Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

ก.แรงงาน ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครั้งที่ 2/2565

วันที่ 6 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครั้งที่ 2/2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom) ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการยกร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ร่างประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการอบรมผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และการอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น ร่างประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดรูปภาพการใช้สัญญาณมือในการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น ร่างประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบและวิธีการแจ้งการใช้งานหรือยกเลิกการใช้งานหม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน หรือภาชนะรับความดันและผลการทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบที่มาและองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัด การพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการแทนกรณีที่อนุกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจังหวัดพ้นจากตำแหน่ง

ชัดเจนแล้ว!! เปิดเอกสาร 'มีชัย' ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นปม 8 ปีนายกฯ เริ่มปี 60

(6 ก.ย. 2565) จากกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยกรณีวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยล่าสุด นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำชี้แจงของพยาน 3 ปากเรียบร้อยแล้ว โดยพยานปากสำคัญคือคำชี้แจงของนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้สำหรับคำชี้แจงของนายมีชัย ที่ส่งเป็นเอกสารถึงศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีทั้งสิ้น 3 แผ่นโดยมีรายละเอียดดังนี้

เรื่อง ความเห็นเกี่ยวกับ มาตรา ๒๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

กราบเรียน ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

อ้างถึง หนังสือเรียกของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔๐/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึงข้างต้นสั่งให้ข้าพเจ้าในฐานะประธานกรรมการร่างรัฐธรมนูญ จัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด ซึ่งมีความว่า "ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖o ใช้บังคับ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๖๔ สามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวเข้ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งรารอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๘ วรรคสี่หรือไม่ และนับแต่เมื่อใด" นั้น

ข้าพเจ้ามีความเห็นในประเด็นดังกล่าว ดังต่อไปนี้

๑. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ ตามที่ปรากฏในพระบรมราชโองการในวรรคห้า และถูกต้องตรงตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ผลบังคับจึงมีตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป และไม่อาจมีผลไปถึงการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วโดยชอบก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ

๒. ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติเรื่องคุณสมบัติ (มาตรา ๑๖๐) ที่มา (มาตรา ๘๘) วิธีการได้มา (มาตรา ๑๘๙ และมาตรา๒๗๒) กรอบในการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา ๑๖๔) ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง (มาตรา ๑๕๘ วรรคสี่) และผลจากการพ้นจากตำแหน่ง (มาตรา ๑๖๘) ไว้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา และส่วนใหญ่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิและเพิ่มความรับผิดชอบ บทบัญญัติต่าง ๆ เหล่านั้น จึงไม่อาจนำไปใช้กับบุคคลหรือการดำเนินการใดๆ ที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้เป็นประการอื่นโดยเฉพาะ โดยหลักทั่วไปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดขึ้นย่อมต้องมุ่งหมายที่จะใช้กับคณะรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐

๓. อย่างไรก็ตาม การที่จะได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อการเลือกตั้งทั่วไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ก่อน แต่ประเทศไม่อาจว่างเว้นการมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อกำหนดให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด จึงได้มีบทบัญญัติมาตรา ๒๖๔ บัญญัติขึ้นเป็นการเฉพาะว่า "ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่..." โดยมีบทบัญญัติผ่อนปรนเกี่ยวกับคุณสมบัติและการปฏิบัติหน้าที่บางประการไว้ให้เป็นการเฉพาะ

๔.โดยผลของมาตรา ๒๖๔ ดังกล่าว คณะรัฐมนตรีรวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เฉพาะในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงเป็นคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตั้งแต่วันที่รัฐชรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ คือ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ และโดยผลดังกล่าวบทบัญญัติทั้งปวงของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งบทเฉพาะกาลที่ผ่อนปรนให้จึงมีผลต่อคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป และระยะเวลาตามมาตรา ๑๕๘ วรรคสี่ จึงเริ่มนับตั้งแต่บัดนั้น คือ วันที่ ๖ เมษายน เป็นต้นไป

