Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ผู้ประกอบการ 19 องค์กรใน จ.สงขลา เสนอโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ต่อ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมหารือแนวทางฟื้นฟูการท่องเที่ยว

(8 มิ.ย.65) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมพบผู้ประกอบการ นักธุรกิจในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูการท่องเที่ยวพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และสงขลา โดยมีนายธนวัฒน์ พูนศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นำตัวแทนผู้ประกอบการ อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา สมาคมธนาคารไทยจังหวัดสงขลา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันจังหวัดสงขลา และกรรมการร่วมภาคเอกชนรวม 19 องค์กร อาทิ หอการค้าจังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดส งขลา ชมรมธนาคารจังหวัดสงขลา สมาคมไทย-จีนจังหวัดสงขลา ,สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา,สมาคม SME จังหวัดสงขลา ,สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา ,สมาคมการค้าธุรกิจยานยนต์, สมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ,ชมรมร้านทองหาดใหญ่ YEC จังหวัดสงขลา,สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวสงขลา,สมาคมโลจิสติกส์และขนส่ง ภาคใต้ เข้าร่วมในการประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในส่วนของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และสงขลา พร้อมกันนี้ทางผู้ประกอบการได้ร่วมกันยื่นหนังสือต่อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยมีสาระสำคัญคือ ผู้ประกอบการทั้ง 19 องค์กรได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการคำเนินการ โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ประชุมมีมติสนับสนุนโครงการดังกล่าว ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

1. โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากการลงทุนทั้งอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเลแปรรูปอุตสาหกรรมอาหาร ฮาลาล อุตสาหกรรมยางพารา , ปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าสะอาด อุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า ท่าเรือน้ำลึก อุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรืออุตสาหกรรมศูนย์รวมการขนส่งและกระจายสินค้า ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย

2. โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจขอปประชากรในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดอื่นๆ ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งประกอบอาชีพด้านการประมง การเกษตร ทั้งด้านการจำหน่าย และการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร อุตสาหกรรมยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่มีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออก การยกระดับผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตร การผลิตเพิ่มมูลค่าสินค้า และยกระดับเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต

3. โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และแก้ไขปัญหาการว่างงานของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยสร้างงานให้กับเยาวชน ประชาชนและผู้สำเร็จการศึกษาในหลายสาขาวิชาชีพ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ช่วยลดปัญหาความยากจน และแก้ไขปัญหาการเดินทางไปหางานทำของคนในพื้นที่ ที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างพื้นที่ และในประเทศใกล้เคียง นอกเหนือจากการจ้างงานตามตำแหน่งงานที่เกิดขึ้นในโครงการแล้ว ยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ในการทำการเกษตร การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การประมง สามารถส่งวัตถุดิบและการกระจายสินค้า ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมการแปรรูป รวมถึงการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ได้สะดวก รวดเร็ว อีกด้วย

4. โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เป็นโครงการที่ภาคเอกชนลงทุน รัฐบาลเป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งนอกเหนือจากอุตสาหกรรมที่ลงทุนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เอกชนมีการลงทุนที่สอดคล้องกับพื้นที่ เช่น อาหารฮาลาลครบวงจร การลงทุนด้านเทคโนโลยี และอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน พลังงงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ และการลงทุนด้านอื่นๆ อีกมากมาย

'นักวิชาการอิสระ' ชี้ ไม่มีคำสั่งจับตาชาวอิหร่าน ย้ำ!! 'ไทย-อิหร่าน' เป็นมิตรที่ดีต่อกัน

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.โญธิน มานะบุญ นักวิชาการอิสระ ด้านความมั่นคง และประวัติศาสตร์สงครามสมัยใหม่ ครับ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า คำสั่งลับ สตช. ให้ตร.เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของชาวอิหร่านเป็นข่าวปลอม (Fake news)

ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งลับ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของบุคคลสัญชาติอิหร่านนั้น 

กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย และขอชี้แจงว่ารายงานข่าวดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้ให้ข้อมูลข่าวดังกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและอิหร่านเป็นความสัมพันธ์ฉันท์มิตรที่ดียิ่งมาตลอดเวลาช้านาน และเป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความเคารพซึ่งอธิปไตยและศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน 

รัฐบาลอิหร่านได้ให้คำมั่นกับประเทศไทยว่า จะดูแลอย่างดียิ่งที่จะไม่ให้มีสิ่งใดมาเป็นปัจจัยทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันได้ทั้งสิ้น ข่าวที่มีการนำเสนอโดยมิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ และนำไปสู่ความเสียหายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (โฆษกกระทรางการต่างประเทศ)

