Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

โควิด-19 คร่าชีวิตนักร้องหญิงชาวเช็ก หลังจงใจติดเชื้อ เพื่อไม่ต้องฉีดวัคซีน

ฮานา ฮอร์กา นักร้องแนวโฟล์กจากสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งต่อต้านการฉีดวัคซีน เสียชีวิตอย่างน่าสลดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจงใจติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อไม่ต้องเข้ารับวัคซีน

นักร้องหญิงแนวโฟล์กวัย 57 ปี เสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ (16 ม.ค.) หลังมีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นบวก และลูกชายของเขายืนยันว่าผู้เป็นแม่ต้องมาจบชีวิตลง หลังจากจงใจติดเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว

แยน เร็ค ลูกชายของเธอเผยว่าผู้เป็นแม่จงใจติดโควิด-19 ตอนที่เขาและพ่อติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เนื่องจากเธอหวังได้บัตรรับรองการหายป่วยจากโควิด-19 สำหรับเข้าไปยังบางสถานที่

เร็คและผู้เป็นพ่อ ติดเเชื้อโควิด-19 ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส แม้ฉีดวัคซีนครบเข็มแล้ว แต่ ฮานา ฮอร์กา ไม่ยอมปลีกตัวห่างจากพวกเขา ด้วยความอยากติดเชื้อไวรัส ทว่าสุดท้ายแล้วเธอกลับถูกไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พรากชีวิตไปอย่างน่าเศร้า

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี แยน เปิดเผยว่า "แม่ควรแยกตัวออกไป 1 สัปดาห์ เพราะว่าเรามีผลตรวจเป็นบวก แต่เธออยู่กับเราตลอดเวลา"

สาธารณรัฐเช็กกำหนดให้แสดงบัตรรับรองการฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเข้าไปยังสถานที่พบปะกันทางสังคมและวัฒนธรรมต่างๆ นานา ในนั้นรวมถึงโรงภาพยนตร์ บาร์ และคาเฟ่ และฮอร์กาต้องการติดเชื้อโควิด เพื่อที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้เป็นอิสระมากขึ้น

'โอ๊ค พานทองแท้' ได้ที เหน็บ 'ลุงตู่' เหลือเชื่อ ไม่รู้มีห้องเย็นกักตุนหมู

นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ @oak_ptt โดยระบุข้อความว่า “เหลือเชื่อที่ลุงตู่ ไม่รู้ไม่เห็นว่ามีห้องเย็นกักตุนเนื้อหมู หลายแสนกิโล แถมยังแนะนำคนไทยไปกินเนื้ออื่น จนคุณพ่อผมต้อง Work from Dubai โดยพูดชี้เป้าใน Clubhouse วันนี้จึงมีการบุกเข้าไปตรวจสอบ&อายัดเนื้อหมูที่กักตุนกว่า 2 แสนโล คราวหน้า #บริหารประเทศมีปัญหาปรึกษาโทนี่ นะลุง!”


ที่มา : https://siamrath.co.th/n/315443

รมว.คลังเปิดงานสัมมนา “ศักราชใหม่...ความหวัง​ (หรือแค่ฝัน) ประเทศไทย 2022”

สำนักข่าวบางกอกทูเดย์ ร่วมกับคณะวิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเว็บไซต์ข่าว The Leader Asia จัดการสัมมนาเรื่อง “ศักราชใหม่...ความหวัง​ (หรือแค่ฝัน)  ประเทศไทย 2022” เมื่อบ่ายวันที่ 20 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคาร 23 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “แรงขับเคลื่อนประเทศไทยในศักราชใหม่ 2022”

ถัดจากนั้นเป็นการเสวนาเรื่อง “หวังอะไร?… ประเทศไทยในปี 2022” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำได้แก่ นายแพทย์เกรียงไกร ถวิลไพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทาง อายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล, ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร, นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต, รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ดำเนินรายการโดยนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ​ บรรณาธิการข่าว The Leader Asia

