Tuesday, 18 August 2026
Hard News Team

‘บินไทย’ ผงาด!! ทำรายได้ทะลุ 1.2 หมื่นล้านต่อเดือน หลังปรับต้นทุนการบริหารงานและค่าใช้จ่ายในทุกส่วน

‘การบินไทย’ เผยท่องเที่ยวฟื้นตัวทำรายได้นิวไฮทะลุ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ดันกระแสเงินสดในมือพุ่ง 3 หมื่นล้านบาท ชี้ความจำเป็นจัดหาทุนใหม่หวังพ้นสภาพฟื้นฟูกิจการ กลับซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนเป้าหมายกำหนดในปี68

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 65 นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในปัจจุบัน โดยระบุว่า ขณะนี้ผู้โดยสารของการบินไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวของทั่วโลกที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว ซึ่งปัจจุบันการบินไทยกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางบินราว 70% หากเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) สูงอยู่ที่ 85%

อย่างไรก็ตาม จากการฟื้นตัวของผู้โดยสารส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานของการบินไทย กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยปัจจุบันมีความสามารถทำรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ใกล้เคียงกับสถานการณ์ปกติเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีรายได้จากการดำเนินงานราว 1.5 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และถือเป็นรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับช่วงเกิดโควิด-19 ที่การบินไทยมีรายได้ต่ำสุดจากการดำเนินงานเพียง 200 ล้านบาทต่อเดือน

“ตอนนี้รายได้จากการดำเนินงานของเราเป็นนิวไฮในทุกเดือน โดยการบินไทยเริ่มมีกำไรตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565 ซึ่งเกิดขึ้นจากการปรับต้นทุนการบริหารงาน ค่าใช้จ่ายในทุกส่วน และยังหารายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อหักลบกับช่วงต้นปี ก่อนการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของการบินไทยในขณะนี้ยังไม่ทำกำไร แต่ถือว่าขาดทุนลดลงอย่างมาก”นายสุวรรธนะ กล่าว

นายสุวรรธนะ กล่าวว่า การฟื้นตัวของผู้โดยสารยังส่งผลให้กระแสเงินสด (แคชโฟว์) ของการบินไทยเพิ่มขึ้นสูงอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเพียงพอในการบริหารจัดการองค์กร ส่งผลให้การบินไทยไม่ได้มีความเร่งด่วนในการจัดหาเพิ่มทุนใหม่ แต่อย่างไรก็ดี เพื่อให้องค์กรยั่งยืนและสามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้ การบินไทยยังคงต้องดำเนินการจัดหาทุนใหม่จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท ตามรายละเอียดที่ยื่นปรับปรุงแผนฟื้นฟูฉบับล่าสุด

สำหรับแผนฟื้นฟูฉบับล่าสุดที่ศาลล้มละลายได้อนุมัติให้การบินไทยปรับปรุงนั้น จะต้องดำเนินการจัดหาทุนใหม่ตามกระบวนการแปลงหนี้เป็นทุน และการเพิ่มทุน จากเจ้าหนี้เดิมและผู้ถือหุ้นเดิม ในวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2567 ซึ่งลดลงจากแผนฟื้นฟูเดิมที่วางไว้ 5 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันการบินไทยอยู่ระหว่างเตรียมจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อเข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนนี้

สมุทรปราการ - ‘ทรงพล ทองวิจิตร’ นักธุรกิจชื่อดัง ทุ่มเงินกว่า 15 ล้าน เปิดร้านอาหารสุดหรู ‘ลา คาแนล คาเฟ่’

นายทรงพล ทองวิจิตร ผู้บริหาร ลา คาเเนล คาเฟ่ และ กรรมการบริหาร บริษัท ทรงพลการบัญชีและกฎหมาย จำกัด ถือฤกษ์ดี วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2565 ตัดลิ๊บบิ้นเปิดร้านอาหารสุดหรู อย่างยิ่งใหญ่อลังการ หลังทุ่มเงินในการก่อสร้างจำนวนกว่า 15 ล้านบาท ในพิธีประกอบไปด้วย การถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสฉลองเปิดร้านอาหารใหม่ สไตล์วิคตอเรียล ซึ่งเป็นสไตล์แนวยุโรป ใช้ชื่อว่า ลา คาเเนล คาเฟ่ โดยร้านนั้นตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง ตรอ. ถนนเทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เยืองกลับธนาคารไทยพาณิชย์ ติดกับโรงพยาบาลสินแพทย์เทพารักษ์

