Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ชาวเกาหลีใต้ 56% หนุนเกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อใช้ต้านภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ 

(24 เม.ย.66) สำนักสำรวจเรียลมิเตอร์สอบถามความเห็นชาวเกาหลีใต้วัยผู้ใหญ่จำนวน 1,008 คนเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ตอบ 56.5% สนับสนุนให้เกาหลีใต้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง และเห็นว่าควรต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือในโอกาสที่

ประธานาธิบดี ยุน ซ็อกยอล จะเดินทางไปประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่ผู้ตอบ 40.8% คัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ข้อถามถึงเหตุผลที่สนับสนุนให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ผู้ตอบ 45.2% ชี้ว่า เกาหลีใต้ควรต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ และต่อข้อถามถึงเหตุผลที่คัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ผู้ตอบ 44.2% ชี้ว่า จะทำให้เกาหลีใต้ถูกนานาชาติคว่ำบาตร 

ประธานาธิบดียุนจะเยือนสหรัฐฯ ในฐานะประมุขของรัฐเป็นเวลา 6 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน เนื่องในวาระครบ 70 ปีที่ 2 ประเทศเป็นพันธมิตรกัน คาดว่าประเด็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ จะเป็นหัวข้อหลักของการสนทนากับผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันที่ 26 เมษายนหลังจากพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ

‘หมอมิยู’ ทันตแพทย์สาว คว้าสถิติโลก ในงานวิ่ง ‘ลอนดอนมาราธอน’  หลังวิ่งด้วยชุดไทยได้เร็วที่สุด ดัน Soft Power ชูชุดไทยสู่สากล

(23 เม.ย. 66) ทันตแพทย์สาวนักวิ่ง อยากเผยแพร่ Soft Power แฟชั่นไทย สวมชุดไทยเต็มยศวิ่งระยะ 42 กิโลเมตร ประกาศความงามชุดไทยให้โลกรู้ในลอนดอนมาราธอน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 45 นาที คว้าสถิติโลกการวิ่งด้วยชุดไทยได้เร็วที่สุด

ข่าวดีจากประเทศอังกฤษ เมื่อวานนี้ (23 เม.ย. 66) เมื่อ ‘หมอยูมิ’ ทันตแพทย์หญิง ชรินญา กาญจนเสวี คุณหมอนักวิ่งชาวไทย ลงวิ่งในรายการ ‘ลอนดอนมาราธอน’ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 รายการวิ่งเมเจอร์ระดับโลก ในระยะมาราธอน (42.195 กิโลเมตร)

ความพิเศษของการวิ่งในครั้งนี้ อยู่ที่ หมอยูมิ เลือกที่จะแต่งชุดไทยแบบเต็มยศ มีทั้งรัดเกล้า สไบ โจงกระเบน รวมน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม พร้อมทั้งยื่นขอจดสถิติโลก Guinness World Records เป็นนักวิ่ง ‘Fastest Marathon dressed in Thai Traditional Dress’ หรือ นักวิ่งที่แต่งชุดไทยวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด

ก.แรงงาน ติวเข้มเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รุ่นที่ 1 ผนึกกำลังทีมสหวิชาชีพ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ มุ่งไทยสู่เทียร์ 1

วันที่ 24 เมษายน 2566 เวลา 09.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน 
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับปี พ.ศ. 2565) รุ่นที่ 1 โดยมี นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นางโสภา เกียรตินิรชา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมด้วย 
ณ โรงแรมพาลาซโซ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร 

นายบุญชอบ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงแรงงาน “MOL พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย”ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  ได้กำหนดให้ “เร่งรัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและป้องกันการค้ามนุษย์ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Tier 1” ซึ่งนโยบายดังกล่าวหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้นำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้แก่เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทีมสหวิชาชีพ ให้มีความความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน และได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล( ชคต.) กายูคละ  อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เน้นย้ำปฎิบัติงานด้วยความ ไม่ประมาท ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย

ที่ฐานปฎิบัติการ ชุดคุ้มครองตำบล( ชคต.) กายูคละ  อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) พร้อมทั้งให้กำลังใจ พบปะพูดคุย มอบแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกในการดูแลหมู่บ้าน ชุมชน แก่เจ้าหน้าที่ ชุดคุ้มครองตำบล พร้อมทั้งมอบนโยบายมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย  โดยมี พันเอกภาคิน เกื้อกูล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48  ปลัดตำบลกายูคละ /หัวหน้าชุดคุ้มครองกายูคละ ตลอดจน ผู้นำท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมประชุม

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว กล่าวว่า วันนี้ที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ เจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลในการปฏิบัติหน้าที่ ณ  ฐานปฏิบัติการ เพื่อมอบนโยบายการปฎิบัติงาน พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย  การจัดแผนการรักษาความปลอดภัยตำบล หมู่บ้าน การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด, แผนป้องกันเหตุ, แผนเผชิญเหตุ, แผนป้องกันเหตุแผนการปฏิบัติการเมื่อมีภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง, แผนระงับเหตุโดยดำเนินการตามกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม, การแก้ไขข้อบกพร่องตามเกณฑ์มาตรฐาน 5 ด้าน ทั้งด้านกายภาพ, ด้านกำลังคน, ด้านการปฏิบัติงานด้านข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่, ด้านความเข้มแข็งของชุมชน พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหา ข้อขัดข้องในการปฎิบัติงาน รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ ตามแผนมาตรการระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ 7 ขั้นตอน ( 3 นอก 4 ใน ) ที่สำคัญให้ปฏิบัติตามนโยบายสั่งการของพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่ได้ฝากความห่วงใยมาถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความอดทนปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ

‘บิ๊กป้อม’ ปลื้ม!! ไทยได้สิทธิ์จัดแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ ต่อเนื่อง  พร้อมขอบคุณนักกีฬา-สมาคม ที่ทุ่มเทสร้างชื่อให้ประเทศ

(24 เม.ย.66) ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ครั้งที่ 4/2566 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอ ครม. พิจารณายืนยันการเป็นเจ้าภาพของไทยในการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์ และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 17-26 พ.ย.นี้ พร้อมงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนกีฬาฯ และงบอื่นตามความจำเป็น 

ซึ่งคณะกรรมการฯ ให้กกท. ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อหารือในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณในระหว่างการเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามข้อกำหนด และกฎหมาย
นอกจากนั้นรายงานผลการประเมินการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ประจำปี 2565 ของ กกท. และให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไข เพื่อความเหมาะสม สมบูรณ์ เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป 

‘อุ้ม อัชญา’ ผู้สมัคร กทม.ของ ‘ภท.’ ชูนโยบาย ‘กล้อง CCTV’ ตรวจจับรถที่ไม่หยุดให้คนข้ามถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ ปชช.

(24 เม.ย. 66) น.ส.อัชญา จุลชาต หรือ ‘อุ้ม’ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 32 บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ธนบุรี เบอร์ 7 พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘อุ้ม อัชญา จุลชาต’ บอกเล่าประสบการณ์ที่พบเจอขณะลงพื้นที่ ว่าตนได้เข้าช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนขณะกำลังข้ามถนนบริเวณทางม้าลาย โดยระบุว่า…

“ขณะที่อุ้มกำลังลงพื้นที่ อุ้มได้เจออุบัติเหตุรถชนคนที่กำลังข้ามถนนบริเวณทางม้าลายใกล้ ๆ MRT สถานีอิสรภาพ อุ้มและทีมงานเลยรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และช่วยติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือ

ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายการเชื่อมกล้อง CCTV บริเวณทางม้าลาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน (ไว้ตรวจจับรถที่ไม่หยุดให้คนข้าม ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วนำข้อมูลมาปรับคะแนนจราจรของผู้ขับ) และจากมุมมองของคนพื้นที่อย่างอุ้ม การเชื่อมต่อกล้อง CCTV บริเวณทางม้าลาย ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำหรับกลุ่มกรุงเทพฯ ฝั่งธน ที่ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาของประชาชน

‘ชูวิทย์’ แฉหมดเปลือก เปิดตัวเลข ‘ซื้อเสียง’ สะท้านทุกภูมิภาค เผย ใช้ อสม.เป็น ‘ตัวกลาง’ ชี้!! รอบนี้หนักสุดในประวัติศาสตร์

(24 เม.ย. 66) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ หัวข้อ ‘เลือกตั้งประเทศไทย 2566’ โดยมีเนื้อหาดังนี้…

“การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการจ่ายเงินซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์”

โดยใช้ อสม. (อาสาสมัครหมู่บ้าน) เป็น ‘ตัวกลาง’ ในการประสานงานกับชาวบ้าน ทั้งจดชื่อ แนะนำ แจ้งวิธีการจ่าย จำนวนเงิน ชวนให้ไปฟังปราศรัย พบปะผู้สมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

สรุปการจ่ายได้ดังนี้

1.) มัดจำด้วยวิธีการทยอยจ่าย เช่น 300 - 500 บาทต่อคน และอีกส่วนก่อนวันเลือกตั้ง

2.) จ่ายเพื่อให้มาร่วมฟังนโยบายแบบวงย่อย ได้คนละ 100 - 300 บาท

3.) จ่ายเพื่อให้ไปฟังปราศรัยใหญ่ 300 - 500 บาท เป็นการเกณฑ์คนมาฟังเพื่อแสดงให้ดูกำลังของพรรค และ ส.ส.

4.) การเช็คจำนวนคนที่ลงคะแนน เนื่องจากในแต่ละหน่วยเลือกตั้งมีจำนวนคนไม่มาก เงินที่จ่ายให้ชาวบ้านจึงเบี้ยวยาก

5.) การให้ไม่ได้หมายความว่าจะได้แน่นอน เพราะคู่แข่งขันอาจให้มากกว่า เช่น ตั้งเป้าให้ 1,000 ต่อหัว แต่ไปเจอคู่แข่งให้ 1,500 หรือเกทับกลับไป 2,000 ก็มี

ชาวบ้านจึงรับเงินฟรีแต่ไม่กา ไปกาให้อีกฝั่ง อย่างนี้ไม่ผิด ไปว่าชาวบ้านไม่ได้

ราคาดังกล่าวเป็นราคาในภาคอีสาน เหนือ ส่วนภาคกลางที่มีการต่อสู้หนัก ราคาไหลไปสูงกว่านั้น ไฮไลต์อยู่ที่ภาคใต้ ราคาเฉลี่ย 2,000 ต่อหัวอย่างต่ำ โดยที่จ่ายสูงสุด คือ จังหวัดภูเก็ตราคาอยู่ที่ หัวละ 3,000 บาท ในขณะนี้

ชาวบ้านมองการเลือกตั้งคือการเทศกาลจ่าย เงินสะพัด เป็นการคืนกำไรที่โกงกลับมาให้ หรือเป็นการจ่ายเพื่อลงทุนในการเป็น ส.ส.การเมืองไทยจึงเปรียบเสมือนธุรกิจ ที่ต้องใช้เงินจ่ายค่า ‘สัมปทาน’ ในการผ่านเข้าไปสู่ระบบ ส.ส.ตามขั้นตอน

หากพรรคกลายเป็นตัวแปรหลังคะแนนออก การจับคู่เจรจาตำแหน่งเจ้ากระทรวงจะมีกำลังเพิ่มเป็นโบนัสชิ้นใหญ่ พรรคการเมืองกลับคำได้หมด ไม่สนที่ปราศรัยไว้ตอนหาเสียง เพราะต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ ต่อรองเอากระทรวงที่มีโครงการมาก มีงบมาก เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ส่วนพรรคเล็กได้ ส.ส.ไม่มาก ได้กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงอุดมศึกษาฯ

โดยเฉลี่ย มี ส.ส. ในมือ 7 คนได้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง แต่ขึ้นอยู่กับพรรค และการต่อรองเป็นหลัก