'เพื่อไทย' ชม 'บิ๊กป้อม' รักษาการฯ เพียงไม่กี่วัน เห็นผลงานโดดเด่น

(6 ก.ย. 65) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนพล.อ.ประยุทธ์ ปรากฎว่าการทำงานของพล.อ.ประวิตร ในเวลาไม่กี่วันกลับทำได้ดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์ มาก เข้าใจปัญหาและเข้าถึงใจประชาชนได้มากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ขนาดทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียศูนย์ออกมาแสดงอาการหวงตำแหน่งเดิมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยรูปนั่งคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข นั่งพร้อมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม เพราะโดยตำแหน่งแล้วนายอนุทิน ที่เป็นรองนายกฯ ย่อมมีฐานะสูงกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็น รมว. กลาโหมเท่านั้น ยิ่งแสดงถึงภาพการยึดติดและอิจฉาทำใจไม่ได้ที่มีกับพล.อ.ประวิตร ทั้งที่น่าจะรู้ว่าเวลาของตนเองหมดแล้ว แต่ยังพยายามจะดันทุรัง 

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ กลับเสียคะแนน เพราะนั่งรถกันกระสุนและไม่ยอมเปิดหน้าต่างคุยกับประชาชน โดยอ้างว่าเปิดไม่ได้เพราะเป็นรถกันกระสุน ซึ่งถ้าหากกลัวคนทำร้ายและกลัวตายขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะยังดื้อรั้นจะอยู่ตำแหน่งต่อไปอีกเลย ควรออกไปได้แล้ว ทั้งสองเรื่องนี้แสดงถึงความเสื่อมของพล.อ.ประยุทธ์ได้ชัดเจนและพิสูจน์ได้เลยว่าใครเหมาะจะมาเป็นนายกฯ ก็จะทำได้ดีกว่า จากผลงานของพล.อ.ประวิตรเพียงไม่กี่วันมานี้พิสูจน์แล้ว

นายพิชัย กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร โชว์ฟอร์มเหนือชั้นกว่าพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ก็อยากให้เร่ง แก้ไขปัญหาของประเทศที่ควรจะเร่งทำทันที อย่าปล่อยให้มีปัญหามากขึ้นเหมือนพลเอกประยุทธ์ ทำโดยนอกจากนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่ได้ทำแล้ว อยากให้เร่งทำ 8 เรื่องดังนี้…

1.) การแก้ไขหนี้ ทั้งหนี้ธุรกิจและหนี้ครัวเรือน โดยจัดระบบการพิจารณาลดหนี้ ลดดอกเบี้ย ยืดเงินต้น เพื่อให้ประชาชนทำธุรกิจและประคองชีวิตต่อได้ โดยหนี้ไม่ท่วม และวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการต้องเพิ่มรายได้ เพื่อให้ชำระหนี้ได้ เรื่องนี้ควรเร่งทำก่อนดอกเบี้ยจะขึ้นไปอีกมาก

2.) การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ และ ไฟฟ้า เพื่อแก้ไขให้ยุติธรรม อย่าให้บริษัทพลังงานและนายทุนพลังงานเอาเปรียบประชาชน

3.) การเจรจาพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เพื่อให้ได้พลังงานในราคาถูก อีกทั้งยังจะมีรายได้เข้ารัฐสามารถนำไปทำสวัสดิการได้

4.) เร่งก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ หนองคาย-เวียงจันทน์-จีน เพื่อให้ส่งสินค้าไทยไปจีน และนักท่องเที่ยวจีนมาไทยได้

โซเชียลร้อน!! ผุด #แบนลีน่าจัง หลังมีท่าทีคุกคามทางเพศ 'ยุ่น ภูษณุ'

วันที่ 6 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชื่อ 'ลีน่าจัง' ลีนา จังจรรจา ถูกพูดถึงอีกครั้งในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ หลังเจ้าตัวไลฟ์ขายของให้กับสินค้าแบรนด์หนึ่งร่วมกับ 'ยุ่น' ภูษณุ วงศาวณิชชากร พระเอกจากซีรีส์วาย 'ร้ายนักนะ… รักของมาเฟีย'

โดยระหว่างไลฟ์นั้น ลีน่าจังแสดงกิริยาและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายครั้ง เช่น การพูด การดึงศีรษะ โดยเฉพาะการดมวงแขน อ้างว่าเพื่อพิสูจน์กลิ่นผลิตภัณฑ์

พฤติกรรมดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากโซเชียลผ่านแฮชแท็ก #แบนลีน่าจัง และเรียกร้องให้ทั้งลีน่าจังและทีมงานออกมาแสดงความรับผิดชอบถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว Y.Entertainment ต้นสังกัดของ ยุ่น-ภูษณุ ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ได้รับรู้ถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นและได้ตระหนักถึงความไม่เหมาะสมของเนื้อหา คำพูด และการกระทำที่ทำให้เกิดการคุกคามทางเพศต่อศิลปิน

