Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

สิ้นแล้ว!! 'กอริลลาจอมเซลฟี่' แห่งวิรุงกา จนท.เผยภาพเซลฟี่สุดท้ายในอ้อมแขน

เมื่อ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางอุทยานแห่งชาติวิรุงกาวันได้แถลงข่าวการเสียชีวิตของลิงกอริลลาภูเขาจอมเซลฟีเพศเมียที่โด่งดัง 'นดาคาซี' (Ndakasi) ที่มีอายุ 14 ปีพร้อมกับเปิดเผยภาพเซลฟีสุดท้ายระหว่างอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่อุทยานที่เคยช่วยไว้ตั้งแต่เด็กไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต

(7 ต.ค. 64) บีบีซี สื่ออังกฤษ รายงานว่า ลิงกอริลลาภูเขาเพศเมียจอมเซลฟี่ชื่อดังประจำอุทยานแห่งชาติวิรุงกาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เสียชีวิตในเดือนที่ผ่านมาเมื่อมีอายุ 14 ปี

กอริลลา 'นดาคาซี' (Ndakasi) กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อปี 2019 หลังจากกอริลลายักษ์เพศเมียตัวนี้และเพื่อนกอริลลาตัวเมียอีกตัวคือ 'นเดเซ' (Ndeze) ได้แอบขโมยซีนทำท่าทางเลียนแบบล้อเลียนเจ้าหน้าที่อุทยานระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังถ่ายเซลฟีอยู่ในเวลานั้น โดยมีอังเดร เบามา (Andre Bauma) ซึ่งเป็นผู้ดูแลเธอและช่วยชีวิตเธอเมื่อครั้งเป็นลูกกำพร้า

เจ้าหน้าที่อุทยานวิรุงกากล่าวว่า ลิงกอริลลาเหล่านี้พยายามที่จะเลียนแบบท่าทางของบรรดาเจ้าหน้าที่อุทยานที่เลี้ยงดูพวกมันมา

สื่ออังกฤษชี้ว่า นดาคาซีถูกช่วยโดยเบามาไว้ได้เมื่อเธอมีอายุเพียงแค่ 2 เดือนหลังนักล่าได้สังหารพ่อและแม่เธอในป่าฝนเมื่อปี 2007 และเบามาตัดสินใจนำตัวกอริลลานดาคาซีมาที่ศูนย์เลี้ยงดูแลสัตว์ป่ากำพร้าที่เขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเพราะคิดว่าเธอคงไม่สามารถมีชีวิตรอดตามลำพังในป่าได้เพราะไม่มีญาติหลงเหลือ

โดยในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่อุทยานพบตัวนดาคาซีพบว่าเธอยังคงพยายามอยู่ใกล้กับแม่ที่เสียชีวิต

'ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า' หนุน 'รมว. ดีอีเอส' คุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายชี้ข้ออ้างเอ็นจีโอสายสุขภาพ สวนความจริง 79 ประเทศทั่วโลก

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและไอคอส โต้กลุ่มรณรงค์ต่อต้านยาสูบ ชี้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย 79 ประเทศ พร้อมสนับสนุน รมว. ชัยวุฒิ หนุนศึกษาบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ชี้การแบนล้มเหลว เพราะคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเกลื่อนประเทศกว่า 2 ล้าน ทั้งในสภาและครม. ซื้อขายเกลื่อนกลาดออนไลน์ แต่รัฐเก็บภาษีไม่ได้ งานเข้ากระทรวงดีอีเอสไล่ปิดเว็บไซต์แก้ปัญหาปลายเหตุ

จากกรณีที่สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เครือข่ายสุขภาพ และแพทยสมาคมฯ ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณรัฐบาลที่ยังคงนโยบายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบชนิดใหม่ๆ โดยอ้างว่าไทยยังไม่พร้อมเพราะเป็นประเทศรายได้ระดับต่ำหรือปานกลาง และยังระบุถึงอันตรายต่างๆ นั้น

