Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

"ชนะศักดิ์" น้องแรมโบ้ ยืนยันนายกฯลงพื้นที่อุดรเพื่อพัฒนาจังหวัด วางอนาคตให้คนรุ่นหลัง ขอสาวอุดร เข้าใจ อย่าไปคาดหวังกับ ส.ส.ในพื้นที่ ที่มัวแต่คิดแก้รธน.เอานายใหญ่กลับ ปฏิรูปสถาบัน

นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) กล่าวถึงสาวอุดรธานีที่ออกมายืนยันว่าการไปพูดกับนายกฯหากทำงานไม่ได้ก็เกษียณไป ไม่ได้เกลียดนายกฯ ไม่เกี่ยวกลุ่มการเมือง พูดจากใจ โดยนายชนะศักดิ์ระบุว่าอยากให้น้องคนดังกล่าวได้เข้าใจว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ ในครั้งนี้เพื่อไปตรวจราชการ  ดูเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมระบบขนส่งทางรางหรือรถไฟความเร็วสูง พัฒนาอุดรธานีเป็นเมืองเศรษฐกิจ  ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นการนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดอุดรธานี  

นายชนะศักดิ์ ยังระบุว่า ที่น้องออกมาพูดนั้นไม่ว่าน้องจะยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือไม่ได้เกลียดนายกฯแต่มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะจะทำให้คนในจังหวัดอุดรธานีมองได้ว่าน้องไม่อยากให้เกิดการพัฒนาในจังหวัดอีกทั้ง นายกฯถือเป็นผู้ใหญ่ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังถือเป็นการวางอนาคตให้กับคนรุ่นหลังของจังหวัดอุดรธานีบ้านเกิดของน้องเองด้วย 

นอกจากนี้ตนเองยังไม่อยากให้น้องคาดหวังกับการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในจังหวัดเพียงอย่างเดียว ในการที่จะพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองให้มีความเจริญก้าวหน้า พร้อมอยากฝากน้องไปถามส.ส.ในพื้นที่ของน้องด้วยว่า เป็นของพรรคใด และได้เอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปแก้ไขปัญหาหรือไม่ เท่าที่เห็นวันๆ คิดแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ เอานายใหญ่ของตัวเองกลับบ้าน หรือไม่ก็พร่ำหาแต่ประชาธิปไตย ปฏิรูปสถาบัน อยากฝากให้น้องนำไปคิดด้วย

" น้องรู้บ้างไหมว่า รัฐบาลและนายกฯได้พัฒนาเมืองอุดรไปมากมายหลายโครงการและจะต้องการมาพัฒนาเมืองอุดรเพิ่มเติมในหลายโครงการ เช่น พัฒนาศูนย์กลางอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความเชื่อมโยง ภายในพื้นที่ ระหว่างจังหวัด และประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้นยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูง กำลังเร่งก่อสร้าง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา - ขอนแก่น ผ่านอุดรธานี ไปสิ้นสุดที่หนองคาย และเชื่อมต่อกับระบบ รถไฟลาว-จีน  พัฒนาถนนมิตรภาพ อุดรธานี-หนองคาย กำลังขยายเป็น 6 เลน ลงมือก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี 67 รองรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว จากลาวและจีน 

รวมถึงสนามบินนานาชาติอุดรธานี ที่กำลังจะขยาย ให้รองรับผู้โดยสาร ได้มากขึ้นเป็น 7 ล้านคนต่อปี ขณะเดียวกันยังมีถนนสายใหม่ตัดตรง อุดรธานี-บึงกาฬ  ปลายทางเชื่อมต่อสะพาน ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ สำรวจเส้นทางที่จะสร้างถนนเสร็จแล้ว เตรียมตั้งงบประมาณก่อสร้าง

รปภ.ใจเด็ด ฮึดสู้โจรปล้นธนาคาร สู้กันจนแทงโจรดับ ส่วนตัวเองเจ็บ

จากกรณีที่นายปิยะพงษ์ อ่ำอ่อน หรือ บาส ก่อเหตุชิงทรัพย์ ธนาคารออมสิน สาขาทียูโดม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 14.30 น. ของวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายขุนทอง ศรีชัยยะ ได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณคอ และเอว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยผู้ก่อเหตุถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยใช้อาวุธมีดแทง และถูกพลเมืองดีรุมประชาทัณฑ์ บริเวณหน้าห้างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ภาพกล้องวงจรปิด จับภาพนายปิยะพงษ์ อ่ำอ่อน ผู้ก่อเหตุ ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารออมสิน สาขาทียูโดม เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 14.30 น. นายปิยะพงษ์ ผู้ก่อเหตุ สวมเสื้อแขนยาวสีแดง-ดำ เดินเข้ามาในห้าง ลงชื่อเข้าใช้บริการ ล้วงมีดออกมาจากกระเป๋า จากนั้นแทงบริเวณคอนายขุนทอง รปภ. แล้วไล่ฟัดเหวี่ยงกับนายขุนทอง