‘ไพบูลย์’ แถลงเหตุขับ ‘ธรรมนัส’ พ้นพรรค รับไม่ได้ ข้อเรียกร้องปรับโครงสร้างพรรค

พปชร. แถลงชัด มติให้ “ธรรมนัส” พร้อม 20 ส.ส. พ้นสมาชิกพรรค อ้างเหตุร้ายแรง เผย “บิ๊กป้อม” รับไม่ได้ ข้อเรียกร้องปรับโครงสร้างใหญ่ “ไพบูลย์” ยันร่วมงานกันอีกไม่ได้

วันนี้ (20 ม.ค.) ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงถึงการประชุมร่วมของกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พปชร. เมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า การประชุมเกิดขึ้นเนื่องจากมี ส.ส.นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีการเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคขนานใหญ่ ซึ่งหัวหน้าพรรคเห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวสร้างปัญหามาก เกรงจะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ หัวหน้าพรรคจึงนัดประชุม กก.บห. และสมาชิกพรรค

นายไพบูลย์ กล่าวว่า กก.บห.หารือเรื่องที่ ร.อ.ธรรมนัส เรียกร้อง โดยเห็นว่า เป็นเรื่องที่พรรคไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะถ้าทำตาม จะเกิดความเสียหายของพรรคทั้งระบบ ดังนั้น เพื่อรักษาหลักการของพปชร. ทั้งเอกภาพและเสถียรภาพ อุดมการณ์ของพรรค กก.บห.เห็นว่ารับไม่ได้ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าถ้าไม่รับข้อเสนอจะมีปัญหาแน่ในการบริหารพรรค จึงทำให้พรรคเห็นว่าเป็นเหตุที่ร้ายแรงที่กระทบกับเสถียรภาพและเอกภาพของ พปชร. กก.บห.จึงเห็นว่าเข้ากับข้อบังคับข้อที่ 54 (5) มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น พรรคจำเป็นต้องมีมติให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส รวม 21 คน น่าจะต้องพ้นจากพรรค เพื่อรักษาส่วนใหญ่ขับเคลื่อนตามอุดมการณ์ของพรรค

เมื่อ 17 กก.บห.มีมติเช่นนั้น จึงประชุมร่วมกับ ส.ส. 61 คน รวมทั้งสิ้น 78 คน ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร ร่วมอยู่ด้วย ตนได้ชี้แจงว่าเป็นเหตุร้ายแรง ให้มีมติตามข้อบังคับข้อที่ 54 (5) ประกอบวรรคท้าย ให้สมาชิกภาพสมาชิกสิ้นสุดลงเนื่องจากมีเหตุร้ายแรง เป็นเรื่องความมั่นคง เอกภาพ เสถียรภาพของพรรค

หากสมาชิกนั้นเป็น ส.ส. ต้องมีมติ 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วม กก.บห.และ ส.ส. ซึ่งที่ประชุมร่วมมีมติเห็นชอบให้ ส.ส. 21 คน ที่เป็นกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยมีคะแนนเสียงเห็นด้วย 63 เสียง เกิน 3 ใน 4 ของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งก็คือ 59 คน จึงถือว่าได้รับเสียงจากที่ประชุมร่วม ดังนั้น ทั้ง 21 คน พ้นจากสมาชิกพรรค

ขั้นตอนต่อไป พรรคจะจัดเตรียมเอกสารและนำเสนอ กกต. ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับและมีผลในวันที่มีมติ ทั้งนี้ ทั้ง 21 คนต้องหาพรรคใหม่สังกัดตาม รธน.มาตรา 101 (9) ขณะนี้สมาชิกภาพ ส.ส. ยังคงอยู่ เว้นแต่พ้น 30 วันแล้วหาพรรคสังกัดไม่ได้

เมื่อถามว่าเหตุความผิดร้ายแรงคืออะไร นายไพบูลย์ กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เรียกร้องในเรื่องที่ทางพรรคไม่สามารถดำเนินการให้ได้ คือปรับโครงสร้างพรรคใหม่ ส่วนเรื่องต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีนั้นไม่สำคัญเท่ากับการเรียกร้องปรับโครงสร้าง โดยบอกหากไม่ปรับจะเคลื่อนไหวให้เสียหาย เกิดแรงกระเพื่อมร้ายแรง ถือว่าร้ายแรงทั้งระบบ ทั้งส่วน กก.บห.และตำแหน่งต่างๆ จะกระทบทั้งหมดเลย ประเด็นนี้จึงถือว่าร้ายแรง และบอกว่าถ้าไม่ได้ก็จะไม่ยอม จะเคลื่อนไหวด้วยมาตรการต่างๆ ถือเป็นความขัดแย้งก่อให้เกิดความเสียหาย ความมั่นคงของ พปชร.