ภายในงานยังได้รับเกียรติ จากท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้เกียรติมาเป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดงานและร่วมแสดงความยินดีกับนายทรงพล ทองวิจิตร ผู้บริหาร ลา คาเเนล คาเฟ่ เนื่องในโอกาสฉลองเปิดร้านอาหารใหม่ ภายในงานยังมี พลตำรวจตรี ดร.พัลลภ แอร่มหล้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และ ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก

ภายในงานยังได้พบกับศิลปินชื่อดัง บ่าววีอาร์สยาม / ติ๊ก ชีโร่ / ศร ศรศักดิ์ สวนแก้ว เจ้าของเพลงดัง “ใจปลาซิว” และ รอน อรัญฯ อีกทั้ง ยังได้พบกับ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟชื่อดังระดับประเทศ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารไทย มาโชว์การทำอาหารให้กับแขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มลอง

โดย นายทรงพล ทองวิจิตร ผู้บริหาร ลา คาเเนล คาเฟ่ กล่าวว่า ตนเองนั้นมีความคิดริเริ่มที่อยากจะเปิดร้านอาหาร ซึ่งเดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นที่รกร้าง ก่อนจะถูกรีโนเวทและถูกสร้างเป็นร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหาร ลา คาเเนล คาเฟ่ เป็นเอกลักษณ์ของสภาปัตยกรรม สไตล์วิคตอเรียล ออกแบบการสร้างอย่างสวยหรูโดยนักออกแบบมืออาชีพ และในส่วนการตกแต่งร้านรวมถึงเฟอร์นิเจอร์นั้น เป็นการนำเอาเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยการประยุคประสมประสานในรูปแบบสไตล์ยุโรปเข้าด้วยกัน

มีห้องจัดเลี้ยง ที่สามารถรองรับได้ถึง 300-400 คน เป็นอาคารสูงสามชั้น บรรยากาศดี ด้านหลังติดกับคลองสำโรง เหมาะสำหรับจัดงานเลี้ยงรับรอง งานฉลอง งานเทศกาลปีใหม่ หรืองานสังสรรค์ต่างๆ ในส่วนความโดดเด่นของร้าน ลา คาเเนล คาเฟ่ นั้น มีทั้งอาหาร ไทย จีน ฝรั่ง ในส่วนเชฟประจำร้านเป็นเชฟมืออาชีพ มีประสบการณ์และมีความชำนาญในด้านการปรุงอาหารที่โดดเด่น 

อีกทั้ง ในการฉลองเปิดร้านใหม่ในครั้งนี้ ทางร้าน ลา คาแนล คาเฟ่ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษไว้สำหรับแขกผู้มีเกียรติและผู้ที่มาร่วมภายในงาน โดยทางร้านจะมีส่วนลดพิเศษ 15 % และมีระยะเวลานานถึง 1 ปี สำหรับประชาชนท่านใดที่สนใจจะเดินทางมาลิ้มรสกับรสชาติความอร่อยของร้าน ลา คาแนล คาเฟ่ บรรยากาศแบบธรรมชาติ และมีอาหารที่หลากหลายให้เลือก สามารถโทรสอบถามได้ที่ 095-459-2483 และ 081-554-4435 


คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ม.แม่โจ้ ทำ MOU ทางวิชาการ กับ บ.สหฟาร์ม จก. ร่วมเสริมทักษะประสบการณ์วิชาชีพนักศึกษา และวิจัยไก่พื้นเมืองลูกผสมสายสายเลือด

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2565 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ กับ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด จำนวน 2 ฉบับ เพื่อร่วมมือในด้านวิชาการวิจัย ส่งเสริมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษา โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นางสาวจารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เป็นผู้แทนลงนามของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง Smart classroom ชั้น 2 อาคาร 25 ปีธุรกิจการเกษตร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 