จากนั้นนายปิยะพงษ์โยนกระเป๋าสีดำสะพายข้างเข้าไปในธนาคาร โดยพนักงานธนาคารแตกตื่น วิ่งออกมาจากธนาคาร จากนั้นนายปิยะพงษ์หลบหนีออกจากธนาคาร ถูกนายขุนทองใช้เก้าอี้ฟาด และใช้มีดแทงผู้ก่อเหตุ ก่อนที่นายปิยะพงษ์จะวิ่งหนีออกจากห้าง ส่วนนายขุนทองวิ่งตามออกมา และมีพลเมืองดีช่วยไล่จับและรุมประชาทัณฑ์นายปิยะพงษ์ ผู้ก่อเหตุ จนแน่นิ่งและเสียชีวิตในที่สุด

ญาติเคราะห์ร้ายร่ำไห้กลาง ‘โหนกระแส’ หลังตำรวจจับใส่กุญแจมือ แต่ไม่นำส่งโรงพยาบาลจนดับ

"ตำรวจ" งานเข้าอีกแล้ว หลังจากจับหนุ่มที่เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนกัน ใส่กุญแจมือไปโรงพักทั้งที่ไม่ผิด โดยที่ไม่พาไปโรงพยาบาลก่อน จนกระทั่งเสียชีวิต ทำเอาครอบครัวต้องเรียกร้องความยุติธรรม พร้อมร่ำไห้กลางรายการ

"ตำรวจ" สภ.บางละมุง ตกเป็นกระแสบนโซเชียล หลังจากชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์ทางตรงปกติ แต่จู่ ๆ ก็ถูกคู่กรณีซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซค์กลับรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด จนทำให้ชนเข้าอย่างจัง จนผู้เสียหายสลบกับพื้น แต่ตำรวจกลับใส่กุญแจมือผู้เสียหายขึ้นรถกระบะไปโรงพัก สุดท้ายผู้เสียหายเสียชีวิต

ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้เชิญญาติผู้เสียชีวิตมาร่วมรายการ โหนกระแส โดยทางญาติได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิตได้ออกไปซื้อกับข้าวมาให้ครอบครัว หลังจากนั้นก็ถูกคู่กรณีขับรถชน โดยคู่กรณีได้วิ่งเข้ามาดูอาการผู้ที่ถูกชน แต่กู้ภัยกลับนำคู่กรณีไปโรงพยาบาลคนเดียว ในขณะที่ผู้เสียชีวิตเดินเซ คุมร่างกายไม่ค่อยอยู่ กลับถูกคุมตัวไปโรงพัก เพราะ "ตำรวจ" คิดว่าเมา ถูกส่งไปตรวจสารเสพติด ที่สภ.บางละมุง

“นายกฯ” ชม เด็กไทย คว้ารางวัลอันดับ 8 การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World Robot Olympiad 2021 ชู ปั้นบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ผลักดันพัฒนาประเทศ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมผลงานของเด็กไทย ในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World Robot Olympiad 2021 (WRO 2021) รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ซึ่งทีม K.P.Y. Panya Robot แชมป์ประเทศไทย คว้ารางวัลอันดับที่ 8 จากประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน 65 ประเทศ กว่า 200 ทีมทั่วโลก โดยแข่งขันในรูปแบบออนไลน์เมื่อวันที่ 18-21 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย ด.ญ.ลัลน์ญดา ชาญจิตรเลขา  อายุ 10 ขวบ จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ด.ช.นพรุจ ฉันทสกุลเดช อายุ 11 ขวบ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ ด.ช.ธนกฤต มยุรฤทธิ์ภิบาล อายุ 12 ปี จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร(ฝ่ายประถม)

รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายกฯรู้สึกยินดี ที่เด็กไทยนำความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญ มาพัฒนาต่อยอดในด้านหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น  การริเริ่มการเรียนรูปแบบหุ่นยนต์ศึกษาและเสต็มศึกษา STEM Robotics ตั้งแต่ระดับประถม ได้ดำเนินการในหลายโรงเรียนที่มีความพร้อมแล้ว และมีกิจกรรมการเรียนการสอนหุ่นยนต์ศึกษาอย่างต่อเนื่องจนถึงชั้นอุดมศึกษา 

 

“โฆษกรัฐบาลฯ” เผย นายกฯ ย้ำ ป้องฝุ่น PM 2.5 ฝากปชช.ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย-ลดเผาที่โล่ง 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ช่วงหน้าหนาว ที่สภาพอากาศนิ่ง ส่งผลให้ฝุ่นละออง PM2.5 สะสมเกินค่ามาตรฐาน