‘มะกัน’ พล่าน!! หวั่นจีนแผ่อิทธิพลผ่านอ่าวไทย หลังสะพัด!! ซุ่มปักธงฐานทัพเรือลับในกัมพูชา

(8 มิ.ย.65) สำนักข่าว Washington Post รายงานว่า จีนเตรียมเปิดฐานทัพเรือของตนในท่าเรือเรียม ประเทศกัมพูชาอย่างลับๆ หลังจากที่ซุ่มวางแผนพัฒนาท่าเรือริมฝั่งอ่าวไทยมานาน และเตรียมจะทำพิธีวางศิลาฤกษ์ภายในสัปดาห์นี้ 

ทั้งนี้สื่อสหรัฐฯ ได้อ้างอิงจากแหล่งข่าววงในของรัฐบาลกัมพูชา ถึงแผนการปักธงยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้ ที่เลือกใช้ท่าเรือของกัมพูชาในอ่าวไทยตั้งฐานทัพเรือ ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้เซ็นข้อตกลงด้านความมั่นคงกับประเทศหมู่เกาะโซโลมอนไปแล้ว ไว้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากความไม่ประสบผลสำเร็จใจการเจรจากับกลุ่มประเทศในแปซิฟิกอีก 10 ชาติ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น

และหากจีนทำได้สำเร็จ ท่าเรือเรียมจะกลายเป็นฐานทัพจีนแห่งแรกในย่านอินโด-แปซิฟิก และเป็นฐานทัพเรือแห่งที่สอง นอกดินแดนของจีนต่อจากฐานทัพที่ประเทศจิบูตี ด้านชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก รวมถึงจีนจะขยับสร้างเครือข่ายอิทธิพลด้านการทหารผ่านโครงการฐานทัพเรือลับในอีกหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย

สำหรับโครงการฐานลับเรือลับจีน เคยมีรายงานข่าวมาตั้งแต่ช่วงปี 2019 ที่จีนได้ตกลงกับรัฐบาลกัมพูชาในด้านความร่วมมือทางทหาร โดยแลกกับการให้จีนได้ใช้พื้นที่ในการตั้งฐานทัพเรือได้อย่างลับ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา และ สหรัฐฯ ไม่น้อย แต่โครงการนี้ก็เงียบไปจนกระทั่งกลายเป็นข่าวขึ้นมาในวันนี้ 

แต่หลังจากที่สื่อสหรัฐฯ รายงานข่าวความคืบหน้าในโครงการฐานทัพเรือลับที่ท่าเรือเรียมไม่นาน นายไพ สีพัน หัวหน้ากองโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ก็ออกมาปฏิเสธว่า “ไม่เป็นความจริง” โดยทางรัฐบาลกัมพูชาไม่ได้อนุญาติให้จีนใช้กัมพูชาตั้งฐานทัพ หรือมีพิธีวางศิลาฤกษ์ดังที่มีการกล่าวอ้าง หากแต่เป็นเพียงการเปิดโรงงานซ่อมบำรุงเรือรบ และก่อสร้างทางลาดเท่านั้น 

‘ทิพานัน’ ย้อนแสบ ‘ทักษิณ’ ปมภาวะผู้นำ คดีทุจริตเพียบ ยังกล้าพูด ‘คนชอบขโมยเป็นผู้นำไม่ได้’