สรุปว่า มติร่วมของ กก.บห.กับ ส.ส. มีความเห็นตามข้อบังคับพรรคทุกประการ ก่อนหน้านี้มีเรื่องแต่ไม่ขับเพราะยังไม่ถึงกับพีก แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ

เมื่อถามว่าร้ายแรงถึงสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องในพรรค และไม่มีพูดถึงเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ แค่พูดว่าจะเป็นปัญหาในพรรค และจะไม่มีผลต่อสภาล่ม เพราะทั้งหมดเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราพยายามแก้ไขแล้ว แต่เมื่อแก้ไม่ได้ เรามีมติตามกฎหมาย เพื่อรักษาส่วนใหญ่ มั่นใจจะไม่ส่งผลให้สภาล่ม เรามั่นใจในสปิริตของ ส.ส.พปชร. ทุกคน

เมื่อถามว่า ยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เอาไว้ถามอุดมการณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันเป็นเหตุร้ายแรง แตกแยกขนาดใหญ่ จึงทำงานร่วมกับพปชร. อีกไม่ได้ แต่ทำงานในสภาได้

‘ก้าวไกล’ ทวงถามค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทอยู่ไหน วอนรัฐ ช่วยสนใจปากท้องก่อนเล่นเกมแย่งเก้าอี้ 

(20 ม.ค. 65) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น สวนทางกับค่าแรงของประชาชนที่ยังต่ำและขยับขึ้นน้อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ชี้แจงแทน

นายจรัส กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนหลายพื้นที่ใน อ.ศรีราชา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บ้านของตนกำลังลำบากไม่น้อยไปกว่าประชาชนทั่วประเทศ นอกจากต้องต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ยังต้องเจอกับการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทั้งยังต้องมาเจอกับพิษเศรษฐกิจค่าครองชีพที่สูงขึ้น สวนกับค่าแรงงานของพี่น้องประชาชน 

"แต่ในขณะที่บ้านเมืองกำลังวิกฤต พี่น้องประชาชนทั้งประเทศกำลังอดอยากจากปัญหาปากท้อง ข้าวของแพง ค่าแรงถูก ต้องถามว่าพวกท่านในฐานะที่เป็นรัฐบาลมัวเล่นอะไรกันอยู่ โฟกัสให้ถูกเรื่องได้แล้ว หยุดแย่งเก้าอี้ หยุดแย่งโควตา หันไปแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนบ้าง ถึงตอนนี้จากที่เคยทนไหว เขาเริ่มที่จะทนไม่ไหวแล้ว เพราะทุกอย่างมันแพงขึ้นมาก"

นายจรัส อภิปรายต่อว่า ราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นตั้งแต่ปลายปี รัฐบาลคุมราคาดีเซลก็จริง แต่คนทั่วไปใช้เบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ ปกติเงิน 100 บาท เติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ได้เต็มถัง แต่ในขณะนี้ไม่ได้แล้ว คนขับรถยนต์เคยเติมเต็มถัง 500-600 บาท ตอนนี้เติม 1,000 บาท ก็ไม่เต็มถัง เดือนๆ หนึ่งต้องเสียค่าน้ำมันแพงมาก 

ตอนนี้ลามมาถึงค่าอาหาร แพงขึ้นทุกอย่าง ทั้งเนื้อสัตว์ ซึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญ คือ ราคาเนื้อหมู ที่ปรับขึ้นจาก 120 เป็น 200 กว่าบาท เป็นปรับที่ก้าวกระโดด จนประชาชนปรับตัวไม่ทัน ขยายไปดึงราคาเนื้อสัตว์อื่นๆ ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม รวมไปถึงซีอิ๊วขาวจนสูงขึ้นตาม