สำหรับการลงนามความวิชาการในครั้งนี้ บริษัทฯ จะสนับสนุนสถานที่สำหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้แก่นักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับโรงงานแปรรูปอาหารสำเร็จรูปไก่สด และโรงงานแปรรูปอาหารไก่ปรุงสุก รวมถึงกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน สนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน ทุกการศึกษา ทุนวิจัยและพัฒนาวิชาการ การฝึกประสบการณ์เกี่ยวกับกิจการไก่พ่อ-แม่พันธุ์ โรงฟัก ฟาร์มไก่ และการบริหารจัดการฟาร์มที่ทันสมัย พร้อมทั้งจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับนักศึกษาตลอดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์ โดยมหาวิทยาลัยจัดส่งนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้เข้ารับการฝึก ทั้งนี้ นักศึกษาที่ผ่านการฝึกตามเกณฑ์ ทางบริษัทยินดีรับเข้าเป็นพนักงานของบริษัทฯ ต่อไป

กองทัพเรือ เปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2566 ให้แก่ประชาชน และ กำลังพลกองทัพเรือ ตรวจสภาพรถฟรี 24 รายการ ระหว่างวันที่ 23 – 28 ธ.ค.65

กองทัพเรือเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2566 ให้แก่ประชาชน และกำลังพลกองทัพเรือ ตรวจสภาพรถฟรี 24 รายการ ระหว่างวันที่ 23 – 28 ธ.ค.65 เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 23 ธ.ค.65 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2566 กับกองทัพเรือโดยกรมการขนส่งทหารเรือ ซึ่งจะจัดให้มีการตรวจสภาพรถฟรี จำนวน 24 รายการ ให้กับประชาชน และกำลังพลกองทัพเรือ ระหว่างวันที่ 23 – 28 ธ.ค.65 ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถ และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ ลานจอดรถ กองรถยนต์ กรมการขนส่งทหารเรือ

​​​​​​

ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 ด้านกำลังพล ในการยกระดับคุณภาพชีวิต และสวัสดิการของกำลังพลกองทัพเรือ โดยให้จัดกิจกรรมที่เป็นการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้กับกำลังพล ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่มักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น กองทัพเรือโดยกรมการขนส่งทหารเรือจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รถยนต์ของประชาชน ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ กองทัพเรือที่เข้ารับบริการ มีสภาพพร้อมใช้ ทำให้เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมขยายผล จับผู้ต้องหาเพิ่มเติม กรณีคนร้ายเขียนใบปลิวเรียกค่าคุ้มครองสวนทุเรียน

จากกรณีสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.65 เวลาประมาณ 14.00 น. ได้มีคนร้ายได้ใช้ของมีคมปอกเปลือกของลำต้นทุเรียนหมอนทอง จำนวน 9 ต้น และราดน้ำกรดฆ่ายางบริเวณดินใต้ต้นทุเรียน ทำให้ได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าประมาณ 20,000 บาทต่อต้น ซึ่งปลูกไว้บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ม.8 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จว.พัทลุง และมีการเขียนข้อความด้วยปากกาลงในกระดาษลักษณะข่มขู่ บรรจุในถุงพลาสติกใสผูกติดไว้ที่ต้นทุเรียน ข้อความว่า 

“พวกเราจะขอความช่วยเหลือ ถ้าหากไม่ด้ายตัวอย่างมีให้เห็น ไว้แล้วที่ต้นทุเรียน ถ้าไม่อยากให้ต้นทุเรียนตายหมดทั้งสวน ให้คุณไปติดต่อที่ลูกพี่กูด้ายเลย กูให้เวลาพวกมึงไม่เกิน 7 วัน เน้นไม่เกิน 7 วัน” ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พ.ย.65 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 รายคือ นายเจิม หรือไข่หมูก เส้งเอียด อายุ 72 ปีนั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กิตติประภัสร์ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์หักพาล รอง ผบ.ตร. ควบคุมดูแลการสืบสวนติดตามและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ สร้างความหวาดกลัว และไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีการขู่กรรโชกทรัพย์จากประชาชน จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้สั่งการให้พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.สส.ภ.9, พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จงหวัง ผกก.สภ.ป่าพะยอม และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งรัดขยายผลนำตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีเพิ่มเติม

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าพะยอม ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ศาลจังหวัดพัทลุง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ราย คือ

