Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

เจ้ากรมอู่ทหารเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" แจกถุงสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียง และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันนี้ (24 เมษายน 2566) พลเรือโท สุทธิศักดิ์ บุตรนาค เจ้ากรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานการจัดกิจกรรม พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และกำลังพลจิตอาสา กำลังพลกรมอู่ทหารเรือ ร่วมกับ เทศบาลตำบลพลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" แจกถุงสิ่งของเครื่องใช้สำหรับผู้ป่วยติดเตียง และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หมู่ 2 ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
#The Trusted Navy
#กรมอู่ทหารเรือ

ภาพ/ข่าว  เจี๊ยบโฟกัสมีเดีย

เชียงใหม่-ร่วมใจ๋ไหว้สา สักการะครูบาอาจ๋านพยาบาล มช. สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง 2566

คณะกรรมการทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาไทย ร่วมกับ สโมสรนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีสักการะสระเกล้าดำหัวแด่คณบดี อดีตคณบดี อาจารย์และบุคลากรอาวุโส "ร่วมใจ๋ไหว้สา สักการะ ครูบาอาจ๋าน สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง 2566" (DUM HUA CEREMONY) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดี เป็นประธานในพิธี นายจีระศักดิ์ หุ่นเก่า นายกสโมสรนักศึกษาของคณะฯ กล่าววัตถุประสงค์การจัดงานและกล่าวสูมาคารวะ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาทุกหลักสูตรทุกชั้นปี ตลอดจนศิษย์เก่าของคณะฯ ได้แสดงความกตัญญูกตเวที กราบขอขมาลาโทษที่อาจเคยล่วงเกินผู้ใหญ่ พร้อมทั้งขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในวันเริ่มต้นปีใหม่แบบไทย เนื่องในวันสงกรานต์เป็นการร่วมสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป ณ ลานดอกปีบ อาคาร 1 คณะพยาบาลศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2566

วิภาดา/เชียงใหม่

ตร.ภ.2 อบรม ครู ข.ไข่ นครนายก 60 นาย รู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันนี้ (24 เมย.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช. ภ.2  ได้รับมอบหมาย ให้เดินทางมา
เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม โครงการสร้างภาคีเครือข่าย ป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ครู ข.ไข่)  ณ ห้องประชุม  ภ.จว.นครนายก 
     

โดยมี พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.นครนายก และ พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รอง ผบก.ภ.จว.นครนายก, รอง ผบก.ฯ, ผกก.หน.สภ.ทุก สภ. พร้อม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 60 นาย  เข้าร่วมในพิธี และเปิดการฝึกอบรม ตามวัตถุประสงค์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เพื่อให้ภาคีเครือข่าย (ครู ข.ไข่) เสริมภูมิคุ้มกัน และ ถ่ายทอดความรู้ ในการป้องกันภัยด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้บรรเทาเบาบางลง จนหมดสิ้นไป  

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘ลุงหนู’ ลุยหาเสียง อ้อนขอคะแนนชาวภูเก็ต ชูนโยบายยกระดับภูเก็ตสู่เมืองสุขภาพระดับโลก 

(24 เม.ย.66) ที่ยิมเนเซียม บริเวณสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และแกนนำพรรค นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรค และน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายนิพนธ์ เอกวานิช เบอร์ 3 เขตเลือกตั้งที่ 2 นายวงศกร ชนะกิจ เบอร์ 5 และเขตเลือกตั้งที่ 3 นายวิวัฒน์ จินดาพล เบอร์ 9

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 62 ไม่มีใครคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีส.ส. จากภาคใต้ได้กว่า 10 ที่นั่ง แต่ที่สุดแล้วมันก็เกิดขึ้น เพราะความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ตรงส่วนนี้ตระหนักอยู่ในหัวคิดของพรรคภูมิใจไทยตลอดเวลาว่าจะต้องตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจที่ประชาชนมอบให้ ที่ผ่านมา เราพัฒนาถนนหนทางให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไปจนถึงขยายบริการด้านสาธารณสุข ล่าสุดเราประสบความสำเร็จในการผลักดันสะพานเชื่อมพัทลุง-สงขลา และสะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ อนาคต เราจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมต่ออ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ผ่านจังหวัดชุมพร-ระนอง 

