Friday, 31 July 2026
Hard News Team

ปิดทำเนียบฯ 14 วัน อีกครั้ง หลังพบผู้สื่อข่าวผลตรวจ ATK เป็นบวก

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ ให้สัมภาษณ์ กรณีขอความร่วมมือสื่อมวลชนออกจากทำเนียบ เนื่องจากมีผู้สื่อข่าวติดเชื้อโควิด ว่า ขอความร่วมมือสื่อมวลชนออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาดำเนินการทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ จะได้มั่นใจว่าปลอดเชื้อ เบื้องต้นขอเวลา 7 วัน นับจากวันนี้ไปถึงวันที่ 24 กันยายน และจะให้สื่อมวลชนกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ได้ในวันที่ 27 กันยายน แต่อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนนำผลตรวจเอทีเคมาแสดงด้วย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามมาตรการที่เข้มข้น เนื่องจากผู้บริหารในทำเนียบฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเราต้องมีความใกล้ชิดกัน 

น.ส.นัทรียา กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี จะมีภารกิจลงพื้นที่ในต่างจังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท จ.ชลบุรี สื่อมวลชนก็ไม่ต้องเป็นห่วง ทางสำนักโฆษกสำนักนายก รัฐมนตรี จะทำหน้าที่แทน โดยทำข่าวพูลให้ ทั้งนี้ที่เราใช้มาตรการเช่นนี้เนื่องจากมีความเป็นห่วงร่วมกันทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่า ใครมีอาการแล้วไม่แสดงอาการหรือไม่ และไม่ทราบว่าจะมีใครติดเชื้อมาจากข้างนอกหรือไม่ ขอให้ทุกคนระมัดระวังและกลับไปในที่ตั้งก่อน และขอให้สื่อไปตรวจคัดกรอง ก่อนกลับมาติดบัตรหน้าที่ร่วมกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนสบายใจว่า การทำข่าวในช่วงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ผู้ใหญ่ทุกคนรับทราบแล้วจึงจะยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ หรือตอบคำถามใด ๆ กับทุกคน ทุกคนสบายใจได้ว่าไม่มีการตกข่าว 

ผลวิจัย ชี้ ‘วัคซีนโควิดเข็ม 3’ ไม่จำเป็น ยัน แค่ 2 เข็ม เพียงพอช่วยลดอาการทรุดหนัก

วารสารการแพทย์แลนเซตตีพิมพ์ผลการศึกษาเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ก่อนจะสรุปว่า การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เพียง 2 เข็มมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อมีอาการทรุดหนัก และไม่จำเป็นที่คนทั่วไปจะต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3

ในบางประเทศเริ่มมีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชากรในประเทศ เพราะความหวั่นวิตกเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องออกมาร้องขอให้ประเทศต่าง ๆ ยุติการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ไว้ก่อน เนื่องจากยังมีคนหลายล้านคนทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศที่ยากจนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว

ผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ดังกล่าวมาจากนักวิทยาศาสตร์หลายคน ซึ่งรวมถึงนักวิทยาศาสตร์จากองค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของสหรัฐฯ สรุปว่า แม้จะมีภัยคุกคามจากไวรัสกลายพันธุ์เดลตา แต่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับคนทั่วไปไม่ใช่เรื่องเหมาะสมภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดในขณะนี้

ผู้เขียนซึ่งทบทวนผลการศึกษาเชิงสังเกตและผลการทดลองทางคลินิกพบว่า วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันไม่ให้มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงในไวรัสโควิด-19 แทบจะทุกสายพันธุ์ซึ่งรวมถึงเดลตา แม้จะมีประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการก็ตาม

หนึ่งในผู้เขียนหลักจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า หากดูในภาพรวมแล้ว วัคซีนที่มีอยู่ควรจัดลำดับความสำคัญไปที่คนทั่วโลกที่ยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน แต่หากมีการกระจายวัคซีนไปยังที่ที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะช่วยเร่งให้การแพร่ระบาดยุติลงเร็วขึ้นด้วยการยับยั้งการกลายพันธุ์ของไวรัส