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คนเผยว่า “พฤติกรรมผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนต่างมองหาวิธีลดอันตรายให้ตัวเอง การห้ามนำเข้าห้ามขายนั้นไม่ได้ผลและไม่อยู่บนโลกของความเป็นจริง ในขณะที่ 79 ประเทศทั่วโลกมีการอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าควบคุมได้อย่างถูกกฎหมาย กำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อเพื่อปกป้องเยาวชน สร้างมาตรฐานความปลอดภัย เก็บภาษีสรรพสามิตเข้ารัฐได้ แต่ประเทศไทยยังคงอ้างผิด ๆ เรื่องความเข้มข้นนิโคตินและการเสพติด สวนทางกับหน่วยงานสาธารณสุขชั้นนำในต่างประเทศจำนวนมาก เช่นราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งลอนดอน องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ หรือแม้กระทั่งองค์การอนามัยโลกสำนักงานภาคพื้นยุโรป ที่ต่างก็ยืนยันว่าหากเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะช่วยลดการได้รับสารพิษได้มากกว่าการสูบบุหรี่ หากผู้สูบบุหรี่ไม่มีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่วันนี้รู้แล้วว่าอันตรายน้อยกว่า เหมือนบังคับให้คนไทยยังต้องตายจากบุหรี่มวนปีละกว่า 70,000 คนเหมือนทุกวันนี้”   

ด้านนายสาริษฎ์ สิทธิเสรีชน แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “มนุษย์ควัน” ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 30,000 คน แกนนำกลุ่มผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทให้ความร้อน หรือ “ไอคอส” ระบุว่า “เราไม่ได้สนับสนุนให้คนสูบบุหรี่ แต่เราคิดว่าคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้วควรมีทางเลือกเช่นเดียวกับในอีก 67 ประเทศทั่วโลกที่ไอคอส ถูกกฎหมาย และมีหน่วยงาน อย. สหรัฐที่อนุญาตให้ขายและสื่อสารได้ว่ามีสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เข้าใจว่า ทำไมกลุ่มสมาพันธ์สุขภาพถึงคิดว่ารัฐบาลของประเทศอื่นๆ เค้าโง่กว่า หรือประสงค์ร้ายกับประชากรของตนเองหรืออย่างไร ทำไม ญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐฯ สหภาพยุโรป หรือแม้แต่มาเลเซียเพื่อนบ้านเรา เค้าอนุญาตให้ขายได้ ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่มีเด็กและเยาวชน ผมจึงสนับสนุนที่ รมว. ดีอีเอส เสนอให้ทำการศึกษาเพื่อควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้เปิดเสรี แทนที่ดีอีเอสจะต้องมานั่งไล่ปิดเว็บไซต์ขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์  ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“

โดยก่อนหน้านี้ มี ส.ส. จากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึงเพจดังจำนวนมาก ตบเท้าร่วมสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีการเห็นชอบการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ และอนุมัติจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวไร่ยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดโควต้าการรับซื้อของการยาสูบแห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ออกมาสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อันตรายน้อยกว่าบุหรี่จริง ประเทศใหญ่ๆ ยอมรับกันแล้ว และจะสร้างประโยชน์ต่อทั้งผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยประมาณ 10 ล้านคนและเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ 30,000 ครอบครัว หากการยาสูบแห่งประเทศไทยหันมาผลิตผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ เหล่านี้ 

ส่องเล่ห์มะกัน!! ใต้ข้อพิพาท ‘ไต้หวัน - จีน’ ผ่านเหลี่ยมการเมืองของ ‘โจ ไบเดน’

มีอะไรน่าสนใจ ภายหลังจาก โจ ไบเดน ได้กลับมาพูดคุยกับ สี จิ้นผิง ผ่านทางออนไลน์อีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2021 จากก่อนหน้านี้ที่เคยต่อสายตรงไปคุยกันแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทางโจ ไบเดน ก็ได้ออกมายืนยันเองว่า ได้พูดคุยกับจีนเกี่ยวกับข้อพิพาทในไต้หวันที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวกลับมองว่า ประเด็นที่ทั้ง 2 ผู้นำคุยกันครั้งล่าสุดนี้ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากครั้งที่แล้วมากนัก ซึ่งสอดคล้องกันกับแหล่งข่าวจีนที่ยืนยันว่าไม่มีอะไรมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความไม่มีอะไร กลับมีเรื่องสะกิดใจจากถ้อยแถลงของ โจ ไบเดน ที่เอ่ยผ่านสื่อหลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้นำจีนครั้งล่าสุดนี้ว่า...