เด็กเทพฯเจ๋ง! ชัชชาติ มอบรางวัล เยาวชนดีเด่น(ประกายเพชร) จากผลงาน “เครื่องขุดดิน พรวนดิน รดน้ำ หยอดเมล็ด ด้วยโปรแกรม Arduino”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเชิดชูเกียรติเยาวชนดีเด่นกรุงเทพมหานคร (ประกายเพชร) ครั้งที่ 16 ประจำปี 2564 และ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2565 พร้อมกล่าวในพิธีเปิดว่า เยาวชน คือ อนาคตของเมือง การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถในด้านต่าง ๆ ถือ เป็นเรื่องที่ดี และต้องดูว่าเยาวชนต้นแบบ แบบนี้จะสามารถขยายผลต่อได้อย่างไร และเป็นกำลังใจให้เยาวชนคนอื่น ๆ ที่จะเอาสิ่งดีดีแบบนี้ไปเป็นต้นแบบด้วย

“เยาวชนคือสิ่งมีค่าที่สุด ต่อไปเยาวชนจะเป็นเจ้าของเมือง ต้องขยายผลให้เด็กกทม. ทั้งหมดดีเด่นในอนาคต โดยเป็นเด็กที่ทั้งเก่งและดี เก่ง คือ เก่งด้านวิชาการ สิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน ดี คือ ไม่เห็นแก่ตัว เห็นแต่ประโยชน์ส่วนรวม เอาประโยชน์ของสังคมเป็นที่ตั้ง หน้าที่ของผู้บริหารกทม. ไม่ใช่การทำเมืองให้ตนเองอยู่ แต่เป็นการทำเมืองให้มีคุณภาพ เด็กเรามีความสามารถหลายอย่าง อนาคตอยากให้มาหาคำตอบร่วมกัน และถึงเวลาแล้วที่เด็กต้องมายึดเมืองคืน เป็น Active Citizen ต้องเก่งและแก้ปัญหาได้” นายชัชชาติ กล่าว ในงานนี้ กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ ได้ขึ้นรับรางวัลชนะเลิศ ด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ประเภทกลุ่ม จากผลงาน เครื่องขุดดิน พรวนดิน รดน้ำ หยอดเมล็ด ด้วยโปรแกรม Arduino โดยมี นายปรวรรษ ธีรภากร นายปัณฑภัทร พงศ์อัมพรโฆษิต นายศุภวิชญ์ ตันนิติไพศาล นายธนกฤต จิรอนันตกุล นายชญานิน รติรุ่งโรจน์ และนายพิตตินนท์  ปิยะเจริญวัฒนา ร่วมกันพัฒนาเครื่องให้สมบูรณ์และใช้งานได้จริงจนได้รับรางวัลครั้งนี้ 

ชาวเน็ตถกเถียง!! ปูเสื่อกินข้าวกลางสนามบินเหมาะสมหรือ? บ้างบอกทำได้ไม่เป็นไร บ้างบอกนี่คือสนามบินไม่ใช่ที่ปิกนิก

คลิปไวรัลบนทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นภาพสมาชิกครอบครัวหนึ่งกำลังปูเสื่อรับประทานอาหารร่วมกันที่สนามบินแห่งหนึ่งในมาเลเซีย กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก และก่อข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางว่ามันมีความเหมาะสมหรือไม่

วิดีโอหนึ่งซึ่งเบื้องต้นอัปโหลดบนติ๊กต็อก ซึ่งเวลานี้ถูกลบไปแล้ว แต่มันโหมกระพือประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางบนทวิตเตอร์ ในคลิปเขียนคำบรรยายว่า "แคมปิ้งบนชายหาด❌ แคมปิ้งที่สนามบิน✅" อยู่ตรงกลางภาพครอบครัวหนึ่งกำลังปูเสื่อล้อมวงนั่งรับประทานอาหารในสนามบิน

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ซึ่งอัปโหลดวิดีโอ ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งผลปรากฏว่ามีถึง 73% ที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของครอบครัวนี้ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหาใดๆ กับพฤติกรรมของพวกเขา บางส่วนเชื่อว่ามันเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับได้ ตราบใดที่พวกเขาไม่ขวางทางการสัญจรผ่านไปมาและก่อความวุ่นวายแก่บริเวณดังกล่าว

