Friday, 31 July 2026
Hard News Team

ปลัดกระทรวงกลาโหม เยี่ยมอำลากองทัพเรือ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ

พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยี่ยมอำลากองทัพเรือ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ บนเรือหลวงตากสิน ซึ่งจอดเทียบภายในท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีเพื่อเป็นเกียรติแก่ปลัดกระทรวงกลาโหม


เมื่อปลัดกระทรวงกลาโหมเดินทางขึ้นเรือหลวงตากสิน ผู้บัญชาการทหารเรือ  ได้เรียนเชิญปลัดกระทรวงกลาโหมขึ้นแท่นรับความเคารพ โดยมี เรือหลวงปิ่นเกล้ายิงสลุต  เพื่อเป็นเกียรติ จำนวน 19 นัด จากนั้นปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ลงจากเรือ ไปยังเรือ ต.114  เพื่อตรวจพลสวนสนามทางเรือ เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจพลสวนสนามทางเรือแล้ว ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เรียนเชิญปลัดกระทรวงกลาโหม กลับขึ้นยังเรือหลวงตากสิน ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวสดุดีและมอบของที่ระลึกแด่ปลัดกระทรวงกลาโหม จากนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ และเดินทางกลับ

สำหรับใจความสำคัญที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ มีใจความว่า " กองทัพเรือ หรือ ราชนาวี ไทย เป็นหน่วยงานความมั่นคง ที่มีเกียรติประวัติ และ ได้กอรปคุณูปการ ให้กับประเทศชาติมาอย่างเอนกอนันต์ เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ  ทั้งทางทะเล ลำน้ำ และ พื้นที่ชายฝั่งของประเทศด้วยแสนยานุภาพและประสิทธิภาพ ความพร้อมรบของกองทัพเรือมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน  ขอให้รักษาเกียรติยศและเกียรติศักดิ์นี้ ด้วยความรัก ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย เข้มแข็ง เสียสละ ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นประการสำคัญ ตลอดไป" 

'ธรรมนัส' เกณฑ์ส.ส.ในสังกัดต้อนรับ ‘ประวิตร’ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

22 ก.ย. 64 รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 22 ก.ย. ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ได้กำชับส.ส.ในพรรคให้ร่วมคณะไปด้วยจำนวนมาก โดยมีการลิสต์รายชื่อผู้ที่จะร่วมคณะ พล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ ประมาณ 40 คน 

อาทิ ร.อ.ธรรมนัส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล, นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม., น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รวมถึงส.ส.จากหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน นอกจากนี้ จะมีการพาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคร่วมคณะไปในครั้งนี้ด้วย  

 “องอาจ” เรียกร้อง ”ประยุทธ์”เชิญหมอ -หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาข้อยุติฉีดวัคซีนให้เด็ก เพื่อให้กลับไปเรียนได้ตามปกติ  ชี้ทุกวันนี้ผู้ปกครองสับสนกับความเห็นของแพทย์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนในเด็กว่า ขณะนี้ได้รับการสอบถามจากพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กจำนวนมาก ถึงการฉีดวัคซีนในเด็กว่าจะมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะนี้มีความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป แพทย์บางคนบอกว่าวัคซีนยี่ห้อนี้ฉีดเด็กได้ บางยี่ห้อฉีดไม่ได้ และแพทย์บางคนก็บอกว่าฉีดวัคซีนในเด็กอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไปได้เท่านั้น ส่วนแพทย์บางคนบอกว่าวัคซีนบางยี่ห้อฉีดให้เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไปได้ ขณะที่วัคซีนที่ฉีดให้เด็กอยู่ขณะนี้บางยี่ห้อ คณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ยังไม่รับรอง และวัคซีนบางยี่ห้อมีการฉีดให้เด็กอายุ 10-18 ปี โดยหน่วยงานที่ฉีดอ้างว่าเป็นการฉีดตามโครงการวิจัยความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองของเด็กแล้ว

“ประวิตร” นั่งหัวโต๊ะ คกก.นโยบายกีฬาฯ ไฟเขียว แผนพัฒนาฯฉบับที่ 7 (ปี 65-70)เน้นให้เยาวชนออกกำลังกาย- ส่งเสริมนักกีฬา สู่ความเป็นเลิศ ย้ำ ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา พัฒนานักกีฬา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม  ผ่านระบบ