1. นายวิโรจน์หรือ สท.แบน จันทร์มล อายุ 56 ปี โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นพืชหรือพืชผลของกสิกร, ร่วมกันบุกรุก เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากการสืบสวนพบว่า นายวิโรจน์ฯ ได้ให้การกับตำรวจโดยมีเนื้อหาขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดข้อพิรุธ สงสัย และยังพบความเชื่อมโยงระหว่างนายวิโรจน์ฯ กับนายเจิมฯ นอกจากนี้ เมื่อนายวิโรจน์ฯ และนายเจิมฯ ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตัวมาสอบสวนก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ได้พยายามเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งน่าเชื่อว่ากระทำไปเพื่อพยายามปิดบังความเชื่อมโยงของทั้งสองคน 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังขยายผลไปยังคดีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้ ซึ่งเกิดขึ้นช่วงวันที่ 21 -22 ก.ย.65 ได้มีคนร้ายลักลอบเข้าไปในสวนทุเรียนของนายโชคดี คงยวง อายุ 68 ปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ก่อเหตุปักป้ายที่มีข้อความว่า 

“15 วันต้นทุเรียนที่อยู่ในสวนจะถูกต่ำลายตายหมดไม่เหลืออยู่ในสวนสักต้นเดียว ถ้าหากยังคิดว่าพวกกูไม่มีน้ำยาจะทำลายต้นทุเรียน แล้วจะเสียใจชั่วชีวิต 15 วัน เท่านั้น น้ำยาฆ่าตอยางลง 3 ชั่วโมงเท่านั้น จากพวกกูเด็กนายหัว” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำเอาข้อความที่ถูกเขียนดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับ ลายมือของนายเจิมฯ พบว่าเป็นลายมือคนเดียวกัน จึงได้ดำเนินคดีกับ นายเจิม หรือไข่หมูก เส้งเอียด เพิ่มเติมอีก 1 คดี โดยกล่าวหาว่า พยายามกรรโชกทรัพย์, บุกรุก

 

 

 

คนดัง - ส.ส. ตบเท้าเข้า รทสช. เพียบ หลัง ‘บิ๊กตู่’ ชัดเจนรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ

ทันทีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศชัดเจนว่า จะเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียวของพรรค ปรากฏว่า มีนักการเมืองเริ่มทยอยเปิดตัวตามพลเอกประยุทธ์ อย่างคึกคัก 

เริ่มจาก ‘แรมโบ้’ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคเทิดไทเรียบร้อย และคาดว่าจะไปรวมงานทางการเมืองกับนายกฯ ที่ รทสช. เพราะเป็นพรรคที่แรมโบ้ ร่วมก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่แรก

ถัดมาเป็น ‘ชัช เตาปูน’ ชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท(พทท.) ก็ได้ประกาศตาม ไป รทสช.ด้วยเช่นกัน โดยจะเข้าไปนั่งในทีมยุทธศาสตร์พรรค หลังจากที่ได้ส่งลูกชาย ‘ชื่นชอบ คงอุดม’ ล่วงหน้าไปแล้วก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เตรียมย้ายไปอยู่ รทสช.ด้วยเช่นกัน หลังโพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่เคยลืมที่มาของการได้เป็น ส.ส. ไม่ละทิ้งอุดมการณ์และความตั้งใจ..ที่มีแต่การทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่มีเหตุผลอะไร…ที่จะไม่เดินตามกันไปค่ะ  พร้อมติดแฮชแท็ก ว่า #เราไม่ทิ้งกัน #รวมไทยสร้างชาติ #รักเธอประเทศไทย

‘เพื่อไทย’ ชวนจับตา ‘บิ๊กตู่’ อาจใช้งบเอื้อพวกพ้อง หลังแต่งตั้ง ‘พีรพันธุ์’ นั่งเลขาธิการนายกฯ

(23 ธ.ค. 65) นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีคำสั่งสลับเก้าอี้แต่งตั้งนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นเลขาธิการนายกฯ โดยโยกนายดิสทัต โหตระกิต เลขานายกฯ ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ทั้งที่ไม่พบว่านายดิสทัตมีความผิดหรือไม่เหมาะสมประการใดนั้น จึงมีคำถามว่าในการสลับตำแหน่งครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสสร้างความนิยมให้พรรคการเมืองในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ทั้งยังอาจตีความได้ว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ด้วยการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองโดยมิชอบตามที่กำหนดในมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 186 วรรคสอง ประกอบพ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หรือไม่ 

