Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

'นฤมล'​ ส่งทีมงานนำข้าวกล่องส่งแคมป์ก่อสร้าง บรรเทาความเดือดร้อน

(วันที่ 22 กรกฎาคม 2564)​ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายทีมงาน นำข้าวกล่องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันมีอัตราการแพร่ระบาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพ หารายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ ต้องหยุดงาน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ที่ต้องกักตัวอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง ซึ่งมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สนับสนุนเครื่องใช้อุปโภคบริโภค เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ในวันนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่อง ไปมอบให้แก่แรงงานในแคมป์ก่อสร้าง รวม 5 แคมป์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบกิจการ บริษัท ห้าง ร้านค้าและบุคคลต่างๆ  โดยทีมงานจะนำข้าวกล่องไปส่งมอบตามจุดต่างๆ ในแคมป์ก่อสร้าง ตั้งแต่วันนี้ จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 

รมช.กล่าวต่อว่า แคมป์ก่อสร้างที่ส่งมอบข้าวกล่องแล้วในวันนี้ ได้แก่

จุดที่ 1 แคมป์คนงาน บริษัท ทวีพรเทคโนโลยี จำกัด บริเวณข้างโรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ ถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม

จุดที่ 2 แคมป์คนงาน บริษัท ซินเท็ค เทคโนโลยี คอนสตรัคชั่น จำกัด บริเวณซอยมไหสวรรย์ 6 ถนนพระรามที่ 3 แขวง/เขต บางคอแหลม

จุดที่ 3 แคมป์คนงาน บริษัท ซินเท็ค จำกัด (มหาชน) บริเวณสามแยกยานนาวา แขวงบางโพงพาง เขตยานาวา

จุดที่ 4 แคมป์คนงาน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ ภายในบริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการยานนาเวศ  ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

และจุดที่ 5 แคมป์คนงาน บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริเวณข้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

“ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการ บริษัท ห้าง ร้าน ที่สนับสนุนข้าวกล่องให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้  ความช่วยเหลือของทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทั้งแพทย์ พยาบาล ประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในด้านต่างๆ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” 

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องยา 'ฟาวิพิราเวีย' ได้อย่างน่าสนใจว่า "ฟาวิพิราเวีย...ยา (พิฆาต) Covid-19"

ไม่นานมานี้ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องยา 'ฟาวิพิราเวีย' ได้อย่างน่าสนใจว่า...

"ฟาวิพิราเวีย ..ยา (พิฆาต) Covid-19"

ฟาวิพิราเวีย อาวุธที่จำเป็น สำหรับต่อสู้กับ Covid-19 ไม่ให้อาการลุกลาม โดยมีการใช้ต่อผู้ป่วยรายละ 60-80 เม็ด  สำหรับผู้มีอาการ เพื่อป้องกันไม่ให้ลงปอด จนวิกฤต ถ้าวันนี้มีผู้ป่วยใหม่ราว 10,000 คน ถ้ามีอาการครึ่งหนึ่ง ต้องเตรียมยาสูงสุดวันละ 3-6แสนเม็ด เดือนละ 9-18 ล้านเม็ด ผลิตได้เดือนละ 2 ล้านเม็ดยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำเข้าอยู่ดี และต้องสต๊อกให้เพียงพอ ดังนั้นต้องเร่งการผลิตให้ได้เพียงพอในอนาคตครับ

การให้ผู้ติดเชื้อกักตัวอยู่ที่บ้านหรือ Home Isolation ถ้ามีอาการ เข้าข่ายข้อบ่งชี้ จะต้องส่งยาให้ทัน เพราะการได้ยาช้าจะทำให้ผู้ป่วยอาการหนักเข้าโรงพยาบาล และเสียชีวิตมากขึ้น

ข้อเท็จจริงอันหนึ่งคือได้ยาช้า กว่าจะเข้า รพ.ได้ ต้องใช้เวลาหลายวัน

1.) กว่าจะเข้าถึงการตรวจต้องเข้าคิว ต่อคิว หลายวัน ที่ฟรี ยกเว้นเสียเงินเองถึงมีโอกาสตรวจเร็ว แต่ก็ยังจำกัด เป็นคอขวด แม้ Test Kit จะช่วยได้มาก แต่เข้าโรงพยาบาลต้องใช้ ผล RT-PCR อยู่ดี แปลว่าขั้นตอนแรกกว่าจะเข้าถึงต้องรอ 1-2 วัน

