Monday, 27 July 2026
Hard News Team

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งกระจายกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระดมทีมกู้ชีพ กู้ภัย จัดตั้งโรงครัวฯ จัดกำลังช่วยเหลือชาวเพชรบูรณ์ และส่งทีมสังคมสงเคราะห์ แผนกสาธารณภัยฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ชาวเชียงราย พะเยา น่าน สุโขทัย

ตามที่ประเทศไทยได้เกิดอุทกภัยในหลากหลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ เร่งกระจายทีมบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยวานนี้ (วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ) ได้เร่งจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถกู้ภัยและรถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เร่งลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทันที โดยกองอำนวยการฯ และโรงครัวเคลื่อนที่ จัดตั้ง ณ บริเวณสมาคมกกไทร พ่งไล้ยี่จับเซียวเกาะ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ ทีมบรรเทาฯ กำลังปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยท่านสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

พร้อมกันนี้ ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม -1 กันยายน พ.ศ. 2568 แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จังหวัดเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และสุโขทัย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช และน้ำปลา รวมทั้งสิ้น 8,000 ชุด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,600,000 บาท (สามล้านหกแสนบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมูลนิธิสงเคราะห์ 14 จังหวัดภาคใต้ และ สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น พร้อม ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกสาธารณภัย จะประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท และกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2568 ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ โดยแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ริเริ่มโครงการมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยได้ทำพิธีมอบไปแล้ว 2 จังหวัดภาคเหนือ รวมงบประมาณการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด และมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ในปี 2568 กว่า 20.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

โซเชียลเขมรระอุ!! เพจดังเผยภาพ ‘พระราชวังหลวงกัมพูชา’ เต็มไปด้วยขยะเกลื่อน แถมมีเจ้าหน้าที่ยืนปัสสาวะข้างกำแพง

(3 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force เผยภาพชวนช็อกจากพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล กรุงพนมเปญ หรือพระราชวังหลวงกัมพูชา ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว แต่กลับพบกองขยะเกลื่อนกลาด และมีชายในเครื่องแบบคล้ายทหาร–ตำรวจยืนหันหน้าเข้ากำแพงทำท่าคล้ายปัสสาวะ

ภาพดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลไทย หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่าบุคคลในเครื่องแบบสามารถปฏิบัติแบบนั้นได้หรือไม่ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นหน้าเป็นตาของชาติ ขณะที่บางคนแชร์ประสบการณ์ว่าเคยพบเห็นปัญหาขยะในกัมพูชามานานหลายสิบปี

ชาวเน็ตบางส่วนเล่าว่า เมื่อเคยเดินทางไปพนมเปญหรือเสียมราฐก็พบปัญหาสิ่งแวดล้อมและความไม่สะอาดอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ตลาด ร้านอาหาร ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ พร้อมสะท้อนว่าปัญหานี้อาจสะสมมานานและสะท้อนถึงการจัดการของรัฐที่ยังขาดประสิทธิภาพ

สำหรับพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล หรือที่คนไทยเรียกว่า “พระราชวังเขมรินทร์” สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2408 ในรัชกาลสมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำจตุมุข 4 สายที่บรรจบกัน ถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการปกครองของกัมพูชา แต่กลับถูกบดบังภาพลักษณ์ด้วยภาพกองขยะและพฤติกรรมไม่เหมาะสมในครั้งนี้

‘เพนกวิน’ เขียนจดหมายเปิดผนึก ประณามพรรคประชาชน หนุน ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ ลั่น อย่าเอาการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย ไปขายกับสัญญาลมๆ แล้งๆ

(3 ก.ย.68) ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความถึงพรรคประชาชน ว่า จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชนทุกท่าน

ผมเพิ่งได้ทราบข่าวว่า พรรคประชาชนได้ตัดสินใจว่าจะยกมือสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ผมได้เคยรู้จักมักคุ้นกับบางท่านในคณะกรรมการบริหารพรรค หลายท่านเคยร่วมกันต่อสู้ในขบวนการประชาธิปไตยในหลายวาระโอกาส ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ผมจะต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้เพื่อแสดงความคิดเห็นของผม (และอีกหลายคน) ที่เคยร่วมขบวนต่อสู้ด้วยกันต่อกรณีดังกล่าว