"ท่านต้องไปกินข้าวจากอาหารตามสั่งบ้าง เขายิ่งเจอผลกระทบที่ราคาปรับขึ้น ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกจากค่าอาหาร สวนทางกับค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ผลกระทบนี้พ่อค้า แม่ค้า ก็กระทบ เดี๋ยวก็จะมีค่าไฟ ที่เพิ่มสูงขึ้นในฤดูร้อน ยิ่งทำให้ส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผิดกับคนที่อยู่บ้านหลวงใช้น้ำฟรี ใช้ไฟฟ้าฟรี แบบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นที่คงไม่ได้รับผลกระทบใดใด 

สาธิตพัฒนาฯ ผนึก Bitkub เปิดสอนวิชาเสรี Cryptocurrency ให้เด็กมัธยม สานต่อ ‘ความเข้าใจ - การลงทุน’ ตั้งแต่วัยเยาว์

ปูทางสู่โลกแห่งการลงทุนในโลกดิจิทัล!! โรงเรียนสาธิตพัฒนาฯ ร่วมกับ Bitkub เปิดสอนวิชาเสรี Cryptocurrency และ Blockchain ให้นักเรียนมัธยม 

ต้องยอมรับว่าสินทรัพย์แห่งโลกยุคใหม่ ที่เรียกว่า Digital Asset หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Cryptocurrency (เงินดิจิทัล) และเทคโนโลยี Blockchain ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่ไม่ใช่แค่เพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่สนใจ แต่เด็กๆ วัยใส ก็เริ่มสนใจในการลงทุนด้านนี้ และสามารถเรียนรู้ได้เช่นเดียวกัน 

แต่คงเป็นเรื่องดีไม่น้อย หากสถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่สอนและอบรมให้เด็กได้เรียนรู้ทางด้านนี้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะว่าไปก็มีโรงเรียนที่เริ่มเปิดเป็นหลักสูตรในระบบการศึกษาบ้างแล้ว อย่าง โรงเรียนสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยม ซึ่งได้ร่วมกับ Bitkub เปิดสอนวิชา Cryptocurrency & Blockchain ตลอดเทอม เพื่อโอกาสให้กับนักเรียนได้เลือกศึกษาศาสตร์ยุคใหม่เหล่านี้ตามความสนใจของตัวเอง 

โดยการเรียนในครั้งนี้มีทั้งหมด 10 คอร์สด้วยกัน ได้แก่... 

1.) History of Monetary (ประวัติศาสตร์โลกการเงิน) 
2.) Cryptocurrency 101 (โลกของ Cryptocurrency) 
3.) Evolution of Technology Blockchain 101 (ประวัติศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain) 
4.) Blockchain 101 คุณลักษณะและการทำงานของ blockchain (การทำงานของเทคโนโลยี Blockchain) 
5.) Blockchain 101 - ประเภท ของ Blockchain (ประเภทและการทำงานของเทคโนโลยี Blockchain) 
6.) Blockchain 101 Use Cases (การใช้งานเทคโนโลยี Blockchain กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ) 
7.) NFT (ความรู้พื้นฐานของ NFT และ การนำไปใช้) 
8.) Gamefi / Defi (ความรู้พื้นฐานและประโยชน์ของ Defi และ GameFi) 
9.) Crypto Monopoly (เหรียญคริปโต กับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาและความเสี่ยงในการลงทุน) 
10.) Make It Happen: Solve Real-World Issues with Your Blockchain (กิจกรรมการประยุกต์ความรู้เพื่อนำไปใช้จากการเรียนการสอน) 

กรณีศึกษาความ ‘ผยอง’ ของ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ ใต้เกมเปิดสุดเดือด ที่อาจพาดับในตอนจบ

นาทีนี้คงไม่ต้องเล่าความร้อนแรงภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่ามีรายละเอียดจัดจ้านขนาดไหน เพราะการเดินเกมแรงๆ ของ ‘ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า’ หนนี้ คงเกินเยียวยาของคำว่า ‘เคลียร์’ แม้เชื่อกันว่าภายในพรรคหลังเสร็จศึกเลือกตั้งซ่อม จะมีการเคลียร์กันแบบจังๆ ซะหน่อย แต่เมื่อเกมต่อรองขั้นสูงสุดของเสี่ยแป้ง ด้วยการเอา ส.ส.ร่วม 20 ชีวิต มาต่อรองสถานภาพและตำแหน่งใหญ่ ก็เป็นการเดินยาแรง ที่ทำให้ถูกพรรคโหวต พ้นพรรค หรือถ้าเรียกเป็นภาษาบ้านๆ ทั่วไป ก็คือ ‘ไล่ออก’ ด้วยข้อหา ทำให้พรรคแตกแยก ถือเป็นข้อหาที่รุนแรงมาก ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของธรรมนัสได้

>> อะไรทำให้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เดินหน้ามั่นอกมั่นใจ และ มาไกลได้ขนาดนี้?