“ผมกับสี เราคุยกันเรื่องไต้หวัน และเราตกลงกันว่าจะยังคงรักษาข้อตกลงไต้หวันกันอยู่ และทางจีนก็จะไม่ทำอะไรที่เกินเลยไปกว่าที่ได้ระบุใน >> ข้อตกลงนี้”

อะไรคือ ‘ข้อตกลงนี้’ ที่โจ ไบเดน อ้างถึง และจีนต้องทำตามอะไร? นี่คือเรื่องจะมาขยายปมกัน!!

ข้อตกลงที่ว่านี้ มีอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งเป็นการตกลงกันมาตั้งแต่ปี 1979 หลังจากสหรัฐฯ ได้รับรองสถานะของรัฐบาลจีนปักกิ่ง ตอนที่ เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยขณะนั้น เติ้ง ดำรงตำแหน่งรองผู้นำสูงสุดของจีน และนับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศมีการสานสัมพันธ์ไมตรีกันอีกครั้ง ตั้งแต่จีนแผ่นดินใหญ่เปลี่ยนผ่านสู่การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 1949 

ผลจากการเยือนสหรัฐฯ ของเติ้ง เสี่ยวผิง ในครั้งนั้น ได้บรรลุข้อตกลงในเรื่องนโยบายจีนเดียวของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ทำให้สหรัฐฯ จำเป็นต้องตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ด้วยการถอนสถานทูตสหรัฐฯ ออกจากกรุงไทเป มาเปิดใหม่ที่ปักกิ่ง และถือว่ากิจการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไต้หวัน เป็นส่วนหนึ่งของจีนและต้องคุยผ่านปักกิ่ง ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับรองไปแล้วว่า >> ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน 

แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนของข้อตกลงนี้ นั่นก็คือ >> จีนจะต้องให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ร่วมต้านกองทัพโซเวียตในสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน ที่สหรัฐฯ ถือว่าเป็นศัตรูอันดับ 1 ในยุคสงครามเย็น เพื่อกันไม่ให้โซเวียตสามารถแผ่อิทธิพลในดินแดนเอเชียตะวันออกกลางได้ 

คนไทยฉีด AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, J&J เข้าประเทศอังกฤษได้แล้ว 11 ต.ค.นี้

เฟซบุ๊กเพจ ‘Amthaipaper (หนังสือพิมพ์ไทยในอังกฤษ)’ ได้เปิดเผยข่าวดีของคนไทยที่จะไปยังประเทศอังกฤษ ว่า... 

ขอแสดงความยินดีกับ #Thailand แดนสยาม ที่กำลังจะได้ออกจากบัญชีแดงของอังกฤษ ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้
โดยอังกฤษจะยอมรับการฉีดวัคซีน AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) จากประเทศไทย 

หมายความว่า อังกฤษจะยอมรับการฉีดวัคซีนจากประเทศไทย พร้อมกับให้ ประเทศไทย ออกจาก List แดงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยผู้เดินทางมาจากประเทศไทย ที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็ม จะสามารถเข้าสหราชอาณาจักรได้ แบบไม่ต้องกักตัว 

#ขอแสดงความยินดี
#วีซ่านักท่องเที่ยว
#ก็มาได้แล้ว

*** ทั้งนี้ วัคซีนที่ยอมรับมีเพียง AZ, ไฟเซอร์, โมเดอร์น่า, จอห์นสัน & จอห์นสัน (J&J) ครบสองเข็มเท่านั้น (ฉีดสลับกันได้ภายในวัคซีนที่ระบุนี้) ต้องฉีดครบ 2 เข็มตาม List ก่อน 14 วันที่จะเดินทาง

>> หากฉีดวัคซีนอื่น หรือฉีดเพียง 1 เข็ม จาก List ที่อังกฤษยอมรับ จะถือว่ายังไม่ได้ฉีด!!

