Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

“คุณหญิงกัลยา” เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ มหาสารคาม สร้างโมเดลผลิตผู้ประกอบการด้านเกษตรครบวงจร 

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร นำร่องวิทยาลัยเกษตรฯ มหาสารคาม สร้างต้นแบบแหล่งผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรแบบครบวงจร ก่อนขยายไปทุกวิทยาลัยเกษตรฯ ทั่วประเทศ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เเละนโยบาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) นายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เปิดโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตร พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และหลักสูตรชลกร ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคม 2565   

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายที่จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างโอกาส และผลิตผู้ประกอบการด้านการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงเชิงพาณิชย์ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตรและแต่ละพื้นที่ ผนวกกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามจะเป็นต้นแบบนำร่องในการเป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการด้านการเกษตรแบบครบวงจร 

“วิทยาลัยเกษตรฯ จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการเกษตรรูปแบบใหม่ โดยการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยฯ มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสานด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากร นักเรียน นักศึกษา เป็นการต่อยอดนำวิถีเกษตรของวิทยาลัยฯ ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างการเรียนรู้วิถีเกษตรและสร้างรายได้ ให้กับนักศึกษาในวิทยาลัย เป็นการต่อยอดอาชีพในอนาคต เรามีเป้าหมายที่จะยกระดับผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรให้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างผู้ผลิต สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่”ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว 

นายปรัชญา ตะภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม กล่าวว่า  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม พร้อมรับนโยบายดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวะเกษตรได้รับการพัฒนาศักยภาพ  คุณภาพ และยกระดับให้เป็นอาชีพที่มั่นคงสู่การเป็นต้นแบบของเกษตรกรยุคใหม่ ตลอดจนพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรแก่ชุมชน สำหรับโครงการเยี่ยมชมวิถีเกษตรที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตเกษตรชุมชน และเกษตรสมัยใหม่ชีววิถี ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม

‘หมอยง’ ชี้ เด็กจะเป็นตัวกลางแพร่เชื้อโควิด แนะผู้ใหญ่เร่งฉีดวัคซีนสร้างภูมิต้านทาน

"หมอยง" เปิดข้อมูลเด็กติดโควิด มีอาการน้อย แต่จะเป็นผู้แพร่กระจายเชื้อได้มาก ชี้เด็กป่วยไม่สามารถแยกตัวเองออกไปได้ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ปกครองจะไม่ติดโรค

วันนี้ (10 ม.ค. 65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan โดยระบุว่า โควิด-19 เด็กจะเป็นผู้กระจายเชื้อ ได้มาก เนื่องจากเด็กติดเชื้อโควิด-19 อาการจะน้อยมาก หรือไม่มีอาการเป็นส่วนใหญ่ อันตรายถึงชีวิตยิ่งน้อยมากๆ

จากการศึกษาในอเมริกา ในช่วงที่มีการระบาดสูงมากของโอมิครอน เด็กเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นก็จริง เพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และเด็กจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการรักษาด้วยสาเหตุอื่น แต่ตรวจพบโควิด-19 ก็มีมากขึ้น

ปัญหาสำคัญของการติดเชื้อในเด็ก ที่มีอาการน้อย แต่ เด็กจะเป็นผู้กระจายเชื้อหรือแพร่เชื้อได้ดีมาก 

เด็กป่วย ไม่สามารถแยกตัวเองออกไปได้ พ่อแม่ผู้ปกครองจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ติดโรค

ผมมีคนไข้เด็กที่ติดจากสถานเลี้ยงเด็ก เมื่อตรวจพบ แม่ยอมติดเชื้อด้วย เพราะต้องดูแลรักษาลูก รวมทั้งบุคคลในบ้าน เมื่อเด็กคนหนึ่งเป็น พี่น้องที่วิ่งเล่นด้วยกัน ก็จะติดกันอย่างแน่นอน

ในอดีตที่ผ่านมา เชื้อส่วนใหญ่อยู่ในผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่สามารถแยกตัวออกมาได้ ป้องกันไม่ให้ติดเด็ก