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับ จ.ภูเก็ต ท่านพิสูจน์ศักยภาพของท่านมาแล้ว จากการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่เราจะเพิ่มโอกาสให้พวกท่านมากขึ้นด้วยการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Hub หลายชาติกำลังเข้าสังคมผู้สูงวัย เขาต้องมองภูเก็ตในฐานะเป้าหมายของเขา 

‘ปชป.’ ชู นโยบายกระตุ้น ศก. อัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านบาท ยัน!! แก้จนได้โดยไม่ต้องแจกแบบสุดโต่ง ไม่เพิ่มหนี้รัฐฯ 

(24 เม.ย. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนำโดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์, ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต และนายเกียรติ สิทธีอมร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และทีมนโยบายพรรคฯ ร่วมกันแถลงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลไกการอัดฉีด 1 ล้านล้านบาทเข้าระบบ โดยไม่มีการแจกเงินแบบสุดโต่ง ไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ ไม่รีดภาษีจากผู้มีรายได้น้อย แต่จะทำให้จีดีพีเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% และช่วยแก้ปัญหาความยากจน โดยสิ่งที่จะต้องทำทันที คือ การปรับโครงสร้างตลาดเงินตลาดทุน โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ จะต้องสร้างกติกาให้ผู้ที่มีฐานะปานกลางและบริษัทรายย่อย สามารถระดมทุนผ่านไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ง่ายขึ้น โดยไม่จำกัดขนาด ฐานะการเงิน หรือผลประกอบการ ซึ่งจะทำให้บริษัทเหล่านั้นขยายใหญ่ขึ้น มีรายได้เพิ่ม เสียภาษีได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มงบประมาณในการดูแลกลุ่มฐานราก

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราสนับสนุนจัดตั้งธนาคารที่มีลักษณะเป็นไมโครไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่กลุ่มฐานรากและธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศ โดยธนาคารนี้สามารถดำเนินการผ่านไปรษณีย์ไทยมาเป็นสาขาของธนาคารดังกล่าว เพราะไปรษณีย์ไทยมีสำนักงานที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศอยู่แล้ว รวมถึงจะต้องสนับสนุนการระดมทุนขนาดใหญ่เพื่อเป็นกองทุนสำหรับการก่อสร้างบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเราสามารถโน้มน้าวหรือเชิญชวนผู้เงินฝากในระบบสถาบันการเงิน ที่ปัจจุบันมีกว่า 18 ล้านล้านบาท โดยเอามาเพียง 1.2 ล้านล้านบาท เปลี่ยนจากเงินฝากมาเป็นการลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อีกทั้ง ควรกระจายการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปตามพื้นที่ต่างๆของประเทศ เพื่อกระจายความเจริญ และจะทำให้แรงงานทำงานในพื้นที่ตัวเองได้ ไม่ต้องย้ายถิ่น

ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ กล่าวว่า ส่วนการแก้หนี้สินเกษตรกร จะส่งเสริมเกษตรกรให้ความรู้และมีคุณภาพ จนสามารถกลายเป็นนักธุรกิจ หรือที่เรียกว่านักธุรกิจเกษตร รวมถึงต้องเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ครอบคลุมมากขึ้น และเรามีนโยบายจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท นำไปปล่อยกู้ในกับคนในชุมชนเพื่อนำไปทำทุนค้าขาย โดยไม่ต้องมีหลักประกัน กู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

ด้านนายพิสิฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้เพิ่มอายุการเกษียณ ทั้งภาครัฐและเอกชนไปอีก 5 ปี ต่อไปแรงงานจะลดน้อยลง เนื่องจากโครงสร้างประชากรต่อจากนี้จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จึงต้องให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำ แต่ผู้สูงอายุต้องให้มีการตรวจสุขภาพเพราะต้องมีสุขภาพที่สมบูรณ์ และทำงานตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาหรือไกด์ นอกจากนี้ต้องปรับแก้ระบบประกันสังคมให้ยืดหยุ่นขึ้น แก้โครงสร้างให้เป็นระบบคล้ายกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้ประกันตนสามารถเลือกบำเหน็จหรือบำนาญ สนับสนุนให้ไรเดอร์เข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ได้ พร้อมแก้มาตรา 39 ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นไม่เสียสิทธิ์ที่ได้จากมาตรา 33 โดยต้องทำให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อเราจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาแรงงานต่างประเทศมากเกินไป