โดยที่ประชุมเห็นชอบ ร่างแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ 2565- 2570) วัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม เด็กเยาวชน และประชาชน ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ นักกีฬาทีมชาติ ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ บุคลากรด้านการกีฬาทั่วประเทศได้รับการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมการกีฬามีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ของประเทศ  นอกจากนั้นรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงาน ติดตามยุทธศาสตร์และการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย แผนงาน รวมถึงศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ  

จับตารัฐบาลเลื่อนเปิด 5 จังหวัดรับต่างชาติไป 1 พ.ย.นี้ รอฉีดวัคซีนครบ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก ศบค.) ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ถึงการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว หลังจากการประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อกลั่นกรองแผนเสร็จสิ้น และมีแนวโน้มว่าการเปิดจังหวัดเพื่อรับนักท่องเที่ยวทั้ง 5 พื้นที่ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่(อ.เมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า) ชลบุรี(พัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) เพชรบุรี(ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์(หัวหิน) จากวันที่ 1 ต.ค. 2564 อาจต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้ทุกพื้นที่ระดมฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ก่อน 

ทั้งนี้ยอมรับว่า การระบาดของโควิด-19 ในประเทศยังไม่แน่นอน คณะทำงานจากกระทรวงสาธารณสุขจึงเห็นควรให้เลื่อนกำหนดการอย่างน้อย 1 เดือน จากกำหนดเดิม ซึ่ง ททท.ไม่มีความกังวลในการเลื่อนครั้งนี้ เนื่องจากจะเป็นการดีกว่าหากทุกพื้นที่มีอัตราการฉีดวัคซีนที่พร้อมมากกว่านี้ เท่าที่ตรวจสอบยังมีอีกหลายแห่งที่รอการจัดสรรวัคซีนอีกจำนวนมาก 

‘เอไอเอส’ จับมือ ‘ไทยพาณิชย์’ ประกาศลงนามสัญญาร่วมทุนเพื่อจัดตั้งบริษัท ‘เอไอเอสซีบี เพื่อให้บริการทางการเงิน เตรียมให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงิน

‘เอไอเอส’ จับมือ ‘ไทยพาณิชย์’ ประกาศลงนามสัญญาร่วมทุนเพื่อจัดตั้งบริษัท ‘เอไอเอสซีบี’ ครั้งแรกในไทยที่ผู้นำในสองอุตสาหกรรมหลักของประเทศ Telco และ ธนาคาร ร่วมทุนกันเพื่อให้บริการทางการเงิน เตรียมให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงิน

บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ในการร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท เอไอเอสซีบี จำกัด (AISCB) โดยจะมีทุนจดทะเบียน 600,000,000 บาท เอไอเอสและ SCB จะถือหุ้นในสัดส่วน 50:50 มีวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Lending) เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ก่อนขยายสู่บริการทางการเงินอื่นๆ ต่อไป นับเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังสร้างฐานธุรกิจแห่งการเติบโตในรูปแบบใหม่ให้กับทั้งสององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

รู้จัก 'น้ำพริกนิตยา' ของดีชื่อดังย่าน 'บางลำพู' ที่อาจทำขายไม่ทัน หลังกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองรายล่าสุด

จากกรณีที่ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา นักเขียนและพิธีกรชื่อดัง ไปถ่ายทำรายการพร้อมกับ น.ส.จรรยา วงศ์สุรวัฒน์ หรือโรซี่ พี่สาวของ จอห์น-วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ ที่ร้านน้ำพริกนิตยา ถนนจักรพงษ์ ย่านบางลำพู แต่นางนิตยา ลักษณวิสิษฐ์ เจ้าของร้านออกมาขอโทษที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายทำ โดยให้เหตุผลว่าขอดูเนื้อหารายการก่อนแล้วค่อยมาสัมภาษณ์

ทำให้แขก คำผกา ไม่พอใจ กล่าวหาว่า ร้านนี้ไม่ต้อนรับคนเสื้อแดง ไม่ต้อนรับคนรักประชาธิปไตย จนทัวร์ลงถล่มร้าน มีผู้สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงต่างออกมาบอยคอต กล่าวหาว่าไม่แยกแยะเรื่องการเมือง ไปด้อยค่าว่าเป็นสลิ่ม เหม็นกลิ่นกะทิบูด และสาปแช่งให้ร้านตกอับ ขายไม่ได้ แต่ก็มีฝ่ายสนับสนุนการเมืองอีกขั้วหนึ่งหนึ่งพร้อมอุดหนุน และสนับสนุน

