States TOON EP.131
คนละไม้!! คนละมือ!!
ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…
👍 ติดตามการ์ตูนสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/statestoon
คนละไม้!! คนละมือ!!
ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…
👍 ติดตามการ์ตูนสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/statestoon
(11 ก.ค. 66) เป็นอีกหนึ่งนักร้อง นักแสดง ที่ผันตัวมาทำธุรกิจส่วนตัว จนประสบความสำเร็จอย่างมาก สำหรับ ‘เชน ธนา’ ที่ได้ภรรยา เจมส์ -กณิการ์ ภูศรี สาวนอกวงการ ดีกรีนางงามเวทีดัง คนขยันมาช่วยสร้างเนื้อสร้างตัว ทั้งยังฟูมฟักความรักจนได้สร้อยทองคล้องใจ 5 คน สเปซ สเตล่า สตาร์รี่ สโนว์ และสกายเลอร์
ล่าสุด คุณพ่อลูกดก ก็ได้ประกาศผ่านอินสตาแกรมว่า “ทำหมันแล้ว” โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพคู่ภรรยา พร้อมระบุว่า “#ปิดตำนานคุณพ่อลูกดก จบที่ 5 คนพอ ประสบการณ์ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตก็ขึ้นเตียงทำหมันเลย เกร็งสุดชีวิต ขอบคุณคลินิกเวชกรรมชุมชน สุขุมวิท 12 (คลินิกมีชัย) คุณหมอเก่งมากๆ ขอบคุณทีมพยาบาลด้วยครับ รู้สึกเขินอายเล็กน้อยแต่ผ่านไปด้วยดี ใครสนใจเข้าแก๊งค์พ่อบ้านทำหมันโทร 02-2295803 ได้เลย ระวังไปผิดที่น้า”
ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้าไปชื่นชมนักธุรกิจหนุ่มจำนวนมาก โดยบอกว่า “มีผู้ชายไม่กี่คน ที่จะยอมทำ เเทนภรรยา”, “ชื่นชมค่ะ คุณพ่อน่ารัก”, “เอ้าาาา พอแล้วหรออออ”, “ว้าว ชื่นชม”, “ยังไม่ครบทีมฟุตบอลเลยน้าาเฮีย”
เมื่อวานนี้ (10 ก.ค. 66) เฟซบุ๊ก ‘วัลลภ ครูหยุย ตังคณานุรักษ์’ ของนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกของสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดรายชื่อ 20 ส.ว. โหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ตามเสียงข้างมาก ส.ส. โดยได้กากบาทคนที่ตรวจสอบแล้วไม่ใช่ พร้อมระบุว่า เพื่อความชัดเจน ตามนี้เลยครับ สอบถามทุกคนในภาพมาแล้ว ตัวเลขปั่นจนข่าวเอาไปลงคือ 20 ตัวเลขแท้จริงคือ 10 ครับ"
สำหรับ ส.ว.ที่นายวัลลภระบุว่าสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย
1. นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์
2. นพ.อำพล จินดาวัฒนะ
3. นายทรงเดช เสนอคำ
4. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม
5. นายวันชัย สอนศิริ
6. นายมณเทียร บุญตัน
7. นางประภาศรี สุฉันทบุตร
8. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์
9. นายพิศาล มาณวพัฒน์
และ 10. นายพีระศักดิ์ พอจิต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งหัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงแรงงาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบหลังเกิดเหตุคานสะพานข้ามแยกถล่มขณะกำลังก่อสร้างพร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ลูกจ้างเต็มที่
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังทราบเหตุคานสะพานข้ามแยกถล่มในพื้นที่ลาดกระบังจนทำให้มีลูกจ้างเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ว่า ผมขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใย และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมได้มอบหมายให้ นางโสภา เกียรตินิรชา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมพจน์ กวางแก้ว รองอธิบดี กสร. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับพนักงานตรวจความปลอดภัย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10 (สรพ.10) และ ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 12 (ศปข.12) พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 13 ราย และเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เบื้องต้นผมได้สั่งการให้เร่งดำเนินการให้ลูกจ้างผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิต ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และตรวจสอบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