อย่างพรรคภูมิใจไทยที่ได้ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคมในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์เมื่อปี 2552 เพราะเนวินยอมหัก ‘นายเก่าทักษิณ’ ให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ กระทรวงทำเงินจึงตกอยู่กับพรรคภูมิใจไทยหมด

จนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังอ่อนประสบการณ์เจรจาจัดตั้งรัฐบาล ห่วงแต่จะเป็นนายกฯ และเน้นเอาเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และเศรษฐกิจ จึงเสียกระทรวงคมนาคมไปให้พรรคภูมิใจไทย กระทรวงสาธารณสุขก็จะเอา เพราะต้องผลักดันนโยบายกัญชาเสรี

สงครามยังไม่จบ!! 'ลุงตู่' ไม่ถอดใจ ก้มหน้าก้มตาเก็บปาร์ตี้ลิสต์อีสาน

ส่องแนวรบพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) วันนี้ ส่วนใหญ่ยังสู้สุดตัว แต่หลายคนในกทม.เริ่มแอบออกอาการถอดใจ...ก็อยากจะบอกว่า...สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร...

การเลือกตั้งยังไม่ถึงเจ็ดวันสุดท้ายอย่าเพิ่งถอดใจ...แบบว่า “เลือกความสงบจบที่ลูงตู่” เวอร์ชั่นใหม่อาจเกิดขึ้นก็ได้ แม้วันนี้เจ้าของวลีดังกล่าวคือ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ต้องไปทำหน้าที่ตอกเสาเข็มอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยเสียแล้วก็ตาม...

ตัวเลขเฉลี่ยที่โพลสำนักต่างๆ ระบุจำนวนที่นั่งของพรรครทสช...ในสนามกทม.อยู่ที่ 3-4 ที่นั่ง จากทั้งหมด 33 เก้าอี้...เล็ก เลียบด่วน ก็เห็นด้วยกับตัวเลขนี้

ในขณะที่ตัวเลขรวมทั้งประเทศของพรรครทสช.นั้น ดูจาก 3 โพล ก็ยังบอกอาการที่ไม่ชัดเจนนักว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร...ซึ่ง เล็ก เลียบด่วน ใคร่ขอยกตัวเลขคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 16 ที่นั่ง ที่คาดว่าพรรค รทสช.จะได้ ไปรวมกับ ส.ส.เขต ที่แต่ละโพลสำรวจไว้จะออกเป็นจำนวน ส.ส.ทั้งหมดดังนี้...

>> ซูเปอร์โพล 51 ที่นั่ง (35+16)
>> เนชั่น โพล 37 ที่นั่ง (21+16)
>> โพลความมั่นคง 69 ที่นั่ง  (53+16)

ดูจาก 3 โพลก็ต้องบอกว่า...โพลใครก็โพลใคร...'เล็ก เลียบด่วน' ก็แอบทำโพลตัวเองแปะข้างฝาไว้เหมือนกันว่า นาทีนี้พรรคลุงตู่คะแนนอยู่ที่ประมาณ 56 ที่นั่ง ส.ส.เขต 40 บัญชีรายชื่อ 16 ในจำนวนนี้ ส.ส.เขต 40 คน นี้คาดหมายว่าจะมาจากภาคอีสานเพียงคนเดียวคือ ถ้าไม่จากจังหวัดเลยของครอบครัวเร่งสมบูรณ์สุข ก็อาจจะเป็น กำนันประนอม โพธิ์คำ เขตวังน้ำเขียว โคราช...

น่าเสียดายที่ 20 จังหวัด 133 เขตในดินแดนที่ราบสูง พรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถดึงอดีตส.ส.เกรดเอมาร่วมทัพได้ ที่พอมีลุ้นอยู่บ้างก็กลายเป็นผู้สมัครที่มาจาก ส.จ.และนักธุรกิจ เช่นที่ เขต 1, เขต 2 อุดรธานี เขต 4 สกลนคร ดังนั้นวันนี้ 24 เม.ย.2566 จึงไม่แปลกที่ 'ลุงตู่' จะนำคณะชุดใหญ่ไฟกระพริบลุยพบปะประชาชน 2-3 จุด...ที่อุดรฯ เมืองหลวงของคนเสื้อแดง  