‘ทิพานัน’ ย้อน ‘ทักษิณ’ กล้าพูดคนชอบขโมยเป็นผู้นำไม่ได้-กฎหมายไหนไม่เอื้อต้องแก้ วอนเลิกพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ฝากย้อนดูตนเองทุจริตขโมยเงินชาติ-ประชาชนไปเท่าไร ยกปมสั่งเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ - แก้กม.ภาษีสรรพสามิตเอื้อค่ายมือถือ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.จอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาชื่นชมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ไลฟ์สดมีภาวะผู้นำ โปร่งใสเทียบตนเองตอนเป็นนายกฯว่า อ่านข่าวแล้วได้แต่สงสัยว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชื่นชมนายชัชชาติอย่างจริงใจ หรือมีเจตนาอื่นใด หรือจะเคลมว่าตนเองเป็นต้นแบบหรือโมเดลของนายชัชชาติกันแน่ จึงได้พูดในตอนหนึ่งว่าสมัยที่ตนเองเป็นนายกฯทำเวิร์กช็อปทำงานแล้วถ่ายทอดสดช่อง 11 ตลอดเวลา ซึ่งหากพี่น้องประชาชนจำกันได้ ก็คือแม้แต่ในช่วงที่นายทักษิณไม่ได้เป็นนายกฯ แต่มีสถานะเป็นนักโทษหลบหนีคดีแล้ว ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังมีการอนุญาตให้ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดสดนายทักษิณ เป็นประธานพิธีการแข่งขันมวยไทยมาจากฮ่องกง ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยกับนายทักษิณ ที่ออกมาระบุว่า “ถ้าคิดอยากจะเป็นผู้นำแล้วเอาแต่คิดจะขโมยคนของคนอื่น เป็นผู้นำไม่ได้” เป็นความเห็นที่ถูกต้องที่สุด เพราะผู้ที่ขโมยของคนอื่น ไม่สมควรเป็นผู้นำประเทศจริงๆ ดังตัวอย่างที่นายทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตคอร์รัปชัน ที่เปรียบเหมือนเป็นขโมย  ลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งนายจ้าง ก็คือประชาชนที่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้นักการเมืองมาทำงานเพื่อประชาชน แต่กลับถูกกระทำการทุจริตเบียดบังเข้าพกเข้าห่อ และไม่ยอมรับผิดชอบเข้าสู่กระบวนยุติธรรมแต่กลับหลบหนีออกนอกประเทศ เช่น กรณีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ Exim Bank อนุมัติเงินกู้สินเชื่อ 4,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลเมียนมาเมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นเหตุให้นายทักษิณถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น เนื่องจากภายหลังรัฐบาลเมียนมาได้ซื้อขายสินค้ากับบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 400 ล้านบาท เป็นคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 3 ปี

กองทัพอากาศ  ดำเนินการจัดการทดสอบการใช้กำลังทางอากาศ  ประจำปี 2565

พลอากาศเอก คงศักดิ์ จันทรโสภา ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมปฏิบัติการในการทดสอบการใช้กำลังทางอากาศ กองทัพอากาศ ทั้ง 3 แห่ง เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

- ตรวจความพร้อมหน่วยบินที่เข้าร่วมทดสอบฯ และเยี่ยมชมปฏิบัติการเตรียมความพร้อมของหน่วยบินขับไล่สกัดกั้นที่จะทำการขึ้นบินสกัดกั้นอากาศยานที่ไม่ทราบฝ่ายเข้าล้ำน่านฟ้าของประเทศไทย (Hot scramble)  ณ กองบิน 4 (อำเภอตาคลี  จังหวัดนครสวรรค์) 

- ตรวจความพร้อมการปฏิบัติการทางอากาศ ณ กองบิน 1 (อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา) 

- ชมภาพสถานการณ์การทดสอบใช้กำลังทางอากาศ และ ชมการสาธิตการปฏิบัติการทางอากาศ ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล (อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี)

สำหรับการทดสอบการใช้กำลังของกองทัพอากาศ (Air Operations) กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 มิถุนายน 2565 โดยมี พลอากาศโท ตากเพชร พินพันธุ์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ เป็น ผู้อำนวยการทดสอบการใช้กำลังของกองทัพอากาศ ประจำปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการบัญชาการและควบคุมการปฏิบัติทางอากาศในการปฏิบัติทางอากาศยุทธวิธีต่าง ๆ และการป้องกันทางอากาศรวมถึงการปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น อีกทั้งยังทดสอบในภารกิจที่มิใช่การรบในการทดสอบการลำเลียงผู้ป่วยในระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์กองทัพอากาศร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โดยจัดตั้งศูนย์ควบคุม ณ กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ  

‘อนุดิษฐ์’ ตอก ‘โฆษกทร.’ เมินยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งซื้อโดรน UAV ของนอก ทั้งที่ไทยผลิตได้ถูกกว่า

‘อนุดิษฐ์’ ขยี้ปม ‘ทัพเรือ’ จัดซื้อโดรน UAV 4 พันล้านบาท แต่ไร้อาวุธติดตั้ง หวั่นขอซื้ออาวุธทีหลังแล้วมีปัญหา ติดใจไม่สนยุทธศาสตร์ชาติ ที่เน้นส่งเสริมอุตฯป้องกันประเทศของไทย ยัน สทป.ผลิตได้เหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าเท่าตัว 

จากกรณีที่ พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ออกชี้แจงกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถึงโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ประจำฐานบินชายฝั่ง ของกองทัพเรือ วงเงิน 4,070 ล้านบาทๅ ว่ามีความโปร่งใส และมีการแข่งขันราคาที่เป็นธรรมนั้น