นางโสภา เกียรตินิรชา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดกระบัง จำนวน 8 ราย โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำนวน 5 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นลูกจ้างผู้รับเหมาช่วง โดย สรพ.10 และศปข.12 จะเชิญนายจ้างและผู้เกี่ยวข้องมาพบในวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 เพื่อตรวจสอบว่านายจ้างได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หรือไม่ หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จากนั้นยังได้เดินทางไปเยี่ยมลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บ
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการให้ลูกจ้างที่บาดเจ็บได้รับสิทธิประโยชน์เรื่องการรักษาพยาบาล สิทธิประโยชน์ทดแทนจากสำนักงานประกันสังคม พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวลูกจ้างที่เสียชีวิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์พึงได้ตามกฎหมายต่อไป
(11 ก.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแอฟริกาใต้ ระบุว่า เราได้เห็นสภาพอากาศเช่นนี้ เมื่อปี 2012 โดยมีรายงานหิมะตกทั่วพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดเกาเต็ง ที่มีโจฮันเนสเบิร์กเป็นเมืองเอก และคาดว่าจะยังคงมีหิมะตกตลอดทั้งวัน ซึ่งรวมถึงพื้นที่สูงของจังหวัดอีสเทิร์นเคป และ จังหวัดควาซูลู-นาทาล ที่อาจทำให้ถนนหลายสายต้องปิดการจราจรด้วย
ทั้งนี้ โจฮันเนสเบิร์ก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงมากกว่า 1,700 เมตร (5,600 ฟุต) และอยู่ในจุดสูงสุดของฤดูหนาวในซีกโลกใต้ อย่างไรก็ดี การมีหิมะตกในเมืองนี้ยังคงเกิดขึ้นได้ยาก ก่อนหน้านี้เคยเกิดหิมะตกในปี 2012 และ ปี 1996
ทั้งนี้ อุณหภูมิที่เย็นยะเยือกยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้คนที่อาศัยตามท้องถนน ในประเทศที่ความยากจนยังปกคลุมเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ ยังคาดว่า ทะเลที่มีคลื่นรุนแรงและลมกระโชกแรง จะก่ออันตรายต่อเรือขนาดเล็กตรงชายฝั่งทางตะวันออกของแอฟริกาใต้ด้วย
(11 ก.ค. 66) ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีดำอ.468/2566 ที่นายอุปกิต ปาจริยางกูร วุฒิสมาชิก (ส.ว.) ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ
กรณีช่วงคืนวันที่ 15 ก.พ. 2565 ในการอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีนายรังสิมันต์ ได้อภิปรายในหัวข้อ ‘เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา’ โดยมีเนื้อหาพาดพิง ใส่ความให้ผู้อื่นเข้าใจว่า นายอุปกิต มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งล้วนเป็นเท็จทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทด้วย
โดยวันนี้ทั้งนายอุปกิต ปาจรียางกูร และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โจทก์และจำเลยไม่ได้มาศาล แต่มอบหมายให้ทนายความมาฟังคำสั่งแทน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การอภิปรายและนำคลิปวิดีโอมาเปิดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของนายรังสิมันต์ โรม จำเลยซึ่งมีหน้าที่และเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่การที่จำเลยนำคลิปวิดีโอในการอภิปรายดังกล่าวนั้น ออกมาเผยแพร่ทางช่องทั้ง YouTube และ Facebook ซึ่งเป็นสื่อโซเชียล ถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา คดีมีมูลจึงมีคำสั่งประทับรับฟ้อง พร้อมให้เจ้าหน้าที่ศาลมีหมายแจ้งให้จำเลยทราบนัด เพื่อมาสอบคำให้การจำเลยและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 09.00 น.