2.) การตรวจ RT-PCR ถ้าผลลบมักจะได้เลยในวันรุ่งขึ้น จบไป แต่ถ้าบวกอาจจะ 2-3 วัน ขึ้นกับแลปที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปกติไม่ควรเกิน 3 วัน รวมเวลาจากขั้นตอน 1 เข้าคิวใช้เวลา 3-5 วัน ได้รับผล RT-PCR

3.) เมื่อได้รับผล แจ้ง 1330/1669/1668 เพื่อขอเข้าโรงพยาบาล หรือรับการรักษา ปัจจุบัน ต้องรอตั้งแต่ 1-3 วัน เพื่อขอให้จัดเตียงให้ และพบว่ามีค้าง รอเตียงข้ามวันจำนวนมาก ตามรายงานประจำวันของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า อย่างเร็วเข้าระบบได้ทันที แต่ถ้าลองนับจากวันแรกเริ่มที่ตรวจ 4 ถึง 7 วัน...ซึ่งยาจะได้ในสถานพยาบาล ในรายที่มีอาการ อาจจะช้าเกินไป

เคยมีผู้เสนอแนวคิด เสนอให้ยาเร็วขึ้นหลังผลบวก จะช่วยให้ผู้ป่วยหนักน้อยลง แต่ดูตัวเลขแล้ว ต้องใช้ยาจำนวนมหาศาล มากกว่าที่ผลิตได้หรือที่มี และอาจจะนำไปสู่การดื้อยาได้ เขาจึงยังต้องให้ในสถานพยาบาลดูตามอาการเพื่อให้ตรงข้อบ่งชี้ แต่ทำอย่างไรจะได้เร็วที่สุด นั่นคือปัญหาสำคัญ และทำอย่างไรให้ได้รับทันเวลา

ขอบคุณองค์การเภสัชกรรม ที่ผลิตยานี้อย่างเร่งด่วน เพราะเป็นจุดสำคัญในการเปลี่ยนคนไข้ อาการหนัก ให้น้อยลง โดยต้องมียามากเพียงพอ ในที่สุด คงต้องเร่งผลิตให้ทันใช้ในประเทศ ที่กำลังเข้าสู่วิกฤตครับ ทุกคนที่มีอาการ และมีข้อบ่งชี้ที่ต้องได้ยาโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เข้าสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการดูแล

ยาฆ่าเชื้อไวรัสจะเป็นจุดเปลี่ยนของการรักษา และศึกนี้ในอนาคต

หมออิทธพร


ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4407212119339560&id=100001524474522


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โควิดทั่วโลกพุ่งไม่หยุดกว่า 192 ล้านคน ตายทะลุ 4.1 ล้านศพ องค์การอนามัยโลก ระบุโลกล้มเหลวรับมือโควิด ตำหนิ ประเทศร่ำรวยไม่แบ่งวัคซีนประเทศยากจน ขณะที่สิงคโปร์ ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในรอบปี สั่งคุมเข้มระดับ 2 ทันควัน

โควิดทั่วโลกพุ่งไม่หยุดกว่า 192 ล้านคน ตายทะลุ 4.1 ล้านศพ องค์การอนามัยโลก ระบุโลกล้มเหลวรับมือโควิด ตำหนิ ประเทศร่ำรวยไม่แบ่งวัคซีนประเทศยากจน ขณะที่สิงคโปร์ ติดเชื้อพุ่งสูงสุดในรอบปี สั่งคุมเข้มระดับ 2 ทันควัน ส่วนเกาหลีใต้ ยอดติดเชื้อรายวันนิวไฮอีกหนเกือบ 1,800 คน ออสเตรเลียสั่งล็อกดาวน์แล้วเกือบครึ่งประเทศ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ว่ามีผู้ติดเชื้อรวม 192,210,659 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 4,124,266 คน และมีผู้รักษาหายรวม 174,912,403 คน

ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผอ.องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าโลกกำลังล้มเหลวในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับตำหนิประเทศร่ำรวยที่ไม่ยอมแบ่งวัคซีนให้ประเทศยากจน ทำให้การกระจายวัคซีนไม่เท่าเทียมและทั่วถึง เพราะยังมีผู้คนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเหมือนประชาชนในประเทศร่ำรวย ซึ่งเวลานี้มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดต่ำมาก ขณะที่ประเทศที่มีรายได้น้อย ประชาชนเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

ส่วนที่ประเทศสิงคโปร์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ รายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 63,440 คน เพิ่มขึ้น 195 คน นับเป็นสถิติรายวันสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมปีที่แล้ว แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 13 คน และติดเชื้อในประเทศ 182 คน จำนวนนี้ 135 คนเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดค้าส่งปลาจูรง ขณะที่ผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ห้องคาราโอเกะเคทีวี เพิ่มเป็น 205 คน สำหรับผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 36 คน และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 289 คน

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมโรคให้มีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คณะทำงานเฉพาะกิจด้านการตอบสนองต่อโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสิงคโปร์ ประกาศใช้มาตรการระดับ 2 รวมถึงการห้ามรับประทานอาหารในร้านโดยให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น และการห้ามรวมตัวมากกว่า 2 คนในสถานที่สาธารณะ มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม-18 สิงหาคมนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่า นพ.นูร์ฮิชาม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมควบคุมโรคมาเลเซีย ระบุถึงผลการศึกษาวิจัยการใช้งานวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของซิโนแวค ในชิลี ว่าลดอัตราการติดเชื้อได้ร้อยละ 65.9 ลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลได้ร้อยละ 87.5 ลดอัตราการเข้าห้องไอซียูได้ร้อยละ 90.3 และลดอัตราการเสียชีวิตได้ร้อยละ 86.3 ขณะที่การใช้งานวัคซีนไฟเซอร์ ประสิทธิผลในภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 95

นพ.นูร์ฮิชามกล่าวว่า ผลการศึกษาการใช้งานวัคซีนซิโนแวคและไฟเซอร์ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยวัคซีนทั้งสองตัวแม้พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีคนละแบบ แต่สามารถป้องกันอาการป่วยหนัก และการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้เช่นกัน

ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมอย่างน้อย 182,265 คน เพิ่มขึ้น 1,784 คน นับเป็นสถิติรายวันสูงสุด ตั้งแต่เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 2,060 คน เพิ่มขึ้น 1 คน ทั้งนี้ นับเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ที่เกาหลีใต้ยืนยันผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 1,000 คน โดยกรุงโซล ยังเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด และพบคลัสเตอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งที่ทำงาน โรงเรียน และในครอบครัว

ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายต่างมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อเชื้อกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ซึ่งแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยรอบ 7 วัน ล่าสุด มีการยืนยันผู้ติดเชื้อเดลตาแล้ว 951 คน ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้เร่งการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้ประชาชนโดยจำนวน 16.3 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 32 ของประชากรทั้งประเทศ ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม และประมาณ 6.6 ล้านคนได้รับวัคซีนครบแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชากรในประเทศออสเตรเลียกว่าครึ่งหนึ่ง เข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาในเมืองใหญ่ โดยรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 7 วัน ภายหลังมีผู้ติดเชื้อในเมืองแอดิเลด ส่วนรัฐวิกตอเรียซึ่งมีเมืองเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22 คน เพิ่มจากเดิมในวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 100 คน ทางการจึงขยายมาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 7 วัน ถึงต้นสัปดาห์หน้า ขณะที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก อยู่ในช่วงล็อกดาวน์สัปดาห์ที่ 4 ในห้วงเวลา 5 สัปดาห์

ทั้งนี้ ออสเตรเลียพยายามสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นพนักงานขับรถลีมูซีนรับ-ส่งผู้โดยสารในสนามบินที่เมืองซิดนีย์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในออสเตรเลียยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วอีกหลายประเทศ โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมราว 32,100 คน และเสียชีวิต 915 คน แต่การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่ล่าช้าและการประกาศล็อกดาวน์ต่อเนื่องหลายครั้งได้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนภายในประเทศแล้ว


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/589428


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'ผู้เฒ่า เซียนเต่า' ได้โพสต์เหตุการณ์ร้านอาหารไทยในเท็กซัส กับการถูกเหยียด แต่สุดท้ายเกิดเรื่องไม่คาดคิด

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'ผู้เฒ่า เซียนเต่า' ได้โพสต์เหตุการณ์ร้านอาหารไทยในเท็กซัส กับการถูกเหยียด แต่สุดท้ายเกิดเรื่องไม่คาดคิดว่า...