ผมเข้าใจดีว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ท่านอาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องเลือกระหว่างการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยที่เคยผิดคำพูดและหักหลังท่าน ท่านอาจรู้สึกว่าการเสียสัตย์ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนั้น เป็นเรื่องที่ท่านเจ็บปวด จนจำต้องสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผมเห็นด้วยว่า การผิดคำของพรรคเพื่อไทยครั้งนั้น เป็นเรื่องร้ายแรงมาก และประชาชนจะลงทัณฑ์พรรคเพื่อไทยเอง อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ท่านควรจะคิดจับมือกับนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด

นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในรัฐสภา ณ ขณะนี้ ในอดีตที่ผ่านมา พรรคนี้มีประวัติร่วมมือกับกองทัพและ … ทำลายประชาธิปไตยมานับครั้งไม่ถ้วน ในอดีตคนของพรรคนี้ก็เคยทำร้ายขบวนการประชาธิปไตยปี 63 มาอย่างสาหัส จนทำให้หลายคนเสียอิสรภาพและบาดเจ็บรุนแรง ในช่วงปีสองปีนี้ ก็ยังเป็นตัวการขัดขวางกระบวนการนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญอันเป็นหัวใจหลักของการแก้ไขปัญหาการเมืองเชิงโครงสร้าง นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติการณ์โรคระบาดที่ผ่านมา ตัวนายอนุทินก็ได้ดำเนินนโยบายสาธารณสุขอย่างฉ้อฉลจนมีคนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

ที่สำคัญที่สุด ทุกคนที่ติดตามการเมืองย่อมทราบดีว่านายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับ … จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของ … ในรัฐสภา ผมเชื่อว่าทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ ทุกท่านในพรรคประชาชนทราบเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เมื่อทราบเช่นนี้ พวกท่านในฐานะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยและปรารถนาประชาธิปไตยที่ไม่มีอำนาจนอกระบบแทรกแซง จะไปจับมือสนับสนุนพวกเขาได้อย่างไร

การที่พวกท่านจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นเหมือนการติดปีกให้เสือบินได้ จะทำให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะตัวแทนของ … เข้าถึงอำนาจรัฐและทรัพยากรรัฐได้อย่างเต็มที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งท้ายที่สุด หลังจากที่ท่านยกมือให้พวกเขาแล้ว พวกเขาจะทรยศพวกท่านและใช้อำนาจพร้อมทั้งทรัพยากรดังกล่าวทำร้ายพวกท่านพรรคประชาชน รวมถึงทำร้ายขบวนการประชาธิปไตยทั้งองคาพยพ

นอกจากนี้ ที่ร้ายแรงที่สุดคือการตัดสินใจของท่านในครั้งนี้ เป็นการทำร้ายตัวท่านเอง การที่ท่านจะยกมือให้กับศัตรูอันดับหนึ่งของฝ่ายประชาธิปไตยนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านได้เคลื่อนออกไปจากจุดยืนประชาธิปไตยเสียแล้ว จริงอยู่ ท่านอาจคิดเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยผิดคำหักหลังท่านไปครั้งหนึ่งว่า “พวกเขาทำได้ พวกเราก็ต้องทำบ้าง” ผมจะขอเตือนว่าความคิดเช่นนี้นั้น หากท่านคิดอยู่ให้เลิกคิดเสียเพราะเป็นเรื่องผิดถนัด เพราะที่ผ่านมา ท่านได้รับการสนับสนุนและแรงศรัทธาจากผู้คนในขบวนการประชาธิปไตยในฐานะ “ความหวังของความก้าวหน้า” หลายคนคาดหวังกับท่านว่า ท่านจะเป็นพรรคการเมืองที่มั่นคงในจุดยืนและสามารถผลักดันเป้าหมายการปฏิรูปประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นจริง ผิดกับพรรคเพื่อไทยที่ในระยะหลังนี้ไม่ได้ถูกคาดหวังในเรื่องนี้มากนัก ท่านจึงจะต้องรักษาจุดยืนให้มั่นคงเป็นพิเศษ หากท่านไม่รักษาความมั่นคงในจุดยืน ก็เท่ากับว่าท่านได้ถดถอยไปเป็นพรรคการเมืองดาษดื่นทั่วไป มิใช่ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ดังที่ผมและหลายคนเคยเคารพท่านในฐานะนั้น