'แสนยากรณ์' หวังรัฐสภา รับหลักการแก้ รธน. ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ย้ำต้องรีบแก้ก่อนเลือกนายกฯ คนต่อไป ไม่งั้นวุ่นแน่ หวังเสียง ส.ว. เป็นทางออกประเทศ

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า ในฐานะคณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 กล่าวก่อนเข้าประชุมรัฐสภา เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า คาดหวังให้สมาชิกรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไข ม.272 ในวาระ 1 เพราะเป็นเรื่องจะเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จ ก่อนการเลือกตั้ง ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ถ้ายังมีกลไกนี้อยู่ เกรงว่ารัฐบาลชุดต่อไป จะมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม  แล้วจะมีปัญหาความขัดแย้งอีกหลายอย่างตามมา

"เราอยากให้ ส.ว. เป็นทางออกให้กับประเทศ ตัดอำนาจนี้ออกไป จะแสดงถึงประชาธิปไตยมากขึ้น ลดสามารถขัดแย้งได้ ขอให้รับหลักการและเป็นทางออกประเทศ" โฆษกพรรคกล้า กล่าว

สำหรับลำดับการอภิปราย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร , นายบุญส่ง ชเลธร เป็นผู้ชี้แจงเปิด จากนั้นให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย โดยนายแสนยากรณ์ จะเป็นผู้ชี้แจงตอบคำถามที่สมาชิกตั้งข้อสังเกต แล้วปิดสรุป โดยนางสาวณัฏฐา มหัทธนา ก่อนการลงมติ

สมาชิกพรรคปชป.เชียร์ 'อลงกรณ์' เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย มั่นใจฝีมือสามารถสร้างผลงานเพิ่มความนิยมพรรคก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า

จากกรณีที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลาออกจากตำแหน่ง

วันนี้ (6 ก.ย.) ปรากฎว่ามีการเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับบุคคลที่จะขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างลงโดยล่าสุดในกลุ่มไลน์ "ประชาธิปัตย์ ปชป." มีสมาชิกพรรคตัวแทนพรรคและอดีตผู้สมัครส.ส.ในภาคใต้ภาคเหนือภาคตะวันออกภาคอีสานภาคกลางและกทม.แชร์ข้อความเสนอให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นหากมีการสลับปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในโควต้าพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า มีข้อความหนึ่งเขียนโดย ดร.สุเมต สุวรรณพรหม สมาชิกเก่าแก่สายใต้ของพรรค นักวิชาการสื่อมวลชนและอดีตผู้สมัครส.ส.เขียนในกลุ่มไลน์ว่า “ผมเห็นด้วย รมช.มหาดไทย ควรพิจารณา..ท่านอลงกรณ์ พลบุตร.. "เลือดประชาธิปัตย์แท้ไม่แปรพรรค.." ท่านออกไปเป็นสปท.ได้เป็น รองประธานสภา..ได้ช่วยเหลือชาติเป็นอย่างมาก..เสร็จภารกิจแล้วขอกลับมาช่วยขับเคลื่อนพรรคอย่างต่อเนื่อง..พรรคจะโด่งดัง พรรคจะตกต่ำอลงกรณ์..และพี่น้องทุกคนในครอบครัวอยู่เคียงข้างพรรคเสมอมา ผมจำได้จำแม่นตั้งแต่ปี2535 -ปัจจุบันการปรับครม.ครั้งนี้

หาก รมช.มหาดไทย..เป็นคุณอลงกรณ์..นอกจากจะเก่ง..เป็นประชาธิปัตย์มืออาชีพ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้แน่นอน

ผมมั่นใจว่า ประชาธิปัตย์ภาคกลาง..จะกลับมาได้ ได้สส.มากขึ้นแต่นอน..เพชรบุรี..ประจวบกลับมาหมดแน่
สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม ราชบุรี..กาญจนบุรี..จะดีขึ้นมากๆครับ..และวงการสื่อวงการข่าว  จะกลับมาเชียร์แน่นอน..เกษตรกรชอบท่านอลงกรณ์..ข้าราชการ ก็ชอบทำงานกับท่านอลงกรณ์..เพราะไปช่วยเขาทำงานครับ..ประวัติท่านดีมากๆ..เป็นดารา..ในวงการเมืองในสายตาประชาชน คอการเมือง.. นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคกลุ่มหนึ่งได้โพสต์ข้อความเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ให้พิจารณาเลือกนายอลงกรณ์ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.เป็นรมช.มหาดไทยโดยอ้างเหตุผลว่า
 

ผู้ดีเซ็ง!! 'ลิซ ทรัสส์' ขึ้นเป็นนายกฯ ไม่เชื่อน้ำยาแก้ปัญหาค่าครองชีพ

ชาวสหราชอาณาจักร ดูเหมือนจะไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่กับการที่ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนักโพล YouGov ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (5 ก.ย.)