#หนึ่งข้อความจากคนใจร้าย

#ก่อเกิดพันข้อความจากคนใจดี

1.) ร้านอาหารไทยชื่อ "Thai Thai Restaurant" ตั้งอยู่ที่เมืองลับบ็อค รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าของเป็นคนไทยที่มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่และเปิดร้านมานานกว่า 30 ปีแล้ว

2.) วันที่ 21 พ.ย. 62 มีลูกค้าคนหนึ่งมาทานมื้อกลางวันที่ร้าน ได้ยินเจ้าของร้านและพนักงานคุยกันเป็นภาษาไทยแล้วเกิดความไม่พอใจ

3.) หลังทานเสร็จ ลูกค้าคนดังกล่าวได้เขียนข้อความลงบนกระดาษเช็ดปาก แล้วเอาไปวางไว้บนเคาน์เตอร์ ข้อความว่า...

“If you’re going to live in AMERICA learn to speak ENGLISH! or, go back to where you came from!”

(ถ้าอยากอยู่ "อเมริกา" ก็ต้องฝึกพูดภาษา "อังกฤษ" ไม่งั้นก็กลับบ้านเก่าไปซะ!)

4.) “คุณรังสี” เจ้าของร้าน ได้นำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ในเพจของร้านแล้วกล่าวขอโทษว่า...

“Someone left it at the counter at lunch today. Whoever you are, I apologize for that which I wasn’t born with.”

(มีคนทิ้งข้อความนี้ไว้บนเคาน์เตอร์ตอนมื้อกลางวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม เราขออภัยด้วยที่เราไม่ได้เกิดมาพูดภาษาอังกฤษ)

5.) โพสต์นี้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว มีคนมาคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจร้านมากกว่า 2,400 ข้อความ

6.) และที่น่าตื้นตันใจยิ่ง คือ วันรุ่งขึ้นลูกค้าจำนวนมากพร้อมใจกันมาอุดหนุนร้านจนที่จอดรถเต็ม ลูกค้าต่อคิวยาวเหยียดจากเคาน์เตอร์ไปถึงประตู

7.) พวกเขายอมรับว่า มาที่นี่เพราะทราบข่าวเรื่องข้อความที่ร้านได้รับเมื่อวาน จึงต้องการมาสนับสนุนและให้กำลังใจร้าน

8.) หลังจากทานเสร็จ ลูกค้าหลายคนยังเขียนข้อความลงบนกระดาษแล้วทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ เพื่อให้กำลังใจเจ้าของร้านและพนักงานอีกหลายข้อความ เช่น

- ไม่พูดภาษาอังกฤษก็ไม่มีปัญหา เราทุกคนรักพวกคุณ

- เรารักคุณ ขอบคุณนะที่มาเปิดร้านที่ลับบ็อค คุณทำให้ชุมชนของเราน่าอยู่ขึ้น

- ความหลากหลายทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ขอบคุณที่มาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของเรา

9.) เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังทั้งในโซเชียลมีเดีย หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ มีนักข่าวไปสัมภาษณ์เจ้าของร้านและลูกค้าด้วย ทำให้มีคนรู้จักร้านอาหารไทยแห่งนี้มากขึ้น

#จริงอยู่ที่โลกนี้มีคนใจร้าย

#แต่ก็มีคนใจดีมากกว่า

#poetryofbitch

Credit : ภาพจากเพจ Thai Thai Restaurant และ KLBK TV


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=330604588691478&id=100052258193762


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

จุฬาฯ แถลงการณ์ตำหนิองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) หลังนำนักเคลื่อนไหว ปฐมนิเทศนิสิตใหม่

วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก สำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่า ตามที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนิสิตใหม่ประจำปีการศึกษา 2564 ผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เพื่อแสดงความยินดีต้อนรับ ให้ข้อมูลความรู้ และสร้างความภาคภูมิใจในสถาบันแก่นิสิตใหม่ และองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) ได้ใช้โอกาสนี้เปิดคลิปวีดิทัศน์ที่มีเนื้อหาที่ใช้รูปแบบการสื่อสารที่รุนแรงและมีคำหยาบคายดังที่ปรากฏในสื่อต่าง ๆ นั้น

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรู้สึกเสียใจในความไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในกิจกรรมดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และขอชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยได้ดำเนินงานโดยยึดหลักการและส่งเสริมให้นิสิตมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกบนพื้นฐานของการให้เกียรติผู้อื่นรวมทั้งไม่กระทำการอันผิดกฎหมาย

มหาวิทยาลัยขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศในปีนี้ สำนักบริหารกิจการนิสิตได้ดำเนินการร่วมกับ อบจ. และได้เตรียมการมาตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 โดยตลอดระยะเวลาเตรียมงานได้มีการประชุมประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อบจ. มิได้แจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบถึงแผนในการนำเสนอวิดิทัศน์ข้างต้นแต่อย่างใด และได้ดำเนินการดังกล่าวเองโดยไม่ผ่านการพิจารณาร่วมกันซึ่งขัดกับมารยาทของการร่วมดำเนินงานที่ดี นอกจากนั้นเนื้อหาของคลิปวิดิทัศน์ที่ใช้ความรุนแรงหยาบคายและอาจขัดกับหลักกฎหมายนั้น มหาวิทยาลัยเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จึงขอตำหนิการกระทำดังกล่าว และจะได้ดำเนินการอบรมพัฒนานิสิตและพิจารณาเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยขอยืนยันว่าเห็นด้วยกับการมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แสดงความก้าวร้าวหรือบังคับกดดันผู้ไม่เห็นด้วยหรือไม่แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยใคร่ขออภัยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งคณาจารย์ บุคลากร นิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิตใหม่ที่เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศที่ได้รับการกระทำที่ไม่เหมาะสม โดยมหาวิทยาลัยจะได้กำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของนิสิตอย่างใกล้ชิดในอนาคตอย่างระมัดระวังมากขึ้น


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ยอดผลิตรถยนต์โตสวนวิกฤต คาดทั้งปีผลิต 1.55 -1.6 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.55 -1.6 ล้านคัน จากเดิมคาดไว้อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน หลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทำให้มีความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เม็กซิโก และมาเลเซีย ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกปีนี้ที่ คาดว่า จะอยู่ที่ 8-8.5 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดไว้ที่ 7.5 แสนคัน ตามยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกที่สูงขึ้น 

สำหรับยอดผลิตเพื่อส่งออกรวม 6 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2564) ผลิตได้ 486,237 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40.37% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมการผลิต 6 เดือนอยู่ที่ 844,601 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39.34% และหากไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกได้ถึง 900,000 คัน 

ส่วนของยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปีนี้ ยังคงเป้าหมายอยู่ที่ 750,000 คัน เป็นระดับต่ำสุดที่คาดการณ์ไว้และต่ำกว่ายอดผลิตปีก่อนที่ผลิตได้ 790,000 คัน ภายใต้สมมติฐานที่ประเทศไทยประกาศล็อกดาวน์ และปัญหาการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่นไม่เพียงพอแล้ว จึงไม่น่าจะมีการปรับประมาณการลดลงต่ำไปกว่านี้ โดยต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนโรงงานอย่างใกล้ชิด

 

ผู้ติดเชื้อโควิดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 2 สัปดาห์ ท่ามกลางแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาและการกระจายข้อมูลบิดเบือน

เคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในช่วง 2 สัปดาห์ ท่ามกลางแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตาและการกระจายข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับวัคซีน จนอัตราผู้เข้ารับวัคซีนชะลอตัว สถานการณ์ที่กำลังทำให้โรงพยาบาลกลับสู่ภาวะตึงเครียด แพทย์และพยาบาลอ่อนแรง

"เจ้าหน้าที่ของเรา พวกเขาผิดหวัง" คำกล่าวของ ชาด นีลเซน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันเชื้อแห่งบูเอฟ เฮลท์ แจ็คสันวิลล์ โรงพยาบาลในรัฐฟลอริดา ซึ่งจำเป็นต้องยกเลิกการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วน หลังจำนวนผู้ป่วยในโควิด-19 ของโรงพยาบาล เพิ่มเป็น 134 ราย จากระดับต่ำสุด 16 รายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