และผู้ที่ฉีดไม่ครบ ต้องทำตามกฎสีอำพันเดิม คือ กักตัวที่บ้าน 10 วัน (Day2 & Day8 COVID Tests) หรือ กักตัวแบบเร่งรัดที่บ้าน 5 วัน (Test to release)

>> ก่อนเดินทางต้อง:
▶️ตรวจโควิดก่อนขึ้นเครื่องบิน 72 ชม.
▶️กรอกใบ Passenger locator
???????? https://www.gov.uk/provide-journey-contact-details-before-travel-uk
▶️จองที่ตรวจโควิดตามรายชื่อบริษัทที่รัฐบาลอังกฤษกำหนด
????????https://www.gov.uk/find-travel-test-provider
รายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่แอมไทยเคยโพสต์ข้อปฏิบัติก่อนเดินทางมายังสหราชอาณาจักร จากลิสต์สีอำพัน????ตามลิงก์ ????????
https://www.facebook.com/178210772217942/posts/4391072974265013/?d=n

หมายเหตุ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ ผู้ที่ฉีดสองเข็มครบ ตามลิสต์วัคซีนที่อังกฤษยอมรับ จะไม่ต้องกักตัวตามกฎบัญชีเขียว???? (Green List) (อังกฤษยกเลิกบัญชีสีอำพัน Amber list)

“บิ๊กเฒ่า” แต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพเรือชุดใหม่ มอบหมายแถลงเจตนารมณ์และนโยบายประจำปี 2565 ยัน “เรือดำน้ำ” ยังมีตามยุทธศาสตร์ชาติ ยินดีปฏิบัติตามรบ.สั่งการ คำนึงถึงปชช.เป็นหลัก หลังโควิด-19 พ่นพิษ

ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพเรือชุดใหม่ โดยมอบหมายให้พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นโฆษกกองทัพเรือ พล.ร.ต.อนุวัต ดาผิวดี เลขานุการกองทัพเรือ เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ  พล.ร.ต.อภิชาติ วรภมร ฝ่ายเสนาธิการประจำกองบัญชาการกองทัพเรือ เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ เป็นผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ และแพทย์จีน ปรียาดา บัวสมบุญ เป็น ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ   

ทั้งนี้พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวว่า นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในปีนี้ เป็นการสานงานต่อเนื่องจากนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ตลอดจนรวมพลังขับเคลื่อนกองทัพเรือตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ 20 ปี ไปสู่การเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล ที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ และการส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคม และเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ  มีความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น นำพากองทัพเรือให้เจริญก้าวหน้า โดยเน้น ความสามัคคีปรองดองเป็นพี่เป็นน้อง ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำผู้บังคับหน่วยต้องดูแลหน่วยและดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ "รวมใจภักดิ์ รักษ์ชาติ ราษฎร์ศรัทธา" 

พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายเร่งด่วนและสำคัญที่สุดที่ผบ.ทร.ได้กำชับให้กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือได้แก่ 1.การพิทักษ์รักษา ปกป้องและเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มขีดความสามารถ ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานในการดำเนินโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” 2.การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติ การพัฒนาประเทศ การบรรเทาภัยพิบัติและการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทกภัยที่กำลังจะเกิดในขณะนี้ และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  3.การดูแลขวัญกำลังใจของกำลังพลกองทัพเรือ โดยเฉพาะกำลังพลชั้นผู้น้อย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การปรับปรุงที่พักอาศัย การสวัสดิการ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นผบ.ทร.ได้มอบเจตนารมณ์ของผบ.ทร. จำนวน 10 ข้อ ได้แก่ 1.พิทักษ์รักษา ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนในการป้องกันและสนับสนุนการปราบปรามการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อสาบันพระมหากษัตริย์ทุกรูปแบบ พร้อมน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการและพระบรมราโชบาย มาเป็นหลักสำคัญในการปฎิบัติงาน ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