ดังนั้น ท่านอย่าปล่อยให้ความอยากแก้แค้นคนที่หักหลังท่านครอบงำ จนประพฤติตัวเหมือนคนที่หักหลังท่านเสียเอง การที่ท่านจะไปสร้างแนวร่วมกับพรรคภูมิใจไทย อันเป็นพรรคฝ่ายจารีตสุดขั้วนั้น ทำลายความคาดหวังที่ผมและหลายคนมีต่อตัวท่านอย่างถึงที่สุด เพราะคนที่จับมือกับตัวแทนของ … ในรัฐสภาได้นั้น ไม่อาจเป็นความหวังให้กับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ด้วยเหตุดังนี้ ผมขอประณามถ้อยแถลงที่ท่านจะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจดังนี้เป็นการทำให้การปฏิรูปการเมืองถดถอย และเป็นการทรยศหักหลังการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในปี 2563 อย่างรุนแรง ผมขอให้พวกท่านทบทวนการตัดสินใจนี้อีกครั้ง อย่าได้หลงเล่ห์หลงกลของฝ่ายจารีตนิยมสุดขั้ว มิเช่นนั้นจะถูกหักหลังเหมือนกับคนที่เคยหักหลังท่านไปทำข้อตกลงกับฝ่ายจารีตเมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งบัดนี้พวกเขาก็ถูกฝ่ายจารีตหักหลังอย่างรุนแรงเสียแล้ว

ในโอกาสนี้ ผมยังขอให้เพื่อนพ้องที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมาในปี 2563 ที่ทำงานในพรรคประชาชน ณ ขณะนี้ร่วมกันส่งเสียงจากในพรรค เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจของพรรคทบทวนการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้โดยเร็ว และขอให้มิตรสหายนักเคลื่อนไหวที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน งดสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูลและพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าในทางใด อย่าปล่อยให้การต่อสู้ที่ผ่านมาเป็นเรื่องสูญเปล่า อย่าเอาการต่อสู้ไปขายกับสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ ของฝ่ายจารีต ซึ่งประวัติศาสตร์ได้บอกไว้แล้วว่าเป็นขั้วการเมืองที่ฝ่ายประชาธิปไตยเราไม่สามารถไว้วางใจได้เลย

ท้ายที่สุด แม้พรรคประชาชนจะเสียความน่าศรัทธาไปมากจากการสื่อสารว่าจะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ยังกอบกู้ความศรัทธานั้นคืนมาได้ทันโดยการเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย แต่หากท่านจะตัดสินใจสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจริง ๆ ผมก็ทำได้เพียงแสดงความเสียใจ และจะคงสนับสนุนเฉพาะตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่ยังมีจุดยืนมั่นคงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ก็คงไม่อาจสนับสนุนในฐานะพรรคได้อีก และไม่อาจเลือกพรรคประชาชนได้เหมือนที่เลือกพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งก่อน ผมเชื่อว่า มีอีกหลายคนที่มีความรู้สึกทำนองเดียวกัน

ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณา เพื่อประโยชน์แห่งสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยของประชาชนไทย

พริษฐ์ ชิวารักษ์

สุโขทัย-ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำทีมคณะผู้บริหารและส่วนราชการในจังหวัดสุโขทัย ร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ (2 ก.ย. 68) เวลา 16.00 น. ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย นางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นำทีมคณะผู้บริหารและส่วนราชการในจังหวัดสุโขทัย ร่วมบันทึกภาพประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 โดยมี นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พันเอกพิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) พลตำรวจตรี สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ จังหวัดสุโขทัยกำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชมเชย 'สิ่งประดิษฐ์ทางทหารด้านหลักการ' ระดับกองทัพบก ประจำปี 2568

โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับ 80 เตียง ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยมีมีวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลทหารชั้นนำระดับทุติยภูมิของกองทัพบก และได้มียุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย 
    
ซึ่งในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ถูกพัฒนา เพื่อทดแทนการทำงานโดยคน ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและข้อจำกัดของคนได้มากขึ้น โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี จึงได้คิดค้นนวัตกรรม “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” โดยได้นำแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลกลุ่ม Healthtech โดยใช้ระบบการให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจรออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Officail Account เป็นช่องทางเชื่อมต่อสู่บริการ เพื่อให้บริการผู้ป่วยที่มีอยู่จำนวนมากลดความแออัดในโรงพยาบาล และยังสามารถเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับบริการด้านสาธารณสุขของหน่วยงานทางการแพทย์ สู่การเป็น HealthTech แบบจริงจัง สร้างรูปแบบบริการที่ทันสมัย ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้รวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีกับคนไข้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกทันที ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถพูดคุยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับบุคคลากรได้โดยตรง ดูผลตรวจสุขภาพ ดูผลตรวจเลือด จองคิว/นัดหมายออนไลน์ เช็คตารางแพทย์ รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนนัดล่วงหน้า 1 วัน ระบบแจ้งเตือนคิวตรวจโรค ระบบแจ้งเตือนคิวรับยา ระบบแจ้งคำแนะนำต่างๆ พร้อมข้อแนะนำการปฏิบัติตนก่อนตรวจตามนัดออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านอุปกรณ์พกพา เช่น อุปกรณ์ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต เป็นต้น