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอเน้นย้ำว่า ประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกตขึ้นมานั้น เป็นไปเพื่อปกป้องภาษีของพี่น้องประชาชนที่จะถูกใช้จ่ายไปอย่างไม่คุ้มค่า หรือที่แย่ไปกว่านั้นอาจเข้าข่ายการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ จึงขอให้กองทัพเรือช่วยชี้แจงชัด ๆ ก่อนว่า ในเมื่อกองทัพเรือระบุความต้องการจัดหา UAV ที่สามารถใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายได้ ทำไมจึงตัดเรื่องการส่งมอบอาวุธที่ต้องมาพร้อมกับ UAV ทิ้งไป เพราะการที่กองทัพเรืออ้างว่าสามารถจัดหาอาวุธมาติดตั้งได้ภายหลังนั้น ย่อมย้อนแย้งกับความต้องการในการจัดหา UAV ติดอาวุธของตัวเอง เพราะขอเงินภาษีประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎร โดยบอกว่าจะไปซื้อ UAV ติดอาวุธ 3 ลำ ด้วยเงิน 4,070 ล้านบาท แปลว่า กองทัพเรือต้องซื้อ UAV ที่สามารถปฏิบัติภารกิจโจมตีเป้าหมายได้ แต่สุดท้ายกลับไปเซ็นสัญญาซื้อ UAV จำนวน 7 ลำ แต่ไม่ซื้ออาวุธมาด้วย ซึ่งแปลความว่า หลังจากการจัดซื้อครั้งนี้แล้ว กองทัพเรือต้องตั้งงบประมาณเพื่อจัดหาอาวุธมาติดตั้งให้ UAV อีก

“แล้วคราวนี้ไม่ใช่ยอดแค่ 3 ลำ แต่ต้องจัดหาอาวุธมาให้ทั้ง 7 ลำ แล้วสภาฯจะไปอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้อีกได้อย่างไร เพราะให้ไปตั้ง 4 พันล้านบาทแล้วเพื่อไปซื้อ UAV ติดอาวุธ แต่กลับได้มาแค่ UAV ที่ไม่มีอาวุธ เพราะฉะนั้นคำถามของผม ตรงไปตรงมาแบบนี้ ขอให้กองทัพเรือช่วยตอบให้ตรงคำถามด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญไปกว่านั้น หากในอนาคตกองทัพเรือของบประมาณไปซื้ออาวุธมาติดตั้งเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจ แต่ประเทศผู้ขายปฏิเสธไม่ขายให้กับประเทศไทย กองทัพเรือช่วยตอบด้วยว่าจะให้ใครรับผิดชอบ UAV ติดอาวุธ ที่ปฏิบัติภารกิจไม่ได้ เรื่องนี้ต้องบันทึกไว้เลยว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำรอยกับเรือดำน้ำที่ซื้อเครื่องยนต์เยอรมันมาติดตั้งไม่ได้ แต่ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบให้เป็นไปตามสัญญา ส่วนประเด็นที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) มีเอกสารยืนยันว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการผลิต UAV ขนาดกลาง หรือ MALE UAV (Medium Altitude Long Endurance) ตาม TOR เดียวกันกับที่กองทัพเรือซื้อด้วยราคาที่ถูกกว่าเท่าตัวนั้น โดยกองทัพเรือซื้อจากต่างประเทศ 4 พันล้านบาท แต่ผลิตในประเทศราคาประมาณ 2 พันล้านบาท แต่กองทัพเรือชี้แจงว่าได้ตรวจสอบแล้วยังไม่มีบริษัทในประเทศเคยผลิต UAV ตาม TOR ที่กองทัพเรือต้องการนั้น แต่บริษัทของประเทศอิสราเอลที่กองทัพเรือไทยสั่งซื้อ UAV นั้น วันแรกที่กองทัพอิสราเอลสั่งซื้อ UAV ลำแรกจากบริษัทนี้ ทางบริษัทก็ไม่เคยผลิต UAV แบบนี้มาก่อนเช่นกัน แต่บริษัทก็สามารถสร้างขึ้นมาตามความต้องการของกองทัพอิสราเอล โดยหลังจากบริษัทส่งมอบ UAV ลำแรก กองทัพอิสราเอลก็สั่งซื้อมาเรื่อย ๆ จนอุตสาหกรรมด้าน UAV ของอิสราเอล เป็นสินค้าส่งออกไปหลายประเทศในขณะนี้

จเรตำรวจแห่งชาติ ชื่นชม ‘ครู ตชด.’ หัวใจแกร่ง แบก นร.ป่วย ฝ่าทางทุรกันดาร ช่วยชีวิตทันเวลา