(11 ก.ค.66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ดำรงค์ นาวิกไพบูลย์’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีสะพานข้ามแยก ย่านลาดกระบัง ถล่ม โดยระบุว่า…
ส่วนที่มีการโจมตีว่า เพราะทีมชัชชาติไปสั่งแก้แบบ เลยทำให้สะพานถล่ม
อันนี้ ผมเองก็เป็นวิศวกร และผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก
ชัชชาติเคยลงพื้นที่ตรงนั้นเมื่อหลายเดือนก่อนจริง
แต่ที่แกสั่งคือ เร่งรัดการก่อสร้าง เพราะผู้รับเหมา (ผรม.) ทำงานช้ากว่ากำหนด แถมทำพื้นที่ส่วนรวมเลอะเทอะ ชาวบ้านเดือดร้อน
ส่วนแบบที่ กทม. เสนอแก้อ่ะ คือจากแบบเดิมที่ ‘หล่อหน้างาน’ (girder box segment) มาเป็นแบบ ‘หล่อจากโรงงาน’ (precast box segment) แล้วยกมาประกอบหน้างาน
โครงการสะพานใหญ่ ๆ ในบ้านเรา ใช้เทคนิค precast กันก็เยอะ โครงการรถไฟฟ้าก็ใช้
Precast มันดีตรงที่หล่อในโรงงาน จึงควบคุมคุณภาพได้แม่นยำกว่าแบบหล่อหน้างาน แต่ข้อเสียคือขนส่งลำบาก มึงต้องมีรถนำขบวน แถมต้องขนตอนดึก เวลาที่คนนอนกันหมดแล้ว
แต่จะเปลี่ยนเทคนิคกันยังไงก็ช่าง
แบบก่อสร้าง ต้องมีวิศวกรระดับสามัญ - วุฒิวิศวกรเซ็นรับรอง ซึ่งกว่ามึงจะได้ใบอนุญาตมานะ เลือดตาแทบกระเด็น
ระดับสามัญ อย่างเร็วคือ 7 ปี แต่บางคนทำมาเป็น 10 ปียังสอบไม่ได้เลย
แถมพลาดมา ติดคุก คำเดียว
ทำงานช้าแค่โดนด่า แต่ทำงานพลาดมึงติดคุก
อาชีพวิศวกรที่มีใบอนุญาตฯ มันเป็นแบบนี้
ที่สำคัญนะ
งานก่อสร้างอ่ะ ที่แบบไม่ค่อยพลาดกันหรอก
มันมีคู่มือให้เดินตาม มีมาตรฐานประกบหมด โอกาสพลาดต่ำมาก
ส่วนใหญ่จะพลาดกันที่การก่อสร้าง ทำงานไม่ได้มาตรฐาน
อันนี้ มึงไปดูโพสต์พี่เอ้ สุชัชวีร์ อดีตศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรม
แกเคยเตือนเอาไว้เมื่อปีที่แล้วว่าไซต์นี้เสี่ยง เนื่องจากทำงานไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม
ซึ่งมาตรฐานทางวิศวกรรมที่ว่า แกหมายถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานวิศวกรรมนั่นแหละ
เรื่องนี้ ทีมชัชชาติไม่เกี่ยว
ส่วนตัวผมคิดว่า เป็นความประมาท และละเลยมาตรฐานทางวิศวกรรมเสียมากกว่า
(11 ก.ค.66) 'กาชาด' แจงข้อเท็จจริง เหตุ ‘กสม.’ แถลงคลาดเคลื่อน หวั่นเกิดความเข้าใจผิด ยันไม่มีการเลือกปฏิบัติ ตระหนักถึงหลักการ #ความเท่าเทียม
จากกรณี ‘สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)’ แถลงข่าวผ่านสื่อมวลชน (6 ก.ค. 2566) ถึงประเด็นเรื่อง 'การจำกัดสิทธิการบริจาคโลหิตในผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ' อันเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งทำให้ผู้บริจาคโลหิตและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด
‘ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย’ ยังคงตระหนักถึงหลักการความเท่าเทียมกันของมนุษย์ และมาตรฐานสากลในการคัดเลือกผู้บริจาคโลหิต ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริจาคและผู้ป่วยผู้รับโลหิตเป็นสำคัญ รวมถึงมีการทบทวนเกณฑ์การรับบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับคำถามในการคัดกรองและประชาสัมพันธ์มาอย่างสม่ำเสมอ โดยขณะนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ อยู่ระหว่างดำเนินโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเกณฑ์การรับบริจาคโลหิตของประเทศ ร่วมกับ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
