Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ผบ.ตร. สั่งตำรวจทั่วประเทศ เร่งช่วยประชาชน รับ 'พายุโนรู' แนะนำช่องทาง โทรสายด่วน ทวิตฯ เฟซบุ๊ก เช็กเส้นทางน้ำท่วม ขอความช่วยเหลือโทร 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง  

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนพายุดีเปรสชัน 'โนรู' เคลื่อนตัวถึงประเทศไทย มีศูนย์กลางที่ อ.คำเขื่อนแก้ว จว.ยโสธร ส่งผลหลายจังหวัดทุกภูมิภาคในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ทำให้ฝนตกหนัก ลมแรง อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในบางพื้นที่ได้ เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที 

“ผบ.ตร. สั่งการจัดเตรียมกำลังตำรวจเข้าจัดการหากมีรถเสียจากน้ำท่วม กีดขวางทางจราจร พร้อมประชาสัมพันธ์ประชาชน แจ้งจุดน้ำท่วมขัง หรือทางขาด เพื่อให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง และให้จัดกำลังตำรวจชุดจิตอาสา ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการบรรเทาสาธารณภัย และเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ทั้งเรื่องอพยพคน เคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ไปจนถึงการจัดส่งเครื่องอุปโภค บริโภคด้วย” โฆษก ตร.กล่าว
 

'บิ๊กป๊อก' ห่วงใยชาวอุบลฯ รับมือ 'ไต้ฝุ่นโนรู' สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลปชช. ให้รอบด้าน

พลเอกอนุพงษ์ กำชับศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าอุบล ดูแลประชาชนรอบด้าน ทั้งน้ำดื่ม โรงทานพระราชทาน ห่วงไฟฟ้ารั่ว พร้อมเผย พลเอกประวิตร ให้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ขณะที่พลเอกประยุทธ์ สั่งการนำทหารลงพื้นที่ช่วยประชาชนแล้ว 

หลังรับฟังสถานการณ์น้ำจังหวัดอุบลฯ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพราะทราบแล้วว่าพื้นที่ใดจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมการให้สอดคล้องกับสถานการณ์แล้ว ทั้งการแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมการยกของขึ้นที่สูงหรือเข้าพักที่ศูนย์พักพิง รวมถึงการเตรียมดูแลเรื่องถุงยังชีพ การป้องกันในบางพื้นที่ ในการกั้นกระสอบทรายไปแล้ว

ขณะเดียวกันยังมีเครื่องมือผลักดันน้ำของหลายภาคส่วน เพื่อนำมาเร่งระบายน้ำแล้ว แต่ชุมชนเมืองขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ระดมเครื่องมือจากของพื้นที่ไม่มีสถานการณ์น้ำท่วม มาช่วยเหลือประชาชนก่อน 

พร้อมย้ำว่าขอให้เตรียมการตามแผนให้ดูแลประชาชนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะทราบแล้วว่าน้ำที่ระบายมาถึงจุดใด และมีพื้นที่ใดที่จะวิกฤตถึงขั้นต้องอพยพคน แต่หากประชาชนบางส่วนจะไม่ยอมทิ้งบ้าน ให้จัดฝ่ายปกครองหรือท้องถิ่นเข้าไปช่วยกันดูแลพื้นที่

‘หมอวรงค์’ เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย (ไม่) แลนด์สไลด์’

จากเพจเฟซบุ๊ก ‘การเมือง Kanmuang’ ได้นำเสนอสัมภาษณ์พิเศษ: ‘หมอวรงค์’ เชื่อมั่นเลือกตั้งครั้งหน้า ‘เพื่อไทย(ไม่)แลนด์สไลด์’ 

โดยนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้กล่าวถึงประเด็น ‘เพื่อไทยแลนด์สไลด์’ หลังจากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ. ร้อยเอ็ด โดยชนะขาดแบบแลนด์สไลด์ ได้คะแนนไป 287,182 คะแนน ว่า... 