"พวกเขาเหนื่อยล้า พวกเขากำลังคิดว่านี่มันเป็นเรื่องเดจาวูอีกแล้ว มีอารมณ์โกรธบ้าง เพราะเรารู้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ประชาชนไม่ฉวยประโยชน์จากวัคซีน" เขากล่าว

ทั่วทั้งสหรัฐฯ ค่าเฉลี่ย 7 วันของผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในช่วง 2 สัปดาห์หลังสุด ขยับขึ้นไปแตะระดับ 37,000 คน ในวันอังคาร (20 ก.ค.) เพิ่มขึ้นจากระดับไม่ถึง 13,700 คน ในวันที่ 6 กรกฎาคม จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮ็อปกินส์ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวโทษตัวกลายพันธุ์เดลตาและอัตราการฉีดวัคซีนที่ชะลอตัว

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่ามีอเมริกันชนเพียงแค่ 56.2% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส

ในลุยเซียนา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 5,388 คน ในวันพุธ (21 ก.ค.) ถือเป็นจำนวนรายวันสูงที่สุดอันดับ 3 นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2020 ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพิ่มเป็น 844 คน เพิ่มขึ้นมามากกว่า 600 ราย นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน

ยูทาห์ มีผู้ติดเชื้อที่ถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 295 ราย สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ รัฐแห่งนี้มีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 622 คนต่อวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึง 3 เท่า ขณะที่ข้อมูลด้านสาธารณสุขพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

ที่นิวยอร์ก ซิตี เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลต่าง ๆ และคลินิกสุขภาพที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของเมือง จะถูกบังคับให้ฉีดวัคซีนหรือเข้ารับการตรวจเชื้อทุกสัปดาห์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหาทางต่อสู้กับเคสติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น จากการเปิดเผยของนายกเทศมนตรีบิล เดอ บลาซิโอ ในวันพุธ (21 ก.ค.)

คำสั่งของเดอ บลาซิโอ จะไม่บังคับใช้กับครู ตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของเมือง แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์มุ่งเน้นฉีดวัคซีนของทางเมือง ท่ามกลางการแพร่ระบาดหนักหน่วงขึ้นของตัวกลายพันธุ์เดลตา

จำนวนการฉีดวัคซีนรายงานของเมืองนิวยอร์ก ลดต่ำลงมาเหลือไม่ถึง 18,000 เข็มต่อวัน จากระดับสูงสุดมากกว่า 100,000 เข็มต่อวันในช่วงต้นเดือนเมษายน เวลานี้ประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 65% ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่อัตราการฉีดวัคซีนวัยผู้ใหญ่ที่เป็นประชากรผิวสีอายุต่ำกว่า 45 ปี มีเพียงแค่ราว ๆ 25% ทั้งนี้มันเป็นอัตราที่น่ากังวลพอสมควร เนื่องจากในบรรดาคนงานในระบบโรงพยาบาลรัฐของทางเมืองนั้น มีถึง 45% ที่เป็นคนผิวสี

ในขณะที่เคสผู้ติดเชื้อในนิวยอร์กซีตี เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าตัวกลายพันธุ์เดลตาคิดเป็นมากกว่า 70% ของผู้ติดเชื้อเหล่านั้นเลยทีเดียว "เราต้องการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเราฉีดวัคซีน มันกำลังอันตรายขึ้นจากตัวกลายพันธุ์เดลตา" เดอ บลาซิโอกล่าว

ย้อนกลับไปที่ลุยเซียนา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่นิวออร์ลีนส์กำลังชั่งใจรื้อฟื้นข้อจำกัดบางอย่างเพื่อสกัดการแพร่ระบาด หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกไป สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดซาลง "ทุกทางเลือกวางอยู่บนโต๊ะ" จากการเปิดเผยของโฆษกประจำเมือง


(ที่มา : เอพี)

https://mgronline.com/around/detail/9640000071547


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์ข้อความ สะเทือนใจที่เห็นพี่น้องประชาชนไทยเสียชีวิตบนถนน ย้ำ รัฐบาลบริหารวิกฤติผิดพลาด ซ้ำยังมองประชาชนเป็นภาระ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ว่า...