ผู้ประกวดมิสแกรนด์ 2023 งัดลูกเล่นฟาดฟันกันสุดฤทธิ์ ระดมสมองสุดครีเอต ประชันกันในรอบชุดประจำจังหวัด

เรียกเสียงฮือฮากันอีกครั้ง สำหรับเวที Miss Grand Thailand 2023 ในรอบชุดประจำจังหวัด เมื่อค่ำวันที่ 23 เมษายนผ่านมา เพื่อค้นหา ชุดประจำชาติ (Miss Grand Thailand 2023 : National Costume Competition) 

แน่นอนว่าแต่ละจังหวัดก็งัดทีเด็ดออกมาฟาดฟันกันแบบสุดฤทธิ์ มิสแกรนด์เลยที่ออกมาในชุดหญิงชาวบ้านธรรมดาๆ ด้วยชูป้ายที่มีข้อความว่า “คอรัปชั่น 8 ปี บวชชีดีกว่า” ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชุดบวชชี หรือจะเป็นมิสแกรนด์จากบุรีรัมย์ ก็มาโคฟเวอร์มาในชุด ‘ลิซ่า’ ซิ่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สื่อถึงสนามแข่งรถ ตบท้ายด้วยการโชว์ ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ มิสแกรนด์สิงห์บุรีพรีเซนต์ได้งดงามจริงๆ ในชุด ‘พญาราชสีห์’

‘ปชป.’ หนุนปลดล็อก ‘เซ็กซ์ ทอย’ ดันเป็นสินค้าควบคุมพิเศษ หวังแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเพศ-สร้างเม็ดเงินจากอุตสาหกรรม

(24 เม.ย. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้ ‘เซ็กซ์ ทอย’ (Sex Toy) หรืออุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ เป็นสินค้าต้องห้าม เป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเข้าข่ายลามกอนาจาร เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม รวมถึงถูกตีความเป็นวัตถุผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 และถูกจัดให้เป็นวัตถุที่เป็นของต้องห้ามตามความหมายในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ.2560

แต่เนื่องจาก ยังมีผู้ที่ต้องการสินค้าดังกล่าว จึงเกิดการลับลอบซื้อขายสินค้าชนิดนี้ ซึ่งไม่เพียงทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสินค้า แต่ยังนำไปสู่ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ฉวยโอกาสเรียกรับสินบน ทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าดังกล่าว เพราะเซ็กซ์ทอยที่มีจำหน่ายกันอยู่นั้นไม่มีความปลอดภัย เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร หรือผู้ใช้เกิดการติดเชื้อ

“ที่จริงเซ็กซ์ทอยเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเครียด หรือใช้ในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน โดยเซ็กซ์ทอยมีรูปร่างแตกต่างกันไปตามวิธีการใช้งาน อาทิ ไวเบรเตอร์ ตุ๊กตายาง ดิลโด นอกจากนี้ เซ็กซ์ทอยยังมีประโยชน์ด้านสังคม เพราะสินค้าประเภทนี้จะสามารถลดการค้าบริการ และปัญหาการหย่าร้างจากความต้องการทางเพศที่ไม่สมดุล ที่สำคัญจะมีส่วนช่วยลดอัตราการก่ออาชญากรรมทางเพศ ซึ่งในประเทศไทย สถิติคดีการล่วงละเมิดทางเพศและคดีอาชญากรรมทางเพศ เฉลี่ย 5 ปี ของคดีข่มขืนเฉพาะที่มีการแจ้งความ เกิดคดีข่มขืนปีละประมาณ 4,000 คดี จับคนร้ายได้ 2,400 คดี แต่เมื่อมีการทำวิจัย กลับได้ข้อสรุปว่า มีคดีข่มขืนที่ไม่ได้แจ้งความประมาณร้อยละ 87 ซึ่งหมายความว่า 1 ปี อาจมีการก่อคดีข่มขืนในไทยมากถึง 30,000 คดี” น.ส.รัชดา กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top