โดยเว็บไซต์ IQAIR รายงานคุณภาพอากาศของประเทศไทย วันที่2 ธ.ค.พบค่ามลพิษฝุ่น PM2.5 AQI เกิน 100 อยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ใน 10 สถานที่ ได้แก่ 1.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 162 AQI 2. บางคนที จ.สมุทรสงคราม 158 AQI 3. หนองบัวลำภู จ. หนองบัวลำภู  156 AQI 4. สมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม 154 AQI 5. น้ำพอง จ.ขอนแก่น 152 AQI 6.ลำปาง จ.ลำปาง  147 AQI 7. โพธาราม จ.ราชบุรี 147 AQI 8. ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 145 AQI 9. สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 144 AQI 10. นครไชยศรี จ.นครปฐม 137 AQI 

นายธนกร กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีแนวโน้มสูงขึ้นและเกินมาตรฐานในช่วงปลายปี สาเหตุหลักมาจากยานพาหนะกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งกทม.และกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการขนส่งทางบก กองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยจัดตั้งสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองแบบถาวร  70 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ในพื้นที่พักอาศัย และสวนสาธารณะ เพิ่มความถี่ในการตรวจวัดควันดำ มีรถตรวจวัดคุณภาพอากาศวัดปริมาณฝุ่นในทุกพื้นที่ 

นายธนกร กล่าวว่า ในต่างจังหวัดสาเหตุของฝุ่นมาจากลมที่พัดนำฝุ่นละอองจากการเผาในที่โล่ง และประเทศเพื่อนบ้าน โดยติดตามสื่อสารให้ข้อมูล เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สอดคล้องกับร่างแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ปี 2565 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำประกอบด้วยแนวทางการดำเนินงานที่ต้องเร่งรัดและเน้นย้ำการปฏิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา ภายใต้แนวคิด “1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ” เพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน  

“นายก”ห่วงอากาศเปลี่ยน แนะ ปชช.ดูแลสุขภาพ ย้ำ เคร่งครัดมาตรการป้องโควิด 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิลดลงในหลายพื้นที่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนของประเทศช่วงวันที่ 2 – 5 ธ.ค.นี้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูเขาบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3 – 12 องศาเซลเซียส จึงขอให้ดูแลสุขภาพโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ดูแลร่างกายให้อบอุ่น ป้องกันโรคที่มาพร้อมกับอากาศหนาว ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ที่ปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดอยู่ในทุกพื้นที่

กนอ. ขานรับนโยบาย ‘สุริยะ’ ดันโรงงานมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว คิกออฟ ‘นิคมฯ หนองแค โมเดล’ ที่แรก

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ชู ‘นิคมฯหนองแค โมเดล’ พัฒนาตามแนวทางส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล เน้นพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยเพื่อชุมชน เตรียมปรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ปี 2565 พร้อมผลักดันสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้! 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมให้ การประกอบกิจการต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล หรือ BCG Model ที่เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม 3 มิติไปพร้อมกัน ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลเกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน

“กระทรวงฯมุ่งมั่นผลักดันโรงงานสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยตั้งเป้าทุกแห่งภายในปี 2568 แบ่งเป็น เป้าหมาย 60% ในปี 2565 เป้าหมาย 80% ในปี 2566 เป้าหมาย 90% ในปี 2567 และเป็น 100% ในปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว 2564 - 2580 เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมและกำกับดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ” นายสุริยะ กล่าว

‘นักวิชาการ’ แนะ!! คนไทยรอรับศึก Omicron เชื่อหลุดมาแน่ หลังทุกสายพันธุ์ไม่เคยอุดอยู่

2 ธ.ค. 64 ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…

Covid-19 : ข่าวร้าย ยืนยันความสามารถในการแพร่เชื้อของ Omicron ที่เหนือกว่า Delta มากถึงมากที่สุด 
“The war is not over.”

ช่วงนี้สถานการณ์ในประเทศค่อนข้างดีมากนะครับ ขอให้ไปชาร์จแบตกันไว้ให้เต็มที่ ใช้ชีวิต พบปะคนที่รัก ทำยอดขาย เลี้ยงสังสรรค์ ดูหนัง ตัดผม อยากทำอะไรรีบทำครับ ผู้ร้ายตัวใหม่กำลังมาแล้ว และเก่งกว่าเดิมเยอะ แต่จะโหดกว่าหรือไม่ยังต้องลุ้นครับ 

>> สถานการณ์ใน South Africa : 

ตัวเลข New Case วันนี้ 2 ธ.ค. 8,561 คน ยืนยันความน่ากังวลทุกอย่างแล้วครับ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 25 พ.ย. ยังแค่ 1,275 