ดิฉันรู้สึกหดหู่ สะเทือนใจ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยต้องเสียชีวิตบนท้องถนน ไร้การเหลียวแล จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลทำให้ประชาชนต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในการดูแลประชาชน อีกทั้งยังทำให้บุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล หมดขวัญกำลังใจ อ่อนล้า ขาดหลักประกันที่ดีเพราะไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพเพียงพอในการเป็นเกราะปกป้องโรคร้าย

ดิฉันขอแสดงความเสียใจ และขอร่วมแบ่งปันความโศกเศร้ากับหลายครอบครัวที่ต้องอยู่ในสภาพเห็นคนที่รักล้มหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ซึ่งต้นตอเกิดจากการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ รัดกุม ขาดวิสัยทัศน์ในการรับมือกับวิกฤติโรคระบาดในระยะยาว มีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีการรวบอำนาจ แต่กลับบริหารผิดพลาด ขาดแคลนเตียง ไร้การตรวจเชิงรุกที่มากพอ วัคซีนไม่ทั่วถึง และคุณภาพเป็นที่กังขา แต่พลเอกประยุทธ์กลับไม่เคยน้อมรับความผิดพลาดและขอโทษ มิหนำซ้ำยังกลับมองว่าประชาชนทำตัวเป็นภาระ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความหละหลวมของรัฐบาล

ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้คนไทยอดทน ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขณะเดียวกันขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน ด้วยการนำความทุกข์ยากของประชาชนเป็นหัวใจในการนำเสนอแผนที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ และกำหนดเป้าหมายร่วมกันกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นผู้นำพึงมีในการนำพาประเทศผ่านพ้นความยากลำบากครั้งนี้ให้ได้


ที่มา: https://www.facebook.com/105044319540032/posts/4555155527862200/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ฉีดวัคซีนสลับชนิด ภูมิพุ่ง 8 เท่า ที่สำคัญป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศ ด่วนที่สุด ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ระบุถึงหลักเกณฑ์การฉีดวัคซีนสลับชนิดกันสำหรับประชาชน และการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า โดยระบุว่า

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด พบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์เดลตา เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก มีการศึกษาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย (ไบโอเทค) พบว่า

การฉีดวัคซีน Sinovac เป็นเข็มที่ 1 และฉีควัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น โดยสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีใกล้เคียงกับ AstraZeneca 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าจะมีผลดีต่อการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา และไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรงภายหลังได้รับวัคชีน


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“อรรถวิชช์” ชี้!! กรณีศิลปินดาราวิจารณ์ รัฐบาลต้องฟัง ไม่ใช่ไล่ฟ้อง จะใช้วิธีของคดีความมั่นคงแห่งรัฐ กรณีหมิ่นสถาบันไม่ได้ ต้องแยกแยะความมั่นคงแห่งรัฐ กับความมั่นคงของรัฐบาล

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ออกมาขู่ดำเนินคดีกับศิลปินดารา ที่โพสต์ข้อความ Call Out วิจารณ์ต่อต้านรัฐบาลว่า...

ศิลปินดาราเขาบอกถึงความไม่พอใจในการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด เหมือนกับประชาชนทั่วไป เพราะมันกระทบทั้งชีวิต และการดำรงชีพ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ New High ต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนล่าช้า เตียงไม่พอ จ่ายยาฆ่าเชื้อทันทีไม่ได้ คนตายทุกวัน

"รัฐบาลต้องฟัง ไม่ใช่ไล่ฟ้อง!! จะไปทำเหมือนคดีความมั่นคงแห่งรัฐ หมิ่นสถาบัน ม.112 แล้วใช้กลไก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้ แยกแยะด้วยระหว่าง ความมั่นคงแห่งรัฐ กับ ความมั่นคงของรัฐบาลเอง รัฐบาลต้องทำให้ชาติเกิดความสามัคคี รักษาโครงสร้างชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขออย่าเติมฟืนเติมไฟ ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดเลย กระทรวง DES เอาเวลาไปทำระบบติดตามช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยังตกค้างดีกว่า" นายอรรถวิชช์ กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top