Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

'จิตอาสาตำรวจสอบสวนกลาง'​ ช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตอุทกภัย

สืบเนื่องมาจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ฉบับที่ 3 (143/2564) ซึ่งพายุดังกล่าวได้ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ซึ่งตามนโยบายของ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยบรรเทาทุกข์สุขของประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่มีอุทกภัย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยกองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาตำรวจสอบสวนกลางให้การช่วยเหลือประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้ 

โดยตั้งเเต่วันที่ 29 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2564 พลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และคุณรงรอง ภูริเดช ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะแม่บ้านฯ, รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมกำลังพลจิตอาสาตำรวจสอบสวนกลาง ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากวิกฤตอุทกภัย เป็นจำนวนทั้งสิ้น 52 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี, ชัยนาท, เพชรบูรณ์, ขอนเเก่น, สระบุรี, อ่างทอง, นครสวรรค์, สิงห์บุรี, ชัยภูมิ, พระนครศรีอยุธยา และสุโขทัย รวม 11 จังหวัด โดยมีการนำถุงยังชีพ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวนกว่า 7,000 ชุด 

นอกจาก 11 จังหวัด ที่ทางกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือไปแล้วนั้น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะยังคงดำเนินการลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้อีกจำนวน 44 ครั้ง ในพื้นที่อื่นๆ อีก 15 จังหวัด ต่อไป

'อลงกรณ์-อรรถพร' ลุยเพชรบุรีแก้ปัญหาประชาชนนำทีมชลประทานพัฒนาคลองรับมือน้ำท่วม

(9​ ต.ค.64) นายอลงกรณ์  พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ​ ร่วมด้วยนายอรรถพร  พลบุตร คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตร.และดร.ชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14  พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้านนำเครื่องจักรกลหนัก รถขุดแขนยาว 4 คันของกรมชลประทานขุดลอกคลองสาย​ 'ดี.25'​ ช่วงตำบลบางแก้วถึงตำบลช่องสะแกในพื้นที่อำเภอบ้านแหลมและอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรีโดยลอกคลองกำจัดผักตบชวาเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลากฤดูฝนนี้และเป็นคลองส่งน้ำ-กักเก็บน้ำยามฤดูแล้ง

นอกจากนี้ยังได้รับงบสนับสนุนเพิ่มเติมในการพัฒนาคลอง ดี.9​ สามารถระบายน้ำในกรณีน้ำท่วมได้ถึง​ 100​ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

'เฉลิมชัย' นำทีมลงพื้นที่ อำนาจเจริญ ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ ตั้งเป้าเพิ่มน้ำต้นทุน 35 ล้าน ลบ.ม. ครอบคุมการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรเพิ่มกว่า 4,000 ไร่

(9 ต.ค.​ 64)​ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายสำคัญในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ 

โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายว่าจากการติดตามการบริหารจัดการน้ำจังหวัดอำนาจเจริญ และแผนโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดอำนาจเจริญ ณ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน (บริเวณสวนพุทธอุทยาน อำนาจเจริญ) ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ตนได้รับรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มีอ่างเก็บน้ำ 5 แห่ง (อ่างฯพุทธอุทยาน, อ่างฯห้วยโพธิ์, อ่างฯร่องน้ำซับ, อ่างฯห้วยสีโท และเขื่อนลำเซบาย) มีความจุอ่างรวมกันประมาณ 49.98 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกัน 49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุอ่างรวมกัน จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำต้นทุนดังกล่าวไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตร และมีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานเพียง 35,491 ไร่ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้ง และเมื่อถึงช่วงฤดูน้ำหลากจะเกิดท่วมซ้ำซากในเขตอำเภอหัวตะพานและอำเภอเมืองริมฝั่งลำเซบาย และลำห้วยปลาแดก