ที่มา : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2938333

ทปษ.นายกฯ ห่วงสื่อ ของดเข้าทำเนียบ 7 วัน แล้วตรวจคัดกรองก่อนเข้าทำเนียบ อีกครั้ง 27 กย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ ให้สัมภาษณ์ กรณีขอความร่วมมือสื่อมวลชนออกจากทำเนียบ เนื่องจากมีผู้สื่อข่าวติดเชื้อโควิด ว่า ขอความร่วมมือสื่อมวลชนออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาดำเนินการทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ จะได้มั่นใจว่าปลอดเชื้อ เบื้องต้นขอเวลา 7 วัน นับจากวันนี้ไปถึงวันที่ 24 กันยายน และจะให้สื่อมวลชนกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ  ได้ในวันที่ 27 กันยายน แต่อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนนำผลตรวจเอทีเคมาแสดงด้วย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามมาตราการที่เข้มข้น เนื่องจากผู้บริหารในทำเนียบฯส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเราต้องมีความใกล้ชิดกัน 

น.ส.นัทรียา กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี จะมีภารกิจลงพื้นที่ในต่างจังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท จ.ชลบุรี สื่อมวลชนก็ไม่ต้องเป็นห่วง  ทางสำนักโฆษกสำนักนายก รัฐมนตรี จะทำหน้าที่แทน โดยทำข่าวพูลให้ ทั้งนี้ที่เราใช้มาตรการเช่นนี้เนื่องจากมีความเป็นห่วงร่วมกันทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่า ใครมีอาการแล้วไม่แสดงอาการหรือไม่ และไม่ทราบว่าจะมีใครติดเชื้อมาจากข้างนอกหรือไม่ ขอให้ทุกคนระมัดระวังและกลับไปในที่ตั้งก่อน และขอให้สื่อไปตรวจคัดกรอง ก่อนกลับมาติบัตรหน้าที่ร่วมกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนสบายใจว่า การทำข่าวในช่วงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ผู้ใหญ่ทุกคนรับทราบแล้วจึงจะยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ หรือตอบคำถามใดๆกับทุกคน ทุกคนสบายใจได้ว่าไม่มีการตกข่าว 

'นิวยอร์ก' เปิดโรงเรียนครั้งแรกในรอบ 1 ปี หลังต้องเรียนออนไลน์หนีโควิด-19

14 กันยายน 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โรงเรียนของรัฐในนครนิวยอร์ก เปิดเทอมให้นักเรียนกลับเข้าชั้นเรียนเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี หลังปิดไปตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ตามมาตรการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน 

สำหรับโรงเรียนรัฐในนครนิวยอร์ก ถือเป็นระบบการศึกษาของรัฐขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกา โดยมีนักเรียนอยู่ในระบบประมาณ 1 ล้านคน

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐสังกัดเทศบาลนครนิวยอร์กเกือบทั้งหมดจากจำนวนประมาณ 300,000 คน ได้รับคำสั่งให้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบในสำนักงานด้วย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องฉีดวัคซีนครบแล้ว หรือมิเช่นนั้นต้องผ่านการตรวจคัดกรองทุกสัปดาห์


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/601988

ตร. แจง ไร้สัญญาณบ่งชี้การก่อการร้าย แม้ญี่ปุ่นเตือนเหตุ ‘ก่อการร้ายในอาเซียนและไทย'

รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเอกสารให้กับพลเมืองของตนเอง เฝ้าระวังการก่อการร้ายในอาเซียน รวมถึงไทย ด้านตำรวจ - สันติบาล ชี้แจง ไม่มีอะไรน่ากังวล แจ้งเตือนตามวงรอบ ขณะที่กต.ระบุ เป็นคำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ และในเอกสารไม่เจาะจงเฉพาะไทย 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีที่สถานทูตญี่ปุ่นแจ้งเตือนเหตุก่อการร้ายนั้น ว่า จากข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พบว่ามีการแจ้งเตือนจากสถานทูตญี่ปุ่น ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนตามวงรอบ ไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีการก่อการร้าย ขณะนี้ยังไม่มีการเฝ้าระวังสิ่งใดเป็นพิเศษ และทางเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลและใช้ชีวิตตามปกติ

รองโฆษก ตร.ย้ำว่าทางไทยมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประสานงานด้านการข่าวฝ่ายความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศอยู่แล้ว ทั้งด้านข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยสถานที่ตั้งของสถานทูตรวมถึงสถานที่พำนักของเอกอัครราชทูตหรือเจ้าหน้าที่ทางการทูตในประเทศไทยมีการประสานงานกับตำรวจท้องที่ โดยเฉพาะตำรวจ 191 อยู่แล้วก็ดำเนินการควบคู่กันไป 

รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองตลอดเวลา และขณะนี้ไม่ได้ห่วงที่ใดเป็นพิเศษ เนื่องจากการรักษาสถานที่สำคัญและบุคคลสำคัญในประเทศก็เป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจนครบาลหรือหากมีสถานกงสุล หรือสถานทูตตั้งอยู่ต่างจังหวัดก็มีการประสานกับตำรวจท้องที่อยู่แล้วเช่นกันตรงนี้ไม่เป็นห่วง และพร้อมให้การสนับสนุนทันทีหากมีการร้องขอขึ้นมา

ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ส่งหนังสือเตือนถึงพลเมืองชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในอาเซียนรวมถึงไทย ให้ระมัดระวังการก่อการร้าย โดยระบุว่า

จากการตรวจสอบและสอบถามไปยังสถานทูตญี่ปุ่น ระบุว่า อีเมลนี้กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ส่งให้ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นประเทศไทย และไม่ได้ระบุที่มาของข้อมูลดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาใจความสำคัญของอีเมลฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอให้ชาวญี่ปุ่นระมัดระวังการโจมตีหรือการก่อการร้าย โดยเฉพาะการระเบิดพลีชีพตนเองในสถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก จึงขอให้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 

1.) ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

2.) ปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการของทางการท้องถิ่น หากเกิดเหตุขึ้น

3.) เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ให้สังเกตสถานการณ์รอบ ๆ ตัว หรือใช้เวลาอยู่สถานที่เหล่านั้นให้สั้นที่สุด หากพบว่ามีความน่าสงสัยให้รีบออกจากสถานที่ดังกล่าวโดยสถานที่ที่ควรระมัดระวัง เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โทรศัพท์: (66-2) 207-8500, 696-3000 โทรสาร: (66-2) 207-8511


https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/156231

เปิดวาระครม. เตรียมเคาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุน

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย หลังจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันเรื่องนี้ โดยมีทั้งเป้าหมายในการชักจูงการลงทุน รวมถึงการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางลดภาษี การอำนวยความสะดวก และการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

ทั้งนี้ ยังมีวาระอื่น ๆ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอการพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีผู้ประกอบการที่ซื้อชุดตรวจเอทีเค (ATK) และนำมาให้บุคลากรในองค์กรได้ตรวจ สามารถนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม  เสนอ เสนอขอทบทวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2530 เรื่องมติคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ บริเวณชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันออก ครั้งที่ กพอ. 2/2530 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2531 ด้านกระทรวงคมนาคมเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการให้ได้ที่ดินเพิ่มเติมและการจ่ายเงินค่าทดแทนเพื่อ ชดเชยให้แก่ผู้ถูกเวนคืน พ.ศ...

ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือที่อาจก่อให้เกิด ผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนร่วม พ.ศ... และร่างกฎกระทรวงยกเลิกกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม ของแอลกฮอล์และเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีนในโรงภาพยนตร์และทางป้ายโฆษณา พ.ศ. 2547 พ.ศ... รวม 2 ฉบับ และ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แห่งชาติ (ฉบับที่ ..)

นอกจากนี้กอ.รมน.ขอขยายเวลาประกาศพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงแรงงานเสนอ การเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย (WorldSkills Asia) และการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย (WorldSkills Asia Competition) กรมชลประทาน ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินโครงการชลประทานใหญ่ จำนวน 3 โครงการ และกระทรวงสาธารณสุข เสนอร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพ ติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา พ.ศ...

"แรมโบ้" อัด "เต้น" ก่อนเรียกร้องให้นายกฯประยุทธ์ลาออก ย้อนมองดูนายใหญ่ตัวเองมีคดีทุจริตมากมายประชาชนนับล้านออกมาไล่ เหตุใดถึงไม่ลาออก ย้ำนายกฯประยุทธ์ไม่ได้ทำผิด ไม่มีประวัติด่างพร้อย อยู่ต่อครบเทอม

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหากนายกฯออกไปทุกอย่างจบ แต่เมื่อไม่ออกก็ไม่ควรใช้กำลังกับเด็กจนเรื่องบานปลายว่า นายณัฐวุฒิควรมองให้รอบด้านกว่านี้ อย่าพูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เพราะหากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและความรุนแรงให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ต้องทำตามกฎหมายที่มีอยู่

ขณะที่การเรียกร้องให้นายกฯลาออกนั้น นายเสกสกลยืนยันว่านายกฯอยู่ครบเทอมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง และที่ผ่านมานายกฯไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้การแก้ไขปัญหากำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ซึ่งแม้จะมีตัวเลขผู้ป่วยสูง แต่จำนวนผู้ป่วยหนักลดลง และหายป่วยกลับบ้านเป็นจำนวนมากเช่นกัน  

และสิ่งสำคัญนายกฯประยุทธ์ยังไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น เหมือนกับอดีตนายกฯที่เป็นนายใหญ่ของนายณัฐวุฒิไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณ หรือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ มีคดีทุจริตมากมาย แต่ยังไม่ลาออก โดนประชาชนออกมาขับไล่เป็นแสนเป็นล้าน มีการสลายการชุมนุม เกิดการนองเลือด บาดเจ็บ ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก 

"นายณัฐวุฒิอย่ามากล่าวหาและอย่ามาขับไล่นายกฯประยุทธ์ ขอให้ย้อนกลับไปดูตัวเองในอดีตย้อนกลับไปดูเจ้านายตัวเองในอดีตจะดีกว่า และการที่นายณัฐวุฒิและแกนนำออกมาปลุกระดมม็อบ 3 นิ้วจนไปถึงคาร์ม็อบ ก็เกิดปัญหาความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน โดยนายณัฐวุฒิและแกนนำไม่เคยออกมารับผิดชอบเลย 

นอกจากนี้ม็อบทะลุแก๊ส ที่ได้รับคำสั่งจากแกนนำบางคนยังได้ออกมา สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองตลอดจนทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัสจากการใช้ระเบิดปิงปอง ระเบิดประทัดยักษ์และไปป์บอมบ์ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆมากมายซึ่งถือว่าเป็นการดูหมิ่นจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน สิ่งต่างๆเหล่านี้นายณัฐวุฒินายสมบัติและแกนนำต้องออกมารับผิดชอบ อย่าดีแต่แอบไปอยู่หลังกระโปรงเด็ก ไม่เคยรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเหมือนการสั่งเผาบ้านเผาเมืองในปี53  ชอบป้ายสีกล่าวหาคนอื่นไม่ดี แต่ไม่เคยหันมามองความชั่วช้าสารเลวของตนเอง  พูดอะไรโดยไม่เคยใช้สมองคิด พูดเอาแต่ได้ อย่างนี้เรียกว่าหัวทุบดิน มีหัวก็ไร้ประโยชน์ สมองคงกลวง คนประเภทนี้วันๆคิดแต่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไร้ความสงบสุข ควรรีบเข้าไปอยู่ในคุกได้แล้ว อย่าได้ทำให้ชาวบ้านชาวช่องเดือดร้อนเลย "

“กฤษดา” ทายาทตระกูลดัง ประกาศข่มขู่อาฆาต “ตระกูลโกสิยพงษ์” เพียงเพราะ รักและเชิดชูสถาบันฯ!

เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล หลังจากที่ “นายกฤษดา อัคคะประชา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองข่มขู่ “ตระกูลโกสิยพงษ์” ซึ่งที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นนามสกุลของ “นายชีวิน โกสิยพงษ์” หรือ “บอย โกสิยพงษ์” นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง เพียงเพราะแค่ ตระกูลโกสิยพงษ์ รักสถาบันฯ

โดยทางด้านของ นายกฤษดา ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “โกสิยพงษ์ นี่คือ ตระกูลหนึ่งที่ต้องขึ้นบัญชีหนังหมาไว้ ประชาชนมีอำนาจเมื่อไหร่ต้องจับทำนารวมทั้งโคตร…ล่าสุดญาติไอ้บอย โก ที่อยู่แวนคูเวอร์ แชร์ fake news จาก ดร.อานนท์ ลูกบิด แถเรื่องโอนสำนักงานทรัพย์สิน เข้ามาใน FB group ของ condo strata

แล้วในกลุ่มนี้ เขาโพสต์แต่เรื่องปัญหาธุระเกี่ยวกับคอนโดที่อยู่อาศัยแล้วคือ members มีแต่คนที่อยู่ในคอนโด และเป็นคนต่างชาติทั้งหมด ยกเว้นมีพี่คนไทยอีกคน ที่เป็นฝั่งสามกีบ…สะเหล่อมาก เกลียดมากพวกชะเลียระบอบเผด็จการ แต่ไม่ยอมกลับไปอยู่เป็นฝุ่นใต้ตีน ใต้ร่มพระบารมีเนี่ย”

ต่อมาในวันที่ 12 ก.ย. 64 ทางด้านของ “ปราชญ์ สามสี” ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจาก นายกฤษดา ค่อนข้างมีแนวคิดที่แปลกผิดปกติ เกินจะรับได้ โดยมีรายละเอียดว่า (“กฤษดา” ปัจจุบันอยู่ที่แคนาดา ) ลูกหลานตระกูล อัคคะประชา (ยาขมตราใบห่อ) จะไปไล่ล่า ตระกูลโกสิยพงษ์…เพียงเพราะเขารักในหลวง และแชร์ข้อมูลอธิบายเรื่องสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์น่ะรึครับ

เอาความจริงมาสู้สิครับหากไม่เชื่อเรื่องข้อมูลของ ดร.อานนท์…หรือว่าจริงๆ ไม่มีความรู้สู้ ดร.อานนท์ ครับ

อย่าไปเที่ยวกล่าวหาใคร ด้วยความเกลียดชังแบบนั้นแบบนี้เลยครับ มีปัญหาอะไรส่วนตัวที่แวนคูเวอร์ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ควรเอาความเกลียดชังส่วนตัวไปลงที่สถาบันหลักของชาติ

มนุษย์มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ทาส….อย่าไปเที่ยวบังคับใครใช้แรงงานทาสด้วยการทำนารวมเลยครับ
บรรพบุรุษก็ดี…มาเสียรุ่นลูกหลานนี่แหละครับ
ป.สามสี

ถึงอย่างไรก็ตามทางด้านของ ปราชญ์ สามสี ยังได้ทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า “อยากให้ความเป็นธรรมกับตระกูลอัคคะประชา เพราะบางคนก็ดี แต่บางคนก็ร้าย….แต่ เราก็ควรให้ความเป็นธรรมกับตระกูลอื่นๆ ที่ นายกฤษดา อัคคะประชาไปคุกคามเขาแบบเหมารวมนะครับ…เพราะพวกเขาไม่ได้ไปทำร้ายใครเลย….”