กลายเป็นสมรภูมิการเมืองเผ็ดร้อนยิ่งกว่าน้ำพริกที่ขึ้นชื่อเสียอีก

ร้านน้ำพริกนิตยา คนที่อยู่ย่านบางลำพูจะรู้จักกันดี เพราะเปิดขายมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่น้ำพริกสารพัดชนิดเท่านั้น แต่ยังมีอาหารปรุงสำเร็จ นอกจากนี้ยังเปิดให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าฝากขายอาหาร ขนม ของฝาก และเครื่องดื่ม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของกินขนาดย่อมๆ เพียงแต่ว่าที่นี่เป็นร้านแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น

ที่มาที่ไปของน้ำพริกนิตยา เกิดขึ้นเมื่อปี 2507 นางนิตยาและครอบครัวค้นคว้าสูตรเครื่องแกงไทย ใช้เวลานานนับปีคัดสรรวัตถุดิบต่างๆ ผสมผสาน จนได้เครื่องแกงที่มีรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ โดยเริ่มจากการผลิตในครัวเรือน กระทั่งขยับขยายกลายเป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีโรงงานเป็นของตัวเองย่านลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

สำหรับน้ำพริกนิตยา มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งน้ำพริกแกงเผ็ด น้ำพริกแกงเขียวหวาน น้ำพริกแกงคั่ว น้ำพริกผัดพริกขิง น้ำพริกแกงป่า น้ำพริกแกงส้ม น้ำพริกแกงเหลือง น้ำพริกแกงฉู่ฉี่ น้ำพริกแกงพะแนง น้ำพริกแกงไตปลา น้ำพริกแกงเผ็ดเป็ดย่าง (ผัดเผ็ดหมูป่า) น้ำพริกแกงกะหรี่ น้ำพริกแกงฮังเล น้ำพริกแกงสะเต๊ะ น้ำพริกแกงขี้เมา น้ำพริกแกงมัสมั่น และน้ำพริกเผา

ผู้ว่าจังหวัดระยอง จับมือกับโครงการ PPP Plastics และ Alliance to End Plastic Waste ขยายโมเดลจัดการพลาสติกใช้แล้ว สู่ 68 เทศบาล มุ่งเป็นต้นแบบจังหวัดจัดการพลาสติกยั่งยืน

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ร่วมลงนามข้อตกลงบันทึกความร่วมมือ โครงการ “Rayong Less-Waste” (ระยอง เลสเวสท์) ร่วมกับ PPP Plastics กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ท้องถิ่นจังหวัดระยอง และพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโมเดลการจัดการขยะและพลาสติกใช้แล้วในระดับชุมชนและให้ความรู้ในโรงเรียน 

ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ครอบคลุมครบทั้ง 68 เทศบาล เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าและพัฒนาคุณภาพของพลาสติกใช้แล้วให้สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้หลากหลายขึ้น เป็นการสร้างอาชีพ ลดปริมาณขยะไปหลุมฝังกลบ รวมถึงสนับสนุน Roadmap การจัดการขยะพลาสติกของภาครัฐที่กำหนดเป้าหมายการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100% คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณพลาสติกใช้แล้วและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 1,000 ตันต่อปี

โครงการ “Rayong Less-Waste” ได้รับทุนสนับสนุนจาก Alliance To End Plastic Waste ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับโลกที่เกิดจากความร่วมมือของบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลาสติก เพื่อร่วมแก้ปัญหาขยะพลาสติก โครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการระยองโมเดล ซึ่ง PPP Plastics และจังหวัดระยองได้ร่วมกับ 18 อปท. สร้างโมเดลการจัดการขยะและพลาสติกใช้แล้วในระดับชุมชน โดยในปี 2562 และ 2563 สามารถเพิ่มปริมาณพลาสติกสะอาดที่นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 700 ตัน

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “การที่จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นได้จริงและยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้ผลิต ห้างร้าน ผู้บริโภค และสิ่งสำคัญที่สุดในฐานะผู้บริโภค คือ การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ครัวเรือนในชุมชน เพื่อให้ขยะแต่ละชนิดสามารถนำไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ขอขอบคุณกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย PPP Plastics และ Alliance to End Plastics Waste รวมถึง ทุกเทศบาลทุกหน่วยงานและทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในครั้งนี้ ผมมั่นใจว่าจังหวัดระยองของเรามีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะผนึกกำลังสร้างและยกระดับให้บ้านของพวกเราเป็นต้นแบบการจัดการขยะที่ยั่งยืน”