พรรคไทยภักดีไม่คิดจะสู้กับพรรคอื่น แต่ต้องสู้กับตัวเอง แต่หากกล่าวถึง ‘แลนด์สไลด์’ ถ้าตอบด้วยหลักที่ถูกต้อง เรื่องกติกายังไม่ชัดในตอนนี้ ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แต่ถ้าตอบอีกมิติหนึ่ง แลนด์สไลด์เมื่อปี 48 พรรคไทยรักไทยได้ 377 เสียง ตอนของคุณยิ่งลักษณ์ได้ 265 เสียง ต้องบอกว่าขณะนั้นมีการแข่งขันแค่ 2 พรรคไม่เลือกฝั่งซ้ายก็ขวา มันจะวนอยู่แค่นี้ แต่รอบนี้คู่แข่งเยอะ สุดท้ายแล้วอาจจะมีข้อจำกัดเพราะตัวเลือกมีมากขึ้น

อ.ปราโมทย์ เตือน!! พายุโนรู ไม่ธรรมดา!! คาด!! สภาพ กทม. อาจท่วมแบบปี 38

พายุโนรู ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ธรรมดา ต้องตื่นตัว!! หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้พร้อมรับมือ พร้อมเตือนประชาชนในภาคอีสานที่อาศัยอยู่แนวพายุเตรียมยกของขึ้นที่สูง ส่วนคนกรุงมีลุ้น!! เสี่ยงน้ำท่วมเหมือนปี 2538 จากผลกระทบของพายุโนรู

หลังจาก ‘พายุไต้ฝุ่นโนรู’ ซึ่งพัดเข้าประเทศเวียดนามไปเรียบร้อย และส่งผลกระทบให้เกิดลมแรง ฝนตกหนัก จนประชาชนหลายแสนคนต้องเร่งอพยพด่วนนั้น ล่าสุดพายุโนรู กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในวันที่ 29 กันยายน 2565 จากการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา 

คำถาม คือ ไทยจะลดผลกระทบและความสูญเสียโดยภาพรวมจากพายุโนรูได้มากน้อยเพียงใด ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้สัมภาษณ์ อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ถึงการรับมือภัยพิบัติจาก พายุโนรู ในครั้งนี้ โดยอาจารย์ปราโมทย์ได้แสดงความคิดเห็นว่า…

‘พายุโนรู’ ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน ทำให้เตรียมตัวในการรับมือไม่ทัน อีกทั้งการสื่อสารมักไม่ถึงประชาชนอย่างทันท่วงที จนทำให้ผู้คนไม่เข้าใจถึงขั้นตอนในการเตรียมตัวรับมือพายุว่าจะต้องทำอย่างไร หรือเป็นไปในทิศทางไหน

“ปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ หรือสื่อมวลชน ต่างนำเสนอแต่การเกิดของพายุ หรือแม้แต่เรื่องเส้นทางของพายุ โดยไม่ได้อธิบายว่า ประชาชนควรทำอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เช่น ระดับจังหวัด, ระดับอำเภอ หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรนำข้อมูลพายุที่รับทราบมาขยายความ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจเรื่องภัยพิบัติอย่างไรให้มากขึ้น”

เรื่องนี้ อ.ปราโมทย์ จึงได้ให้ข้อแนะนำแก่ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่อีสานไว้แบบเร่งด่วนว่า “พายุที่เข้ามานี้ มันทั้งด่วนและรวดเร็วมาก ฉะนั้นชุมชนต้องรวมตัวกัน และชาวบ้านต้องมีผู้นำที่มีความเข้าใจสภาพพื้นที่เป็นอย่างดี ที่จะบอกได้ว่าจุดไหนน้ำท่วม จุดไหนน้ำไม่ท่วม เมื่อพายุมาจะสามารถเก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ที่สูงได้ทันการณ์ อย่างประชาชนที่อาศัยในลุ่มน้ำภาคอีสานทั้งหมดไม่ว่าลุ่มน้ำเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องเตรียมตัวได้ทันทีภายใต้ชุมชนที่ต้องร่วมปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้วยกัน”