นายชุมสาย กล่าวต่อว่า กรณีนี้ส่อเจตนาถึงความไม่สุจริตหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เตรียมตัวจะไปทำงานการเมือง เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยได้ร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคก่อนหน้านี้บ้างแล้ว ถือเป็นการทำงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติโดยพฤตินัย ดังนั้นการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์เตรียมจะไปสังกัดให้เป็นเลขานายกฯ ในช่วงนี้ อาจเป็นไปโดยมีวาระซ่อนเร้น เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยว่าเป็นการต่างตอบแทนกันในทางการเมือง หรือทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนกับพรรค ยิ่งกว่าประโยชน์ของประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน หรือการอนุมัติโครงการต่าง ๆ มากมายช่วงท้าย ๆ ของรัฐบาล

‘โรม’ จี้ ‘ยุติธรรม’ ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คาด!! มีส่วนช่วย ‘ประสิทธิ์ เจียวก๊ก’ หลบหนี

(23 ธ.ค. 65) รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งคำถามต่อการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมหลังจากที่กรณีที่นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก สามารถไขกุญแจตรวนและพยายามหลบหนีในขณะถูกคุมตัวมาที่ศาล โดยรังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในกระบวนการควบคุมตัวปกติ ราชทัณฑ์ไม่น่ามีโอกาสหลบหนีไปได้

“ตัวผมเองมีโอกาสใช้บริการจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์บ่อยครั้ง แนวทางการปฏิบัติในวันที่ผมถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีความเคร่งครัดมาก จนแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนี” รังสิมันต์กล่าว

ทั้งนี้ รังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่าความหละหลวมที่เกิดขึ้นต้องดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ใน 2 ประเด็น คือ กุญแจโซ่ตรวนเป็นกุญแจที่ทำมาจากต่างประเทศ มีมาตรฐานสูง ซึ่งคนที่มีกุญแจสำรองมีแต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นายประสิทธิ์ได้รับกุญแจมาได้อย่างไร อีกประเด็นคือการควบคุมตัวการควบคุมตัว เป็นไปได้อย่างไรที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ใส่สูท ซึ่งนี่เป็นสัญญาณนัย ๆ หรือเปล่าที่ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับนักโทษคนอื่น ๆ

‘ชัช เตาปูน’ ทิ้งพรรค ย้ายตาม ‘บิ๊กตู่’ ซบ ‘รทสช.’ นั่งทีมยุทธศาสตร์พรรค

‘ชัช เตาปูน’ ประกาศตาม ‘บิ๊กตู่’ ไป รทสช. นั่งทีมยุทธศาสตร์ เผยยังไม่ตัดสินใจลาออกจากพลังท้องถิ่นไทย เมื่อไหร่ 

(23 ธ.ค. 65) นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ประกาศความชัดเจนในการเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ว่า เมื่อนายกฯ ประกาศความชัดเจน วันนี้ตนจึงพูดได้ว่า จะไปร่วมงานการเมืองกับพรรค รทสช.โดยจะเข้าไปเป็นทีมงานยุทธศาสตร์ของพรรค อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนยังไม่ได้ลาออกจากพรรคพลังท้องถิ่นไท ส่วนจะลาออกหลังจากที่สภาฯ หมดสมัยประชุมหรือเมื่อใดนั้นขอพิจารณาอีกครั้ง เพราะการสังกัดพรรคมีผลผูกพันต่อตำแหน่ง ส.ส.

‘อนุสรณ์’ แซะ ‘บิ๊กตู่’ หลังประกาศย้ายซบ รทสช. ชี้!! ต้องรีบประกาศ เพราะกลัวส.ส. ไม่ย้ายตาม

(23 ธ.ค. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นต้องประกาศ อาจเพราะจำนนต่อสถานการณ์ เพราะหากไม่ประกาศ ส.ส.ก็ไม่กล้าย้ายตาม เมื่อได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 คน พรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯ ได้ พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติกรรมย้อนแย้ง ไม่พูดอะไรตรงไปตรงมา การอ้างเหตุที่ตัดสินใจประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะพรรคพลังประชารัฐได้ประกาศเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไปแล้วนั้น เป็นการพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ตีกินทางการเมืองหรือไม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top