Monday, 3 August 2026
Hard News Team

“สุพัฒนพงษ์” กั๊ก รับลูกสหพันธ์รถบรรทุก เผย ขอดูข้อเสนอตัวเลขราคา แจง ตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตร ทำมานานและรับกันได้

ที่โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จ.กระบี่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง การอุดหนุนกองทุนน้ำมัน จะนำงบส่วนใดดำเนินการ ว่า กองทุนสามารถกู้เองได้อยู่แล้ว ส่วนจะกู้เท่าไหร่ต้องขอดูยอดที่ขออนุมัติมา 

เมื่อถามถึงกรณีสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นัดเคลื่อนขบวนไปที่กระทรวงพลังงานใน16 พ.ย.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ปรับลดราคาน้ำมัน จะได้ข้อสรุปอย่างไร นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ได้ประสานให้ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ไปต้อนรับและรับข้อเสนอ เนื่องจากทีมของสหพันธ์การขนส่งฯก็ทราบว่าตนมาปฏิบัติภารกิจประชุม ครม.สัญจร จึงให้รับข้อเสนอมาพิจารณา ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงใหม่หรืออย่างไร ก็ต้องไปลองดูกันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปรับปรุงอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการออกมาเคลื่อนไหวอีก นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ต้องไปดูสิ่งที่เขาเสนอเข้ามา เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถตรึงราคาน้ำมันตามข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งฯได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ของเดิมที่เสนอคงไม่ได้ แต่ของใหม่ต้องดูอีกทีว่าตัวเลขใหม่เป็นเท่าไหร่ ทั้งนี้ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เกณฑ์การตรึงราคาที่ 30 บาทต่อลิตรสำหรับดีเซลหมุนเร็ว น่าจะเป็นเวลา 15 ปี เพราะถือว่าเป็นราคาที่อยู่ในวิสัยรับกันได้ ซึ่งรับภาระกันทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการและรัฐบาล 

‘สุริยะ’ ยกทัพลงกระบี่ ชี้ช่องเพิ่มมูลค่า SMEs พร้อมฟังข้อเสนอกลุ่มจังหวัดฝั่งอันดามัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการในจังหวัดกระบี่ ร่วมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พังงา, ระนอง และสตูล) เร่งยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 พร้อมขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ ตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการและร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2564 ณ จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 15 - 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการในพื้นที่ และนำไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง พังงา, ระนอง และสตูล) โดยจุดแรกได้เดินทางไปยังบริษัท วู้ดเวอร์ค จำกัด ประกอบกิจการแปรรูปไม้ยางพาราและไม้ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ 13 ชนิด (ตามมติ ครม.) อาทิ ยูคาลิปตัส, กระถินณรงค์, กระถินเทพา, มะพร้าว, มะขาม, ไม้จามจุรี ฯลฯ  

โดยการอัดน้ำยาอบแห้ง เพื่อทำลังไม้ และไม้รองสินค้าเพื่อจำหน่าย มูลค่าการลงทุนกว่า 390 ล้านบาท กำลังการผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปกว่า 11 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี มูลค่าการส่งออกกว่า 200 ล้านบาท/ปี โดยเป็นการส่งออก 90% ใช้ในประเทศ 10% ส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศจีน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรมในหลายด้าน เช่น โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว โครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยทางบริษัทได้ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในการยกระดับบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตด้วยนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการมาตรการ Bubble and seal ด้วยการแยกพนักงานออกเป็นกลุ่มย่อยและไม่ให้ทำงานเข้ากลุ่มกัน รวมถึงจำกัดพื้นที่ หรือการเดินทางภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งโรงงานจะจัดเตรียมที่พักสำหรับพนักงาน ขณะที่พนักงานที่ติดเชื้อจะถูกแยกไปตามพื้นที่ที่จัดสรรตามระดับอาการป่วยเพื่อรับการรักษาต่อไป

“ดร.นาที”  รับฟังการบรรยายโครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอันดามัน

ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(นายอนุทิน ชาญวีรกูล)  ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกสินทร์  พัฒนมณี  รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง นายสุรัตน์ จรณโยธิน  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล  ดร.ตติยะ ฉิมพาลี  ประธานกรรมการ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีปัตตานี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด   นายลือพงษ์  อ๋องเจริญ  ประธานกรรมการ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรัง ( วิสาหกิจเพื่อสังคม ) จำกัด  และผู้เกี่ยวข้อง ฟังการบรรยายสรุป“โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอันดามันจังหวัดตรัง”  

ซึ่งทางบริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรัง( วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด   ได้ทำหนังสื่อไปถึงนายขจรศักดิ์  เจริญโสภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  และนายพิพัฒน์  รัชกิจประการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  แจ้งความประสงค์ขอรับการประกาศแนวชายฝั่งทะเลอันดามันจังหวัดตรัง ความยาว 119  กิโลเมตร เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  

หลังรับฟังการบรรยาย ดร.นาที  กล่าวว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและมีต้นทุนทางทรัพยากรที่สูงอยู่แล้ว ดังนั้นการจะพัฒนาให้ตอบรับต่อการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นจำเป็นจะต้องมีการบูรณาการระหว่างหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐอาทิเช่นท้องถิ่น ร่วมกับภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยผลักดันหรือ ชี้ช่องทางการตลาดให้ดึงดูดแก่บุคคลภายนอกให้รู้จักอำเภอสิเกาหรืออำเภออื่นๆในจังหวัดตรังมากขึ้น 

ดังนั้น หากต้องการให้ภาคท่องเที่ยวในจังหวัดเติบโตขึ้นจำเป็นจะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ให้ดีเสียก่อนตนจึงกล่าวในที่ประชุมว่าให้ส่วนราชการอย่างเช่นกรมทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของถนนและไฟฟ้าให้สว่างไสวและเดินทางสะดวก ซึ่งตนนั้นก็จะช่วยผลักดันงบประมาณเพื่อเข้ามาพัฒนาอย่างเต็มที่เช่นกัน 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินสายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและปทุมธานี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่จังหวัดนำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดไทร ตำบลท่ากระชับ อำเภอนครไชยศรี  และบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และบริเวณวัดสามัคคียาราม ตำบลคลองควาย 

บริเวณศาลาริมทางหน้าวัดเจดีย์ทอง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 2 จังหวัด รวม 1,000 ชุด  คิดเป็นมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)  โดยมี สำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา

 

Jai Bhim สุดยอดหนังอินเดีย สะท้อน ‘วรรณะ - ความยุติธรรม’ ขึ้นแท่น IMDb เหนือ The Shawshank Redemption

#ถกหนังแขก ‘ตำรวจทุกคนไม่ได้เป็นคนเลวนะ’ … ‘ก็จริง แต่ตำรวจทุกคน ก็ไม่ได้เป็นคนดีหนิ’ … นี่คือเรื่องราวเรียกน้ำย่อยของ Jai Bhim (2021) หนังอินเดียอันดับ 1 ใน Top 250 และ Top 1000 ของ IMDb ที่ทำคะแนนโหวตสูงสุด ที่ 9.6/10 โดยเพจ ‘หลงอินเดีย’ ได้นำมาเผยถึงเหตุผลที่หนังเรื่องนี้ได้คะแนนแซงหน้าหนังอมตะอย่าง The Shawshank Redemption ที่ 9.3 คะแนน และ The Godfather ที่ 9.2 คะแนน ว่า…

#พล็อตเรื่องสั้นๆ
ทนายความ Madras K. Chandru ผู้ที่เข้ามาว่าความต่อสู้ กับคดีที่ดูจะไม่เป็นธรรมแก่ชาวเผ่า Irulas ที่ถูกผู้มีอิทธิพลในชุมชน และบรรดาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ใส่ความว่าได้เข้าไปขโมยของมีค่า จากบ้านหลังหนึ่ง ทำให้พวกกลุ่มคนชาวเผ่าอิรูลัส ต้องกลายมาเป็นแพะรับบาป และต้องถูกกดขี่ ด้วยการใช้อำนาจที่เกินกว่ากฎหมาย กระทั่งทนายความจันดรู ได้เข้ามาต่อสู้กับคดีนี้เพื่อชาวเผ่า และต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดัน ที่อยู่เหนือกฎหมายมากมาย...และทนายความจันดรู จะสามารถช่วยชาวเผ่าที่เกือบ เป็นผู้ไร้ตัวตนของประเทศอินเดีย ในคดีนี้ได้หรือไม่ เพราะบรรดาผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย สามารถทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดถึงได้เลยจริง ๆ