“ขณะนี้ ทุกพรรคยองรับว่าต้องดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เพราะเราจะปล่อยให้มีคนจนกลุ่มใหม่เกิดขึ้นไม่ได้ คนที่้สูงอายุน่าสงสารเพราะกฎหมายบีบบังคับไม่ให้เขาทำงาน ต้องออกจากงาน จึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากทำให้คนไม่มีงานทำ ซึ่งประชาธิปัตย์เราคิดเรื่องนี้ว่าจะต้องแก้ไขโดยด่วน ดังนั้นหากประชาธิปัตย์มีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศ เราจะปรับอายุการเกษียณในทุกกลุ่มอีก 5 ปี อย่างน้อย เพื่อยืดอายุการทำงาน เพราะเชื่อว่าผู้สูงอายุมีประสบการณ์ มีความรู้ มีความสามารถอยู่ หากปล่อยให้ออกจากงานก็น่าเสียดาย เชื่อว่าผู้สูงอายุอยากทำงานมากกว่าแบมือขอเงินไม่กี่พันบาทจากรัฐ ซึ่งประชาธิปัตย์จะมีการเพิ่มเงินให้ผู้สูงอายุด้วย แต่เราจะไม่ประกาศตัวเลข เพราะเราไม่ต้องการไปแข่งกับใคร บางพรรคอาจจะประกาศ 3 พัน 5 พัน 8 พัน หรือหนึ่งหมื่นก็ได้ ซึ่งเป็นการแข่งขันกันแบบไม่มีสาระ แต่ประชาธิปัตย์จะดูตามความเป็นจริงว่า อนาคตข้างหน้าเราจะช่วยผู้สูงอายุปีต่อปีต่อเนื่องได้อย่างไร” นายพิสิฐ กล่าว

ส่วนข้อกังวลในเรื่องการตั้งธนาคารชุมชนและหมู่บ้าน จะเกิดปัญหาเหมือนกองทุนหมู่บ้านที่มีบางแห่งพบความไม่โปร่งใส และอาจสร้างหนี้เสียได้ นายพิสิฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีธนาคารชุมชนและหมู่บ้าน เพื่อให้ชุมชนและหมู่บ้านตัดสินใจเองได้ แต่จะอยู่ในระบบการควบคุมตรวจสอบได้ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินในชุมชนไปเข้าเป็นเหมือนพี่เลี้ยงกำกับดูแลให้ดำเนินงานตามพ.ร.บ.สถาบันการเงิน จึงเชื่อว่า จะไม่เกิดปัญหาเหมือนโครงการในอดีต

'บิ๊กตู่' โนแคร์!! ปม 'ภาษาอังกฤษ' ไม่มีผลต่อการบริหารประเทศ ย้ำ!! 'ฟังออก-โต้ตอบได้' แถมมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอยู่ข้างตัว

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ช่องยูทูบ Thai PBS ได้เผยแพร่วิดีโอสัมภาษณ์พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ผ่านรายการ ข่าวเจาะย่อโลก #ExclusiveTalk ดำเนินรายการโดย สุทธิชัย หยุ่น ซึ่งบางช่วงบางตอนของการสัมภาษณ์ได้ถามถึงเรื่องทักษะภาษาอังกฤษ โดยพลเอกประยุทธ์ระบุว่า…

“ทุกครั้งที่ผมไปประชุมที่ต่างประเทศ ทุกประเทศก็ให้เกียรติผมนะ ผมเข้าใจว่าเขาพูดอะไร ผมก็มีล่ามของผมไปด้วย มีรัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ด้วย ผมจะต้องกลัวอะไรล่ะ?”

'องอาจ' ชี้ 'ประชาธิปัตย์' มุ่งพัฒนารัฐสวัสดิการระยะยาว ไม่ขอหว่านเงินให้เกิดความพึงพอใจ แล้วก็เลิกรากันไป

(24 เม.ย.66) จากรายการ ‘ถลกข่าว ถลกคน’ รายการเกาะติด-เจาะลึกการเลือกตั้ง 2566 โดยสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ร่วมกับ TV Direct ช่อง 76 (จานดาวเทียม PSI) ได้เชิญนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาพูดคุยเกี่ยวกับข้อซักถามความเห็นในเรื่องนโยบายเชิงประชานิยมที่หลายพรรคการเมืองกำลังเร่งออกมาผลักดันเพื่อเรียกคะแนนเสียงนั้น นายองอาจ มองว่า "การสัญญาว่าจะแจกของพรรคการเมืองที่มีการหาเสียงตามลักษณะที่เป็นอยู่นี้นั้น ไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนกับพี่น้องประชาชน 

"อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ ก็มองว่า สวัสดิการยังคงมีความจำเป็นในชีวิต ที่ประชาชนควรจะได้ควรจะมี เพียงแต่เงินที่จะนำมาใช้ในเชิงของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องไม่ใช่การเอาเงินไปหว่านให้เกิดความพึงพอใจ จากนั้นก็เลิกรากันไป

นายองอาจ กล่าวต่ออีกว่า "ประชานิยมที่ดี จำเป็นต้องออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนมีกิน มีใช้อย่างยั่งยืน และสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ ยกตัวอย่าง...ทำไม? เด็กที่อยู่ในชนบทถึงไม่สามารถมีความรู้ได้เท่าเด็กในเมือง? นั่นก็เพราะว่าในพื้นที่ชนบทเหล่านั้น ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตที่เข้าไปอย่างทั่วถึง เป็นต้น"

เกี่ยวกับข้อซักถามในเรื่องของการทุจริต นายองอาจ ได้กล่าวว่า "นี่คือหัวใจและเป็นเงื่อนไขหลักของการร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยึดถือหลักซื่อสัตย์สุจริต

"ยกตัวอย่าง 4 ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าการดำเนินงานของพรรคในบทบาทของการเป็นรัฐบาลนั้น ไม่มีการประท้วงจากเกษตรกร ทั้งเรื่องข้าว เรื่องยาง เรื่องปาล์ม เรื่องมันสำปะหลัง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเกษตรกรเลย"

EA เผย ธุรกิจด้านพลังงานมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง คาด!! รายได้ ปี 66 ทะยานแตะ 4 หมื่นล้านบาท

(24 เม.ย.66) ผู้ถือหุ้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ลงมติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2565 เป็นเงินสด อัตราหุ้นละ 0.30 บาท มีมูลค่ารวม 1,119 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54.03% ของกำไรสุทธิ (งบเฉพาะกิจการ) กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 พร้อมอนุมัติวงเงินออกหุ้นกู้ใหม่ 20,000 ล้านบาท เตรียมชำระคืนหุ้นกู้เดิม และใช้เป็นเงินลงทุนของกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ ฟากผู้บริหาร ‘อมร ทรัพย์ทวีกุล’ ระบุปีนี้ปักหมุดรายได้แตะ 4 หมื่นล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าคึกคัก คาดส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กว่า 4,000 คัน ตั้งงบลงทุน 10,000 ล้านบาท ลุยขยายโรงงานแบตเตอรี่เพิ่มกำลังผลิตเป็น 4GW

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาทต่อหุ้นโดยจ่ายจากกำไรสะสมสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,119 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 54.03% ของกำไรสุทธิ (งบเฉพาะกิจการ) โดยกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม 2566 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 (Record Date) และสิทธิในการรับเงินปันผลประจำปี 2565 โดยกำหนดการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ดังกล่าวในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ (ใหม่) ในวงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ ทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดชำระ ชำระเงินกู้เดิมของบริษัทฯ และใช้ในการดำเนินงานหรือเป็นเงินทุนและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ซึ่งอายุหุ้นกู้ไม่เกิน 15 ปีนับตั้งแต่ออกหุ้นกู้ในแต่ละคราว ส่วนอัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในขณะที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้หรือตามข้อตกลงและเงื่อนไขของหุ้นกู้ที่ได้ออกในคราวนั้น 

"สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้รวมราว 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 27,546 ล้านบาท ซึ่งรายได้กว่า 50% หรือราว 20,000 ล้านบาท จะมาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น อาทิ ธุรกิจไบโอดีเซล ธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ เป็นต้น โดยประเมินว่า ปีนี้จะมีการทยอยส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กว่า 4,000 คัน ทั้งรถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า กระบะไฟฟ้า รวมไปถึงรถขยะไฟฟ้า เป็นต้น สอดคล้องกับความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการลดคาร์บอนมากขึ้น จึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น" นายอมรกล่าว

สมาคมทนายฯ จี้ ‘ส.ว.’ เคารพเจตนารมณ์ประชาชน ชี้ ควรยกมือโหวตนายกฯ จากพรรคที่ได้ ส.ส. มากที่สุด

(24 เม.ย.66) นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า ประเทศไทยยังคงสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตทางการเมืองอีกครั้ง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกออกแบบโดยเผด็จการที่มีเจตนาต้องการสืบทอดอำนาจ ได้เขียนกำหนดไว้ในมาตรา 272 ให้ ส.ว. มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งผลการลงมติของ ส.ว. จะนำไปสู่วิกฤตได้ ดังนี้