2.ดำรงความพร้อมของกองทัพเรือดำเนินการทั้งการเตรียมองค์บุคคล องค์วัตถุ และยุทธวิธีให้พร้อมและเหมาะสมกับสถานการณ์ในการดูแล รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลปฎิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง

3.ดำรงความต่อเนื่องในความร่วมมือและความสัมพันธ์กับกองทัพเรือมิตรประเทศ นานาชาติ  รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี อย่างสมดุล ภายใต้แนวคิด 
“ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” สร้างความสงบสันติ พัฒนาไปได้ โดยไม่หวาดระแวงกัน

4.สนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ตั้งแต่ในภาวะปกติ จนถึงภาวะวิกฤติ รวมถึงการบูรณากับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม องค์กรต่าง ๆและภาคประชาชน

5.ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู กำลังพลกองทัพเรือและครอบครัว ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

6.ปลูกฝังกำลังพลกองทัพเรือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีระเบียบวินัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี ต้องส่งเสริมคนดีให้มีความเจริญก้าวหน้า ปลูกฝังอุดมการณ์ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และมีความภูมิใจในการเป็นทหารเรือ สำหรับผู้กระทำความผิด ต้องได้รับการลงโทษโดยไม่มีการละเว้น

7.ดำรงความต่อเนื่องเรื่องสวัสดิการบ้านพักข้าราชการกองทัพเรือ ให้มีความเพียงพอกับความต้องการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

8.การจัดทำความต้องการและงบประมาณ การวางแผนงบประมาณและการจัดสรรงบประมาณต้องมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ เงินทุกบาททุกสตางค์ ได้มาจากภาษีของประชาชน ต้องใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ต่อกองทัพเรือ ประเทศชาติและประชาชนให้ได้มากที่สุด

9.ดำเนินการเชิงรุกในการสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ กำลังพลกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนได้รับรู้ เข้าใจ และก้าวไปด้วยกัน

10.ส่งเสริมระบบงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางการทหารของกองทัพเรือ และรัฐวิสาหกิจในกำกับให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งไปสู่การพึ่งพาตนเอง และต่อยอดสู่สายการผลิตได้

โฆษกทร. แจงเหตุเครื่องผลักดันน้ำกองทัพเรือจมที่สมุทรปราการ เผยเครื่องพ่นน้ำรั่วระหว่างเดินเครื่องผลักดันน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลเข้าเรือเร็วและระบายไม่ทัน  เร่งกู้วันนี้ คาดไร้อุปสรรคโฆษกทร. แจงเหตุเครื่องผลักดันน้ำกองทัพเรือจมที่สมุทรปราการ เผยเครื่องพ่นน้ำรั่

ที่หอประชุมกองทัพเรือ พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ  ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์เครื่องผลักดันน้ำของกองทัพเรือจมบริเวณคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขณะกำลังดำเนินการผลักดันน้ำในคลองสู่ทะเล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากเครื่องพ่นน้ำรั่วระหว่างเดินเครื่องผลักดันน้ำ  ส่งผลให้น้ำไหลเข้าเรือเร็วและระบายไม่ทัน ซึ่งทันทีที่เกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลประจำพื้นที่ได้รีบนำ เครื่องสูบน้ำฉุกเฉิน ออกมาเร่งดำเนินการแก้ไข แต่เนื่องจากบริเวณที่ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเป็นจุดที่เข้าถึงยาก ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที  ซึ่งลักษณะการติดตั้งเรือจะผูกติดกันไว้เป็นคู่ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจปลดตัวยึดล็อค ของเครื่องผลักดันน้ำอีกลำหนึ่งแต่ไม่ทันการณ์ ทำให้เครื่องผลักดันน้ำเครื่องที่สอง ถูกเครื่องแรกที่มีปัญหาดึงจมลงไปด้วย   ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าสาเหตุการทำให้เรือจมเนื่องจาก มีเศษไม้ที่เป็นขยะแข็งเข้าไปทำให้ Water jet ขัดตัวเกิดการชำรุดแตกเสียหายน้ำเข้าเรือ ส่วนลำที่ 2 สาเหตุ เกิดจากการ การผูกยึดกับลำที่ 1 ดึงจมลง