ส่วนสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ การได้รับการสนับสนุนจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นแรงหนุนหลังชั้นดีในการเดินเกมต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาโดยตลอด และถือเป็นมือไม้สำคัญของ พลเอกประวิตรที่ถึงขนาดยอมปกป้อง จนมีเรื่องกับ 2 ป.กันเลยทีเดียว

ขณะเดียวกันความมั่นใจในการมี ส.ส. ที่ร่วมเป็นร่วมตายจำนวนหนึ่งในมือ เห็นชัดเจนได้จาก 21 รายชื่อ ที่ถูกมติพ้นพรรคพร้อมกันกับ ธรรมนัส และไม่แตกแถวนั้น 

‘จุรินทร์’ ชู ‘เกษตรผลิต - พาณิชย์ขาย’ ดันส่งออกผลไม้ โกยเงินแสนล้านเข้าปท.

แม้จะมีปัญหาอุปสรรคในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และมีปัญหาจากการที่ประเทศจีนปิดด่านบางช่วง แต่ในปี 2564 ที่ผ่านมา การส่งออกผลไม้ไทยยังคงเติบโตได้ถึง 86% (ม.ค.-ต.ค.) โดยมีจีนเป็นตลาดที่สำคัญ เพราะมีสัดส่วนสูงถึง 85% 

ดังนั้น หากจีนปิดด่าน จะส่งผลกระทบต่อตลาดส่งออกผลไม้ไทยทันที แต่อย่างไรก็ดี จากความร่วมมือกันอย่างลงตัว ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวเรือใหญ่ ควงคู่ผสานกับ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมขับเคลื่อนคอนเซปต์ ‘เกษตรผลิต - พาณิชย์ขาย’ ได้อย่างกลมเกลียว

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีของรัฐบาลชุดนี้ จะเห็นว่าทั้งสองกระทรวง ได้บูรณาการแก้ปัญหาส่งออกผลไม้เฉพาะหน้าร่วมกันหลายครั้ง โดยเฉพาะปัญหาจากประเทศจีนปิดด่าน เพื่อคุมการระบาดโควิด-19 โดยมีด่านสำคัญ คือ ด่านโหย่วอี้กวนกับด่านโม่ฮาน ซึ่งโม่ฮานเป็นด่านใหญ่ เป็นด่านสำรองในการช่วยเวลาเกิดปัญหาที่ด่านโหย่วอี้กวน ให้สามารถมีช่องทางส่งผลไม้เข้าจีนได้เพิ่มขึ้น

ขณะที่ ส่วนหนึ่งนั้น มาจากการป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19 ในการส่งออกผลไม้ไปจีน ที่ถือเป็นมาตรการสำคัญ ที่ทำให้จีนยอมรับให้นำเข้าผลไม้จากไทยได้อย่างไม่ติดขัด ส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกผลไม้ไทย เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะนโยบายซีโร่โควิด-19 ที่เข้มงวด ทำให้สินค้าไทยได้รับความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับการส่งออกของไทย เพราะประเทศคู่ค้าหลายประเทศยังคงเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่า สินค้าไทยโดยเฉพาะผลไม้ยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก 

เกมบีบตู่!! ขับ ‘ธรรมนัส’ พ้นจากพรรค สถานะ ส.ส. ที่ยังอยู่ ต่อรองได้ยาวๆ 

เกมนี้ไม่มีผลประโยชน์ประเทศ หรือผลประโยชน์ของฟากฝั่งใด มีแต่ประโยชน์ส่วนตนล้วนๆ

รอยต่อการเมืองไทยต่อจากนี้น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพรรคพลังประชารัฐ มีการลงมติ ขับร้อยเอกธรรมนัส และ สส. อีก 20 คน รวมเป็น 21 คน ให้พ้นจากสมาชิกพรรค ด้วย 3 สาเหตุหลัก คือ ตัวบุคคลผิดวินัยร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณร้ายแรง ทำให้พรรคบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ และเพื่อแก้ไขความขัดแย้งภายในพรรค

