Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

'นายกฯ' แนะ!! ดูหนัง 'ล่าราชาคริปโต' ใน​ Netflix จะได้เข้าใจ 'วิกฤติ-โอกาส-ความเสี่ยงสูง'​

“บิ๊กตู่” ชวนดู Netflix เรื่อง Trust No One - ล่าราชาคริปโต ขอให้บอกมาเรื่องที่ยังไม่ดีรัฐบาลพร้อมแก้ไข ฟังปชช. ชี้หากปชช. ตอบรับทำได้หมด แต่ขอเข้าใจระบบการบริหารจัดการมันไม่ง่ายพร้อมขออย่าขยายสิ่งที่ไม่จริง ทำสับสนอลหม่านขึ้นไปอีก

1 เม.ย. 65 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 ว่า วันนี้เป็นการประชุมเรื่องดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทยที่จะพัฒนาให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งเราได้เริ่มต้นมาหลายปีแล้ว วันนี้หากดูจากสถิติต่างๆ คนไทยเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ต 80 กว่าเปอร์เซ็นต์สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของโลก ซึ่งตนได้เรียนรัฐมนตรีไปว่าที่เข้าถึงดิจิทัลเยอะ ได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้หรือไม่ อย่างน้อยก็ทำให้เกิดความรู้ รายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากกว่าไปใช้ในเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์

นายกฯ กล่าวว่า นี่คือการพัฒนา เราต้องหาให้เจอ หาเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ที่มันดีขึ้นให้เจอเรื่องที่ยังไม่ดีไม่เรียบร้อยก็บอกมา รัฐบาลและหน่วยงานก็พร้อมที่จะแก้ไข เราต้องทำงานหลายอย่างไปด้วยกัน ขอให้กลับไปดูว่าวันนี้มีอะไรดีขึ้นหรือยัง หลายคนอาจจะยังไม่พอใจมันน่าจะดีกว่านี้ แต่ถ้าทุกคนเข้าไปสู่ในระบบการบริหารจัดการมันไม่ง่ายนักหรอก สิ่งสำคัญที่สุดทุกกิจกรรมมันมีห่วงโซ่ มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากในแต่ละเรื่องจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องฟังประชาชน ถ้าประชาชนยอมรับ ตอบรับ สามารถทำได้หมด ก็จะเหลือปัญหาอย่างเดียวคือการจัดหางบประมาณให้เพียงพอ 

'อังกฤษ'​ อึ้ง!! หลังชวนอินเดียร่วมลดพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย แต่ถูกสวน!! 'ยุโรปซื้อน้ำมันรัสเซียมากกว่าอินเดียอีก'​

เมื่อ 31 มี.ค. 65 สื่ออินเดียได้รายงานข่าวการไปเยือนลอนดอนอย่างเป็นทางการของ เอส. ไจแชนการ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย เพื่อประชุมหารือกับ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝั่งอังกฤษ ซึ่งประเด็นที่เป็นไฮไลต์ของการพูดคุยครั้งนี้ หนีไม่พ้นเรื่องมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของประเทศยุโรป จากกรณีการรุกรานยูเครน

โดยรัฐมนตรีต่างประเทศหญิงของอังกฤษได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายของอังกฤษที่จะลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของรัสเซีย และยังเป็นข้อตกลงร่วมกันในกลุ่มประเทศยุโรปเพื่อแสดงออกว่าจะยืนเคียงข้างชาวยูเครน

ลิซ ทรัสส์ กล่าวกับ ไจแชนการ์ว่า ถึงแม้ว่าอังกฤษไม่อาจบังคับให้ประเทศอื่นทำตามเป้าหมายของเรา และอินเดียก็เป็นประเทศเอกราช แต่ทางอังกฤษก็รู้ว่ารัสเซียได้เสนอขายน้ำมันให้รัฐบาลอินเดียในราคาพิเศษ จึงได้ตั้งคำถามว่า ทำไมอินเดียถึงยังสนใจรับข้อเสนอของรัสเซีย ประเทศที่ใช้กำลังทหารรุกรานประเทศอื่นอยู่อีก

แต่ทว่าสิ่งที่นาย เอส. ไจแชนการ์ ตอบกลับรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษกลับมีประเด็นที่น่าสนใจ โดยเขามองว่า การรวมกลุ่มกันคว่ำบาตรรัสเซียดูเป็นเหมือนแคมเปญของทางฝั่งยุโรปมากกว่า และหากเทียบปริมาณการพึ่งพาน้ำมันของทางฝั่งยุโรปกับอินเดียนั้นก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก 