พลเรือโท ปกครอง กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกู้เครื่องผลักดันน้ำขึ้นมานั้น ทางชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำจะเร่งดำเนินการในวันนี้ ซึ่งการดำเนินการคาดว่าไม่มีอุปสรรคข้อขัดข้อง เนื่องจากระดับน้ำในคลองมีความลึกไม่เกิน 3 เมตร กระแสน้ำไม่ไหลเชี่ยว อีกทั้งเครื่องผลักดันน้ำมีน้ำหนักเพียง 4 ตัน สามารถใช้เครนยกขึ้นมาได้ จากนั้นจะนำไปดำเนินการซ่อมทำที่กรมอู่ทหารเรือซึ่งเป็นหน่วย วิทยาการในการซ่อมทำอยู่แล้ว นอกจากนั้น ระบบของเครื่องผลักดันน้ำ ไม่ใช่ระบบอิเล็กทรอนิกส์จึงสามารถดำเนินการซ่อมได้ไม่ยาก ทั้งนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จะเคลื่อนย้ายเครื่องผลักดันน้ำ 2 ลำไปทดแทน เพื่อให้คงประสิทธิภาพในการเร่งระบายน้ำเช่นเดิม  

“สัณหพจน์” ขอบคุณ นายกฯ สั่งเร่งแก้น้ำท่วม-เพิ่มศูนย์ดิจิทัลชุมชน เมืองคอน

ส.ส.พปชร. นครศรีฯ ขอบคุณ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ติดตามเร่งรัดการก่อสร้างโครงการบริหารจัดการน้ำเมืองนคร สั่งการดูแลพื้นที่เสี่ยงรับมือฤดูมรสุม พร้อมเพิ่มศูนย์ดิจิทัลชุมชน 4 แห่ง หวังเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยี สร้างคุณภาพชีวิต ให้คนลุ่มน้ำปากพนัง

ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งได้ลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช วานนี้ (7 ต.ค.64) เพื่อติดตามเร่งรัดโครงการบริหารจัดการน้ำ จ.นครศรีธรรมราช อย่างยั่งยืน ที่พบว่ามีปัญหาติดขัดอยู่หลายประการ และกำลังได้รับการแก้ไข เช่น การเวนคืนที่ดิน ปัญหาของผู้รับเหมาก่อสร้าง 

โดยขณะนี้ประชาชนเจ้าของพื้นที่บริเวณจุดเริ่มต้นโครงการได้ยินยอมให้มีการดำเนินการเวนคืนที่ดินแล้ว และปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าไปแล้ว 14.74% 

ขณะเดียวกันในส่วนของการเตรียมการระยะสั้น กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 15 จ.นครศรีธรรมราช คาดการณ์ว่าในเดือน ต.ค.-ธ.ค. ที่จะถึงนี้จะมีปริมาณฝนประมาณ 1,200 ม.ม. ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ 

ดังนั้นจึงได้เตรียมการรับมือประกอบด้วย การขุดลอกคูคลองเพื่อเป็นขยายเส้นทางไหลของน้ำ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองปากนคร บรรเทาน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองนครศรีฯ และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เพื่อรับเหตุหากเกิดน้ำท่วมขัง

ด้านพื้นที่ 3 อำเภอลุ่มน้ำปากพนังซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำส่วนปลาย ขณะนี้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ในความดูแลของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ  รมช.คมนาคม ได้มีการขุดลอกและบำรุงร่องน้ำ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง (ร่องน้ำคลองบางจาก) 550,000  ลบ.ม. ร่องน้ำปากพนัง / คลองปากพญา  และร่องน้ำอื่นๆอีก 8 แห่งรวม 6,650,000  ลบ.ม.

พร้อมกับโครงการปรับปรุงเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะเวลาปี 63-65 บริเวณ บ้านหน้าโกฏิ ถึง บ้านหน้าสตน อ.หัวไทร ขณะนี้มีคืบหน้า 29.36 % คาดว่าแล้วเสร็จในเดือน พ.ย. 65  

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส เพิ่มจากจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 4 แห่งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ได้แก่ 1.เทศบาลตำบลชะเมา อ.ปากพนัง 2.อบต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง 3.โรงเรียนวัดสระโพธิ์ ต.เสือหึง อ.เชียรใหญ่ และ4.โรงเรียนเขาพังไกร ต.เขาพังไกร อ.เชียรใหญ่ 

'อดีตหัวหน้าการ์ดเสื้อแดง' ทำตัวเป็น หมอเดา! อ้างรอยกระสุนที่หัวคฝ.น่าจะเป็นกระสุนยางลั่น

8 ต.ค. 64 - นายสมบัติ ทองย้อย อดีตหัวหน้าการด์เสื้อแดงและกลุ่มราษฏร โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ถูกยิงที่ศีรษะบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา โดยบุว่า...

“ทิพานัน” ลงพื้นที่น้ำท่วม อ.ท่าเรือ อยุธยา พร้อมแจกถุงยังชีพช่วยชาวบ้าน ขอหน่วยงานแจ้งเตือนน้ำมาล่วงหน้า 1-2วันและติดตั้งห้องน้ำเคลื่อนที่เร่งด่วน เผย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”ห่วงใยประชาชน กำชับหน่วยงานเยียวยา-ฟื้นฟูเต็มที่  ปลื้มชาวบ้านชม "บัตรสวัสดิการแห่งรั

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “อ้น ทิพานัน ศิริชนะ” ถึงความเดือดร้อนจากปริมาณน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำป่าสักบริเวณเหนือเขื่อน ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบมิดหลังคา และแจ้งว่าไม่มีการระบายน้ำเพื่อบรรเทาทุกข์ไปยังท้ายเขื่อนเลย  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ลงพื้นที่ บริเวณเขื่อนพระราม 6  และประตูระบายน้ำพระนารายณ์ทางฝั่งซ้ายของเขื่อน พบว่าทางกรมชลประทานได้ทราบถึงความเดือดร้อนพื้นที่เหนือเขื่อนแล้ว และเร่งบรรเทาทุกข์โดยระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ทดไว้เข้าสู่คลองระพีพัฒน์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในต.ท่าหลวง บริเวณเหนือเขื่อนลดลง บรรเทาความเดือดร้อนไปได้  และได้แจ้งเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนให้เฝ้าระวัง ตลอดลำน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมตัวแล้ว 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า จากนั้นได้เดินทางไปที่ชุมชนวัดบึงลัฏฐิวัน ที่อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นจุดที่มีพี่น้องประชาชนได้ร้องทุกข์มา โดยได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมกว่า 170 หลังคาเรือน มีระดับน้ำสูงสุดที่ท่วมบ้านเรือนบริเวณริมตลิ่งกว่า 3 เมตร ไล่ระดับขึ้นมา ต่ำสุด 30 เซนติเมตร ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ซึ่งตนได้ให้กำลังใจผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และสื่อสารข้อมูลระดับน้ำและการปล่อยน้ำให้ประชาชนเข้าใจซึ่งเมื่อประชาชนได้รับฟังก็คลายความกังวลใจไปได้มาก   พร้อมกันนี้ตนได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น โดยแจกจ่ายถุงยังชีพพร้อมยารักษาโรคพื้นฐาน จำนวน 250 ชุด และน้ำดื่ม 250 แพ็ค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังใจชาวบ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ทั้งนี้ยังแจ้งต่อพี่น้องประชาชน ถึงมาตราการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐบาลที่จะทยอยออกมาช่วยเหลือด้วย