(1) กรณี ส.ว. งดออกเสียงให้กับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก แต่รวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 376 เสียง ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อได้รับเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้ง 2 สภา จึงเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนไม่ได้ ผลที่จะเกิดขึ้นคือรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์จะเป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป

(2) กรณี ส.ว. ออกเสียงให้กับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย ซึ่งแม้จะทำให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่อาจจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะพรรคเสียงข้างมากไม่เอาด้วย ผลที่จะเกิดขึ้นคือ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จะเป็นรัฐบาลรักษาการต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลไว้

พัฒนา ‘ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง’  เดินหน้าธุรกิจโรงแรมรับ นักลงทุน-ท่องเที่ยวฟื้น

‘วัน ออริจิ้น’ ต่อยอดแผนเติบโต Origin Infinity จับมือพันธมิตรทางธุรกิจกับ ‘เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์’ หรือ เอนโก้ (EnCo) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ลุยพัฒนาโปรเจกต์โรงแรม ‘ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง’ รับกระแสนักลงทุนต่างประเทศ-นักท่องเที่ยวคัมแบ็ก พร้อมเสริมศักยภาพทำเล ผลักดันให้เป็น New CBD ของระยอง และจุดนัดพบอันทันสมัยแห่งใหม่ใน EEC คาดเปิดให้บริการในไตรมาส 2/2566 นี้

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า จากแผนการเติบโตไม่สิ้นสุด หรือ แผน Origin Infinity ที่เครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ประกาศไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทยังคงเร่งเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตามแผนงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในเครือ บมจ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) บริษัทพัฒนาและบริหารจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรในกลุ่ม ปตท. ร่วมทุนกันใน บริษัท วันดิสทริคท์ ระยอง 2 จำกัด สัดส่วนฝั่งละ 50% เพื่อร่วมกันก่อสร้างและดำเนินโครงการโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง (Holiday Inn Express Rayong) เป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น จำนวนห้องพัก 204 ห้อง บริเวณแยกเนินสำลี ในพื้นที่โครงการระดับเมกะโปรเจกต์ ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง (Origin Smart City Rayong)

นายปิติ จารุกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ได้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ Origin Smart City Rayong เฟสแรกไปแล้ว ตอนนี้ วัน ออริจิ้น จึงมาสานต่อการเนรมิตเฟสถัดไป ให้ Smart City ขนาด 24 ไร่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการนำเชนโรงแรมระดับโลกอย่าง Holiday Inn Express ในเครือ Intercontinental Hotels Group (IHG) มาให้บริการ พร้อมทั้งจับมือกับ EnCo เครือ ปตท. ซึ่งเป็นเครือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ปักหลักดำเนินธุรกิจในระยองมาอย่างยาวนาน มีความเข้าใจความต้องการในพื้นที่เป็นอย่างดี มาร่วมกันเนรมิตโรงแรมแห่งนี้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยว และพลิกโฉมแยกเนินสำลีให้กลายเป็น New CBD ของระยอง ที่ผ่านมา จังหวัดระยองถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนภาคอุตสาหกรรม และเป็นหนึ่งในจังหวัดสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโรงแรมแห่งใหม่ในจังหวัดระยองที่เป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงในระดับสากล จึงถือเป็นการรองรับความต้องการของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรองรับภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์ COVID-19 และกลายเป็นจุดนัดพบสมัยใหม่แห่ง EEC คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 2/2566 นี้

นายชาญศักดิ์ ชื่นชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ประธานกรรมการ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เปิดเผยว่า ปตท. มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่การเติบโตในธุรกิจพลังงานอนาคต และธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน ตามวิสัยทัศน์ ‘Powering Life with Future Energy and Beyond’ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความเปลี่ยนแปลง และกระแสของโลกในอนาคต การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการการขนส่ง หรือ Logistics ของประเทศเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สำคัญ โดย ปตท. ได้เล็งเห็นโอกาสในการใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดสินทรัพย์ของ ปตท. ที่มีอยู่ อาทิ ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการดำเนินธุรกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมทุนระหว่างบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ EnCo บริษัทในกลุ่ม ปตท. กับ วัน ออริจิ้น ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวหนึ่ง ในการต่อยอดศักยภาพทางธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของ EnCo เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้อย่างครอบคลุม พร้อมทั้งรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top