โดยตลอดช่วงเย็นวาน (19 ม.ค. 65) มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า จะนำทีม สส. ลาออกจากพรรค ขณะที่มีกระแสว่า ทางร้อยเอกธรรมนัสเอง จะใช้เรื่องนี้ต่อรองกับทางพรรค เพื่อต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี อีกทั้งยังขอตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) เพื่อแลกกับจำนวน ส.ส. ในมือกว่า 20 คน ที่จะยอมยกมือเป็นองค์ประชุมในสภาให้

กระทั่งในช่วงเย็นวานนี้ มีการเรียกประชุมด่วน กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ซึ่งมีรายงานว่า การประชุมครั้งนี้กินเวลาตั้งแต่ช่วง 17.00 น. ไปจนถึง 20.30 น. จึงเลิกประชุม ขณะที่ผู้สื่อข่าวก็ไปเกาะติดรอกันที่พรรคพลังประชารัฐ ว่าผลการประชุมจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายไม่มีการแถลงข่าว 

ทั้งนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ในที่ประชุม พลเอกประวิตร ถึงขั้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า “ยอม ๆ ไปเถอะ ถ้าอยากออกก็ให้ออกไป จะได้สงบ พรรคจะได้เดินต่อ”, “และเรื่องนี้ได้คุยกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว” 

ทั้งนี้ เงื่อนไขในการให้ขับออก เพราะร้อยเอกธรรมนัสขอโควตา รัฐมนตรีที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง แต่คาดว่าจะไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยฯ เพราะเล็งไปที่ตำแหน่งรัฐมนตรีเลย เนื่องจากมีเสียง ส.ส. ในมือถึง 21 คน ซึ่งเรื่องนี้ร้อยเอกธรรมนัสก็คงทราบดีว่า บิ๊กตู่ไม่น่าจะยอม จึงต่อรองหวังให้ทางพรรคมีมติขับออกจากพรรค เพราะถ้าลาออกเอง จะพ้นสถานะ ส.ส. ทันที และยังต้องไปเลือกตั้งซ่อมกันใหม่สิ้นเปลืองงบประมาณ 

เรื่องนี้หากมองดูผิวเผิน เหมือนเป็นเกมเขี่ยอดีตรัฐมนตรีแป้ง แต่ไม่ว่าผลจะเป็นลาออกยกทีมของธรรมนัส หรือถูกขับออกจากพรรคในช่วงเวลานี้ ก็ไม่อาจเป็นผลดีต่อรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายก็คงรู้ เพราะอย่างที่บอก ไหนจะสิ้นเปลืองงบประมาณเลือกตั้ง ไหนจะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมทีเดียวร่วม 20 เขต ซึ่งเป็นไปได้ยาก 

“บิ๊กตู่” สั่งพลังงาน-พาณิชย์ หามาตรการลดผลกระทบค่าครองชีพ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประชุมเพื่อบริหารสถานการณ์ด้านราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งปัญหาด้านราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบดีกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนรองรับและบริหารจัดการต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งยังคงนโยบายเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ได้แก่ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทโดยใช้กลไกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจและภาคขนส่งได้รับผลกระทบ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ และหากราคาน้ำมันยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ได้เตรียมความพร้อมในการเสริมสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ โดยในเบื้องต้นจะตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท ส่วนของราคาก๊าซหุงต้ม ยังคงตรึงราคาไว้ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (ไม่รวมค่าขนส่ง) เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งครัวเรือนและร้านอาหาร ไปจนถึง 31 มี.ค.65

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ติดตามในเรื่องของค่าไฟฟ้า โดยได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการในส่วนของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถลดภาระค่าเอฟที ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งได้มีพิจารณาในเรื่องของการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะด้านก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนผ่านของผู้รับสัมปทานในแหล่งเอราวัณ ซึ่งกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะสามารถจัดหาก๊าซธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเพิ่มการผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการนำเข้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top