'น้ำพริกนิตยา'​ ขออภัย​ 'แขก คำผกา'​ ไม่สะดวกให้ถ่ายทำรายการ แต่โดนพิธีกรสาวโวยลั่น ร้านนี้ไม่รับเสื้อแดง

แขก คำผกา ไปถ่ายรายการยูทูปร้านน้ำพริกดังย่านบางลำพู ป้าเจ้าของร้านปฏิเสธ บอกขอดูเนื้อหารายการก่อน แถมยังใจดีถามอยากกินอะไรจะให้ เจ้าตัววีนใส่ดีลมาเป็นเดือน รู้ว่าเป็นเสื้อแดงเลยไม่ให้ถ่าย ทำเอาทัวร์ลงร้าน ด้อยค่าเป็นสลิ่ม สาปแช่งให้ร้านตกอับ ขายไม่ได้

ในโลกโซเชียลฯ ได้วิจารณ์กรณีที่ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา นักเขียนและพิธีกรชื่อดัง ไปถ่ายทำรายการพร้อมกับ น.ส.จรรยา วงศ์สุรวัฒน์ หรือโรซี่ พี่สาวของ จอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ แล้วถูกร้านน้ำพริกแห่งหนึ่งบนถนนจักรพงษ์ ย่านบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ ปฏิเสธ โดยได้เผยแพร่ในรายการโค้ชแขก (Coach Khaek) ตอนที่ 66 ทางช่องออนไลน์ของสโปกดาร์ค (SpokeDark)

โดยเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้สูงอายุรายหนึ่งกล่าวว่า “พอดีอย่างนี้นะคะ คุณป้าต้องขอโทษด้วย คุณป้าไม่เคยดูรายการของหนู เพราะฉะนั้นคุณป้าต้องขอดูรายการก่อนที่หนูจะถ่ายออกไป วันนี้ป้าไม่สะดวก ป้าต้องขอโทษอย่างรุนแรงเลย เพราะว่าป้าไม่รู้ เพราะว่าป้าไม่เคยมีโอกาสที่จะได้เข้าไปดู คุณป้ากว่าจะกลับบ้านทุ่มหนึ่ง แล้วคุณป้าไม่ได้ดู อย่างไรก็ตามป้าขอดูรายการหนูก่อน แล้วค่อยมาสัมภาษณ์”

"แรมโบ้"เตรียมประชุมฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อมูลยื่นกกต.ยุบพรรคเพื่อไทย และยื่น ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรค ตลอดดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถ้าพบหลักฐานตามที่นายแอมมี่และนายบุ๊งให้ข่าวว่าพรรคเพื่อไทยให้ทุนสนับสนุนม็อบ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกรณีที่ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ผู้ต้องหาคดี112 และ นายปกรณ์  พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เปิดบัญชีรับบริจาคในนามกลุ่ม "ราษฎร"

ได้โพสต์ข้อความกล่าวพาดพิงว่า พรรคเพื่อไทย อยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังในการให้เงินทุนม็อบที่เคลื่อนไหวต่อต้านเพื่อล้มล้างรัฐบาลและก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ตลอดจนก่อความรุนแรงสร้างความวุ่นวายฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมาย ตลอดระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน อยู่ในขณะนี้นั้น

ตนเองจะเรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายโดยเร่งด่วนว่า จะสามารถยื่นยุบพรรคเพื่อไทยต่อกกต.และยื่นร้องต่อ ปปง.เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรคและของบุคคลที่น่าสงสัยในพรรคที่เกี่ยวข้องกับการให้เงินทุนสนุบสนุนม็อบที่ใช้อาวุธนานาชนิดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วว่า ทางพรรคเพื่อไทยเข้าข่ายมีความผิดตามที่ทั้งสองบุคคลกล่าวหา ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

"ในความเห็นส่วนตัวและคนทั่วไปก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า การเคลื่อนไหวของม็อบที่ป่วนเมืองสร้างความรุนแรงสร้างความเดือดร้อน ใช้อาวุธนานาชนิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ตลอดจนเผาทรัพย์สินราชการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top