จากนวัตกรรมดังกล่าวของ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ในผลงาน “สะดวกสบายด้วยระบบบริการสุขภาพ Surasak Healthcare” ทำให้สามารถคว้ารางวัลชมเชย “สิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ด้านหลักการ” ของกองทัพบก ประจำปี 2568 จากผู้บัญชาการทหารบก นับเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

     

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนา นวัตกรรมให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำคุก 'ไผ่ ดาวดิน' 2 ปี 12 เดือน ส่วน 'ครูใหญ่ อรรถพล' 2 ปี ในคดี 112 ปราศรัยที่ภูเขียวปี 64

(3 ก.ย. 68) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดภูเขียวนัด นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ 2 ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในคดีมาตรา 112, 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้อนุญาต จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบัน ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ตำรวจ สภ.ภูเขียว ขอโทษ กรณีไปคุกคามนักเรียนที่บ้าน

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุกคนละ 3 ปี โดย ไผ่ จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำความผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกันภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ จึงเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 12 เดือน ส่วน ครูใหญ่ จำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี ส่วนข้อหาอื่น ๆ พิพากษายกฟ้อง

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า  ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คดี ม.112 "ไผ่ จตุภัทร์ - ครูใหญ่ อรรถพล" กรณีปราศรัยหน้า สภ.ภูเขียว จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน ส่วนครูใหญ่ 2 ปี อยู่ระหว่างยื่นประกันชั้นฎีกา

ขณะที่ เฟซบุ๊ก Pai Jatupat ของไผ่ จตุภัทร์ ระบุว่า ด่วนนิดหน่อย ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก วันนี้เข้าเรือนจำ

มุกดาหาร -​ ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์ต่อหน้ากล้อง

(3 ก.ย. 68) จากกรณีเหตุการณ์ทวงหนี้ที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอก​ กิตเตชิษฐ์​ บำรุง​ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พันตำรวจเอกประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร และพันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการ สืบสวนติดตาม ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด โดย ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามข้อมูล จากผู้เสียหายทราบว่า คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567​ ที่ผ่านมา และได้ให้ข้อมูลว่า การทวงหนี้ดังกล่าวเกิดจากการที่ตนได้กู้​เงินกับ นายทักษ์ดนัย หรือเล้ง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้​ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของนายเล้ง และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าเลขที่ 14/1 ซอยตาดแคน 14 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนายทักษ์ดนัยฯ เป็นผู้เช่าอาศัย ตรวจค้นพบบัตรโฆษณาให้กู้เงิน จึงได้จับกุม ในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ก่อเหตุในคลิป ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าเป็นลูกน้องของนายเล้ง ชื่อ นายฟลุ๊ค และนายหนุ่ม ซึ่งได้นำอาวุธปืนแก๊ป แบบแก๊ปวง (ปืนเด็กเล่น)​ มากระทำลักษณะตามที่ปรากฏตามคลิป จากการสืบสวนทราบว่าปัจจุบันทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารแล้ว สภ.เมืองมุกดาหาร จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล ติดตามตัวมาดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

‘ทรัมป์’ โพสต์ระบาย..น้อยใจ!! ‘สี จิ้นผิง’ ไม่ชวนร่วมพาเหรดที่จีน เชื่อกำลังสมคบคิดกับ ‘ปูติน-คิม จองอึน’ โค่นสหรัฐอเมริกา

(3 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเหน็บแนมประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ว่ากำลังสมคบคิดกับวลาดิมีร์ ปูติน และคิม จองอึน ต่อต้านสหรัฐฯ หลังจีนจัดงานสวนสนามวันชัยชนะครั้งใหญ่ในกรุงปักกิ่งโดยเชิญผู้นำโลก 26 คนเข้าร่วม แต่ไม่เชิญเขา

ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า “กรุณาส่งความปรารถนาดีของผมไปยังปูตินและคิม ขณะที่ท่านสมคบคิดกันต่อต้านสหรัฐอเมริกา” พร้อมทวงบุญคุณชีวิตของทหารอเมริกันที่สละชีพเพื่อชาวจีนในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่วีรกรรมเหล่านั้นไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร

แม้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ แต่ทรัมป์ยังยืนยันว่าอเมริกามีอำนาจเหนือกว่าและไม่กังวลเรื่องพันธมิตรใหม่ พร้อมระบุว่า “จีนต้องการเรา มากกว่าที่เราต้องการพวกเขา” และย้ำอีกครั้งว่าเขายังมีความสัมพันธ์ดีกับสี จิ้นผิง 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความผิดหวังต่อปูติน หลังการประชุมที่อะแลสกาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนได้ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดียูเครน วลาดิมีร์ เซเลนสกี ก็เผยว่ารัสเซียกำลังเสริมกำลังทหารในบางแนวรบ โดยปูตินยังไม่ยอมเจรจาสันติภาพ

'ศบ.ทก.' ไฟเขียวสร้างรั้วชายแดนไทย – เขมร ยาว 16 กม. จี้ เขมรเลิกสร้างข่าวบิดเบือน บั่นทอนความเชื่อใจระหว่างกัน

'ศบ.ทก.' เห็นชอบแผนสร้างรั้วยาว 16 กม. บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว แจง 'ไอโอที' ลงพื้นที่สังเกตการณ์ จ.ตราด แค่เก็บข้อมูล 'กต.' จี้ เขมรเลิกสร้างข่าวบิดเบือน บั่นทอนความเชื่อใจระหว่างกัน

(3 ก.ย. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก. ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปทั้ง 2 ฝ่ายยังอยู่ในภาวะสงบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากช่วงเวลาที่ผ่านมา และจากการลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เดินทางไปสังเกตการณ์ในพื้นที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำว่าไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด แต่จะทำหน้าที่สังเกตการณ์เก็บข้อมูลและรายงานอย่างเป็นธรรม

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า แผนงานในการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(GBC) สมัยวิสามัญครั้งที่ 2/ 2568 มีกำหนดการจัดระหว่างวันที่ 7-10 ก.ย. 68 ในพื้นที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา โดยรูปแบบการประชุมเหมือนครั้งที่ 1 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือการประชุมของฝ่ายเลขานุการร่วม ช่วงวันที่ 7-9 ก.ย.และจากนั้นวันที่ 10 ก.ย.เป็นการประชุม GBC หลัก และจะมีการแถลงข่าวหลังจากการประชุมในพื้นที่จังหวัดตราด ทั้งนี้ในส่วนของความมั่นคงเป็นเรื่องของการติดตามการดำเนินการบริหารจัดการบริเวณชายแดนพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยในวันเดียวกันนี้ที่ประชุมศบ.ทก. จังหวัดสระแก้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงและนำเสนอแนวทางการดำเนินการเสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่บ้านหนองจานและพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว โดยมีแผนจัดสร้างรั้วระยะทาง 16 กิโลเมตร บริเวณหลักเขตแดนที่ 50 ถึง 51 ซึ่งถือว่าเป็นหลักเขตแดนที่มีการสำรวจและได้ข้อยุติเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้จะมีการสำรวจสิทธิการครอบครองที่ดินในพื้นที่อย่างละเอียด ตลอดจนมีมาตรการดำเนินการตามกฎหมายของไทยในการประกาศใช้กฎหมายกับชาวกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่และแจ้งความดำเนินการกับราษฎรกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ซึ่งที่ประชุมศบ.ทก.ในวันนี้เห็นชอบในหลักการที่จังหวัดสระแก้วได้เสนอมา และจะนำข้อมูลต่างๆนำเสนอต่อที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพื่อขออนุมัติ

ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ประเด็นด้านการต่างประเทศเรื่องแรกการดำเนินการเชิงรุกของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ เดินทางไปนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการวางทุ่นระเบิดในเขตแดนไทย ไปชี้แจงกับกลุ่มบุคคลต่างๆที่มีอิทธิพลต่อการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา การเยือนครั้งนี้นอกจากได้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ไทยยังยืนยันความมุ่งที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา และเป็นโอกาสให้เขาได้สอบถามเพื่อปรับความเข้าใจเรื่องต่างๆให้ได้เข้าใจถูกต้อง นอกจากนี้ยังได้ประกาศว่าไทยจะเข้าร่วมในโครงการรณรงค์ระดับโลกเรื่องการลดอาวุธเพื่อมนุษยธรรมและดำเนินการด้านทุ่นระเบิด และในเวลาเดียวกันเอกอัคราชทูตผู้แทนถาวรไทย ณ นครนิวหยอก ได้เข้าพบเลขาธิการสหประชาชาติอีกครั้งเพื่อนำส่งข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์เพิ่มเติม ต่อกรณีการวางทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่มีทหารไทยบาดเจ็บถึง 6 ครั้ง