เพราะที่ผ่านมา แหล่งน้ำมันที่อินเดียนำเข้ามาเกือบทั้งหมด มาจากประเทศทางตะวันออกกลาง มีประมาณ 7.5-8% นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา แล้วจึงตามด้วยรัสเซีย ซึ่งบางครั้งน้อยกว่า 1% เสียอีก 

แต่ในทางกลับกัน ประเทศทางฝั่งยุโรปต่างหากที่พึ่งพาพลังงานน้ำมันจากรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ มิหนำซ้ำ ประเทศในยุโรปยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นอีกถึง 15% ในเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งมากกว่าตอนก่อนเกิดสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเสียอีก

‘นายกฯ’ สั่ง ‘ผู้สูงอายุ-เด็ก-ผู้ป่วยเรื้อรัง’ เข้ารักษาได้ทันที ลดการสูญเสีย!

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ฝ่ายปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดปรับระบบการคัดแยกผู้ป่วยโควิด-19 หากพบว่า เป็นกลุ่ม 608 กล่าวคือ ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กเล็ก ให้ดำเนินการประสานเพื่อส่งตัวไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลโดยพลัน ไม่ต้องรอรักษาตามอาการ เพื่อลดการสูญเสีย

ขณะนี้ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)สปสช. อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อปรับเข้าสู่การคัดแยกตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

พาณิชย์ยันยังไม่ไฟเขียวขึ้นราคาสินค้า

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้มีการติดตามสถานการณ์ราคาและต้นทุนของสินค้าอุปโภคบริโภคมาโดยตลอด โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ หลังจากกรณีที่มีข่าวว่าสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิด เช่น ซอสปรุงรส และผงซักฟอก (ผลิตภัณฑ์ซักล้าง) ปรับขึ้นราคา โดยขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ต้นสัปดาห์หน้า กรมฯ จะเรียกผู้ผลิตสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและผงซักฟอก (ผลิตภัณฑ์ซักล้าง) เพื่อกำชับในเรื่องราคา รวมทั้งจะประชุมร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีก เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้า และให้มีการเตรียมสตอกสินค้าให้เพียงพอต่อการจำหน่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดีอี ย้ำกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและดิจิทัล เผยสถิติ คนไทยใช้เน็ตกว่า 80%

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วม 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกยุคใหม่ ตามเทรนด์ของเทคโนโลยีและดิจิทัล ขณะที่ปัจจุบันระบบกำกับดูแลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลกระจายอยู่ภายใต้หลายหน่วยงาน ดังนั้น จำเป็นที่ต้องมีการจัดการบูรณาการของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการ ปรับปรุงกฎหมาย และมีการจัดทำกฎหมายที่เข้มแข็ง เพื่อกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและดิจิทัล 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัย ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล และการทำธุรกรรมออนไลน์ เพราะมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงคู่กันเสมอ ภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ประกอบการจึงต้องช่วยกันดูแล ต้องระวังตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งระบบ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับมติที่ประชุมที่สำคัญ ได้แก่ 1.รับทราบรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สิน หลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ล่าสุด บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ได้แจ้งความประสงค์ในการเช่าพื้นที่จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สำหรับจัดตั้งสถานีดาวเทียมอ้างอิงสัญญาณ RFAT เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติลงนามในข้อตกลงเช่าพื้นที่ ส่วนการเช่าพื้นที่ ณ สถานีดาวเทียมไทยคม จ.นนทบุรี กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ ในส่วนของกรณีข้อพิพาทดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 ระหว่าง บมจ.ไทยคม และ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (ผู้เรียกร้อง) ซึ่งเรียกร้องว่าไทยคม 7 และ 8 ไม่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทาน กับกระทรวงดิจิทัลฯ (ผู้คัดค้าน) ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการ โดยได้สืบพยานฝ่ายผู้เรียกร้องไปแล้วจำนวน 4 นัด เหลือการสืบพยานอีก 2 นัด ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ และหลังจากนั้นจะเป็นการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านในเดือนมิถุนายน (ทั้งสิ้น 4 นัด)

2.รับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) โดยได้มีการอนุมัติโครงการตามมาตรา 26 (6) สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศไทย ในส่วนของการต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G จำนวน 9 โครงการ รวมวงเงินกว่า 345 ล้านบาท รวมถึงเห็นชอบการเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อรับการส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือจากกองทุน ประจำปี 2565