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานได้วางแผนดำเนินโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน – อ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์ ประกอบด้วย งานปรับปรุงอ่างฯ พุทธอุทยาน ด้วยการขุดลอกอ่างฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำได้มากขึ้น 3.2 ล้าน ลบ.ม. งานปรับปรุงฝายพับได้ช่วยเพิ่มความจุได้อีก 2.6 ล้าน ลบ.ม. และอาคารประกอบ 26 แห่ง ในส่วนของงานปรับปรุงอ่างฯ ห้วยโพธิ์ จะขุดลอกอ่างฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำมากขึ้นอีก 1.3 ล้าน ลบ.ม. งานปรับปรุงฝายพับจะช่วยเพิ่มความจุได้อีก 1 ล้าน ลบ.ม. และอาคารประกอบ 9 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินโครงการคลองผันน้ำพุทธ-โพธิ์ ความยาว 3,100 เมตร หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะทำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ไร่ และยังช่วยเพิ่มศักยภาพผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

“ผมได้สั่งการให้กรมพัฒนาที่ดิน ขุดสระเก็บน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ โดยในปีนี้จะเร่งรัดอนุมัติงบประมาณให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่เตรียมการไว้ ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อพัฒนาพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานของกรมชลประทาน ไปด้วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่” นายเฉลิมชัย กล่าว

กรองความคิดเหล่า​ 'เจ้าสัว'​ จากการเลือกซื้อรถ เน้นใช้​ประโยชน์​ ไม่อิงราคาหรือความเท่นำ

พงศ์พรหม​ ยามะรัต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก​ หยิบมุมมองความร่ำรวยของเหล่าเจ้าสัวที่เกิดขึ้นจากมุมมองที่หลายคนอาจจะมองข้ามว่า...

บางทีหลักคิดง่ายๆ​ ก็ส่งคนให้กลายเป็นยอดคนได้ไม่ยาก​

ผมไปนั่งรถ Volvo ราคา 2.5 ล้านบาท ของเจ้าสัวหมื่นล้านมา

ถามเจ้าสัวว่ามีเงินมากมาย ทำไมซื้อรถราคา 2.5 ล้านบาทมานั่ง

เจ้าสัวตอบว่าซื้อรถ เอาฟังก์ชั่นนำ ไม่ใช่เอารถราคาแพงๆ หรือความเท่นำ

ซื้อ Volvo คันนี้ เพราะแข็งแรง ปลอดภัย นั่งสบาย กว้างขวางเพียงพอ ขนของได้เยอะ แถมประหยัดน้ำมันเพราะเป็น hybrid

การทางพิเศษฯ ทดลองระบบ M-Flow บนทางด่วน เริ่มทดสอบ มี.ค. 65 ใช้จริง เม.ย. 65

(8 ต.ค. 64) รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-Lane Free Flow : M-Flow) ว่า กทพ. ได้ร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) ในการบูรณาการให้เป็นไปในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System)

โดยในส่วนของ กทพ. ระยะที่ 1 จะดำเนินการที่ทางพิเศษ (ด่วน) ฉลองรัช 3 ด่าน คือ ด่านจตุโชติ ด่านสุขาภิบาล 5-1 และด่านสุขาภิบาล 5-2 ซึ่งขณะนี้ กทพ. ลงนามในสัญญาจ้างงานติดตั้งอุปกรณ์ของระบบ M-Flow และพัฒนาซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่อระบบ M-Flow กับ Single Platform System ของ ทล. ระยะที่ 1 แล้ว มีระยะเวลาดำเนินงาน 120 วัน งานคืบหน้า 13.18%

นอกจากนี้ได้ลงนามในสัญญาจ้าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษาบริหารโครงการ (Project Management Consultant: PMC) งานระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free-Flow) ให้เป็นรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการระบบ M-Flow ได้อย่างสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ โดยที่ปรึกษาฯ จะศึกษาในรายละเอียดเพื่อประเมินความเหมาะสม และปรับปรุงการออกแบบ ทั้งในส่วนงานซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และกระบวนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังเตรียมการในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเตรียมการในเรื่องการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์

'บรูไน' โหด!! พิพากษาหนุ่ม 24 ปล้นชิงทรัพย์ ส่งเข้ากรง 7 ปี พร้อมโบยหนัก 12 ไม้

ไม่นานมานี้ คนไทยผู้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศบรูไน ได้โพสต์บทลงโทษของผู้ทำผิดในบรูไนผ่านเฟซบุ๊ก Nina Nutthinee ไว้ว่า... 