ในด้านของกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากพายุโนรูในครั้งนี้หรือไม่? อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า “อาจจะไม่ส่งผลกระทบตรงมาถึงโดยตรง แต่กรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากพายุฝนที่ตกหนักแบบข้ามวันข้ามคืน ขณะเดียวกันก็จะได้รับผลกระทบจากน้ำที่รวมตัวมาจากแม่น้ำปิง, แม่น้ำวัง, แม่น้ำยม, แม่น้ำน่าน และแม่น้ำป่าสัก ซึ่งไม่รู้ว่ามีมวลน้ำรวมตัวกันมาเท่าไร เพราะแนวทางพายุโนรูพัดผ่านมาทางภาคอีสาน เคลื่อนผ่านชัยภูมิ, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, กำแพงเพชร, ตาก และเข้าสู่ประเทศพม่า ซึ่งพายุโนรูได้เคลื่อนตัวผ่านสายน้ำหลักที่รวมตัวเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อพายุพัดเข้าสู่เพชรบูรณ์ แม่น้ำป่าสักก็ต้องรับน้ำเต็มที่ และไหลลงมาด้านล่างที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ดักน้ำไว้ และเมื่อเขื่อนมีการปล่อยน้ำออกมา น้ำก็จะไปรวมตัวที่พระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

‘บิ๊กป้อม’ เห็นใจผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบ เปิดทางหาทางออกร่วมกัน ยัน รบ.ไม่ทอดทิ้ง

พล.อ.ประวิตร เห็นใจผู้ชุมนุม ยินดีรับฟังข้อเรียกร้อง เปิดทำเนียบให้ตัวแทนเข้าพบหาทางออกร่วมกัน เร่งแก้ปัญหาหนี้สิน ที่ทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมขอบคุณชุมนุมด้วยความสงบ ยัน!! รัฐบาลไม่ทอดทิ้ง

(28 ก.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (อสส.) และสภาประชาชน 4 ภาค พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 15 คน เข้าพบ ณ ห้องรับรอง 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ในขณะนี้ บริเวณพื้นที่ ถ.ราชดำเนิน และถ.พิษณุโลก จำนวน ประมาณ 20,000 คน โดยนายประพาสฯ ได้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตเข้าพบ พล.อ.ประวิตรฯ และชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ชุมนุม ทุกกลุ่ม ทั้งเรื่องหนี้สิน ที่ดินทำกิน และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และคนพิการ เป็นต้น เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ภายใต้กฎหมาย อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

รัฐบาลประยุทธ์ 'อนุมัติค่าตอบแทน-เสี่ยงภัยโควิด' ย้อนหลัง

ครม.อนุมัติวงเงิน 2,100 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทน อสม. และ อสส. จำนวน 1.05 ล้านคน  ระยะเวลา 4  เดือน ตั้งแต่ มิ.ย. - ก.ย. 65 รวม 2,000 บาท/คน

คณะรัฐมนตรี อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,100.61 ล้านบาท สำหรับโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สําหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน  

ประกอบด้วย อสม. จำนวน 1,039,729  คน และ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จำนวน 10,577 คน รวมทั้งสิ้น 1,050,306 คน ในอัตรา 500 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 4 เดือน  ตั้งแต่เดือน มิถุนายน - กันยายน 2565 รวมเป็น 2,000 บาท/คน

กษัตริย์ซาอุฯ ทรงปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ ตั้ง มกุฎราชกุมาร ‘MBS’ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทนพระองค์

พระราชกฤษฎีกาซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักข่าว SPA ของรัฐบาลซาอุฯ เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ยังระบุให้เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รั้งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานตามเดิม เช่นเดียวกับเจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัล-สะอูด, โมฮัมเหม็ด อัล-จาดาน และคอลิด อัล-ฟาลิห์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ, รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีกระทรวงการลงทุน ตามลำดับ

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด หรือที่หลายคนเรียกว่าเจ้าชาย MBS ทรงได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากรัฐมนตรีกลาโหมขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่าทรงเป็น “ผู้ปกครองโดยพฤตินัย” ของราชอาณาจักรที่ส่งออกน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

บทบาทใหม่ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด นับว่าสอดคล้องกับพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ได้ทรงปฏิบัติแทนพระองค์มาในอดีต เช่น การเป็นผู้แทนรัฐบาลซาอุฯ ไปเยือนต่างประเทศ หรือเป็นประธานการประชุมสุดยอดต่าง ๆ ที่ริยาดเป็นเจ้าภาพ