#ความสนุกของหนัง
ช่วงแรกของหนัง อาจจะสร้างความสงสัยให้แก่ผู้ชมมากพอสมควร เพราะหนังเปิดมาด้วยฉาก การคัดแยกคนกระทำผิด ด้วยการให้ขานชื่อของวรรณะ แล้วหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้เลือกปฏิบัติ กับคนกลุ่มหนึ่งทันที

หนังพาเราย้อนไปในเหตุการณ์ปี 1993 ว่า ในประเทศอินเดียนั้น ยังคงมีกลุ่มชาวเผ่าอาศัยอยู่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมี โดยกลุ่มชาวเผ่าต่าง ๆ นี้ มักจะถูกกดขี่ ข่มเหง รวมถึงถูกตั้งชนชั้นวรรณะให้แก่พวกเขา ในลำดับที่เกือบจะต่ำที่สุดด้วย

และเพราะชนชั้นที่สังคมได้ตีตราให้นั้น มันค่อนข้างต่ำมาก จึงทำให้การที่ชาวเผ่า จะกลายเป็น #แพะรับบาป ในกรณีผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย เป็นการง่าย ที่จะโยนความผิดให้

‘ชัยวุฒิ’ ชี้ MOU ป้องโกง จุดเปลี่ยนซื้อขายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐาน ทำลายล้างสินค้าไม่ตรงปก

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวในการเป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์ว่า…

ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์ระหว่างองค์กรผู้บริโภค หน่วยงานส่งเสริมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์ และหน่วยงานรัฐที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค

ในวันนี้ กระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคม มีพันธกิจที่จะเสนอแผนและนโยบายระดับชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย โดยหนึ่งในหน่วยงานสังกัดของเรา คือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ. (Electronic Transactions Development Agency : ETDA) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ มีภารกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันกับสถานการณ์โลก โดย ETDA จะมีภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ... 

1.) กำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสังคมดิจิทัล 

2.) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

และ 3.) ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างบูรณาการและเชื่อมโยง

‘กรณ์’ จี้!! ครม.สัญจร ช่วยด่วน 'ท่องเที่ยว' ภูเก็ต ยก 3 ข้อควรทำ ก่อนภาคธุรกิจหมดลมหายใจ

‘กรณ์’ กร้าว!! ขอเป็นกระบอกเสียงคนภูเก็ต ยก 3 ข้อเรียกร้อง จี้!! ครม.สัญจร เร่งแก้ปัญหาตอบโจทย์ 'เศรษฐกิจท่องเที่ยว' ไม่ปล่อย ‘เฮือกสุดท้าย’ ผู้ประกอบการภูเก็ตสูญเปล่า 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า…

ตนได้ใช้ชีวิตในภูเก็ต สิ่งที่น่าดีใจคือนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น ป่าตองเริ่มคึกคัก และจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการชาวภูเก็ตหลายกลุ่มและหลายวงสนทนา เราเห็นตรงกันว่าภูเก็ต คือ เมืองแห่งศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้สบาย ๆ ซึ่งหมายความว่าคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของคนภูเก็ต รวมถึงรายได้เข้าประเทศโดยรวม ดีกว่านี้ได้อีกมาก 

เวลานี้หลายปัญหาของภูเก็ตรอการแก้ไข และส่วนใหญ่อุปสรรคมาจากระบบราชการที่ช้าและไม่ยืดหยุ่นตามบริบทที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ 