ได้รับโทษโบยหนักที่สุดตั้งแต่เคยอ่านข่าวมา

วัยรุ่นชายชาวบรูไนอายุ 24 ปี 2 คน ได้ถือมีดทำครัวเข้าไปจี้พนักงานร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่งเวลาตี 3 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

เขาได้เงินสดไป $400 (×24บาท) โทรศัพท์ 1 เครื่อง  

ไม่กี่วันต่อมาทางตำรวจจับตัวได้ และได้ส่งตัวขึ้นศาลเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.64)

ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 7 ปี และ โบย 12 ไม้ (น่าจะทยอยโบย เพราะถ้าโบยติดต่อกันอาจตายได้ เพราะไม้ใหญ่เท่าไม้พายเรือ)

คนบรูไนเค้าบอกเมื่อก่อนเวลาโบย จะถ่ายทอดให้คนดูด้วย แต่ตอนหลังเลิกไป เพราะฝรั่งมันสาระแนกันเยอะ บอกว่าป่าเถื่อน!! 

กพร. ปัด เอื้อประโยชน์บริษัท อัคราฯ ปมออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ปฏิเสธการเอื้อผลประโยชน์ให้กับบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กรณีอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ ยันดำเนินการทุกขั้นตอนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณาผลกระทบในมิติต่าง ๆ อย่างรอบคอบแล้ว

นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ตัวแทนกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษให้กับ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 44 แปลง โดยมองว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มีลักษณะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับบริษัท อัคราฯ เพื่อไม่ให้เกิดการประมูลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ กพร. ขอชี้แจงว่า 

การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯ เป็นการอนุญาตตามคำขอเดิมที่บริษัท อัคราฯ ได้ยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2546 และ 2548 แต่ด้วยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 72/2559 ระบุให้ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำทุกรายทั่วประเทศ ระงับการประกอบกิจการไว้เป็นการชั่วคราว รวมถึงให้ระงับการอนุญาตสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำไว้ จนกว่าคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) จะมีมติเป็นอย่างอื่น ซึ่งต่อมาในเดือนสิงหาคม 2560 คนร. มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาอนุญาตประกอบกิจการสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำได้ภายใต้ พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 และกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ พ.ศ. 2560 

‘ทิพานัน’ วอนโรงแรมอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา โครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส3’ ได้ไม่คุ้มเสีย คาดโทษขึ้นแบล็กลิสต์ หวั่นกระทบแผนฟื้นฟูท่องเที่ยว ย้ำรัฐบาลติดตามตรวจสอบโครงการตลอด แนะช่องทางประชาชนร้องเรียนผ่านเว็บไซต์-โทรศัพท์

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ได้เปิดให้ประชาชนจองที่พักโรงแรมได้เป็นวันแรก เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน เร่งการฟื้นตัวการท่องเที่ยวภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พัก 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องหรือต่อคืนนั้น ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก และมีประชาชนพบว่ามีการขึ้นราคาของโรงแรมมากกว่าราคาปกติ

ขึ้นได้ขึ้นดี ! น้ำมันแพงหูฉี่ เกิดจากปัจจัยอะไรกันแน่ | Click on Clear THE TOPIC EP.60

???? พลาดไม่ได้!! พบกับแขกรับเชิญพิเศษ ‘คุณรสนา โตสิตระกูล’ คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค
???? ใน Topic : ขึ้นได้ขึ้นดี ! น้ำมันแพงหูฉี่ เกิดจากปัจจัยอะไรกันแน่

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC 

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

'พิธา' แนะ!! รับมือโลกร้อนต้องเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ปรับพฤติกรรมอย่างเดียว ไม่พอ!!