แต่เมื่อมีการระบาดอย่างมากโดยเฉพาะ โอมิครอน การติดเชื้อจะลงมาสู่เด็กอย่างแน่นอน

เด็ก ภาระความรุนแรงโรคน้อยมาก แต่จะเป็นผู้กระจายโรค ไปสู่คนในบ้าน

“รองเลขาฯปชป..” วอนหยุดใช้อำนาจรัฐแทรกแซงเลือกตั้งซ่อม เชื่อชาวสงขลาตัดสินใจแล้วร่วมสร้างส.ส.หญิงคนแรกของจังหวัด

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการพรรค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาสุขภาพ ต.พะตง บ้านทุ่งครุ อ.หาดใหญ่ ตนได้ขึ้นปราศรัยช่วยน.ส.สุภาพร กำเนิดพล ผู้สมัครรับเลือกตั้งช่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่า บรรยากาศในการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้มีการใช้อำนาจรัฐแทรกแซง ทุกรูปแบบ จากตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตนขอเรียกร้องให้หยุดใช้อำนาจรัฐ กดขี่ข่มเหงชาวสงขลาเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ชาวสงขลาเขต 6  ตัดสินใจแล้วที่จะสนับสนุนน.ส.สุภาพร เป็นส.ส.แน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น

“เด็กพปชร.” ออกโรงจวก "ของแพง-ไข่ไก่ขึ้นตามหมู” เหตุ กลุ่มการเมืองเก่าบริหาร2กระทรวง ไร้ประสิทธิภาพ 

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จากกรณีที่เนื้อหมูราคาแพงขึ้น โดยสาเหตุมาจากการเกิดโรคระบาดในสุกร ซึ่งถูกปล่อยปละละเลย ไม่ได้รับการแก้ไขมากกว่า 2 ปี ส่งผลกระทบให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยขาดทุนจนเลิกเลี้ยง เหลือเพียงผู้เลี้ยงรายใหญ่ไม่กี่ราย ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่กระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงกลับเสนอวิธีแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ จัดโครงการเนื้อหมูราคาถูก ไล่ตรวจฟาร์มสุกร ทั้งที่อาจทราบข้อมูลการระบาดของโรคมากกว่า 2 ปีแล้ว

นายสัณหพจน์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ได้ใช้กลไกการบริหารผ่านกระทรวงการคลัง โดยใช้นโยบายลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” ทั้ง 3 ระยะ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศเกินกว่า 2.23 แสนล้านบาท โดยรัฐได้ช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพผ่านการใช้จ่ายในโครงการถึงกว่า 1.09 แสนล้านบาท  ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ผ่านสำนักงานประกันสังคม เพื่อเงินเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และม.40 ใน 29 จังหวัด กว่า 12 ล้านคน เป็นเงินกว่า 8.87 หมื่นล้านบาท นายจ้างและผู้ประกอบการกว่า 165,000 ราย เป็นเงินกว่า 1.27 หมื่นล้านบาท ทำให้เกิดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกกว่า 1 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่ช่วยเหลือแบ่งเบาลดภาระของผู้ปกครองนักเรียนกว่า 11 ล้านคน เป็นงบประมาณกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท

นายสัณหพจน์ กล่าวว่า ตนทราบว่ามีกลุ่มการเมืองเก่าแก่กลุ่มหนึ่ง และผู้ต้องหาคดีอาญา ออกมากล่าวอ้างถึงพรรคพปชร. ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลว่าไม่สามารถบริหารเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ และไม่สามารถทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ต้องชี้แจงว่าที่ผ่านมาพรรคพปชร.ได้ประนีประนอม ให้โอกาส และความเชื่อมั่นในการบริหารกระทรวง ที่เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจประเทศ กับกลุ่มพรรคการเมืองนี้ แต่พบความล้มเหลวทางการบริหาร ไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย ใช้กลไกที่เอื้อต่อนายทุนรายใหญ่ เช่น กรณีหมูแพง เกษตรกรรายย่อยไม่ได้รับประโยชน์ เพราะขาดทุนจากโรคระบาดและค่าอาหารสัตว์จนต้องเลิกเลี้ยง ที่ผ่านมาแม้จะมีการ

รัฐแคลิฟอร์เนีย ขอให้จนท.กลับมาทำงาน แม้ยังติดเชื้อโควิด หลังจนท.สาธารณสุขขาดแคลน

ไม่ถึง 1 เดือนหลังออกข้อกฎระเบียบเข้มงวดบังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีน ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งยังติดเชื้อโควิด-19 กลับมาทำงาน หลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก ท่ามกลางการเคสผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พุ่งสูง ความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

ตามกรอบคำแนะนำใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ (8 ม.ค.) ระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีผลตรวจโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องกักโรคอีกต่อไปและสามารถกลับมาทำงานทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีผลตรวจเป็นลบ ตราบใดที่พวกเขาไม่แสดงอาการ

ในถ้อยแถลงที่ส่งถึงสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ ทางกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียระบุว่ากรอบคำแนะนำใหม่ดังกล่าว เป็น "เครื่องมือชั่วคราว" สำหรับบรรเทาภาวะขาดแคลนเจ้าหน้าที่ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ สืบเนื่องจากเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูง

นอกจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียระบุด้วยว่า โรงพยาบาลต่างๆ ควรให้เจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อโควิด-19 ดูแลเฉพาะคนไข้ที่มีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นบวก เท่าที่จะเป็นไปได้

“นายกฯ” ห่วง สถานการณ์ “โอมิครอน” สั่งเร่ง ตรวจเชื้อเชิงรุก จี้ ก.พาณิชย์ ควบคุมราคาชุดตรวจ ATK อย่า กักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคา พบ ดำเนินการตามกฎหมาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างใกล้ชิด กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะด้านสาธารณสุขรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก “โอมิครอน” ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ได้สั่งการให้มีการตรวจเชื้อแบบเชิงรุก เพื่อเร่งแยกผู้ป่วยออกจากประชากรทั่วไปให้ได้มากที่สุด โดยล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) จัดตรวจโควิด-19 เชิงรุกที่ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. (บริเวณลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี) เพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ใช้ชุดตรวจ ATK รู้ผลใน 30 นาที โดยหากปรากฏว่าผลตรวจเป็นบวกหรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้าน (Home Isolation) หรือในระบบชุมชน (Community Isolation) หากอาการแย่ลงก็จะส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที โดยตั้งเป้าตรวจวันละ 1,000 ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 11-21 มกราคม 2565 นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ให้ติดตามควบคุมราคาการจำหน่าย ATK อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกับวางแนวทางป้องกันไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่อยู่ในช่วงยากลำบาก  

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน (Home Isolation: HI) เพื่อรองรับกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแพร่ระบาดที่รวดเร็ว อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นกระจายไปในหลายพื้นที่ได้ สปสช. ได้พัฒนาระบบการติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทาง Line สปสช. @nhso กรณีเข้ารับบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน แนะนำประชาชนที่ตรวจ ATK ด้วยตัวเองแล้วขึ้น 2 ขีด สิ่งที่ต้องทำคือ โทรแจ้งสายด่วน 1330 กด 14 หรือแอดไลน์ @nhso (เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 6 ชั่วโมง) กรณีที่โทรไม่ติด หรือสายไม่ว่าง ไม่ต้องกังวล เพราะระบบได้บันทึกข้อมูลไว้แล้ว และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อรับข้อมูลเข้าระบบ ส่วนต่างจังหวัดสามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาลส่วนตำบล ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้านจะได้รับการดูแลติดตามอาการ บริการส่งยา ส่งอาหาร ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ ที่วัดไข้แบบดิจิทัล เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว เป็นต้น ในกรณีที่จำเป็นอาจได้รับการเอกซเรย์ปอด การตรวจ RT-PCR จนหายป่วย หรือส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลกรณีอาการเปลี่ยนแปลง

'คิวบา'​ ประกาศศักดาโครงการฉีดวัคซีนโควิด ความสำเร็จ!! ที่แซงหน้าชาติมหาอำนาจ

หากถามว่าในวันนี้ (7 มกราคม 2565) มีชาติใดบ้างในโลก ที่สามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วมากกว่า 80% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่สกัดการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต้องขอบอกว่ามีไม่ถึง 10 ชาติเท่านั้นที่ทำได้ และหนึ่งในนั้นคือ 'คิวบา'​

ตอนนี้คิวบามีสถิติผู้รับวัคซีนครบ 2 เข็มสูงถึง 83% แต่หากนับจากวัคซีนเข็มแรกแล้ว คิวบาได้ฉีดวัคซีนให้กับประชากรไปแล้วถึง 92% มาเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ วัคซีนที่คิวบาใช้ทั้งหมด พัฒนาและผลิตในประเทศด้วยตนเอง โดยไม่รับบริจาคจากชาติไหนเลย แม้แต่จากโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก  

ขนาดโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเสนอที่จะบริจาควัคซีนจำนวน 1 ล้านโดสให้คิวบา แต่รัฐบาลคิวบาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ขอรับบริจาค แต่จะพัฒนาวัคซีนใช้เอง และยังตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ว่า ประชาชนชาวคิวบาทุกคนต้องได้ฉีดวัคซีน Covid-19 อย่างแน่นอน

จากความมุ่งมั่นนั้น หลายประเทศมองว่า ผลลัพธ์ของโครงการวัคซีนในคิวบา ถ้าไม่ล้มเหลวในการสกัด Covid-19 ก็จะนำลิ่วแซงหน้าชาติมหาอำนาจได้เลย และในวันนี้ คิวบาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โครงการวัคซีนของคิวบาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และทำให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ที่ 100% มากจริงๆ

จอห์น เคริก ศาสตรจารย์ด้านลาตินอเมริกันศึกษา จาก Dalhousie University ในแคนาดา แสดงความเห็นว่า "หากมองในมุมของคนทำงานใน Pfizer อาจจะคิดว่าคิวบา ประเทศรายได้ต่ำ ที่มีประชากรเพียง 11 ล้านคน จะเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านไบโอเทคโนโลยีได้อย่างไร แต่วันนี้คิวบาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คิวบาทำได้!" 

สิ่งที่ทำให้โครงการวัคซีนในคิวบาประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ ก็คือการประเมินศักยภาพประเทศโดยหลักความเป็นจริง และมีวิสัยทัศน์

Magic Bag : แคมเปญท้องถิ่นสร้างรอยยิ้มให้เด็กมองโกเลีย

อูลานบาตอร์/มองโกเลีย - ในปี 2015 ขณะที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกำลังแจกของขวัญปีใหม่ให้กับเด็กๆ ในพื้นที่สูงอายุ พวกเขาค้นพบสภาพที่น่าสยดสยองที่เด็กหลายพันคนอาศัยอยู่ ที่เกิดเหตุกระตุ้นให้พวกเขาดำเนินการรณรงค์ประจำปีที่เรียกว่า "ถุงวิเศษ" โดยจะเย็บกระเป๋าและบรรจุของขวัญให้เด็กๆ นำไปแจกจ่ายในวันปีใหม่ โดยกำหนดเป้าหมายไปที่เด็กกลุ่มเปราะบาง



คนหนุ่มสาวเหล่านี้ก่อตั้งกลุ่ม Lantuun Dohio เพื่อต่อต้านการล่วงละเมิดเด็กและการค้ามนุษย์ พวกเขายังเปิดตัวการรณรงค์หาทุนเพื่อปกป้องและให้ความรู้แก่เด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว และขณะนี้ได้ก่อตั้งศูนย์ “ดินแดนมหัศจรรย์ที่ 1 และ 2” ในเขตซงนินไคร์คานและบายันซูร์คของอูลานบาตอร์


ฉะเชิงเทรา - นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานมอบป้ายโครงการบ้านพอเพียง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกอบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานมอบป้ายงบประมาณบ้านพอเพียงซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)


โดยมีนางสาวสุมล ยางสูง ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพ ปริมณฑล และตะวันออก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) นายธนวัฒน์ เกตุงาม ผู้ประสานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเอกชัย สุวรรณงาม ประธานสภาองค์กรชุมชนโซนเศรษฐกิจ นายกฤษณะ ศรีมณฑา ประธานสภาองค์กรชุมชนโซนเมือง / ผู้ประสานงานโครงการบ้านพอเพียงจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับและร่วมเป็นวิทยากร ตามที่ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการเปิดรับให้พื้นที่สภาองค์กรชุมชนตำบลต่างๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ตำบล และจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเสริมหนุนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนในพื้นที่ระดับตำบล

“เสธทอ.” ตรวจความพร้อมของการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ (ดอนเมือง)

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี  พัฒนกุล เสนาธิการทหารอากาศ เดินทางไปตรวจความพร้อมของการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ในส่วนของกองทัพอากาศ ณ ที่ตั้งดอนเมือง ซึ่งได้มอบหมายให้ ศูนย์ปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ (ศป.พรท.ศบภ.ทอ.) จัดตั้งขึ้นร่วมกับหน่วยเกี่ยวข้องเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ขยายวงกว้าง และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top