3.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาค ขณะนี้คืบหน้าร้อยละ 90 ของระยะการดำเนินการทั้งโครงการ การจัดหาอุปกรณ์เพิ่มความจุโครงการโครงข่ายเชื่อมโยงไปยังชายแดนกับกัมพูชา ลาวและเมียนมา ขนาดความจุ 2300 Gbps ติดตั้งอุปกรณ์จำนวน 151 สถานีพร้อมระบบต่างๆที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการร่วมก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเส้นใหม่ (ASIA Direct Cable: ADC) ร่วมกับสมาชิก 6 ประเทศได้แก่ ไทย จีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และเวียดนาม

รีบใช้เดือนสุดท้ายมาตรการรัฐ แจกเงินคนละครึ่ง บัตรคนจน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ทั้ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โดยทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 เมษายน 2565 โดยในส่วนของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ 1,200 บาท กว่า 11.54 ล้านราย และมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิกว่า 1.2 แสนราย จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีสิทธิเหลือใช้จ่ายก่อนวันสิ้นสุดโครงการด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ณ พบว่า มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 40.9 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 64,471.08 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

'นภดล'​ ชี้!! ท่าที 'อุ๊งอิ๊ง'​ เหมาะสม นิ่งต่อคำวิจารณ์ได้ดี วอน!! นักวิจารณ์​อย่าด่วนอคติ 'รถใหม่'​ ที่ไม่เคยขับ

อวยนายหญิง! “นภดล” ชี้ท่าที “อุ๊งอิ๊ง” เหมาะสม นิ่งต่อคำวิจารณ์ วอนนักวิจารณ์อย่าคาดการณ์ด้วยอคติ ขอเปิดพื้นที่ให้กับแนวทางที่สร้างสรรค์ของทุกฝ่าย เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถึงหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นต่อการเข้ามาทำงานการเมืองของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง และลามไปถึงบิดา และพรรคเพื่อไทยนั้น ตนมีความเห็นว่า

1.) นางสาวแพทองธาร จัดการกับการวิพากษ์วิจารณ์ได้ นิ่ง ไม่ตอบโต้ และเสียงของผู้นำการเมืองหลายคน หลายพรรคมีความเป็นผู้ใหญ่ มีเมตตาต่อกัน ซึ่งน่าชื่นชม

2.) อาจมีคำวิจารณ์ที่มีอคติ คาดการณ์ในทางร้าย บางคนกล่าวหาล่วงหน้า ซึ่งคนพูดมีทัศนคติทางการเมืองเช่นไร คนส่วนใหญ่ก็รู้ แม้คนพวกเดียวกันจะเชื่อ แต่คนจำนวนมากไม่เห็นด้วย ดังนั้นปริมาณและคุณภาพของความเห็นเป็นคนละเรื่องกัน

3.) ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง การที่จะมีพรรคการเมืองใหม่ๆ คนใหม่ๆ เข้ามาทำงานการเมือง และทำให้ประชาชนมีทางเลือกเป็นเรื่องที่ดี อย่าพึ่งทำตัวเหมือนเป็นนักขับรถที่วิจารณ์รถยนต์ที่พึ่งเปิดตัว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ขับ รอฟังนโยบาย รอดูการกระทำก่อน ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

4.) ตนเห็นว่า คนทำงานการเมืองหน้าใหม่เช่นนางสาวแพทองธาร ใช้สิทธิเข้าสู่การเมืองตามรัฐธรรมนูญที่ตนไม่ได้ร่าง และต้องแข่งภายใต้กติกาที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อตน เราควรเปิดพื้นที่ ว่าพวกเขามีแนวทางแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์อย่างไร มีกึ๋นแค่ไหน ประชาชนจะให้คำตอบในวันเลือกตั้ง ไม่ใช่เป็นเรื่องเกมแห่งอำนาจ แต่เป็นการเข้าสู่อำนาจตามครรลอง ตามวิถีทางประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ การออกมาด้อยค่าและคำวิจารณ์ที่อบอวลด้วยอคตินั้นไม่มีใครได้ประโยชน์ 

ครบรอบ 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เฉลิมชัย” ประกาศแนวทางพัฒนาภาคการเกษตรสู่ยุค Next Norma lขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์  มุ่งเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) การเพิ่มผลผลิตภาคการเกษตร เพิ่มพื้นที่ชลประทาน และเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร

พร้อมจัดพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พิธีสงฆ์ และมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี 2565 พร้อมโชว์ผลงานเด่นของหน่วยงานในสังกัด สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรม Talk Show เหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่ Next Normal