ตามที่ปรากฏข่าว ครูศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประได้ช่วยเหลือนักเรียนชั้น ป.2 มีอาการหอบหืด กำเริบ แบกนักเรียนเดินทางด้วยความยากลำบาก ไปลงเรือ และเช่าเหมารถชาวบ้านต่อเพื่อไปส่งโรงพยาบาลแม่สะเรียง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2565 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือ จตช.ที่ 0001(จตช)/123 ลง 8 มิ.ย.2565 ถึง ผบช.ตชด.เพื่อชมเชย ส.ต.อ.กิจตณศักดิ์ เจริญ ธนหิรัญกิจ ครูศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโกแประ ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กรณี ช่วยเหลือนักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 ซึ่งมีอาการหอบหืดกำเริบ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2565 เวลา 04.30 โดยได้แบกนักเรียนขึ้นหลัง เดินเท้ากว่า 2.5 กม. ก่อนไปว่าจ้างเรือผ่านไปตามแม่น้ำสาละวินใช้เวลาเกือบชั่วโมง เพื่อไปเช่าเหมารถชาวบ้านอีกต่อหนึ่ง จนส่งถึงมือแพทย์ รพ.แม่สะเรียง และนำตัวนักเรียนที่ป่วยเข้ารักษาเร่งด่วนในห้อง ICU จนอาการปลอดภัย

เชียงใหม่-กลุ่มงานจราจรฯ จัดประชุมประจำเดือน และการฝึกอบรมทบทวนอาสาจราจร ครั้งที่ 1

วันที่ 8 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ.ที่ทำการกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ. เจน โสภา ผกก.กลุ่มงานจราจรฯ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศุภชัย จันทรา รอง ผกก.กลุ่มงานฯ และงานศึกษาอบรม ได้ดำเนินการจัดการประชุมประจำเดือน และการฝึกอบรมทบทวนอาสาจราจร ครั้งที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน 2565 

‘วิษณุ’ แจงเหตุทำ กม.แยกจากสมรสชาย-หญิง ชี้ กฎหมายคู่ชีวิต ไม่จำเป็นต้องเหมือน ‘คู่สมรส’

‘วิษณุ’ เผยร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต มีรายละเอียดต่างกับการสมรสชาย-หญิง จำเป็นต้องทำกฎหมายแยก คาดเสร็จทันรัฐบาลนี้ รับเป็นเรื่องอ่อนไหว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความเห็นว่าทำไมไม่จัดทำให้เหมือนการสมรสของชาย-หญิงทั่วไป ว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไปรับฟังความคิดเห็นกันมาว่าอย่างไรก็ไม่เหมือนคนทั่วไป เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือน ซึ่งบางประเทศใช้แบบนี้ เพราะเหตุนี้บางพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ต้องทำพ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ให้แก้ประมวลกฏหมายแพ่ง เช่น จากเดิมที่เป็นชายกับหญิง ก็เปลี่ยนเป็นชายกับชาย หญิงกับหญิง แต่ตนคิดว่า เป็นคนละระบบและต้องคู่ขนานกัน

“เหมือนกับมีประมวลกฏหมายแพ่งว่าด้วยบริษัท แต่เมื่อวันหนึ่งมีบริษัทมหาชน จะเข้าไปแทนบริษัทในประมวลกฏหมายแพ่งเลยก็ไม่ได้ จึงต้องออกเป็นพ.ร.บ.มหาชนอีกฉบับหนึ่ง เพราะมีรายละเอียดแตกต่างกันเช่นเดียวกับ พ.ร.บ. คู่ชีวิตของคนเพศเดียว จะมีความแตกต่างที่ไม่เหมือนชายกับหญิง” นายวิษณุ กล่าว

'วิสาร' ชี้ 8 ปี 'ประยุทธ์' คนไทยจนเพิ่มขึ้น 10 ล้านคน ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพุ่งเป้า 'บิ๊กตู่' ปฏิรูปล้มเหลวทุกด้าน

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคฝ่ายค้านพุ่งประเด็นไปที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องผลการบริหารงานที่ผ่านมา 8 ปี ล้มเหลวทุกด้านโดยเฉพาะการแก้ปัญหาประเทศที่ไม่สามารถ พาประชาชน ก้าวข้ามความยากจนไปได้เลย

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ รับปากไว้ไม่เคยทำได้แม้แต่เรื่องเดียว ไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้เลย เมื่อทำไม่ได้ มักอ้างปัญหารัฐบาลที่ผ่านมาทั้งเรื่องการบริหารการเงินการคลัง อ้างผลจากโครงการจำนำข้าว แต่ไม่พูดถึงการทุ่มงบประมาณให้เหล่าทัพ 8 ปี ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้าน อยากถามพลเอกประยุทธ์ นี่หรือคือผลการปฏิรูปกองทัพนายพลกว่า 1,500 คนนั่งตากแอร์ไปวันๆ ไม่มีงานทำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top