น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยพบปะ พี่น้องประชาชน หมู่ 1 ต.ท่าหลวง  อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าพี่น้องประชาชนดีใจมากที่วันนี้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแล  และไม่หลงลืมตกสำรวจไป และได้ขอมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หลังจากนี้ขอให้มีการแจ้งเตือนข่าวสาร การอพยพและช่วยเหลือประชาชนให้ทราบก่อนน้ำจะมาล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันจะดีมาก เพราะจะได้เร่งอพยพข้าวของได้ทัน  และอยากให้ช่วยประสานหาห้องน้ำเคลื่อนที่ให้ในจุดที่อพยพที่อยู่บนริมถนน   และหลายคนในชุมชนกังวลใจเรื่องปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบที่ต้องหยุดงาน  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)  ซึ่งตนได้อธิบายถึงมาตราการการช่วยเหลือที่รัฐบาลจะดูแลไปเบื้องต้นแล้ว ขณะเดียวกันมีประชาชนฝากชื่นชมนโยบายเยียวยาผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถึงมือโดยตรงและอยากให้เปิดลงทะเบียนใหม่เร็วขึ้น พร้อมกับฝากให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี  ให้สู้ๆ กับทุกปัญหาไปให้ได้ 

“เพื่อเป็นกำลังใจกับพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย ตนจึงให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ไม่ทอดทิ้งแน่นอน ท่านฝากส่งกำลังใจ ฝากความปราถนาดีมาให้ และยินดีรับฟังปัญหาของประชาชนที่ประสบภัยอย่างจริงใจ ทุกปัญหาทุกความทุกข์ ที่พี่น้องประชาชนส่งผ่านไปกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ  หรือตัวแทนพรรคพลังประชารัฐที่กำลังเยี่ยมเยียนดูแลกันทั่วประเทศ ท่านทั้งสองได้รับทราบและมีความตั้งใจที่จะนำปัญหามาแก้ไขในระดับเชิงพื้นที่และบูรณาการในระดับนโยบายต่อไปแน่นอน  ซึ่งที่ผ่านมาได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลช่วยเหลือเยียวและช่วยฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ”น.ส.ทิพานัน กล่าว

อสังหาฯ ยังซมพิษโควิด ลุ้นอีก 6 เดือนข้างหน้าค่อย ๆ ฟื้น

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงชะลอตัวลง และตั้งแต่ต้นปี 2563 จนมาถึงไตรมาส 3 ปี 2564 โดยค่าดัชนีไตรมาสนี้ยังต่ำกว่าระดับ 50.0 หลังจากจากการบังคับใช้มาตรการควบคุม LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาส 2 ปี 2562 รวมทั้งประเทศไทยต้องประสบกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างมากที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน 

ทั้งนี้ในไตรมาส 3 ปี 2564 สถานการณ์การระบาดของโควิดมีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 15,000 คนต่อวัน และมีการล๊อคดาวน์ในบางพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศที่มีการล๊อคดาวน์อีกครั้งตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนกันยายน 2564 ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรงและยังคงทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยมีความวิตกกังวลต่อผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าวในภาวะปัจจุบันเป็นอย่างมาก

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในภาพรวมอีก 6 เดือนข้างหน้ามีค่าเท่ากับ 57.2 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.5 และมีการเพิ่มขึ้นในทุกปัจจัยสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอีก 6 เดือนข้างหน้าในเชิงบวกเพิ่มขึ้นมากจากไตรมาสก่อนหน้า อาจเป็นเหตุผลจากการที่รัฐบาลประกาศให้บริการวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือเข็มที่ 3 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

รวมทั้งการที่ประเทศไทยได้รับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐอเมริกาโดยเร่งฉีดให้บุคลากรด่านหน้า กลุ่มเปราะบาง และนักเรียนที่มีอายุอยู่ในช่วง 12 -18 ปี โดยรัฐบาลตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครบสองเข็มให้ได้ 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในสิ้นปีนี้ และศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ได้มีการเสนอต่อ ครม. ออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ โดยเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมาย ขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยขยายเพดานให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เกิน 49% ตลอดจนให้สิทธิ์เพิ่มที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เพื่อให้สิทธิ์นักลงทุนต่างชาติ เข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยและนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top