โอกาสนี้ ‘ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย’ ขอยืนยันข้อเท็จจริงว่า มิได้มีการเลือกปฏิบัติหรือตีตราผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่อย่างใด หากแต่มุ่งมั่นในการให้บริการโลหิตที่ปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ และขอให้ ‘สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ’ ทบทวนประเด็นดังกล่าวและแถลงข้อเท็จจริงต่อไป

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาพัฒนา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายในวัดน้อยสุวรรณาราม (วัดคลองเก้า) ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมในพิธี

โดยมี นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ นางสาวมณิฐกานต์ บุญริ้ว สมาชิก อบจ. สมุทรปราการ คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนจิตอาสา ตลอดจนคณะครู และนักเรียนโรงเรียนวัดคลองเก้า จำนวนกว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ภายในวัดน้อยสุวรรณาราม ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยภายในพิธี นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวคำน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้มีความรักความผูกพันใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน

จากนั้น ได้นำประชาชนจิตอาสา จำนวนกว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรม เราทำความดี ด้วยหัวใจ เนื่องในวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ด้วยการฉีดน้ำกวาดทำความสะอาดพื้นภายในบริเวณวัด และการทำความสะอาดห้องสุขาสาธารณะ ภายในวัดน้อยสุวรรณาราม การขุดลอกท่อและกำจัดลูกน้ำยุงลายบริเวณโรงเรียน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการรักษาดูแลทำความสะอาดภายในศาสนสถาน จุดบริการห้องน้ำสาธารณะที่ประชาชนมาใช้บริการ รวมถึงบริเวณพื้นที่ต่างๆ ภายในวัด ซึ่งถือเป็นการทำนุบำรุงศาสนสถานให้พระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติศาสนกิจด้วยความสะดวก และพุทธศาสนิกชนที่เข้ามาทำบุญปฏิบัติธรรมหรือร่วมกิจกรรมประเพณีทางศาสนาในวัดได้อย่างสบายใจและมีสุขภาพอนามัยที่ดี
(11 ก.ค. 66) ก่อนหน้านี้แฟนๆ พากันทักถามด้วยความเป็นห่วงว่า ‘มดดำ คชาภา’ เป็นอะไร ถึงมีอาการเหมือนปากเบี้ยว ซึ่งตอนแรกพิธีกรคนดังก็นึกว่าเป็นผลจากการไปทำฟันมา ก่อนจะทราบภายหลังว่าไม่ใช่ เพราะอาการดังกล่าวเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากความเครียด หรือติดเชื้อไวรัส
“ปากก็เบี้ยว ตาก็ตก ตอนแรกประมาทนึกว่ารักษารากฟันมา อ้าวเห้ย เกือบขิต โคตรสุด อดใจอีกวัน รักษาสุด หมอฟันโคตรน่ารัก หาทางออกให้ไม่เกี่ยวกับทำฟัน เกี่ยวกับเครียดทำงาน จนเส้นประสาทอักเสบ หนักเลย” มดดำเคยระบุ
ล่าสุด เมื่อคืนนี้ (10 ก.ค.) มดดำโพสต์ภาพขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมเขียนข้อความบอก “เสร็จแฉ @chae_show เข้าโรงพยาบาลต่อ จบ” ซึ่งก็มีเพื่อนพ้องในวงการ รวมถึงแฟน ๆ จำนวนมากพากันแสดงความห่วงใย สอบถามว่าไปรักษาอาการของเส้นประสาทใช่หรือไม่ พร้อมกันนั้นก็พากันอวยพรให้หายเร็วๆ