ผลสำรวจความคิดเห็นของ YouGov พบว่า มีประชาชนในสหราชอาณาจักรมากกว่าครึ่งที่บอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังได้รู้ว่า ทรัสส์ ได้รับเลือกจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟให้เป็นผู้นำคนใหม่ พร้อมก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมตรี และจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และ 1 ใน 3 ระบุ "รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก" ต่อแนวโน้มดังกล่าว

มีเพียงแค่ 4% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ยินดีต่อข่าวนี้ โดยบอกว่ารู้สึก "พึงพอใจมาก" ที่ได้เห็น ทรัสส์ ณ บ้านพักเลขที่ 10 ถนนดาวนิ่ง และอีก 18% ระบุรู้สึกพอใจพอสมควรต่อผลลัพธ์นี้

ผู้คนส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักร (67%) ดูเหมือนมีความเคลือบแคลงสงสัยโดยเฉพาะต่อความสามารถของทรัสส์ ในการจัดการกับวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูง ประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของชาวสหราชอาณาจักรมากที่สุด อ้างอิงจากผลสำรวจของ YouGov หนล่าสุด

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 40% บอกว่าไม่มีความเชื่อมั่นใดๆ เลยในเรื่องเกี่ยวกับศักยภาพของนายกรัฐมนตรีรายนี้ ในการจัดการกับวิกฤตดังกล่าว

ทรัสส์ เอชนะ ริชิ ซูนัค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในศึกเลือกตั้งผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลังจากเธอได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ 81,326 เสียง ส่วน ซูนัค ได้ 60,399 เสียง อย่างไรก็ตาม YouGov ระบุว่า เสียงสนับสนุนของเธอในบรรดาผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคอนเซอร์เวทีฟนั้นดูจะต่างออกไป

หนาวนี้สะท้าน!! หลังราคาก๊าซในยุโรปพุ่ง 30% เหตุรัสเซียปิดท่อ 'นอร์ดสตรีม 1' อย่างไม่มึกำหนด

ราคาก๊าซในสหภาพยุโรปพุ่งกระฉูด ภายหลังรัสเซียปิดท่อส่ง ‘นอร์ดสตรีม 1’ อย่างไม่มีกำหนด หลังรัสเซียแจ้งว่า เกิดการรั่วไหล่ในอุปกรณ์ท่อส่ง

ราคาก๊าซในอียูพุ่งขึ้นอีก 30% หลังรัสเซียบอกว่า ท่อส่งก๊าซหลักไปยุโรปตัวหนึ่งจะต้องปิดอย่างไม่มีกำหนด ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขาดแคลนและการปันส่วนก๊าซในสหภาพยุโรปช่วงฤดูหนาว โดยราคาก๊าซพุ่งขึ้นเป็น 272 ยูโร หรือราว 9,881 บาทต่อ 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง ภายหลังรัสเซียแจ้งว่า เกิดการรั่วไหล่ในอุปกรณ์ท่อส่งนอร์ดสตรีม 1 ทำให้ต้องปิดท่อต่อไป หลังหยุดบำรุงรักษา 3 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ยุโรปกล่าวหารัสเซียใช้การส่งพลังงานเป็นอาวุธ ตอบโต้ชาติตะวันตกที่คว่ำบาตรรัสเซีย กรณีบุกยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่รัสเซียบอกว่าชาติตะวันตกทำสงครามเศรษฐกิจและคว่ำบาตร เป็นตัวการขัดขวางปฏิบัติการท่อส่งก๊าซ

ทั้งนี้ ท่อส่งนอร์ดสตรีม 1 ซึ่งส่งก๊าซไปเยอรมนี ในปริมาณก๊าซแค่ 20% ก่อนที่รัสเซียหยุดส่งชั่วคราว เพื่อบำรุงรักษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การที่รัสเซียส่งก๊าซไปยุโรปลดลงทำให้อียูต้องแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้หลายประเทศในสหภาพยุโรปมีแผนฉุกเฉิน เพื่อนำไปสู่การปันส่วนพลังงาน และมีโอกาสสูงที่เข้าสู่ภาวะถดถอย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top