 2,623 ไร่ เพื่อใช้ชะลอน้ำหลาก ผลิตน้ำประปา และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัด ต่อไป

ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช. สอบ อบต.ราชาเทวะ ปมเสาไฟกินรี ชี้ พิรุธอื้อ

ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้สอบสวนการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรีพลังงานโชล่าเซลล์ ของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ที่อาจส่อไปในทางทุจริต และไม่มีความคุ้มค่าต่อการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน เนื่องจากบางส่วนมีการติดตั้งในซอยที่เป็นป่าหญ้ารกทึบ มีระยะเสาแต่ละต้นถี่เกินไป และอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย

เมื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการดังกล่าวพบว่า เสาไฟกินรีแต่ละต้นมีราคาเฉลี่ยต้นละ 95,485 บาท โดยมีการประมูลติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันกว่า 8 ปีแล้ว ดำเนินการไปแล้วมากกว่า 12 สัญญา มูลค่า 1,079,291,000 บาท โดยมีเสาไฟกินรีระบบโซล่าเชลล์ติดตั้งแล้วกว่า 11,339 ต้น ในขณะที่ อบต.ราชาเทวะมีพื้นที่เพียง 31 ตร.กม.คิดเป็น 19,375 ไร่ (ในจำนวนนี้ใช้เป็นพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 9,451 ไร่) ซึ่งจะเหลือเป็นพื้นที่เหลือเพียง 9,924 ไร่เท่านั้น มีครัวเรือนเพียง 15,185 หลังคาเรือนเท่านั้น หากจะเปรียบเทียบให้เห็นชัดเสาไฟกินรี 1 ต้นจะเท่ากับ 1 ครัวเรือนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นกรณีที่ผิดปกติอย่างมาก

นอกจากนั้น ในการประมูลงานดังกล่าวตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มีเพียงบริษัทเดียวที่สามารถประมูลงานดังกล่าวได้ แม้จะมีคู่แข่งขันที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเกือบครึ่งแต่ก็ถูกปัดตกด้านคุณสมบัติ อันชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธ ที่สำคัญการกำหนดราคากลาง ไม่มีความเสถียรจะเปลี่ยนแปรไปตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกต ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือกฎหมายฮั้วประมูลได้ แม้จะอ้างว่าการประมูลดำเนินการตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 แล้วก็ตาม

เมื่อสมาคมฯลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริง พบว่าในพื้นที่ของ อบต.ราชาเทวะ ทุกตรอก ซอก ซอย ซึ่งแม้เป็นซอยแคบๆจะเต็มไปด้วยเสาไฟประติมากรรมกินรีพลังงานโชล่าเซลล์เต็มไปหมดทั้งสองฝั่งซอย บางจุดมีระยะห่างประมาณ 5-10 เมตรก็มี และบางซอยแทบจะเป็นซอยร้างมีหญ้าขึ้นรกชัฏ บางซอยถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อน้ำขังใช้สัญจรแทบไม่ได้ แต่ก็ยังมีเสาไฟกินรีไปติดตั้งอย่างมากมาย และยังมีติดตั้งรอบสระน้ำก็ยังมีอีกด้วย

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 เพื่อเอาผิดผู้บริหารและที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

“สิระ” หนุน กมธ.กฎหมาย ดันแก้ ให้เซ็กส์ทอยถูกกฎหมาย เพื่อควบคุมสินค้าที่ได้มาตรฐานลดปัญหา ฆ่าข่มขืน

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พปชร. ประธานกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าเซ็กส์ทอยไร้คุณภาพและเกิดเหตุไฟฟ้าช๊อตผู้ใช้งานปางตายว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้มีการนำเข้า เพื่อจำหน่ายเซ็กส์ทอยอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุมว่าจะใช้ เซ็กส์ทอยกับบุคคลกลุ่มใดได้บ้าง และสามารถควบคุมสินค้าให้ได้มาตรฐาน

โดยเฉพาะ ศคบ.ที่จะเข้าไปดูแลได้ และยังทำให้รัฐจัดเก็บภาษีส่วนนี้ได้อีกด้วยเหมือนที่หลายๆประเทศทำกัน แต่กฎหมายไทยยังไม่อนุญาต ทั้งที่เรื่องนี้ถือเป็นเสรีภาพส่วนบุคคล ส่วนตัวสนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายเพราะจะเกิดประโยชน์ในหลายด้านลดปัญหาอาชญากรรม การฆ่าข่มขืน ลดปัญหาการหย่าร้างและปัญหาในครอบครัวได้ จากปัญหาความต้องการทางเพศที่ไม่สมดุล

ซึ่งการแก้กฎหมายเรื่องนี้ เชื่อว่าสามารถทำได้เพราะไม่ได้ไปขัดต่อความสงบสุขของประชาชน ต่างจากการแก้กฎหมายเพื่อการพนันหรืออบายมุขอื่นๆ และยังลดปัญหาการลักลอบนำเข้า เซ็กส์ทอยที่ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นอันตรายแก่ชีวิตประชาชนได้ โดยกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎรพร้อมที่จะศึกษาการแก้กฎหมายเรื่องนี้ หากมีการร้องเรียนเข้ามา เพราะถือเป็นเรื่องสิทธิของประชาชนที่กรรมาธิการมีหน้าที่ 

ส่วนที่คนบางกลุ่มมองว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ นายสิระ กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นเมืองพุทธเช่นกันควรคำนึงถึงผลประโยชน์ ทางสังคมมากกว่าซึ่งจะต้องมาศึกษากัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top