นางมาระตี กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารตามที่ปรากฎรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ขแมร์ ไทม์ส อ้างกรณีที่ชาวกัมพูชาไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ว่าเป็นผลจากอาวุธที่ตกค้างของฝ่ายไทยจากการปะทะกันบริเวณชายแดนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และการกระทำในพื้นที่สวนทางกับข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงมาโดยตลอด ทั้งด้วยการลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การใช้โดรน การปลุกระดมประชาชน และล่าสุดยังพบการใช้ระเบิดแสวงเครื่องในฝั่งไทย และเร็วๆนี้มีรายงานจากนิตยสาร JANES ซึ่งเป็นนิตยสารด้านความมั่นคง นำเสนอว่าจากหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมพบการก่อตั้งฐานปฏิบัติการทางทหารในฝั่งกัมพูชาบริเวณชายแดนหลายเดือนก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีไทยที่ชี้แจงมาโดยตลอดว่าฝ่ายกัมพูชาริเริ่มการโจมตี

“ไทยห่วงกังวลต่อการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายกัมพูชาที่ทำอย่างเป็นระบบ ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้หยิบยกขึ้นหารือกับรมว.การต่างประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย โดย OHCHR มองเป็นปัญหาระดับโลกเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงบั่นทอนความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไว้วางใจระหว่างกัน และยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการหาทางออกโดยสันติ ไทยจึงเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ในลักษณะนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศและสันติภาพในภูมิภาค สุดท้ายนี้ไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ ” นางมาระตี กล่าว

ขณะที่ น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมครม.วันที่ 2 ก.ย. มีมติเห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไทยกัมพูชา ซึ่งจะครอบคลุมกรณีผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ 17 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 136 ล้านบาท และกรณีผู้บาดเจ็บสาหัส 37 ราย เป็นเงิน 29.6 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 165.6 ล้านบาท ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง เป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลประชาชน เพื่อให้ได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้อย่างครบถ้วนและเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจเราเร่งแก้ไข ฟื้นฟู และใส่ใจความเป็นอยู่ของทุกคนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รัฐบาลจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกๆก้าว เพื่อก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

‘ท่าเรืออาลาชานโกว’ เพิ่มเส้นทางรถไฟ ‘จีน-ยุโรป’ ทะลุ 5,000 เที่ยว ครอบคลุม 125 เส้นทาง 21 ประเทศ รองรับสินค้ากว่า 200 ประเภท

(3 ก.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 1 กันยายน ท่าเรืออาลาชานโกว (Alashankou) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน จัดการขนส่งรถไฟสินค้าจีน-ยุโรปผ่านเอเชียกลางเกิน 5,000 เที่ยวแล้ว ตามข้อมูลของบริษัท China Railway Urumqi Group

ท่าเรือได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่ง หลังโครงการรางคู่ Jinghe-Alashankou เริ่มใช้งานปีที่แล้ว ทำให้มีเส้นทางตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ และปรับปรุงเส้นทางเดิมอีกสองเส้นทาง

โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางสถานีได้ปรับรางหนึ่งเพื่อใช้ในการโหลด-ขนถ่ายสินค้าชิ้นใหญ่โดยเฉพาะ เพิ่มความสามารถจัดการสินค้าได้วันละ 7,700 ตัน และช่วยเร่งกระบวนการขนส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านศุลกากรอาลาชานโกวก็เพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยระบบแจ้งข้อมูลล่วงหน้าออนไลน์ ทำให้รถไฟขนส่งออกจากท่าเรือได้เร็วที่สุดเพียง 20 นาที ซึ่งปัจจุบันท่าเรือมีเส้นทางรถไฟจีน-ยุโรป 125 เส้นทาง ครอบคลุม 21 ประเทศ รวมถึงเยอรมนีและโปแลนด์ และขนส่งสินค้ากว่า 200 ประเภท ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงชิ้นส่วนเครื่องจักร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top