ที่มา : https://truthforyou.co/65918/

โหราศาสตร์จีนโบราณ เผยดวงชะตา 'ลิซ่า BlackPink' ทรงเสน่ห์เป็นที่รักใคร่แก่ทุกคนที่พบเห็น

สมศักดิ์ ชาคริตฐากูร แห่ง FengshuiBizDesigner ได้เผยเกณฑ์โด่งดังของ 'ลิซ่า BlackPink' ผ่านโหราศาสตร์จีนโบราณไว้ ว่า... 

นอกเหนือจากปรากฏการณ์ปฏิกิริยา 5 ธาตุในขณะที่ธาตุประจำวัยจรและธาตุประจำปีจร ก่อกำเนิดธาตุประจำเจ้าชะตาให้มีกำลังจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ยังมีดวงดาวที่เรียกว่า “神煞” (สิ่งสั่วะ) เป็นเครื่องมือช่วยในการอ่านรูปดวงและยังช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างลึกซึ้ง

เจ้าชะตาเกิดปีฉลู ธาตุดิน เดือนเถาะ ธาตุไม้ วันมะโรง ธาตุดิน เป็นคนธาตุดินที่ต้องการธาตุไฟและธาตุดินช่วยปรับความสมดุล 

ในปี 2564 นี้ เจ้าชะตาเสวยอายุ 25 ปี ถนนชีวิตเดินที่ตำแหน่งวัยจรกิ่งฟ้าราศีบนและก้านดิน ราศีล่าง ธาตุไฟ โดยมีดาวเสน่ห์และดาวดาบสุริยันช่วยส่งเสริมพละกำลังธาตุไฟให้ทวีความ ร้อนแรงยิ่งขึ้น ส่วนปีจรกิ่งฟ้าราศีบนสัมพันธ์กับวัยจร ขณะที่ปีจรก้านดินราศีล่างกับเสาปีเกิด ก้านดินราศีล่างที่มีนัยถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่เป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษเป็นนักษัตรฉลูเช่นกัน ทั้งยังมีดาวมงคลดาวอุปถัมภ์ร่วมด้วยช่วยส่งเสริมความดีต่อธาตุประจำเจ้าชะตา 

ส่งผลให้เจ้าชะตามีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่และเป็นที่นิยมสนใจจากผู้คนที่ได้พบเห็น หลังจากการเผยแพร่ MV เพียงแค่ไม่มีชั่วโมงก็มีผู้อุปถัมภ์ติดตามรับชมหลักร้อยล้านวิว โดยเฉพาะ การนำมรดกวัฒนธรรมความเป็นไทยให้ได้รับแรงหนุนอย่างถล่มทลายจนกลายเป็นกระแส LISA Fever ที่ใคร ๆ ต่างชื่นชม 

จีนมอบวัคซีน 'ซิโนฟาร์ม' แสนโดส ช่วยบรูไน หลังวัคซีนสั่งซื้อ ยังมาไม่ถึง

คนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศบรูไน อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Nina Nutthinee ระบุถึงน้ำใจจากจีนว่า...

จีนเห็นบรูไนขาดแคลนวัคซีนในช่วงนี้ เพราะรอวัคซีนโมเดอร์นา กับ แอสตราเซเนกา ล็อตใหม่อยู่

จีนเลยมอบ วัคซีนซิโนฟาร์ม ให้ฟรีแสนโดส!! 

ปล. ประเทศนี้ เขารวยอยู่แล้ว เขาชอบใช้วัคซีนซื้อค่ะ

แต่พี่จีนก็ยังใจดี อุตส่าห์ส่งมาให้อีก!! 

#พี่จีนไม่นิ่งดูดาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top