“มกุฎราชกุมารทรงกำกับดูแลกิจการประจำวันของฝ่ายบริหาร ตามที่สมเด็จพระราชาธิบดีได้ทรงมีพระบรมราชโองการมอบหมายไว้ ดังนั้น บทบาทใหม่ของพระองค์ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงถือว่าเข้ากับบริบท” เจ้าหน้าที่ซาอุฯ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม กล่าว

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ในวัย 86 พรรษาทรงประชวรด้วยหลายโรค และเสด็จฯ ไปประทับโรงพยาบาลหลายครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

สังคมซาอุดีอาระเบียพลิกโฉมไปอย่างมากนับตั้งแต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2017 โดยทรงมุ่งมั่นที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจซาอุฯ ให้ลดการพึ่งพาน้ำมัน และยังทรงดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ เช่น อนุญาตให้สตรีขับรถ และจำกัดอำนาจของพวกผู้นำทางศาสนา เป็นต้น

เวียดนามเตือนประชาชนออกนอกพื้นที่เสี่ยง หลัง 'พายุโนรู' ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการเวียดนามออกประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณตอนกลางอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากไต้ฝุ่นโนรูกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาและจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไปทางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากสร้างความเสียหายไม่น้อยในฟิลิปปินส์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเวียดนาม กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นโนรูจะรุนแรงขึ้นในคืนวันอังคาร (27 ก.ย. 65) ระหว่างที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามตอนกลางมากขึ้น

ทั้งนี้ ศูนย์กลางของพายุอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่เกาะพาราเซล มีความเร็วลมสูงสุด 183 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก 149 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในคืนก่อนหน้า (26 ก.ย.)

นอกจากนี้ เวียดนามต้องปิดสนามบินหลายแห่งทำให้เที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศถูกยกเลิกหลายร้อยเที่ยว การจราจรปั่นป่วน อีกทั้งประชาชนหลายหมื่นคนจำเป็นต้องอพยพออกจากบ้านเรือนกะทันหันอีกด้วย

โลตัส ฉลองครบรอบ 28 ปี ตอกย้ำผู้นำวงการค้าปลีก พร้อมผลักดันธุรกิจออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 20% ของยอดขายรวมภายใน 3 ปี

โลตัส ฉลองครบรอบ 28 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการค้าปลีกสมัยใหม่ เดินหน้าต่อยอด New SMART Retail ปูพรมเปิดสาขา next generation รูปแบบใหม่ พร้อมผลักดันธุรกิจออนไลน์เต็มสูบ ตั้งเป้ายอดขาย 20% ของยอดขายรวมภายใน 3 ปี

โลตัส เฉลิมฉลองครบรอบ 28 ปี ของการเป็นผู้นำวงการค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศไทย ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ส่งแคมเปญเฉลิมฉลองและขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าต่อยอด New SMART Retail ผลักดันการเติบโตแบบ omni-channel ด้วยการเปิดสาขา next generation รูปแบบใหม่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการเป็น fulfillment center สำหรับธุรกิจออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขาย 20% ของยอดขายรวมภายใน 3 ปี