นายกรณ์ กล่าวว่า ภูเก็ตน่าจะเป็นเมืองที่รวบรวมจำนวนคนที่รอบรู้และเข้าใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้มากที่สุดในโลก และไม่มีใครหวังดีต่ออนาคตคนภูเก็ตมากเท่าคนภูเก็ต ดังนั้นเมื่อคนที่รู้ บวกกับคนที่ใส่ใจเป็นคนภูเก็ต แล้วทำไมการกำหนดยุทธศาสตร์และการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับภูเก็ตยังอยู่ที่อำนาจส่วนกลางที่กรุงเทพ 

ดังนั้นเมื่ออำนาจยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพ การประชุม ครม. สัญจร วันที่ 15-16 พฤศจิกายน จึงยังมีความสำคัญต่ออนาคตภูเก็ต มีหลายเรื่องที่ตนขอเป็นกระบอกเสียงแทนคนภูเก็ตไปถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนและรีบตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ “เฮือกสุดท้าย” ของผู้ประกอบการในภูเก็ตไม่สูญเปล่า 

โดยหัวหน้าพรรคกล้า ได้ยก 3 ข้อเรียกร้องที่ฝากไปถึงรัฐบาล ได้แก่…

1.) ปัญหาใบอนุญาตโรงแรม ที่กำลังทำให้ธุรกิจที่พักขนาดเล็กหมดแรงและกำลังจะตายไป ตอนนี้ในเว็บไซต์การจองโรงแรมมีโรงแรมในภูเก็ตเปิดขายห้องพักมากกว่า 1 หมื่นแห่ง แต่ที่มีใบอนุญาตถูกต้องนั้นไม่ถึง 800 แห่ง ทั้ง ๆ ที่โรงแรมขนาดเล็ก คือ ท่อลำเลียงทำให้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกระจายเงินออกไปในวงกว้าง เพราะนักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมเล็ก ๆ คือ กลุ่มที่ออกมาขึ้นรถโดยสาร เรียกแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก กินข้าวตามร้านอาหาร ซื้อทัวร์ ใช้บริการนวดและสปา หลายธุรกิจจะมีโอกาสสร้างรายได้และไปต่อ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถเปิดได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่เป็นหัวใจของการสร้างรายได้จากท่องเที่ยว มีโอกาสการสร้างรายได้ และให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในการฟื้นฟูธุรกิจอีกด้วย

‘ศ.ดร.กนก’ ห่วง!! ความล้มเหลวการศึกษาไทย เมื่อครูดี ๆ เริ่มทนไม่ไหวกับระบบที่เป็นอยู่

ศ.ดร.กนก ชี้!! ครูโพสต์ใบลาออก ทนภาระงานเอกสารไม่ไหว สะท้อนความล้มเหลวระบบการศึกษาไทย ให้ความสำคัญงานวิชาการ มากกว่าพัฒนาการเรียน การสอน แนะ รื้อระบบแรงจูงใจ เพิ่มค่าตอบแทน ก่อนสมองไหล ไร้คนอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติ

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพหนังสือลาออก พร้อมข้อความสรุป หมดความอดทนกับการทำเอกสารประเมิน ตั้งใจสอน แต่แพ้คนทำเอกสารปลอม ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวระบบการศึกษาไทย ที่ดูเหมือนจะให้แต่ความสำคัญกับงานวิชาการ มากกว่าพัฒนาการเรียนการสอน ว่า…

เป็นการฉายภาพความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย ซึ่งตนเคยสะท้อนไปหลายครั้งแล้ว เกี่ยวกับภาระงานของครู ว่าเป็นกับดักอันตรายที่ฉุดคุณภาพการศึกษาไทย เนื่องจากภาระครูในเรื่องเอกสารไม่เคยลดลง เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ระบบกำหนดให้ต้องทำทั้งงานวัดผล งานวิชาการ งานธุรการ งานงบประมาณ ฯลฯ แทนที่จะให้เวลาครูได้ทำงาน ในเรื่องการพัฒนาการเรียน การสอน อาทิ งานหลักสูตร งานแนะแนว ถ้าไม่แก้ไขเรื่องเหล่านี้ จะมีครูดี ๆ อีกจำนวนมาก ที่ทนไม่ไหวกับระบบที่เป็นอยู่ จนต้องเดินจากอาชีพแม่พิมพ์ของชาติ