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

เศรษฐกิจสีเขียว: การรับมือสภาวะโลกร้อนต้องใช้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเท่านั้น

ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมาที่ผมได้ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้เห็นกับตาตัวเองถึงผลกระทบของความผันผวนในสภาพภูมิอากาศต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภาคการเกษตร และพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม 

ปี 2563 เป็นปีที่แล้งที่สุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรติดลบ 6% และ GDP ภาคเกษตรติดลบ 1.5% ในปี 2564 ที่จังหวัดชัยภูมิซึ่งผมเดินทางไปเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา เพิ่งประสบภัยน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 50 ปี เหตุการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาในระดับโลก เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายุโรปก็เพิ่งเผชิญกับน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 400 ปี และในเดือนกันยายนที่ผ่านมานครนิวยอร์กก็เพิ่งเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมฉับพลันครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมาในช่วงระหว่างที่ผมกำลังเดินทางลงพื้นที่ติดตามปัญหา ที่ดิน การเกษตร และน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมในหัวข้อ Green Economic Recovery หรือการพลิกฟื้นและพัฒนาเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดโดยกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR - ASEAN Parliamentarians for Human Rights)

ผมได้ย้ำต่อที่ประชุมว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิดบนฐานของเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นเรื่องที่จำเป็นต่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ยกตัวอย่างกรณีของประเทศไทยในปี 2563 GDP ของเราติดลบจากโควิด 6% แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรกับภาวะโลกร้อน วิกฤติเศรษฐกิจที่จะตามมาจะเลวร้ายกว่าในปัจจุบันอีกมาก 

จากการประเมินของบริษัท Swiss Reinsurance Company บริษัทประกันภัยต่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก การปล่อยให้โลกร้อนขึ้นบนเส้นทางของการร้อนขึ้น 3.2 องศาเซลเซียสในปี 2643 GDP ของประเทศไทยจะติดลบสะสม 48% ในปี พ.ศ. 2591 ซึ่งจะเป็นความพังพินาศทางเศรษฐกิจที่มากมายมหาศาลกว่าวิกฤติโควิดมาก แต่ถ้าโลกสามารถจำกัดภาวะโลกร้อนได้ต่ำกว่า 2 องศาตามเป้าหมายของ Paris Agreement แล้ว GDP ของไทยจะติดลบสะสมจากโลกร้อนเพียง 5% ในปี พ.ศ. 2591

แล้วในตอนนี้ประเทศไทยอยู่บนเส้นทางไหนในการรับมือภาวะโลกร้อน? จากการประเมินของ Climate Action Tracker ซึ่งเป็น Consortium ระหว่าง 3 สถาบันวิจัยระดับโลกด้านภูมิอากาศนั้น นโยบายของประเทศไทยในด้านภาวะโลกร้อนอยู่ในระดับ “ไม่เพียงพออย่างร้ายแรง” (Critically insufficient) และจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นในระดับ 4 องศา 

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือวิกฤติโควิดในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออย่างยิ่งต่อการรับมือกับสภาวะโลกร้อน การล็อกดาวน์จากโควิดนับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนอย่างสุดขั้วให้คนเดินทางไปไหนไม่ได้เลยแล้วก็เป็นการลดการบริโภคของประชาชนจน GDP โลกตกอย่างมหาศาล ถึงกระนั้นทั้งโลกก็ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพียง 6% เท่านั้นจากวิกฤติโควิด

การจะทำได้ตามเป้าหมายของ Paris Agreement ที่จำกัดสภาวะโลกร้อนไว้ที่ 1.5 - 2 องศา นั้น ทั้งโลกต้องลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ครึ่งหนึ่งในปี 2573 และลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากระบบเศรษฐกิจให้เหลือศูนย์ หรือเป้าหมาย “Net-Zero Emission” ให้ได้ภายในปี 2593 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top