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา โลตัส มีส่วนร่วมในการผลักดันวิวัฒนาการของค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศไทยในทุกยุคสมัย ตั้งแต่ Retail 1.0 ซึ่งคือการเริ่มต้นของร้านค้าในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่นำความสะดวกสบายของการมีสินค้าคุณภาพสูงที่ครบครันและหลากหลายอยู่ภายในที่เดียวในราคาที่คุ้มค่า โดยโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาแรกเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2537 หลังจากนั้น ในยุค Retail 2.0 ได้ต่อยอดด้วยการพัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้าเพื่อให้มีร้านค้าที่เติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้โลตัส เป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว นอกเหนือจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลอดจนการพัฒนาสาขารูปแบบใหม่ ๆ ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2556 ภายใต้ยุค Retail 3.0 และการเกิดขึ้นของ e-commerce โลตัส เป็นค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในประเทศไทยที่เปิดตัวแพลทฟอร์มสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของตนเอง จำหน่ายสินค้าครอบคลุมทุกหมวดหมู่ รวมถึงอาหารสด โดยสามารถจัดส่งสินค้าจากสาขา และยังมีรูปแบบ click & collect ให้ลูกค้าสามารถมารับสินค้าได้ด้วยตนเอง และในยุค Retail 4.0 คือการเติบโตของค้าปลีกแบบ omni-channel และ personalization โดยโลตัส ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Lotus’s SMART App ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยรวมออนไลน์ช้อปปิ้งเอาไว้กับโปรแกรมขอบคุณลูกค้า MyLotus’s เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ ควบคู่ไปกับความคุ้มค่าที่ถูกออกแบบมาสำหรับลูกค้าแต่ละคน โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งในช่วงเวลาเพียงแค่ 6 เดือนหลังจากเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Lotus’s SMART App ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 5.3 ล้านราย และช่วยผลักดันให้ยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์โตขึ้นกว่า 12 เท่าตัว”

“ก้าวต่อไปของโลตัส ในปีที่ 29 ของการดำเนินธุรกิจ คือการเป็นผู้นำผลักดัน Retail 5.0 New SMART Retail ในประเทศไทย ด้วยการเดินหน้าเปิดสาขา next generation ในหลากหลายรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับไลฟ์ไสตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยที่ทุกสาขาจะต้องทำหน้าที่เป็น fulfillment center ในการจัดส่งสินค้าสำหรับแพลทฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย โดย โลตัส ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ยอดขายจากแพลทฟอร์มออนไลน์จะมีสัดส่วน 20% ของยอดขายโดยรวมทั้งหมด สำหรับพื้นที่ศูนย์การค้า จะได้รับการปรับและเพิ่มพื้นที่ให้เป็น Everyday SMART Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันของชุมชนรอบข้าง โดยมีร้านค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ มุ่งเน้นการเป็น inspiring food destination และการทำกิจกรรมของชุมชน แผนงานภายใน 3 ปีข้างหน้าคือการปรับพื้นที่ศูนย์การค้าใน 140 สาขา ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ต่อยอดสู่การเป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต”

“ในส่วนของแพลทฟอร์มออนไลน์ เราจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถรองรับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่จะโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าในแต่ละราย เพื่อมอบส่วนลด สิทธิประโยชน์ และข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้าในระดับปัจเจกบุคคล ปัจจุบันเรามีฐานสมาชิกโปรแกรมขอบคุณลูกค้า มายโลตัส (MyLotus’s) กว่า 23 ล้านบัญชี โดยตั้งเป้า migrate สมาชิกทั้งมาอยู่บนแพลทฟอร์ม Lotus’s SMART App เพื่อการใช้งานที่สะดวกและไร้รอยต่อที่สุด นอกจากนั้น แผนงานด้านผลิตภัณฑ์ จะต้องตอบโจทย์เทรนด์และไลฟ์สไตล์ในอนาคต รวมถึงความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าพรีเมียม สินค้านำเข้า สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าท้องถิ่น สินค้า SME โดยในแต่ละสาขาจะมีสินค้าที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของโปรไฟล์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่ นอกจากนั้น แผนงานพัฒนาสินค้า own brand ของเรา จะมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่ดีต่อสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงอาหารสดคุณภาพสูง ปลอดภัย มาจากแหล่งที่ยั่งยืน และจำหน่ายในราคาที่เอื้อมถึงได้”

อดีต ผบ.หน่วย SEAL ทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่า ถ้ำขุนน้ำนางนอน ผงาดขึ้นนั่ง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ควบตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 

วันนี้ 28 กันยายน 2565 ทรภ.3/ศรชล.ภาค 3 จัดพิธีรับ - ส่งหน้าที่ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3) / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ผอ.ศรชล.ภาค 3) ระหว่าง พลเรือโท สมพงษ์ นาคทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ครบเกษียณอายุราชการ) และ พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ท่านใหม่) ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 

โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ การส่งมอบเอกสารและธงประจำตำแหน่ง และการมอบของที่ระลึก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top