นอกจากนี้ ศ.ดร.กนก ยังได้กล่าวฝากเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพครูไว้ 3 ประการ ดังนี้…

1.) ควรมีการรวบรวมข้อมูล ‘การขาดแคลนครู’ ทั้งในสาระวิชาและโรงเรียน มาใช้บริหารบุคลากรทางการศึกษา ความพยายามทางนโยบายในลักษณะนี้จะสำเร็จได้ ต้องปฏิบัติเงื่อนไขสำคัญ คือ หนึ่ง ข้อมูลสถานภาพครู (ทั้งสาระวิชาและจำนวน) ต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถบอกได้ว่า บัญชีสถานภาพครูทั้งประเทศที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ศ.น.) ถืออยู่ในมือเป็นอย่างไร และการมีครูจริงในแต่ละโรงเรียนตรงกับบัญชีนั้นหรือไม่ เมื่อตรวจสอบข้อมูลจริงแล้ว จะเห็นว่าความเป็นจริงกับข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่จำนวนครูไม่ตรงกัน การบรรจุครูสาระวิชาไม่ตรงกับตำแหน่งที่มี เป็นต้น 

2.) กระทรวงศึกษาธิการ ควรต้องรื้อ ‘ระบบแรงจูงใจ’ และ ‘ค่าตอบแทน’ ใหม่ เพื่อเก็บรักษาครูเก่ง ครูคุณภาพ ไว้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสในที่ทุรกันดารให้นานที่สุด

3.) การร่วมมือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผลิตครูที่สามารถส่งความรู้และทักษะให้นักเรียนได้ เป็นแนวความคิดที่ดี เพราะการผลิตครูในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เน้นสร้าง ‘นักบริหารการศึกษา’ มากกว่าสร้าง ‘ครู’ ที่จะสอนนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ ทำให้ ‘คณะศึกษาศาสตร์’ ตามมหาวิทยาลัยจะให้ความสำคัญกับเรื่องเฉพาะทางการศึกษา เช่น การบริการการศึกษา, การวัดประเมินผลการศึกษา, นโยบายการศึกษา เป็นต้น ส่วนหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนโดยตรงมีน้อยมาก

‘สุวินัย’ มั่นใจ ไร้เงื่อนไขจุดไฟสงครามปชช. จับตาปฏิบัติการเช็กบิล ‘ขบวนการล้มล้างฯ’

ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อมีสถานภาพเป็น "ขบวนการล้มล้างการปกครองฯ" ไปแล้ว ต่อไปผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะถูกดำเนินคดีในข้อหากบฏทั้งสิ้น

นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอันเนื่องมาจากข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

อีกฝ่ายพยายามสร้างวาทกรรมสงครามประชาชนขึ้นมาต่อสู้ ต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญ

คปภ. ห้ามยกเลิกประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ ให้เปลี่ยนแบบประกันได้ แต่ลูกค้าต้องสมัครใจ

สำนักงาน คปภ. ยันห้ามบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบ กางข้อสรุปประชุมสมาคมประกันวินาศภัยไทย อนุญาตเสนอออปชันลูกค้าต้องสมัครใจ พร้อมย้ำ ลูกค้า เดอะวันประกันภัย ยังได้รับสิทธิคุ้มครองเหมือนเดิม 

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณีปัญหาการประกันภัยโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ ว่า วันนี้หลังจากได้มีการประชุมหารือเร่งด่วนร่วมกับ นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และคณะกรรมการบริหารจำนวนประมาณ 11 ท่าน สำนักงาน คปภ. มีมติดังนี้

1.) การดำเนินการแก้ไขปัญหา คปภ. จะยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

2.) คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่อง ให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันโควิดสำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอยู่ บริษัทจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ส่วนประเด็นที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกันนั้นต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้ได้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป

3.) การช่วยเหลือบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด จะขึ้นอยู่กับสถิติตัวเลข ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องและแม่นยำ และผลกระทบต่าง ๆ ในทุกมิติ ซึ่งจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และที่สำคัญจะต้องไม่ทำให้ผู้เอาประกันภัยเดือดร้อน และไม่เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนผู้เอาประกันภัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top