วันที่ 1 เม.ย. 65 เวลา 06.30 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 130 ปี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานจุดธูปเทียนและถวายพวงมาลัยแก่ ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลท้าวเวสสุวรรณ ศาลตา-ยาย องค์พระพิรุณทรงนาค (หน้าอาคาร) และองค์พระพิรุณทรงนาค (ห้องพิพิธภัณฑ์)
ต่อมาในเวลา 07.00 น. เข้าสู่ช่วงพิธีสงฆ์ โดยประธานได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหาร ถวายภัตตาหาร และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพุทธมนต์ให้กับผู้เข้าร่วมพิธี ณ ห้องรับรอง 112

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืน ประจำปี 2565 ณ ห้องประชุม 115 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้มีจิตอาสา ประกอบคุณงามความดีที่มีความประพฤติเหมาะสม ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือมีผลการปฏิบัติงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี หลังจากนั้นคณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลงานสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” อาทิ การขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การพัฒนากุ้งสู่ความยั่งยืน การอนุรักษ์ต่อยอดภูมิปัญญาลวดลายผ้าไหมไทยสู่ความยั่งยืน การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมให้เหมาะสม ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในฝัน และสมาชิกสหกรณ์รุ่นใหม่ สร้างเกษตรไทยเข้มแข็ง เป็นต้น

'คุณแม่สมพร' ยัน!! ซื้อที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ชี้!! อย่ากล่าวหาครอบครัว​ 'โกงบ้านโกงเมือง'​

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 65 นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า เปิดใจครั้งแรก หลังกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก จำนวน 59 ฉบับ เนื้อที่รวม 2,111 ไร่ จ.ราชบุรี ว่า รู้สึกเสียใจที่สังคม และสื่อกล่าวหาตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจรุกที่ป่า กินป่า เพราะเป็นข้อหาที่ร้ายแรง สำหรับตัวเองและครอบครัว ที่ทำมาหากินสุจริต ตั้งใจช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และขอโอกาสชี้แจงเพื่อให้สังคมให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ การซื้อที่ดินตัวเองไม่ใช่ผู้ซื้อมือแรก

โดยเอกสารสิทธิ์ที่ดินออกตั้งแต่ปี 2521 โดยกรมที่ดิน มีเจ้าหน้าที่เซ็นรับรองถูกต้องทุกอย่าง ต่อมาในปี 2533 ได้รับการแนะนำจากอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองที่เสียชีวิตไปแล้ว ให้มาซื้อที่ดินจากบริษัทมิตรผล ที่เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งนายกมล ว่องกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทมิตรผล ก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ รู้จักกันดี เมื่อทั้งเจ้าของและผู้แนะนำให้ซื้อเป็นคนที่น่าเชื่อถือ จึงไม่คิดเลยว่าที่ดังกล่าวจะผิดกฎหมาย

รมว.สุชาติ มอบ ‘ปลัดแรงงาน’ เปิดปฐมนิเทศ “โครงการการพัฒนาสุขสภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ” ร่วมพัฒนาดูแลคุณภาพชีวิตของแรงงาน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศ “โครงการการพัฒนาสุขสภาพขององค์กรเพื่อการสร้างชาติ Wellness CNB” มุ่งสนับสนุนและพัฒนาสุขสภาพของพนักงานและการบริหารจัดการภายในองค์กรให้เกิดสุขสภาพอย่างเป็นองค์รวม โดยโครงการดังกล่าวกระทรวงแรงงานได้บูรณาการร่วมกับสถาบันการสร้างชาติ จัดขึ้นเพื่อให้เกิดมุมมองในการดูแลพนักงานอย่างครบมิติ โดยมี ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ บรรยายพิเศษ หัวข้อ "แนวคิด Wellness ครบวงจร" และ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุภระฤกษ์ ประธานอำนวยการหลักสูตร นสช. Wellnessบรรยายหัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างสุขสภาพที่ดีให้กับพนักงานยุคดิจิตอล” ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ตั้งเป้าฟื้นฟู พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย หลังจากที่ต้องเผชิญวิกฤติจากการแพร่ระบาดของโควิด – 19  ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนไว้ 5 ด้าน และนโยบายสำคัญ 7 ด้าน ซึ่งนโยบายสำคัญ คือการพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานระบบสวัสดิการ และหลักประกันทางสังคม ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาชีวอนามัยในการทำงานให้สอดคล้องกับสภาวะสังคม เศรษฐกิจ และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ นโยบายสำคัญอีกประการหนึ่งของการคุ้มครองแรงงาน คือ การพัฒนาทักษะแรงงานเป็นแรงงานคุณภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ และรองรับเศรษฐกิจใหม่ โดยกระทรวงแรงงานวางแผนที่จะยกระดับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และสร้างแรงงานที่มีสมรรถนะสูง ผ่านโครงการต่างๆ จัดทำโดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐ และเอกชนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top