เกิด Exponential ขึ้นแล้วทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในมาตรการควบคุม Level 1 ที่เดิมสามารถกด Delta ลงได้อย่างอยู่หมัด แอฟริกาใต้ฉีดวัคซีน 2 เข็มไปได้แค่ 24.6% แต่ก็เอา Delta อยู่ แต่คงไม่ใช่สำหรับ Omicron แล้วล่ะครับ 

>> กราฟ %Increase : ระดับปรากฏการณ์ แบบไม่เคยเห็นมาก่อน 

ผมทำกราฟมาให้ดูในช่วง Transition ระหว่างสายพันธุ์ที่เก่งกว่าเดิม แล้วเกิดการระบาดเป็น Wave ใหม่ของ S.Africa มาให้ดูเทียบกัน 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 จากไวรัส Wuhan มาเป็น Beta %Increase เพิ่มขึ้น 10 เท่าภายใน 9 สัปดาห์ 
ครั้งที่ 2 จาก Beta มาเป็น Delta มหาโหด %Increase เพิ่มขึ้น 10 เท่าภายใน 9 สัปดาห์ 
ครั้งที่ 3 ล่าสุด ชันสุด โหดสุด จาก Delta มาเป็น Omicron ระดับ Super Virus %Increase เพิ่มขึ้น 10 เท่าภายในเวลาแค่ 2 สัปดาห์!!!

ตอนนี้การระบาดของ Omicron ใน S.Africa มีระดับ Exponential ที่มี %Increase 27% หรือมี Doubling Day แค่ 3 วัน ทั้งที่อยู่ใน New Normal

ถ้าย้อนนึกเทียบกันกับบ้านเราที่ใช้ New Normal ที่คุม Alpha ได้สำเร็จช่วง พ.ค. - มิ.ย. 64 พอ Delta เข้ามาก็เกิด Exponential แต่ %Increase แค่ 12% หรือ Doubling Day ประมาณ 6-7 วัน แค่นั้นก็โกลาหลแล้วนะครับ 

>> พูดง่าย ๆ และสิ่งที่น่ากังวลก็คือ :
1.) Omicron เก่งกว่า Delta มากกว่าที่ Delta เก่งกว่า Alpha ประมาณ 2 เท่า
2.) Omicron อาจเก่งกว่า Delta ประมาณ 4 เท่า
3.) Alpha ยังมีประเทศใหญ่ที่กดลง Zero New Case ได้หลายประเทศ ส่วน Delta ไม่มีเลยสักประเทศ แต่พอ Dance ได้ถ้ามีวัคซีน หรือทุบแหลกแบบจีน ส่วน Omicron การลง Zero New Case ทำไม่ได้แน่ และอาจจะ Dance ไม่ไหวด้วยถ้าวัคซีนไม่ 100%
4.) จีนกด Delta แทบไม่อยู่แล้ว มีผุดขึ้นให้ทุบอยู่เรื่อย ถ้า Omicron ล่ะ จีนจะแตกหรือไม่ ถ้าจีนแตกเศรษฐกิจจะบรรลัยกันทั้งโลก
5.) ประเทศไทย Wave ของ Alpha ติดเชื้อไป 2 แสน Delta เก่งกว่า Alpha 60% ติดเชื้อเพิ่ม 10 เท่ากลายเป็น 2 ล้าน แล้ว Omicron ที่เก่งกว่า Delta 200 - 400% ตัวเลขจะไปไกลแค่ไหน วัคซีนจะเอาอยู่หรือไม่
 

'ฮุน เซน' ประกาศวางตัวลูกชายคนโต หนุนสืบทอดตำแหน่งผู้นำกัมพูชา

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาที่ครองอำนาจมานาน 36 ปี ประกาศชัดเจนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาสนับสนุนพลเอกฮุน มาเนต ลูกชายคนโต สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากเขา

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564 กล่าวว่า มีการคาดเดากันมานานว่า ฮุน เซน วัย 69 ปี กำลังฟูมฟักลูกชายคนโตซึ่งเป็นนายทหารที่สำเร็จการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ให้สืบทอดอำนาจต่อจากเขา ในคำปราศรัยต่อสาธารณะในพิธีการหนึ่งที่จังหวัดพระสีหนุวิลล์ 

วันเดียวกันนี้ นายกฯ ฮุน เซน กล่าวว่า "ฮุน มาเนต เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเขาได้รับการสนับสนุนจากพ่อของเขา"

ฮุน เซน กล่าวว่า ลูกชายวัย 44 ปีของเขา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา จะต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

'Metaverse' มีชื่อเรียกภาษาไทยแล้วนะ

ราชบัณฑิตยสภา มีมติบัญญัติคำ ‘Metaverse’ ภาษาไทยว่า ‘จักรวาลนฤมิต’
เขียนทับศัพท์ว่า ‘เมตาเวิร์ส’ 

ที่มา : ในการประชุม คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์นิเทศศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสภา วันที่ 2 ธ.ค. 64 มี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top